ตอนสาวน้อยบ้านนา
บขส. กรุงเทพฯ
พิมพลอยหรือชื่อเล่นที่พวกชาวบ้านเรียกกันติดปากว่าอีพลอยสาวบ้านนาใบหน้าสวยหวาน สะพายกระเป๋าเป้ใบเก่าก้าวเท้าลงจากรถประจำทางมองซ้ายมองขวาลักษณะท่าทางตื่นๆ เธอเดินผ่านกลุ่มคนมากมายที่กำลังเบียดเสียดเดินขวักไขว่
เสียงพูดคุยของคนนับพันดังโหวกเหวกแทบฟังไม่ได้ศัพท์บ้านนาบ้านไร่อันเป็บ้านเกิดเรือนนอนของพลอยนับวันยิ่งแห้งแล้งหนักฝนฟ้าไม่ตกครั้นจะทนอยู่ทำไร่ทำนาต่อไปก็เห็นทีว่าจะอดตายกันยกครัวซึ่งมีด้วยกันสามชีวิตประกอบด้วยยายพิณหญิงชราวัยไม้ใกล้ฝั่งและน้องชายวัยแตกเนื้อหนุ่มนมเพิ่งจะแตกพานหมาดๆชื่อว่าไอ้ผีเบื่อ
นามผีเบื่อนี้มีที่มาที่ไปก็เพราะตอนเด็กมันมักเจ็บออดๆแอดๆ ป่วยไข้จวนตายอยู่หลายรอบ ผู้เฒ่าผู้แก่เลยถือเคล็ดเปลี่ยนชี่อมันซะใหม่ว่าไอ้ผีเบื่อเพื่อให้บรรดาผีสางนางไม้ไม่กล้าเข้าใกล้ไม่อยากเอาไปเป็เพื่อน น่าแปลกพอเปลี่ยนชื่อแล้วไอ้ผีเบื่อก็ไม่เคยเจ็บป่วยอีกเลย
มาต่อกันที่สาวพลอยพี่สาวผู้เสียสละทำงานหนักเพื่อครอบครัวมาั้แ่เริ่มจำความได้หญิงสาวใสซื่อที่ชีวิตนี้แทบไม่เคยก้าวออกจากจังหวัดบ้านเกิด เพื่อหนีความจนจึงตัดสินใจเด็ดเดี่ยวขอไปตายเอาดาบหน้าเก็บเสื้อผ้าที่มีเพียงไม่กี่ชุดมุ่งหน้าเข้าเมืองกรุงศิวิไลซ์ตามคำชวนของอีแมวเพื่อนรักที่เข้ามาทำงานได้ดิบได้ดีในกรุงเทพเมืองฟ้าอมร
“วู้… ทางนี้พลอย”
เสียงเรียกชื่อของเธออันดังคุ้นหูแทรกเสียงพูดคุยแว่วมาพลอยหันไปก็เห็นแมวเพื่อนสมัยเรียนโรงเรียนวัดยืนโบกไม้โบกมือให้
“แมว”
สาวบ้านนอกเข้ากรุงยิ้มร่าด้วยความดีใจเนื่องจากเริ่มใจเสียคิดว่าจะถูกเพื่อนลอยแพเสียแล้ว
“จุ๊ๆๆฟังนะพลอยที่นี่มึงต้องเรียกกูว่าแคท กูเปลี่ยนชื่อแล้วโอเคไหม”
เพื่อนสาวยกมือขึ้นแนบริมฝีปาก
“แคทงั้นเหรอได้ๆ”
“เป็ไงมั้งมึงนั่งรถเมล์มาหัวฟูเชียว”
“เหนื่อยแล้วก็กลัวมองไปทางไหนก็มีแต่คนแปลกหน้าท่าทางไม่น่าไว้ใจ”
พลอยตอบออกไปประสาซื่อ
“ที่นี่มันก็แบบนี้แหละคนร้อยพ่อพันแม่ มึงต้องเรียนรู้อีกเยอะ เออแล้วหิวเหรอเปล่า”
“หิว”
หญิงสาวยกมือลูบท้องั้แ่ขึ้นรถมาข้าวสักคำก็ยังไม่ตกถึงท้องเลยอาศัยดื่มน้ำที่พกติดตัวมาด้วยประทังความหิว
“มึงเนี่ยนะคงงกจนไม่กล้าซื้ออะไรกินล่ะสิ”
เพื่อนสาวส่ายหน้าไปมา
“มากับกูเราเอาของไปเก็บที่หอพักกันก่อนแล้วกูจะพาออกมาหาอะไรกิน”
แมวหรือแคทขยับกระเป๋าสะพายสีสดของหล่อนพลอยเพิ่งสังเกตว่าเพื่อนในวัยเด็กของเธอแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีฉูดฉาดแถมยังน้อยชิ้นโชว์เนื้อหนังมังสาขาวเนียนซึ่งขืนเธอแต่ตัวแบบนี้มีหวังถูกยายตีด้วยสากกระบือตายั้แ่ยังไม่ได้ออกนอกบ้านแน่ๆแต่ด้วยความที่เธอไม่ค่อยได้ติดตามข่าวสารแฟชั่นเลยคิดเองเออเองไปว่าสาวชาวกรุงเทพเขาคงนิยมแต่งตัวกันแบบนี้
“มาสิพลอยยืนเหม่ออยู่ได้เดี๋ยวก็หลงทางกันพอดีแท็กซี่มาแล้ว”
“ขอโทษๆ”
แคทคว้าข้อมือของพลอยพาเดินไปยังรถแท็กซี่คันหนึ่งรถแท็กซี่พาแล่นไปตามท้องถนนแห่งความเจริญและสวยงาม
สิ่งแวดล้อมรอบตัวของพลอยเต็มไปด้วยความแปลกใหม่ละลานตาห้างสรรพสินค้าใหญ่โตดูทันสมัยเหมือนเธอหลุดออกมาจากอีกโลกที่มีแต่ทุ่งนาป่าเขาโลกใบใหม่ที่จากนี้ต่อไปมันจะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล…