ในคฤหาสน์ตระกูลเว่ยที่โอ่อ่า ลู่เฟิงในคราบคนสวนชราผู้หลังค่อมยังคงทำหน้าที่ของตนอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ทุกเช้าตรู่เขาจะรดน้ำต้นไม้ พรวนดิน และตัดแต่งกิ่งก้านอย่างพิถีพิถัน สายตาที่ดูซื่อตรงและไร้พิษสงของเขาซ่อนเร้นความเฉลียวฉลาดและคมกริบไว้ภายใต้ริ้วรอยแห่งวัย เขาเฝ้าสังเกตทุกความเคลื่อนไหวภายในคฤหาสน์ราวกับพยัคฆ์ร้ายที่ซุ่มรอเหยื่อ
สัปดาหหนึ่งผ่านไปแล้วนับตั้งแต่คืนที่เขาสวมสร้อยคอให้เว่ยหลิง คืนที่นางสาบานตนเป็นของเขาด้วยความสมัครใจ ตั้งแต่นั้นมา เขาได้สัมผัสกับความเปลี่ยนแปลงที่น่าพึงพอใจในตัวนาง เว่ยหลิงที่เคยเป็นดอกบัวบริสุทธิ์บัดนี้กลายเป็นดอกบัวที่เบ่งบานในความมืด งดงามแต่มีพิษ
ทุกครั้งที่เขาเดินผ่านไปมาในสวน เขาจะรู้สึกได้ถึงสายตาของนางที่แอบมองจากหน้าต่างห้องนอน สายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาและความโหยหา เหมือนกับที่เขาได้ปลูกฝังไว้ในจิตใจของนาง นางจะสัมผัสสร้อยคอนั้นเป็นประจำ ราวกับเป็นการเตือนตัวเองว่าเป็นของใคร
เมื่อสามคืนก่อน เขาได้แอบเข้าไปหานางอีกครั้งในยามวิกาล คราวนี้นางไม่ได้ต่อต้านหรือแสดงความลังเลใจเหมือนครั้งแรก แต่กลับต้อนรับเขาด้วยความกระหายที่ปกปิดไม่ได้ ริมฝีปากของนางที่เคยบริสุทธิ์บัดนี้รู้จักวิธีการจูบที่ทำให้เขาเสียวซ่าน และมือบางของนางก็รู้จักวิธีการสัมผัสที่ทำให้เขาต้องกลั้นเสียงครางไว้
"ท่าน..." เสียงกระซิบของนางในความมืดยังคงดังก้องอยู่ในหูของเขา "ข้าคิดถึงท่านทุกลมหายใจ ข้ารู้สึกเหมือนจะบ้าคลั่งหากไม่ได้พบท่าน"
คำพูดเหล่านั้นทำให้ลู่เฟิงรู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่ง เขาได้สร้างผลงานชิ้นเอกแล้ว ได้เปลี่ยนหญิงสาวบริสุทธิ์ให้กลายเป็นทาสของความปรารถนา และที่สำคัญคือ ทาสของเขา นางจะทำทุกอย่างที่เขาต้องการ เพียงแค่เขาขอ
แต่ความสำเร็จนี้กลับทำให้เขารู้สึกเบื่อหน่าย เกมที่เคยท้าทายกลายเป็นเรื่องง่ายเกินไป เว่ยหลิงตกเป็นของเขาแล้ว ไม่มีความตื่นเต้นหรือความท้าทายอีกต่อไป เขาต้องการเป้าหมายใหม่ เหยื่อใหม่ที่จะทำให้เลือดในเส้นเลือดของเขาเดือดพล่าน
ลู่เฟิงเดินไปมาในสวนด้วยท่าทางช้า ๆ ของชายชรา แต่ดวงตาเฉียบคมเฝ้าสำรวจทุกมุมของคฤหาสน์ เขาสังเกตเห็นรูปแบบการใช้ชีวิตของคนในตระกูลเว่ย การเคลื่อนไหวของคนใช้ และที่สำคัญคือ ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างสมาชิกในครอบครัว
คหบดีเว่ยเป็นชายวัยกลางคนที่มั่งคั่งแต่อ่อนแอ ร่างกายท้วมท้วยจากการใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย ใบหน้าเหี่ยวย่นก่อนวัยจากการดื่มสุราและการใช้ชีวิตเสเพล เขาเป็นคนที่ใจอ่อน ไว้ใจคนง่าย และที่สำคัญคือ ไม่สามารถควบคุมภรรยาทั้งสองของตนได้
ลู่เฟิงรู้ดีว่าคหบดีเว่ยผู้มั่งคั่งนั้นมีภรรยาที่งดงามและยังสาวยังสวยอยู่ถึงสองคน คือฮูหยินใหญ่และฮูหยินรอง แต่ด้วยวัยที่ร่วงโรยและภาวะที่ "ไร้สมรรถภาพ" ทำให้คหบดีเว่ยไม่สามารถปรนเปรอความต้องการของภรรยาทั้งสองได้เต็มที่ ช่องว่างนี้เองที่ลู่เฟิงเล็งเห็นว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะสร้างความบันเทิงให้แก่ตนเอง
ฮูหยินใหญ่นั้นเป็นหญิงงามวัยสามสิบต้น ๆ ผิวพรรณขาวเนียนดั่งหยก ดวงตาคมกริบแต่แฝงความเหงา เธอแต่งงานกับคหบดีเว่ยมาแล้วสิบปี แต่ไม่เคยมีบุตร ไม่ใช่เพราะเธอเป็นหมัน แต่เพราะสามีของเธอไม่สามารถให้สิ่งที่เธอต้องการได้ ลู่เฟิงสังเกตเห็นความหงุดหงิดและความโหยหาในสายตาของนางเมื่อมองสามี เห็นวิธีที่นางหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับคหบดีเว่ย และเห็นความเศร้าโศกที่นางพยายามปกปิด
ส่วนฮูหยินรองนั้นอายุน้อยกว่า เป็นหญิงสาววัยยี่สิบกลาง ๆ ที่มีความงามแบบอ่อนหวาน แต่ก็เหงาเศร้าไม่แพ้กัน นางเป็นภรรยาน้อยที่ถูกนำเข้ามาเพื่อให้กำเนิดทายาท แต่ก็ล้มเหลวเช่นเดียวกับฮูหยินใหญ่ ลู่เฟิงเห็นความขมขื่นในรอยยิ้มของนาง เห็นวิธีที่นางจ้องมองสวนด้วยสายตาเศร้าหมอง และเห็นความปรารถนาที่ถูกกดขี่ไว้ในท่าทางของนาง
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ลู่เฟิงได้ยินข่าวลือแผ่วๆ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ลับๆ ของฮูหยินใหญ่กับจอมยุทธผู้คุ้มครองตระกูลเว่ย นามว่า จางห่าว จางห่าวเป็นชายหนุ่มรูปงาม วรยุทธสูงส่ง และมีร่างกายกำยำสมชายชาตรี เขาถูกคหบดีเว่ยจ้างมาเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของคฤหาสน์ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะคุ้มครอง "หัวใจ" ของฮูหยินใหญ่มากเกินไป
จางห่าวมีอายุราวสามสิบปี หน้าตาหล่อเหลา ผิวสีแทนจากการฝึกฝนกลางแจ้ง ดวงตาคมกริบของนักสู้ และรอยยิ้มที่เย้ายวนใจ เขามาจากตระกูลนักสู้ที่มีชื่อเสียง แต่ตกต่ำลงเพราะการเมือง จึงต้องมารับจ้างเป็นองครักษ์ แม้จะเป็นเพียงลูกจ้าง แต่เขามีความภาคภูมิใจในตัวเองและไม่ยอมก้มหัวให้ใคร
ลู่เฟิงสังเกตเห็นสัญญาณต่าง ๆ ที่บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ลับนี้ วิธีที่จางห่าวมองฮูหยินใหญ่เมื่อคิดว่าไม่มีใครเห็น สายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาและความรัก วิธีที่ฮูหยินใหญ่แดงหน้าเมื่อจางห่าวเดินผ่าน การที่นางจะหาข้ออ้างต่าง ๆ เพื่อไปอยู่ในที่ที่จางห่าวปฏิบัติหน้าที่ และที่สำคัญคือ วิธีที่ทั้งคู่หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่เดียวกันเมื่อมีคนอื่นมองเห็น การหลีกเลี่ยงแบบนี้แหละที่บ่งบอกว่ามีอะไรซ่อนอยู่
เขายังสังเกตเห็นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อื่น ๆ เช่น วิธีที่ฮูหยินใหญ่จะแต่งตัวสวยงามเป็นพิเศษในวันที่จางห่าวอยู่ การที่นางจะหาข้ออ้างเดินไปมาในบริเวณที่จางห่าวยืนเฝ้า และการที่จางห่าวจะมีท่าทางกระวนกระวายเมื่อฮูหยินใหญ่ไม่ปรากฏตัว
ลู่เฟิงเริ่มเก็บข้อมูลอย่างเงียบๆ เขาใช้ทักษะการสะกดรอยและการแอบฟังที่สั่งสมมานานหลายปี ในฐานะจอมโจรผู้มีชื่อเสียง เขามีความสามารถในการเคลื่อนไหวอย่างเงียบงัน การซ่อนตัว และการรวบรวมข้อมูล ทักษะเหล่านี้ทำให้เขาสามารถสอดแนมได้โดยไม่มีใครสงสัย
เขาเรียนรู้รูปแบบการใช้ชีวิตของทุกคนในคฤหาสน์ รู้ว่าใครจะอยู่ที่ไหนเมื่อไหร่ รู้เส้นทางที่คนใช้เดินไปมา และรู้จุดบอดที่ไม่มีใครสังเกต เขาใช้ความรู้นี้ในการเคลื่อนไหวอย่างไม่เป็นที่สงสัย
เขาพบว่าฮูหยินใหญ่จะแอบนัดพบกับจางห่าวในยามวิกาลเสมอ โดยเฉพาะในคืนที่คหบดีเว่ยต้องออกไปติดต่อธุรกิจนอกเมือง หรือในคืนที่คหบดีเว่ยดื่มสุราจนหลับใหลไม่ได้สติ รูปแบบการนัดพบมีความสม่ำเสมอ ทำให้ลู่เฟิงสามารถคาดเดาได้ว่าเมื่อไหร่ที่ทั้งคู่จะพบกัน
คหบดีเว่ยมีนิสัยดื่มสุราหนักในคืนวันพฤหัสบดีและวันเสาร์ เขาจะดื่มจนเมาแล้วหลับไปในห้องทำงาน ทำให้ฮูหยินใหญ่มีโอกาสแอบออกไปพบจางห่าว ส่วนในคืนที่คหบดีเว่ยเดินทางไปติดต่อธุรกิจ ซึ่งมักจะเป็นช่วงต้นเดือน ฮูหยินใหญ่จะมีอิสระมากขึ้น
เขายังสังเกตเห็นว่าหลิงเอ๋อร์ สาวใช้ของเว่ยหลิง มักจะแอบส่งข้อความระหว่างฮูหยินใหญ่และจางห่าว หลิงเอ๋อร์คิดว่าเธอทำอย่างลับๆ แต่สายตาเหยี่ยวของลู่เฟิงไม่พลาดสิ่งใด เขาเห็นการส่งผ่านจดหมายเล็ก ๆ การแลกสายตาที่มีความหมาย และการเคลื่อนไหวที่ประสานกัน
หลิงเอ๋อร์เป็นสาวใช้ที่ฉลาดและซื่อสัตย์ต่อเว่ยหลิง แต่เธอก็มีจุดอ่อนคือความอยากรู้อยากเห็นและความชอบข่าวซุบซิบ ลู่เฟิงเดาได้ว่าหลิงเอ๋อร์คงรู้เรื่องความสัมพันธ์ของฮูหยินใหญ่และจางห่าว และอาจจะช่วยเหลือพวกเขาด้วยความเห็นใจ
ลู่เฟิงเริ่มวางแผนที่จะใช้ข้อมูลนี้ เขารู้ว่าความลับเป็นอาวุธที่ทรงพลัง และความลับของฮูหยินใหญ่นี้สามารถใช้ได้หลายวิธี เขาอาจจะใช้มันเพื่อขู่เข็ญ เพื่อควบคุม หรือเพื่อสร้างความสับสนวุ่นวาย
แต่ก่อนที่จะลงมือ เขาต้องการหลักฐานที่ชัดเจน ต้องการเห็นด้วยตาตัวเอง และต้องการเข้าใจความสัมพันธ์นี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เขาต้องการรู้ว่าความรักนี้ลึกซึ้งแค่ไหน ใครเป็นฝ่ายเริ่มต้น และมีจุดอ่อนอะไรที่เขาสามารถใช้ประโยชน์ได้
คืนหนึ่ง ลู่เฟิงแอบสะกดรอยตามฮูหยินใหญ่ไปยังศาลาริมน้ำที่เงียบสงบ สถานที่แห่งนี้อยู่ในส่วนลึกของสวน ห่างไกลจากตัวคฤหาสน์ เป็นจุดที่เหมาะสำหรับการพบกันอย่างลับๆ ศาลาแห่งนี้ถูกสร้างด้วยไม้สักแกะสลักลายประณีต มีหลังคาโค้งสวยงาม และล้อมรอบด้วยบ่อน้ำเล็ก ๆ ที่มีปลาคาร์ฟว่ายน้ำ
เขาซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบ ใช้ทักษะการปกปิดตัวตนที่เขาฝึกฝนมาหลายสิบปี เขาควบคุมลมหายใจให้เบาที่สุด ทำให้ร่างกายนิ่งเหมือนหิน และใช้เงาของต้นไม้ปกปิดรูปร่าง และเฝ้ามองภาพที่ปรากฏตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็ไปด้วยความพึงพอใจ
ฮูหยินใหญ่ในชุดคลุมผ้าไหมบางเบากำลังยืนรอใครบางคนอยู่ไม่ไกลนัก แสงจันทร์ส่องผ่านใบไม้ทำให้เงาของนางเต้นระบำบนพื้นหิน นางดูกระวนกระวายและตื่นเต้น มือบางลูบไล้ผ้าคลุมเป็นระยะ ดวงตามองไปรอบ ๆ ด้วยความระแวง แต่ก็เต็มไปด้วยความคาดหวัง
ลู่เฟิงสังเกตเห็นรายละเอียดทุกอย่าง วิธีที่นางแต่งตัว การเลือกเครื่องประดับ และกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ลอยมาในสายลม ฮูหยินใหญ่แต่งตัวอย่างพิถีพิถัน ผมเกล้าสวยงาม ใส่ต่างหูทองคำ และทาปากสีแดงอ่อน นี่ไม่ใช่การแต่งตัวของหญิงที่จะไปเดินเล่นในสวนธรรมดา แต่เป็นการแต่งตัวของหญิงที่จะไปพบคนรัก
ไม่นานนัก จางห่าวก็ปรากฏตัวขึ้น เขาเคลื่อนไหวด้วยความคล่องแคล่วของนักสู้ ก้าวเท้าเบาเหมือนแมวป่า แต่ก็รวดเร็วและมั่นใจ เขาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีเข้ม เหมาะสำหรับการเคลื่อนไหวในความมืด แต่ก็ยังคงดูหล่อเหลาและดึงดูดใจ เขาก้าวเข้ามาหาฮูหยินใหญ่ด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเสน่หา ดวงตาเขาเปล่งประกายด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจปกปิด
"เจ้ารอนานหรือไม่?" เสียงทุ้มของจางห่าวดังขึ้นในความเงียบ เสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความรัก
ทั้งสองโอบกอดกันอย่างดูดดื่ม ก่อนที่จางห่าวจะเริ่มจูบซอกคอของฮูหยินใหญ่อย่างเร่าร้อน ฮูหยินใหญ่ครางออกมาด้วยความสุขสม ร่างกายของนางบิดเร่าไปมาในอ้อมกอดของจางห่าว ลู่เฟิงมองดูภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความพึงพอใจและความกระหาย เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับเหงื่อที่ผุดขึ้นมาบนใบหน้า
ลู่เฟิงรู้ดีว่านี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะใช้ในการเข้าหาฮูหยินใหญ่ เขาไม่รีบร้อนที่จะเปิดเผยความลับนี้ แต่จะเก็บมันไว้เป็นไพ่ตาย เพื่อรอเวลาที่เหมาะสมที่สุด เขาจะทำให้ฮูหยินใหญ่ตกเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์ และจะทำให้คหบดีเว่ยต้องถูกสวมเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
ในขณะที่จางห่าวและฮูหยินใหญ่กำลังร่วมรักกันอย่างเร่าร้อน ลู่เฟิงก็แอบบันทึกภาพเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ในความทรงจำของเขา เขาจะใช้ภาพเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการบงการฮูหยินใหญ่ และจะทำให้ฮูหยินใหญ่ต้องยอมสยบแทบเท้าของเขา
ลู่เฟิงยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เขารู้ดีว่าเกมแห่งกามารมณ์นี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และเขาจะเป็นผู้ชนะในเกมนี้อย่างแน่นอน