ปราบพิภพสยบสวรรค์

    ปราบพิภพสยบสวรรค์ ตอนที่ 68 : เมืองออร์ค

    ยานอวกาศร่อนลงจอดยังลานจอดพร้อมกับฝุ่นที่ฟุ้งกระจายไปทั่วอาณา

     

    “ วี้ด “ ประตูยานเปิดออก

     

    ชายหนุ่มถึงกับคิ้วขมวดเมื่อพบเจอฝุ่นที่ปกคลุมทั่วบริเวณ “ ราวกับว่าไม่เคยมียานมาสักครั้ง “

     

    “ ใช่ ไม่มีใครมาที่นี่นานแล้ว “ นักบินเอ่ย

     

    “ ข้าส่งเจ้าแล้ว ได้เวลาต้องกลับ “ นักบินเอ่ย

     

    “ ขอบคุณ “ ปราบเอ่ยแล้วเดินลงจากยาน

     

    เขาเดินมุ่งไปยังหอควบคุมการบินในทันใด

     

    “ ฟู่ “ พลันเกิดลมวายุหมุนวนเข้าหาชายหนุ่ม

     

    เขายิ้มออกแล้ววาดตวัดดรรชนีไปที่ลมวายุ “ วู๊มม “

     

    กระแสลมวายุของชายหนุ่มพุ่งเข้าชนลมวายุที่พัดเข้าหาแล้วลมวายุนั้นพลันสลายหายไปในทันใด

     

    “ รับน้องรึ “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    ชายหนุ่มวางหลังมือลงที่จอสแกนข้อมูล “ ติ้ด “ เสียงเครื่องทำงาน

     

    “ ครืดด “ เสียงประตูเลื่อนเปิดออก

     

    ปราบเดินเข้าไปแล้วประตูเลื่อนพลันปิดลงในทันใด

     

    ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้าหา ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยรอยแผลของกรงเล็บอสูร

     

    “ เอ็งคือปราบ “ ชายหนุ่มเอ่ยถาม

     

    “ ใช่ “ ชายหนุ่มพยักหน้า

     

    “ ยินดีต้อนรับสู่เมืองออร์ค “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ ไปกัน “ เขาเอ่ยแล้วเดินนำไปอย่างรวดเร็ว

     

    เมื่อมาถึงยังอีกฝั่งของหอบังคับการบิน ชายหนุ่มมองยังรถหุ้มเกราะรุ่นเก่าแต่เก๋าจอดรออยู่ รายรอบรถหุ้มเกราะนั้นเต็มไปด้วยปืนอัตโนมัติแลปืนเลเซอร์

     

    “ สถานการณ์ของที่นี่คงลำบากน่าดู “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ ใช่ ลำบากมาก จะไปไหนมาไหนต้องระวังตัวทุกฝีเก้า “ พอลจอมยุทธชาวโลกเตสเอ่ย

     

    “ อสูรของที่นี่มีระดับไหนบ้าง “ ปราบเอ่ยถาม

     

    “ ต่ำสุดเห็นจะเป็นระดับหกสูงสุดระดับยี่สิบสี่ “ พอลเอ่ย

     

    ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วเข้าไปในรถหุ้มเกราะ

     

    “ ผมดูสภาพเมืองจากข้างบนแล้วมันไม่ได้มีเมืองใหญ่เหมือนที่อื่น ทำไมสหพันธ์ดาราถึงไม่ถอนตัวออกจากเมืองนี้ “ ปราบเอ่ยถาม

     

    “ มันมีสิ่งที่พวกเขาต้องการอยู่ “ พอลเอ่ย

     

    “ แปลกหากมีสิ่งที่ต้องการแล้วทำไมไม่ส่งหน่วยที่แข็งแกร่งมาแล้วเอาออกไปให้หมดสิ้นแล้วถอนตัวเสีย “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ หากเบื้องบนคิดแบบเอ็งก็ดี “ พอลเอ่ย

     

    “ อืม “ ชายหนุ่มพยักหน้า

     

    รถหุ้มเกราะวิ่งตามทางมาด้วยความเร็วสูง เพราะทุกวินาทีนั้นมีค่าเป็นอย่างยิ่ง พวกเขาจะไม่เสียเวลากับสิ่งที่กีดขวางรถหุ้มเกราะบุกตะลุยฝ่าสิ่งกีดขวางทั้งยังชนแหลก

     

    ปราบยิ้มออกแล้วลุกไปยังจอภาพเขายื่นมือจับที่ด้ามปืน แล้วกด

     

    “ พรืดด “ กระสุนมากมายพุ่งทะยานออกจากหกลำกล้องเพียงพริบตากระสุนก็พุ่งออกไปมาถึงห้าสิบนัด

     

    พอลและคนในรถหุ้มเกราะต่างแปลกใจที่ชายหนุ่มใช้ปีนอัตโนมัติสังหารอสุรบินระดับสิบสองตกตายได้อย่างง่ายดายหลายตัว

     

    พวกเขายิ่งงงยิ่งขึ้นอีกเมื่อชายหนุ่มวาดปากกระบอกปืนไปยังเสือชีต้าร์สีดำทะมึนแล้วระเบิดกระสุนใส่มัน

     

    “ โฮกก “ ร่างใหญ่โตแต่ผอมเพรียวของมันล้มกลิ้งแล้วสิ้นใจตาย

     

    ปราบยิ้มออกเมื่อเขาสังหารอสูรที่ติดตามรถหุ้มเกราะมาอย่างกระชั้นชิด ปืนอัตโนมัติหกลำกล้องนั้นทรงประสิทธิ์ภาพเป็นอย่างยิ่ง เพียงไม่นานอสูรราวยี่สิบตัวถูกเขาสังหารลง

     

    พอลแลคนในรถต่างตื่นตะลึงกับสิ่งที่เหลือเชื่อ พวกเขาทั้งหมดยังไม่สามารถทำเช่นนี้ได้เลยแม้นพวกเขาจะเป็นจอมยุทธระดับสิบห้า พวกเขาก็ยังแพ้พ่ายให้กับอสูรระดับสิบสองในการต่อสู้กัน

     

    “ ปราบเอ็งทำได้ยังไง “ พอลเอ่ยถาม

     

    “ ก็เพียงแค่เพิ่มพลังปราณลงในปืน “ ปราบเอ่ย

     

    “ ข้าลองบ้าง “ พอลเอ่ย

     

    เขาส่งพลังปราณไปยังปืนแล้วกด “ พรืดด “ กระสุนสังหารพุ่งทะยานออกเป็นกลุ่มใหญ่

     

    “ โฮกก “ หมาป่าหลังเงินถูกกระสุนผสานปราณทะลวงร่างพรุนตายอนาถ

     

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า “ พอลระเบิดเสียงหัวเราะลั่นแล้วไล่ยิงอสูรที่วิ่งไล่รถหุ้มเกราะอย่างเมามัน

     

    หลายคนบนรถเข้าประจำที่แล้วทำการเพิ่มพลังปราณให้กับปืน

     

    เสียงปืนดังสนั่นในรถ พวกเขาระเบิดกระสุนยิ่งอสูรอย่างบ้าคลั่งและเมามัน

     

    “ พอก่อน กระสุนจะหมด “ หัวหน้าชุดร้องลั่น

     

    “ กำลังมันส์ “ พอลเอ่ย

     

    หัวหน้าชุดที่นั่งเงียบมาตลอดเส้นทางเอ่ยถาม “ ปราบเอ็งรู้รึไม่ว่าเอ็งถูกส่งมาที่นี่ด้วยเหตุผลใด “ ซามานขาวโลกทรีเอ่ยถาม

     

    “ หัวหน้าซามาน ผมไม่รู้ “ ปราบเอ่ย

     

    “ เอ็งไม่ได้รับมอบภารกิจมารึ “ ซามานเอ่ย

     

    “ ไม่ “ ชายหนุ่มส่ายหน้า

     

    “ ผมคิดว่าทางผู้เฒ่าหวงส่งผมมาที่นี่ก็คงเพราะเรื่องของผม “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ เรื่องของเอ็ง ไหนลองเล่าให้ฟังที “ ซามานเอ่ย

     

    ชายหนุ่มเล่าเรื่องราวของเขากับสตีฟให้ทุกคนฟัง

     

    “ ผู้เฒ่าหวงที่เอ็งว่าคงคิดไว้ดีแล้วจึงได้ส่งเอ็งมาที่นี่ “ ซามานเอ่ย

     

    “ หากจะฝึกที่นี่นั้นเป็นสถานที่ฝึกฝนที่ยอดเยี่ยม แต่หากจะหลบก็ถือว่ายอดเยี่ยมเช่นกัน “ ซามานเอ่ย

     

    “ อืม “ ชายหนุ่มพยักหน้า

     

    “ เอาละเรื่องราวทุกอย่างนั้นไว้ค่อยคุยกันรุ่งเช้า “ ซามานเอ่ยแล้วลงจากรถ

     

    ปราบลงจากรถหุ้มเกราะเป็นคนสุดท้าย เขากวาดตามองทั่วแล้วพยักหน้าช้าๆ

     

    กำแพงสูงชั้นสามสิบเมตรที่ทำหน้าที่ขวางกั้นอสูรเข้ามาสังหารผู้คนยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างขันแข็ง

     

    หอสังเกตการณ์สูงร่วมห้าสิบเมตรคอยตรวจตราสอดส่อง ความเป็นไปของเหล่าอสูรนอกกำแพง

     

    เรดาร์ขนาดใหญ่หมุนวนไม่หยุดเพื่อตรวจจับความเคลื่อนไหวอาณาโดยรอบ

     

    ป้อมปืนใหญ่ แลปืนเลเซอร์พร้อมประจัญทุกยาม

    จรวดนำวิถีติดตั้งเรียงรายนับร้อยเพียงคอยสอยอสูรบิน

     

    “ ป้องกันเต็มรูปแบบ “ ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ

     

    เขาเดินตามเหล่าจอมยุทธไปยังที่พักเมื่อมาถึงเขาพลันยิ้มออก เพราะมันเป็นตู้คอนเทนเนอร์ของรถบรรทุกหัวลากที่นำมาดัดแปลงเป็นที่พัก

     

    ชายหนุ่มเข้ามาในห้องแล้วพยักหน้าช้าๆ ในห้องถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายแลเน้นใช้งาน ทำให้เขาค่อนข้างพอใจเป็นอย่างมาก

     

    ชายหนุ่มจัดการวางสิ่งของเข้าที่แล้วกระโดดขึ้นที่นอนเพื่อทำการฝึกฝนอย่างรวดเร็ว

     

    ปราบมองยังดาราหยินหยางดวงที่แปดของเขาแล้วพยักหน้าช้าๆ เพราะมันใกล้จะเต็มแล้วเขาใกล้จะทะลวงขั้นพลังข้ามไปยังเขตแดนปราณพาราที่ถูกเรียกขานในอดีต

     

    ปราบคิดวิเคราะห์ว่าระดับเลเวลน่าจะอ่อนกว่าของเขาอยู่มาก ขนาดอสูรระดับยี่สิบที่เขาพบเจอมันไม่ได้มีแรงกดดันมากมายเทียบเท่ากับสิ่งควรจะเป็น

     

    “ หรือว่านับกันมั่วๆ “ ชายหนุ่มพึมพำ

     

    “ ไว้ค่อยไปลองกับอสูรระดับสิบห้าที่ข้างนอก จะได้รู้ระดับพลังที่แท้จริง “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    ชายหนุ่มกลืนโอสถรวมปราณเม็ดสุดท้ายของพี่สาวของเขาลงไปแล้วเริ่มทำการฝึกฝน

     

    รุ่งเช้าอีกวัน

     

    ชายหนุ่มออกจากเมืองออร์คเมื่อทำการแนะนำตัวกับกับเหล่าจอมยุทธแล้วเสร็จ

     

    เขาเดินลาดตระเวนรอบกำแพงใหญ่ที่ถูกตั้งเวรไว้ ชายหนุ่มกวาดตามองยังเหล่าอสูรระดับต่ำที่มองยังเขาแล้วแยกเขี้ยวใส่

     

    “ นั่น “ เขายิ้มออกเมื่อพบเจออสูรระดับห้า

     

    มันคือหมีหลังขาวที่เดินงุ่มง่ามอยู่ในแนวป่า กายาของมันใหญ่โตยิ่งทั้งยังเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง

     

    ชายหนุ่มทะยานร่างพุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็ว หมัดของเขาเงื้อออกแล้วเหวี่ยงออกไปสุดแรง

     

    “ เปรี้ยงง “ หมัดยักษ์พุ่งออกอย่างรวดเร็ว

     

    “ โฮกก “ หมีหลังขามร้องคำรามลั่นก่อนที่จะฟาดกรงเล็บเข้าใส่หมัดยักษ์ในทันใด

     

    “ ตูมม “

    คล้ายกับเรื่องปราบพิภพสยบสวรรค์ ที่คุณอ่าน

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.18M 1115
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    218K 196
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89