บทที่ 10
ดวงจิตในเครื่องจักร และปาฏิหาริย์แห่งอาเธลอส
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมเนินเขาทางทิศตะวันตกอีกครั้ง ทว่ามันไม่ใช่ความเงียบที่เหน็บหนาวเหมือนวันแรกที่ลินลืมตาขึ้นในโลกใบนี้ แสงจันทร์นวลตาอาบไล้ผนังบ้านนาโนคาร์บอนที่บัดนี้ดูอ่อนโยนลงด้วยลวดลายอักขระมนตราที่ฝังตัวอย่างกลมกลืนไปกับวัสดุศาสตร์จากอนาคต
ลินนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานโปร่งแสง ปลายนิ้วเรียวยาววาดผ่านอากาศเพื่อจัดเรียงโมเลกุลของ "โดรนพี่เลี้ยง" ที่เธอกำลังออกแบบ มันไม่ใช่หุ่นยนต์ทรงเหลี่ยมทื่อๆ ที่ไร้ชีวิตจิตใจ แต่เธอเลือกรูปทรงหยดน้ำที่โค้งมน ผิวนอกเป็โลหะผสมพิเศษที่สะท้อนแสงเหลือบมุก เพื่อให้ดูเป็มิตรต่อสายตาคู่เล็กๆ ของไซรัส
“อาวุธน่ะสร้างง่าย... แต่สิ่งที่ให้ความอบอุ่นกลับสร้างยากที่สุด” ลินพึมพำขณะมองดูแบบร่าง 3 มิติที่หมุนวนอยู่ตรงหน้า
ปัญหาเดียวที่รบกวนใจเธอคือ "ระบบประมวลผล" ลินไม่้าเพียงแค่ AI ที่ทำงานตามคำสั่งชุดคำสั่ง If-Else ที่เ็า แต่เธอ้าบางสิ่งที่สามารถััถึงความ้าของทารกได้ด้วยสัญชาตญาณ สิ่งที่อัลดัสเรียกว่า "การสื่อสารผ่านดวงจิต"
รุ่งเช้า ลินบรรจุไซรัสลงในเป้อุ้มที่มีระบบปรับสมดุลมานาซึ่งเธอเพิ่งอัปเกรดเสร็จ เธอตั้งค่าระบบป้องกันบ้านให้อยู่ในโหมด "พรางตัวสมบูรณ์" ก่อนจะมุ่งหน้าสู่ใจกลางเมืองอาเธลอส เป้าหมายคือร้านของเก่ากัลวานเพื่อถามหา "ผลึกิญญาธาตุ" (Elemental Soul Core) ที่มีความบริสุทธิ์สูง
ทว่าเมื่อก้าวเข้าสู่เขตเมืองชั้นใน บรรยากาศที่เคยคึกคักกลับถูกแทนที่ด้วยความวังเวง กลิ่นอายของความตายคละคลุ้งอยู่ในอากาศที่นิ่งสนิท ลินเห็นชาวเมืองนั่งกุมท้อง พิงผนังตึกด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว ิัของพวกเขาเกิดรอยปื้นสีม่วงคล้ำที่ลามไปตามเส้นเื
“โรคระบาด...” ลินขมวดคิ้ว เธอเรียกหน้าจอวิเคราะห์สภาพแวดล้อมขึ้นมาโดยไม่ให้ใครสังเกตเห็น
[ตรวจพบเชื้อจุลินทรีย์สายพันธุ์โนอา (NOA-Virus) ที่กลายพันธุ์จากการได้รับมานาเกินขนาด]
[สถานะ: ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถขับออกได้ด้วยเวทมนตร์รักษาทั่วไป เนื่องจากเชื้อเกาะติดกับกระแสมานาในเซลล์]
ลินเดินมาหยุดหน้าสถานพยาบาลของโบสถ์ ที่นั่นเธอเห็นจอมเวทรักษาหลายคนกำลังร่ายมนตราสว่างจ้า ทว่าผู้ป่วยกลับกรีดร้องด้วยความเ็ปเมื่อแสงนั้นััร่างกาย
“หยุด! อย่าใช้เวทมนตร์ธาตุแสงใส่เขา!” เสียงของลินดังขึ้นท่ามกลางความวุ่นวาย
จอมเวทวัยกลางคนหันมามองเธอด้วยสายตาขุ่นเคือง “เ้าเป็ใคร? กล้าดียังไงมาสั่งผู้รักษาจากวิหาร!”
“ข้าไม่ใช่จอมเวท แต่ข้าเห็นในสิ่งที่พวกท่านมองไม่เห็น” ลินก้าวเข้าไปใกล้ผู้ป่วยที่กำลังชักเกร็ง “เชื้อโรคนี้กินพลังงานมานาเป็อาหาร ยิ่งท่านร่ายเวทใส่มัน มันยิ่งขยายตัวและทำลายอวัยวะภายในเร็วขึ้น”
เธอไม่มีเวลาอธิบายทางชีววิทยาศาสตร์ล้ำลึก ลินหยิบ "อุปกรณ์สกัดไอออนขนาดพกพา" ที่เธอประดิษฐ์ขึ้นมาซ่อมแซมอากาศในบ้านออกมา เธอปรับเปลี่ยนความถี่ของมันให้กลายเป็ "เครื่องฟอกมานาเฉพาะจุด"
แสงสีฟ้าอ่อนจางๆ แผ่ออกมาจากอุปกรณ์ในมือลิน เธอวางมันลงบนหน้าอกของผู้ป่วย เพียงครู่เดียว รอยปื้นสีม่วงที่เคยดูน่าสยดสยองก็ค่อยๆ จางลง ลมหายใจที่ติดขัดกลับมาสม่ำเสมออีกครั้ง
จอมเวทคนนั้นอ้าปากค้าง “นี่มัน... มนตราแขนงไหนกัน? ไม่มีการร่าย ไม่มีการใช้พลังธาตุ?”
“มันคือ ‘วิศวกรรมการถ่ายเท’ ” ลินเอ่ยสั้นๆ ก่อนจะส่งอุปกรณ์นั้นให้จอมเวท “ใช้สิ่งนี้ควบคู่กับการให้น้ำสะอาด โรคนี้จะสงบลงเอง แลกกับการที่ท่านต้องบอกข้า... ใครในเมืองนี้ผลึกิญญาธาตุที่บริสุทธิ์ที่สุด?”
ด้วยความช่วยเหลือจากจอมเวทที่ตื่นตะลึง ลินได้ผลึกสีฟ้าใสที่ดูราวกับหยดน้ำที่หยุดนิ่ง มันคือผลึกที่เกิดจากการรวมตัวของมานาธาตุน้ำที่สงบนิ่งที่สุด เหมาะสำหรับการเป็แว็กควั่มประมวลผลให้โดรนพี่เลี้ยง
เมื่อกลับถึงบ้าน ลินเริ่มกระบวนการ "ประสานข้ามมิติ" เธอวางผลึกลงในช่องรับพลังงานของโดรนรูปหยดน้ำ แขนกลนาโนเริ่มถักทอเส้นใยประสาทเทียมเชื่อมต่อเข้ากับแกนกลางของผลึก
“ไซรัส...” ลินเรียกเด็กน้อยที่นั่งเล่นอยู่บนพรมใกล้ๆ “มาหาแม่หน่อยลูก”
เธออุ้มไซรัสขึ้นมาและให้เขาวางมือเล็กลงบนผิวโลหะของโดรนที่ยังไม่ทำงาน “ช่วยให้ชีวิตเขาทีนะ... เพื่อที่จะได้มีคนคอยดูแลเ้าตอนที่แม่ไม่อยู่”
ทันใดนั้น แสงสีฟ้าหม่นจากผลึกก็สว่างวาบขึ้น มันดูดซับไออุ่นและความไร้เดียงสาจากััของเด็กน้อยเข้าไปเป็ฐานข้อมูลชุดแรก โดรนเริ่มลอยตัวขึ้นช้าๆ ผิวโลหะสีมุกขยับวาววับราวกับกำลังหายใจ
[ระบบเริ่มทำงาน: ตรวจพบข้อมูลเป้าหมายหลัก – ไซรัส]
[บุคลิกภาพ: อ่อนโยน / ระบบพยาบาล: พร้อมทำงาน 100%]
โดรนหยดน้ำลอยเข้าไปคลอเคลียข้างแก้มของไซรัส พร้อมส่งเสียงฮัมเบาๆ ในคลื่นความถี่ที่ทำให้เด็กรู้สึกปลอดภัย ไซรัสหัวเราะคิกคักและพยายามคว้าเ้าโดรนลอยได้นั้นมาเป็เพื่อนเล่นคนใหม่
“ข้าจะเรียกเ้าว่า ‘เพิร์ล’ (Pearl) ” ลินยิ้มออกมาจากหัวใจ ความตึงเครียดที่แบกรับมานานดูเหมือนจะเบาบางลงเมื่อเห็นภาพตรงหน้า
คืนนั้น ลินนั่งมอง "เพิร์ล" ที่กำลังแกว่งเปลให้ไซรัสอย่างนุ่มนวล ระบบเซ็นเซอร์ของเพิร์ลไม่เพียงแค่ตรวจจับอุณหภูมิ แต่ยังสามารถ "ปลอบโยน" ผ่านกระแสมานาที่เบาบางตามบทเรียนที่อัลดัสเคยสอน
ทว่า ในขณะที่ความสงบสุขกำลังดำเนินไป หน้าจอแจ้งเตือนจากระบบตรวจจับรอบนอกก็ส่งสัญญาณสีส้ม
[ตรวจพบการเคลื่อนไหวของกลุ่มคน – ห่างออกไป 5 กิโลเมตร]
[สัญลักษณ์: ตราสัญลักษณ์กองทัพจากอาเธลอส]
ลินมองไปที่แสงไฟจากเมืองที่ดูวุ่นวายกว่าปกติ เธอรู้ดีว่าการช่วยเหลือผู้ป่วยที่สถานพยาบาลวันนี้ได้ทิ้ง "ร่องรอย" ที่ใหญ่เกินไปเสียแล้ว
“ในโลกนี้ ความใจดีคือดาบสองคมจริงๆ” ลินหยิบเครื่องมือขึ้นมาเตรียมพร้อม แววตาของเธอกลับมาเย็นเยียบอีกครั้ง “แต่ถ้าใครคิดจะมาพรากความสงบของบ้านหลังนี้ไป... พวกเขาจะได้รู้ว่าวิศวกรจากโลกอนาคตสามารถเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นรกได้ในพริบตาเดียว”
เธอมองไซรัสที่หลับสนิทโดยมีเพิร์ลคอยดูแลอยู่ข้างๆ ก่อนจะเริ่มเดินเครื่องระบบป้องกันภัยแบบไฮบริดที่เพิ่งออกแบบเสร็จ
เฟืองตัวที่สี่... คือการเลือกข้าง และลินได้เลือกแล้วว่าโลกนี้จะรู้จักเธอในฐานะอะไร
……………
"บทที่ 10 นี้เป็การเปิดตัว 'เพิร์ล' สมาชิกใหม่ของครอบครัวที่ดูนุ่มนิ่มแต่แฝงไปด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงนะคะ! การที่ลินยอมก้าวออกจากเซฟโซนเพื่อไปช่วยชาวเมืองอาเธลอส แสดงให้เห็นถึงหัวใจที่เป็มนุษย์ของเธอ แต่ก็นั่นแหละค่ะ... ชื่อเสียงมักมาพร้อมกับปัญหาเสมอ
ในบทหน้า กองทัพจากอาเธลอสกำลังมุ่งหน้ามาหาลินแล้ว! พวกเขาจะมาเพื่อขอบคุณหรือมาเพื่อแย่งชิงเทคโนโลยีกันแน่? และ 'เพิร์ล' จะมีบทบาทอย่างไรในการปกป้องไซรัส?
ร่วมติดตามความเข้มข้นของการปะทะกันระหว่างวิทยาศาสตร์และอำนาจดิบได้ในบทหน้านะคะ! ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็กำลังใจให้คุณแม่ลินกับน้องไซรัสด้วยน้าาา!"