ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต

    เล่มที่ 3 บทที่ 76 ร่างพิทักษ์ สุนัขสามหัวแห่งขุมนรก

            ในขณะที่ออสการ์คิดว่าลู่เซิ่งจะเหมือนกับผู้ใช้อาชีพคนอื่นๆที่ถูกเกียรติภูมิของเผ่ามังกรข่มขวัญจนต้องเปลี่ยนใจในวินาทีสำคัญ

            “ออสการ์ ฉันถามแกหน่อย แกเต็มใจจะมาเป็นสัตว์พาหนะของฉันไหม”

            จู่ๆลู่เซิ่งกลับถามขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความจริงจัง

            “ว่าไงนะ?”

            ออสการ์ได้ยินดังนั้นก็ตกใจโพล่งถามออกไปทันทีว่า “เจ้า...เจ้าจะไม่ทบทวนอีกหน่อยหรือ? บอกไว้ก่อนนะเมื่อทำพันธสัญญากับข้าแล้ว มันไม่มีทางหันหลังกลับได้อีก...”

            “ไปตายซะเถอะ ไอ้พวกเผ่ามังกร!”

            ลู่เซิ่งสบถด่าออกมาพลางแค่นยิ้มอย่างไม่แยแส“มังกรที่พวกเราลูกหลานเหยียนหวงศรัทธาคือเทพมังกรที่แท้จริงบนสรวงสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ไม่ใช่ไอ้พวกกิ้งก่าเหม็นๆที่มีปีกแบบนี้”

            “กิ้งก่า... กิ้งก่าเหม็นๆ?”

            พรืด!

            เมื่อได้ยินคำเปรียบเปรยที่พิลึกพิลั่นนี้ออสการ์รู้สึกเหมือนลมหายใจติดขัดจนเกือบจะสำลักความโกรธตาย

            เพราะประโยคนี้ของลู่เซิ่งมันเท่ากับด่ารวมตัวมันเข้าไปด้วยชัดๆ

            แต่ลู่เซิ่งไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของมันเลยแม้แต่น้อยเขาเสริมขึ้นอีกว่า “ในเมื่อพวกเผ่ามังกรแห่งหน้าผามังกรเวหากล้าตั้งตนเป็นศัตรูกับประเทศของฉัน งั้นต่อให้พวกมันไม่มาหาเรื่องฉันในอนาคตฉันก็ไม่มีวันปล่อยพวกมันไปแน่”

            หลังจากทิ้งท้ายไว้เช่นนั้นลู่เซิ่งก็เงยหน้าขึ้นอีกครั้งจ้องมองออสการ์ที่อยู่เบื้องหน้าพลางถามย้ำเสียงหนัก“ฉันจะถามแกเป็นครั้งสุดท้าย ออสการ์ แกเต็มใจจะทำ ‘พันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์’ กับฉันเพื่อเป็นสัตว์พาหนะของฉันหรือไม่?”

            “เต็มใจ! ข้าเต็มใจแน่นอนอยู่แล้ว!”

            มาถึงจุดนี้ออสการ์สลัดความกังวลสุดท้ายในใจทิ้งไปจนหมดสิ้น ก่อนจะรีบตะโกนเสียงดัง“ออสการ์ คารวะนายท่าน!”

            ทันทีที่สิ้นเสียงของมัน

            “อัศวินเป็นนาย มังกรปีศาจทมิฬเป็นบ่าว”

            “เหล่าทวยเทพจงเป็นพยาน พันธสัญญามีผลบังคับใช้”

            ฉับพลันนั้นเสียงอันลึกลับสุดหยั่งถึงก็ดังขึ้นในหัวของทั้งคนและมังกรพร้อมกัน

            วูบ...วูบ...

            ตามมาด้วยวงเวทดาวหกแฉกที่เปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์เจิดจ้าสองวงปรากฏขึ้นที่ใต้เท้าของพวกเขาทั้งคู่ แสงเทวะสาดประสานกันไปทั่วบริเวณ

            โชคดีที่วงเวทนี้มาไวไปไวเพียงพริบตาเดียวก็สลายหายไป

            ทว่าเมื่อพันธสัญญามีผลในตอนนี้เมื่อลู่เซิ่งมองไปยังออสการ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจกลับแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

            มันคือความรู้สึกของการควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จ

            คืออำนาจเด็ดขาดของเจ้านายที่มีต่อบ่าวรับใช้

            คืออำนาจชี้เป็นชี้ตายที่เหล่าทวยเทพประทานให้แก่เขา

            พูดได้เลยว่าตอนนี้เพียงแค่ลู่เซิ่งขยับความคิดเขาก็สามารถใช้พลังแห่งพันธสัญญาเพื่อลบเลือนออสการ์ให้หายไปได้ในพริบตา!

            ไม่เพียงเท่านั้นหลังจากความสำเร็จในการทำพันธสัญญาสกิล ‘พันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์’ในแถบสกิลของลู่เซิ่ง ก็เปลี่ยนเป็นสกิล ‘อัญเชิญ:มังกรปีศาจทมิฬ’ แทน

            ส่วนออสการ์ภายใต้ผลกระทบของพลังแห่งพันธสัญญาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ ร่างกายที่เคยยาวกว่ายี่สิบเมตรกลับหดเล็กลงเหลือเพียงสิบเมตรต้นๆ เท่านั้น

            ลู่เซิ่งมองไปยังออสการ์ที่อยู่ข้างกายอีกครั้ง

            คราวนี้เขาไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะตรวจสอบเลยแม้แต่น้อย

            แต่ค่าสถานะทั้งหมดของออสการ์กลับปรากฏแก่สายตาของเขาอย่างชัดเจนและครบถ้วน

             [เป้าหมาย: ออสการ์]

             [เผ่าพันธุ์: มังกรปีศาจทมิฬ]

             [ฉายา: มังกรต้องห้าม]

             [เลเวล: 100]

             [ค่าพลังชีวิต: 19,999]

             [ค่ามานา: 19,999]

             [พละกำลัง: 1,999]

             [สติปัญญา: 1,999]

             [ความคล่องแคล่ว: 1,999]

             [จิตวิญญาณ: 1,999]

             [ความทนทาน: 1,999]

             [ระดับดาวพลังรบ: 2,600 ดาว]

             [ทักษะที่ 1: ลมหายใจชั่วร้าย]

             [ทักษะที่ 2: โรคทรมาน: อาเจียนเป็นเลือด]

             [ทักษะที่ 3: โรคทรมาน: ลำไส้เน่าเฟะ]

             [ทักษะที่ 4: โรคมรณะ: เนื้อร้าย]

             [ทักษะที่ 5: โรคระบาดชั่วร้าย: กัดกินกระดูก]

             [ทักษะที่ 6: โรคระบาดติดต่อ: ฝีหนอง]

             [ทักษะที่ 7: โรคระบาดวิบัติ: ร่างระเบิด]

             [ทักษะที่ 8: คำสาปสังขาร: ร่วงโรย]

             [ทักษะที่ 9: คำสาปทางจิต: สับสน]

             [ทักษะที่ 10: คำสาปวิญญาณ: สิ้นหวัง]

            ...

            “โอ้! สิบสกิล แถมยังมีระดับดาวพลังรบตั้ง 2,600 ดาวเชียวเหรอ?”

            เมื่อเห็นแผงสถานะที่เรียกได้ว่าหรูหราของออสการ์ลู่เซิ่งตื่นเต้นจนเกือบจะตะโกนออกมาดังๆ เขาอดไม่ได้ที่จะรำพึงออกมาซ้ำๆ

            “นี่น่ะเหรอเผ่ามังกร? สมแล้วที่เป็นตัวตนบนจุดสูงสุดของพีระมิดแห่งชีวิตบนดาวสีน้ำเงินทั้งสกิล ค่าสถานะ และระดับดาวพลังรบพวกนี้ แทบจะเทียบชั้นกับ ‘ร่างจำลองของกาเบรียล’ หลังได้รับการเสริมพลังจากพรสวรรค์‘เสริมพลังหมื่นเท่า’ ได้เลยนะเนี่ย!”

            “ออสการ์ คารวะนายท่าน!”

            ในเวลาเดียวกันออสการ์ก็ก้มศีรษะอันสูงส่งของมันลงต่อหน้าลู่เซิ่งเป็นครั้งแรก

            “รีบลุกขึ้นเถอะ”

            เมื่อเห็นดังนั้นลู่เซิ่งก็รีบเข้าไปพยุงมันขึ้น พร้อมกับกล่าวว่า “พวกเราลูกหลานเหยียนหวงไม่มีพิธีรีตองเยอะขนาดนั้นหรอกแล้วก็นะ ต่อไปไม่ต้องเรียกนายท่านหรอก ฟังแล้วมันดูห่างเหิน เรียกชื่อฉันก็พอ”

            “รับทราบ นายท่าน”

            ออสการ์ได้ยินดังนั้นก็รีบพยักหน้าอย่างนอบน้อม

            ทว่าคำที่มันใช้เรียกกลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงมันยังคงเรียกเขาว่านายท่านเหมือนเดิม

            แน่นอนว่านี่เกี่ยวข้องกับความเผด็จการของ‘พันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์’ อย่างเลี่ยงไม่ได้

            เพราะในเวลานี้ไม่ใช่แค่ลู่เซิ่งที่รู้สึกว่ามีอำนาจชี้เป็นชี้ตายต่อออสการ์แม้แต่ออสการ์เองก็สัมผัสได้ว่าชีวิตของมันถูกกุมไว้ในมือของลู่เซิ่งแล้ว

            ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับลู่เซิ่งมันจึงไม่กล้าแสดงกิริยาที่ล่วงเกินเลยแม้แต่น้อย

            “เอ้อ...”

            เมื่อเห็นออสการ์ไม่ยอมเปลี่ยนคำเรียกลู่เซิ่งก็คร้านจะเกลี้ยกล่อมเขาได้แต่ลูบคางพลางเดินสำรวจรอบตัวมันด้วยความอยากรู้อยากเห็น แล้วพึมพำว่า“แต่ขนาดตัวของแกนี่... ทำไมจู่ๆ ถึงหดเล็กลงไปมากขนาดนี้ล่ะ?”

            “ขนาดร่างกายของเผ่ามังกรพวกเรานั้นสัมพันธ์กับเลเวล ยิ่งเลเวลสูงขนาดตัวก็ยิ่งใหญ่”

            ออสการ์อธิบายด้วยรอยยิ้มขื่นๆ“และภายใต้ผลของ ‘พันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์’เลเวลของข้าจะต้องเท่ากับนายท่าน ดังนั้นเลเวลจึงถูกบังคับให้ลดลงมา100 เลเวล และขนาดร่างกายก็เลยหดเล็กลงตามไปด้วย”

            “ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง”

            ลู่เซิ่งได้ยินดังนั้นก็พลันกระจ่างแจ้ง

            “แต่ต่อให้แกหดเล็กลงมาตั้งเยอะแล้ว แต่มันก็ยังดูสะดุดตาเกินไปหน่อยนะ”

            มองดูออสการ์ที่แม้จะหดเล็กลงไปเกือบครึ่งแต่ก็ยังตัวใหญ่ราวกับรถบรรทุก ลู่เซิ่งก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ

            นั่นเป็นเพราะลักษณะของออสการ์นั้นเด่นเกินไปลำพังความยาวสิบกว่าเมตรยังพอว่า แต่ดันมีถึงสามหัว

            แถมยังมีเกล็ดมังกรที่เรียงตัวถี่ถ้วนทั่วร่างและกรงเล็บแหลมคมที่ดูทรงพลังเทียบเท่ากับอุปกรณ์ระดับทองพวกนั้นอีก

            ถ้าพาติดตัวไปด้วยแบบนี้คงยากที่จะไม่ให้คนหันมามอง

            “เรื่องนี้ง่ายมากขอรับ”

            โชคดีที่ดูเหมือนออสการ์จะคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วมันจึงดีดนิ้วทันที

            วูบ...

            วินาทีต่อมาใต้สายตาที่เบิกค้างด้วยความตกตะลึงของลู่เซิ่งออสการ์ก็เริ่มหดเล็กลงอย่างรวดเร็วอีกครั้งเพียงไม่นานมันก็กลายร่างเป็นสุนัขล่าเนื้อที่ดุร้าย มีขนาดเท่ากับลูกวัวและยังมีสามหัวเหมือนเดิม

             [เป้าหมาย: สุนัขสามหัวแห่งขุมนรก]

             [เผ่าพันธุ์: สิ่งมีชีวิตสายความมืด]

             [เลเวล: 100]

             [ค่าพลังชีวิต: 4,955]

             [ค่ามานา: 3,271]

             [ความทนทาน: 1,999]

            สิ่งมีชีวิตแห่งความมืดหน้าตาดุร้ายตนนี้แผ่ซ่านกลิ่นกำมะถันที่ฉุนกึกออกมาจากทั่วร่าง!

            ...

            “หืม? หรือว่านี่คือ... ร่างพิทักษ์?”

            เมื่อเห็นร่างใหม่ของออสการ์แววตาของลู่เซิ่งก็เป็นประกายขึ้นมาทันที เหมือนกับว่าเขาเดาอะไรบางอย่างได้

             

             

    คล้ายกับเรื่องทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต ที่คุณอ่าน