ยานอวกาศร่อนลงจอดยังลานจอดพร้อมกับฝุ่นที่ฟุ้งกระจายไปทั่วอาณา
“ วี้ด “ ประตูยานเปิดออก
ชายหนุ่มถึงกับคิ้วขมวดเมื่อพบเจอฝุ่นที่ปกคลุมทั่วบริเวณ “ ราวกับว่าไม่เคยมียานมาสักครั้ง “
“ ใช่ ไม่มีใครมาที่นี่นานแล้ว “ นักบินเอ่ย
“ ข้าส่งเจ้าแล้ว ได้เวลาต้องกลับ “ นักบินเอ่ย
“ ขอบคุณ “ ปราบเอ่ยแล้วเดินลงจากยาน
เขาเดินมุ่งไปยังหอควบคุมการบินในทันใด
“ ฟู่ “ พลันเกิดลมวายุหมุนวนเข้าหาชายหนุ่ม
เขายิ้มออกแล้ววาดตวัดดรรชนีไปที่ลมวายุ “ วู๊มม “
กระแสลมวายุของชายหนุ่มพุ่งเข้าชนลมวายุที่พัดเข้าหาแล้วลมวายุนั้นพลันสลายหายไปในทันใด
“ รับน้องรึ “ ชายหนุ่มเอ่ย
ชายหนุ่มวางหลังมือลงที่จอสแกนข้อมูล “ ติ้ด “ เสียงเครื่องทำงาน
“ ครืดด “ เสียงประตูเลื่อนเปิดออก
ปราบเดินเข้าไปแล้วประตูเลื่อนพลันปิดลงในทันใด
ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้าหา ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยรอยแผลของกรงเล็บอสูร
“ เอ็งคือปราบ “ ชายหนุ่มเอ่ยถาม
“ ใช่ “ ชายหนุ่มพยักหน้า
“ ยินดีต้อนรับสู่เมืองออร์ค “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ ไปกัน “ เขาเอ่ยแล้วเดินนำไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อมาถึงยังอีกฝั่งของหอบังคับการบิน ชายหนุ่มมองยังรถหุ้มเกราะรุ่นเก่าแต่เก๋าจอดรออยู่ รายรอบรถหุ้มเกราะนั้นเต็มไปด้วยปืนอัตโนมัติแลปืนเลเซอร์
“ สถานการณ์ของที่นี่คงลำบากน่าดู “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ ใช่ ลำบากมาก จะไปไหนมาไหนต้องระวังตัวทุกฝีเก้า “ พอลจอมยุทธชาวโลกเตสเอ่ย
“ อสูรของที่นี่มีระดับไหนบ้าง “ ปราบเอ่ยถาม
“ ต่ำสุดเห็นจะเป็นระดับหกสูงสุดระดับยี่สิบสี่ “ พอลเอ่ย
ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วเข้าไปในรถหุ้มเกราะ
“ ผมดูสภาพเมืองจากข้างบนแล้วมันไม่ได้มีเมืองใหญ่เหมือนที่อื่น ทำไมสหพันธ์ดาราถึงไม่ถอนตัวออกจากเมืองนี้ “ ปราบเอ่ยถาม
“ มันมีสิ่งที่พวกเขาต้องการอยู่ “ พอลเอ่ย
“ แปลกหากมีสิ่งที่ต้องการแล้วทำไมไม่ส่งหน่วยที่แข็งแกร่งมาแล้วเอาออกไปให้หมดสิ้นแล้วถอนตัวเสีย “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ หากเบื้องบนคิดแบบเอ็งก็ดี “ พอลเอ่ย
“ อืม “ ชายหนุ่มพยักหน้า
รถหุ้มเกราะวิ่งตามทางมาด้วยความเร็วสูง เพราะทุกวินาทีนั้นมีค่าเป็นอย่างยิ่ง พวกเขาจะไม่เสียเวลากับสิ่งที่กีดขวางรถหุ้มเกราะบุกตะลุยฝ่าสิ่งกีดขวางทั้งยังชนแหลก
ปราบยิ้มออกแล้วลุกไปยังจอภาพเขายื่นมือจับที่ด้ามปืน แล้วกด
“ พรืดด “ กระสุนมากมายพุ่งทะยานออกจากหกลำกล้องเพียงพริบตากระสุนก็พุ่งออกไปมาถึงห้าสิบนัด
พอลและคนในรถหุ้มเกราะต่างแปลกใจที่ชายหนุ่มใช้ปีนอัตโนมัติสังหารอสุรบินระดับสิบสองตกตายได้อย่างง่ายดายหลายตัว
พวกเขายิ่งงงยิ่งขึ้นอีกเมื่อชายหนุ่มวาดปากกระบอกปืนไปยังเสือชีต้าร์สีดำทะมึนแล้วระเบิดกระสุนใส่มัน
“ โฮกก “ ร่างใหญ่โตแต่ผอมเพรียวของมันล้มกลิ้งแล้วสิ้นใจตาย
ปราบยิ้มออกเมื่อเขาสังหารอสูรที่ติดตามรถหุ้มเกราะมาอย่างกระชั้นชิด ปืนอัตโนมัติหกลำกล้องนั้นทรงประสิทธิ์ภาพเป็นอย่างยิ่ง เพียงไม่นานอสูรราวยี่สิบตัวถูกเขาสังหารลง
พอลแลคนในรถต่างตื่นตะลึงกับสิ่งที่เหลือเชื่อ พวกเขาทั้งหมดยังไม่สามารถทำเช่นนี้ได้เลยแม้นพวกเขาจะเป็นจอมยุทธระดับสิบห้า พวกเขาก็ยังแพ้พ่ายให้กับอสูรระดับสิบสองในการต่อสู้กัน
“ ปราบเอ็งทำได้ยังไง “ พอลเอ่ยถาม
“ ก็เพียงแค่เพิ่มพลังปราณลงในปืน “ ปราบเอ่ย
“ ข้าลองบ้าง “ พอลเอ่ย
เขาส่งพลังปราณไปยังปืนแล้วกด “ พรืดด “ กระสุนสังหารพุ่งทะยานออกเป็นกลุ่มใหญ่
“ โฮกก “ หมาป่าหลังเงินถูกกระสุนผสานปราณทะลวงร่างพรุนตายอนาถ
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า “ พอลระเบิดเสียงหัวเราะลั่นแล้วไล่ยิงอสูรที่วิ่งไล่รถหุ้มเกราะอย่างเมามัน
หลายคนบนรถเข้าประจำที่แล้วทำการเพิ่มพลังปราณให้กับปืน
เสียงปืนดังสนั่นในรถ พวกเขาระเบิดกระสุนยิ่งอสูรอย่างบ้าคลั่งและเมามัน
“ พอก่อน กระสุนจะหมด “ หัวหน้าชุดร้องลั่น
“ กำลังมันส์ “ พอลเอ่ย
หัวหน้าชุดที่นั่งเงียบมาตลอดเส้นทางเอ่ยถาม “ ปราบเอ็งรู้รึไม่ว่าเอ็งถูกส่งมาที่นี่ด้วยเหตุผลใด “ ซามานขาวโลกทรีเอ่ยถาม
“ หัวหน้าซามาน ผมไม่รู้ “ ปราบเอ่ย
“ เอ็งไม่ได้รับมอบภารกิจมารึ “ ซามานเอ่ย
“ ไม่ “ ชายหนุ่มส่ายหน้า
“ ผมคิดว่าทางผู้เฒ่าหวงส่งผมมาที่นี่ก็คงเพราะเรื่องของผม “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ เรื่องของเอ็ง ไหนลองเล่าให้ฟังที “ ซามานเอ่ย
ชายหนุ่มเล่าเรื่องราวของเขากับสตีฟให้ทุกคนฟัง
“ ผู้เฒ่าหวงที่เอ็งว่าคงคิดไว้ดีแล้วจึงได้ส่งเอ็งมาที่นี่ “ ซามานเอ่ย
“ หากจะฝึกที่นี่นั้นเป็นสถานที่ฝึกฝนที่ยอดเยี่ยม แต่หากจะหลบก็ถือว่ายอดเยี่ยมเช่นกัน “ ซามานเอ่ย
“ อืม “ ชายหนุ่มพยักหน้า
“ เอาละเรื่องราวทุกอย่างนั้นไว้ค่อยคุยกันรุ่งเช้า “ ซามานเอ่ยแล้วลงจากรถ
ปราบลงจากรถหุ้มเกราะเป็นคนสุดท้าย เขากวาดตามองทั่วแล้วพยักหน้าช้าๆ
กำแพงสูงชั้นสามสิบเมตรที่ทำหน้าที่ขวางกั้นอสูรเข้ามาสังหารผู้คนยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างขันแข็ง
หอสังเกตการณ์สูงร่วมห้าสิบเมตรคอยตรวจตราสอดส่อง ความเป็นไปของเหล่าอสูรนอกกำแพง
เรดาร์ขนาดใหญ่หมุนวนไม่หยุดเพื่อตรวจจับความเคลื่อนไหวอาณาโดยรอบ
ป้อมปืนใหญ่ แลปืนเลเซอร์พร้อมประจัญทุกยาม
จรวดนำวิถีติดตั้งเรียงรายนับร้อยเพียงคอยสอยอสูรบิน
“ ป้องกันเต็มรูปแบบ “ ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ
เขาเดินตามเหล่าจอมยุทธไปยังที่พักเมื่อมาถึงเขาพลันยิ้มออก เพราะมันเป็นตู้คอนเทนเนอร์ของรถบรรทุกหัวลากที่นำมาดัดแปลงเป็นที่พัก
ชายหนุ่มเข้ามาในห้องแล้วพยักหน้าช้าๆ ในห้องถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายแลเน้นใช้งาน ทำให้เขาค่อนข้างพอใจเป็นอย่างมาก
ชายหนุ่มจัดการวางสิ่งของเข้าที่แล้วกระโดดขึ้นที่นอนเพื่อทำการฝึกฝนอย่างรวดเร็ว
ปราบมองยังดาราหยินหยางดวงที่แปดของเขาแล้วพยักหน้าช้าๆ เพราะมันใกล้จะเต็มแล้วเขาใกล้จะทะลวงขั้นพลังข้ามไปยังเขตแดนปราณพาราที่ถูกเรียกขานในอดีต
ปราบคิดวิเคราะห์ว่าระดับเลเวลน่าจะอ่อนกว่าของเขาอยู่มาก ขนาดอสูรระดับยี่สิบที่เขาพบเจอมันไม่ได้มีแรงกดดันมากมายเทียบเท่ากับสิ่งควรจะเป็น
“ หรือว่านับกันมั่วๆ “ ชายหนุ่มพึมพำ
“ ไว้ค่อยไปลองกับอสูรระดับสิบห้าที่ข้างนอก จะได้รู้ระดับพลังที่แท้จริง “ ชายหนุ่มเอ่ย
ชายหนุ่มกลืนโอสถรวมปราณเม็ดสุดท้ายของพี่สาวของเขาลงไปแล้วเริ่มทำการฝึกฝน
รุ่งเช้าอีกวัน
ชายหนุ่มออกจากเมืองออร์คเมื่อทำการแนะนำตัวกับกับเหล่าจอมยุทธแล้วเสร็จ
เขาเดินลาดตระเวนรอบกำแพงใหญ่ที่ถูกตั้งเวรไว้ ชายหนุ่มกวาดตามองยังเหล่าอสูรระดับต่ำที่มองยังเขาแล้วแยกเขี้ยวใส่
“ นั่น “ เขายิ้มออกเมื่อพบเจออสูรระดับห้า
มันคือหมีหลังขาวที่เดินงุ่มง่ามอยู่ในแนวป่า กายาของมันใหญ่โตยิ่งทั้งยังเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง
ชายหนุ่มทะยานร่างพุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็ว หมัดของเขาเงื้อออกแล้วเหวี่ยงออกไปสุดแรง
“ เปรี้ยงง “ หมัดยักษ์พุ่งออกอย่างรวดเร็ว
“ โฮกก “ หมีหลังขามร้องคำรามลั่นก่อนที่จะฟาดกรงเล็บเข้าใส่หมัดยักษ์ในทันใด
“ ตูมม “