ลูกบอลสีน้ำถูกเตะไปตำแหน่งด้านหน้าของกลุ่มคนทั้งสู่ เป้าหมายของมันไม่ได้อยู่ที่การโจมตีแต่แรก ถึงอย่างนั้นกลุ่มของ เกรย์นาสเองก็ไม่ได้อยู่เฉยรออีกฝ่ายกระทำ พวกเขากระโดดหลบออกมาจากระยะเล็กน้อย
"ก็แค่ลูกบอลไม่ใช่เหรอ พวกเขาหลบอะไรกัน" ใครบางคนถามขึ้น
"จะแค่ลูกบอลแน่เหรอ ?"
"บางทีบอลนั่นอาจทำมาจากเหล็ก แต่มันสามารถใช้โจมตีใครสักคนได้ ?"
"ดูนั่น"
สิ้นเสียงเรียกให้ดูของใครบางคน ทุกคนต่างหันไปมองเห็นถึงความผิดปกติของกลุ่มเกรย์นาสทั้ง 4 คน ร่างของพวกเขาต่างหยุดนิ่งไม่ขยับเขยื้อน แถมยังเป็นท่าทางที่ดูไม่ปกติ เหมือนกับว่าถูกหยุดไว้โดยอะไรบางอย่าง เพียงแต่ไม่เห็นว่าอะไรคือสิ่งที่ทำการหยุดคนทั้ง 4 เอาไว้
เกรย์นาสและพวกหลบลูกบอลที่ถูกเตะออกมา มันไม่ใช่เพราะว่าพวกเขากลัว แต่เป็นเพราะพวกเขาเลือกที่จะไม่ประมาท แต่ก็มีชั่วจังหวะหนึ่งที่อดคิดไม่ได้ว่าอีกฝ่ายอาจจะต้องการทำให้พวกเขากลายเป็นตัวตลกต่อหน้าผู้คน ในขณะที่กำลังจะเอ่ยปากหรือขยับตัว เขาก็รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่ฉุดรั้งเอาไว้ แน่นอนว่าเขาออกแรงขัดขืนแต่น้ำหนักที่ฉุดรั้งเอาไว้มันหนักหนาเหลือเกิน
คล้ายกับว่าทั่วทั้งร่างของเขาถูกทักษะบางอย่างตรึงเอาไว้ ทักษะประเภทนี้มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้งในจำนวนผู้ที่ใช้ทักษะประเภทเวทมนต์ แต่ยิ่งทักษะมีความสามารถในการตรึงศัตรูไว้นานเท่าใด ผู้ใช้เองก็จะเสียพลังงานและยังต้องตรึงทักษะเอาไว้ไม่สามารถใช้ทักษะอื่นๆได้
บอลสนามพลังธาตุดินถูกเตะอย่างรุนแรงจมลงไปในทะเลทราย ก่อนที่มันจะสร้างคลื่นสนามพลังได้อย่างรวดเร็วและกินวงกว้างด้วยคุณสมบัติเสริมของธาตุดิน หากคนที่มองอยู่ด้านนอกจะไม่สามารถมองเห็นถึงคลื่นสนามพลังได้ แต่ผู้ที่อยู่ด้านในจะมองเห็นสนามพลังคล้ายกับตาข่ายสีน้ำตาลกระพริบอยู่ตลอดเวลา
หลังจากเตะลูกบอลสนามพลังธาตุดินไปหลินยังคงจ้องมองผลลัพธ์ที่ตามมา แม้ว่าเขาจะรู้ถึงความสามารถของมัน แต่ว่าก็ยังไม่เคยทดลองใช้กับคนจริงๆ พอมองเห็นสถานการณ์ของกลุ่มที่ถูกตรึงเอาไว้ด้วยคลื่นสนามพลังเขาก็รู้สึกพึงพอใจกับความสามารถของมัน ก่อนจะหันกลับไปมองการต่อสู้ที่ยังคงดำเนินอยู่
ร่างของอูด้าเดว์เต็มไปด้วยรอยแผลยาวอันเกิดมาจากเคียวของมู นอกจากนั้นร่างกายและใบหน้าของอูด้าเดว์เองก็ซีดขาวจนน่ากลัว อันเนื่องมาจากเสียเลือดไปเป็นจำนวนมากด้วยทักษะดื่มเลือดของเคียวสีแดงสด ทุกๆครั้งที่เคียวของมูได้รับเลือดจากร่างของอูด้าเดว์ อักขระที่เขียนอยู่บนเคียวจะกระพริบ
การต่อสู้ช่วงแรกมันกระพริบนานๆครั้ง แต่ยิ่งได้รับเลือดมากความเร็วในการกระพริบของเคียวยิ่งเพิ่มมากขึ้น มันคล้ายกับการชาจพลัง จนกระทั่งตอนนี้มันเรียกได้ว่ากระพริบจนเกือบจะตลอดเวลา ถ้ามองดูแล้วคงจะขนาดอีกหนึ่งถึงสองครั้งการชาจพลังของมันก็คงจะสำเร็จ เราจะได้ดูกันว่า มูจะพ่ายแพ้ก่อนหรือเคียวของเขาจะชาจพลังเต็มก่อน
อูด้าเดว์ในตอนนี้กำลังถือดาบคู่ขนาดใหญ่ แต่หากนำไปเทียบกับขวานหรือค้อนมันมีขนาดเพียงหนึ่งในสามของอาวุธพวกนั้นได้ นอกจากค้อนและขวาน อูด้าเดว์ยังมีอาวุธขนาดใหญ่อยู่อีกหลายชนิดที่ได้นำออกมา อาวุธขนาดใหญ่มีราคาที่ถูกกว่าอาวุธปกติ เนื่องจากมีคนจำนวนน้อยมากที่ต้องการอาวุธที่มีขนาดใหญ่ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากอูด้าเดว์จะมีอาวุธขนาดใหญ่หลายชิ้นในครอบครอง
"เหอะ หากมันไม่ยอมแพ้ อย่าโทษข้าแล้วกันว่าได้สังหารคนของสถาบันไป ถือว่าข้าให้โอกาสแก่มันแล้วและทุกคนที่นี่สามารถเป็นพยานให้ข้าได้" อูด้าเดว์พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเหนื่อยและแหบแห้ง แต่ยังคงทรงพลัง
"มู ถ้าท่านไม่ไหวก็ยอมแพ้เถอะนะ หากไม่เช่นนั้นแล้ว.........." หญิงสาวคนหนึ่งที่อยู่ในห้องสมุดของสถาบัน แต่ไม่ได้มีส่วนในการต่อสู้คิดขึ้นในใจ
มูยืนมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่แน่วแน่ เขาไม่มีความคิดที่จะยอมแพ้แม้แต่น้อย
"แพ้แล้วอย่างไร ต่อให้ตายไปก็ยังดีกว่าต้องยอมแพ้เช่นนี้" มูคิดในใจ ก่อนที่จะมองขึ้นบนฟ้า ที่เต็มไปด้วยแสงแดงแรงกล้า สายตาของเขาเองก็รู้สึกได้ว่าจะไม่สามารถสู้แสงแดดได้แล้ว การต่อสู้เช่นนี้เป็นเรื่องที่ดีต่อเขาจริงๆ นับเป็นครั้งแรกที่เขาได้สู้โดยการใช้ชีวิตเป็นเดิมพลัน มันทำให้เขาได้เรียนรู้และคิดอะไรมากมาย
หากมองตามความจริงแล้ว ด้วยอาวุธที่เขามีหากเป็นคนอื่นใช้มันจะต้องเอาชนะชายตรงหน้าเขาได้อย่างไม่ยากเย็น อีกฝ่ายใช้เพียงอาวุธและทักษะระดับโกล แถมยังเป็นประเภทที่สามารถเห็นได้โดยทั่วไป กับสามารถใช้สิ่งเหล่านั้นสู้กับเขาที่มีทักษะกับอาวุธที่เหนือชั้นกว่าได้อย่างสูสี แถมยังเกือบจะทำให้เขาแพ้ได้อีกด้วย
ตอนแรกเขารู้สึกไม่ชอบใจอีกฝ่าย แต่หลังจากที่ได้สู้กันเขากับรู้สึกนับถืออีกฝ่ายขึ้นมาเสียอย่างนั้น บางทีเขาอาจจะเริ่มเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายพยายามจะสื่อออกมานิดหน่อย ในเรื่องของคนที่เคยผ่านสงครามมาก่อน แน่นอนว่าเขาเองยังไม่เคยเข้าร่วม แต่สักวันเขาจะต้องได้เข้าร่วมอย่างแน่นอน
"มาตัดสินกันเถอะ" มูกล่าวก่อนจะออกตัววิ่งเข้าหาอีกฝ่าย
"หึ" อูด้าเดว์ตอบสนองโดยการวิ่งเข้าหาอีกฝ่ายเช่นเดียวกัน
หนึ่งคนร่างเล็กกับเคียวขนาดพอดีตัวกำลังปะทะเข้ากับชายร่างใหญ่กับดาบคู่ขนาดใหญ่ของเขา หากมองดูสภาพของทั้งสองฝ่ายการปะทะกันครั้งนี้อาจจะเป็นการปะทะครั้งสุดท้าย เป็นการปะทะที่จะตัดสินชัยชนะในครั้งนี้แล้ว