[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว

    93 ย้าย

    “นั่นเขาจะไปไหน ? ”


    ทหารผู้ที่กำลังเปลี่ยนเวรยามกลางดึกมองไปยังแอชเชอร์ด้วยความสงสัย หลังจากเขาสะพายกระเป๋าใบใหญ่ไว้บนหลังเตรียมจะออกจากค่ายแห่งนี้ 


    “ไม่รู้สิ ท่าทางของเขานิ่งมาก แต่การสะพายกระเป๋าดูเหมือนว่าเขาจะถูกสั่งย้ายนะ”


    “ย้าย แล้วเขาจะย้ายไปที่ไหน”


    ติ๊ง~!


    อุปกรณ์สื่อสารของทหารดังขึ้นพร้อมกันต่อให้จะหลับหรือตื่นเครื่องมือสื่อสารของล้วนดังเพื่อรีเซ็ตระบบในตอนเที่ยงคืน ทันใดนั้นหลายคนต่างตกใจตื่นโดยเฉพาะทหารที่ต้องออกไปจัดการมอนสเตอร์ เมื่อรู้ว่ากองทัพที่ 7 ถอนตัวออกจากค่ายทหารแห่งนี้  เพื่อกลับไปจัดการกับมอนสเตอร์ที่กำลังบุกเขตในการดูแล การที่ระดับ S อย่างแอชเชอร์ยืนรอรถเป็นเวลานานบอกพวกเขาได้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนมาก


    “แล้วใครจะเข้ามาแทนล่ะ”


    “กองทัพที่ 9”


    ทหารในเขต F47 อ่านรายชื่อของกองทัพที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทน เดิมทีที่นี่อยู่ในความดูแลของกองทัพที่ 8 แต่กองทัพกลับได้รับหน้าที่อื่นที่สำคัญไม่ต่างกันให้ไปดูแล จึงให้กองทัพที่ 7 เข้ามาจัดการ ตอนนี้กองทัพที่ 7 มีเรื่องมอนสเตอร์บุกรุกเกิดขึ้นพวกเขาจึงถอนตัวแล้วให้กองทัพที่ 9 เข้ามาดูแล


    แอชเชอร์ที่มองดูใบหน้าของทหารเขากลับรู้สึกแย่เพราะทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นระหว่าง 3 กองทัพ เหล่าทหารไม่รับรู้อะไรเลย พวกเขาล้วนแล้วคิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญจนทำให้ 3 กองทัพต้องโยกย้ายงาน สำหรับเขาทุกๆอย่างมันเป็นแผนการทั้งหมด  แอชเชอร์รู้สึกไม่พอใจมากจากการลองวิเคราะห์หลายๆอย่างตลอดที่ยืน


    ดูเหมือนว่ากองทัพที่ 8 จะถูกดึงตัวออกไปจากอำนาจของใครบางคนที่ต้องการนำกองทัพที่ 7 เข้ามาดูแลแทน เพื่อจัดการเขต F47 เดิมทีหากแผนเป็นไปได้ด้วยดีกองทัพที่ 7 จะต้องล้มเหลวจนก่อให้เกิดความเสียหาย นอกจากจะเล่นงานกองทัพที่ 7 ให้ออกมารับผิดชอบได้แล้ว ยังเป็นการจัดการกองทัพที่ 8 ได้ภายในตัวเพราะพื้นที่แห่งนี้อยู่ในการดูแลของกองทัพที่ 8 ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะกระทบกองทัพที่ 8 โดยตรงจนต้องรับมือสองด้านทั้งจากเขตที่กำลังมีมอนสเตอร์บุกรุกและเขต F47 สุดท้ายกองทัพที่ 8 ก็จะเป็นอีกกองทัพที่เสียหายหนักจนสามารถสร้างเรื่องมาเล่นงานได้


    แต่จากการค้นพบของแอชเชอร์ในการเป็นทีมสำรวจและทีมขุดเจาะ ทำให้กลุ่มคนที่ต้องการทำลายกองทัพทั้ง 2 มองเห็นผลประโยชน์ที่มากกว่าการทำลายกองทัพทั้ง 2 จึงกระโดดเข้ามาแย่งผลงาน โดยวิธีการก็ง่ายมาก นั่นคือการทำให้กองทัพที่ 7 ถอนตัวกลับไปเองด้วยการนำมอนสเตอร์บุกรุกสักเขตที่อยู่ในการดูแลของกองทัพที่ 7


    จากวิธีทั้งหมดที่เกิดขึ้น แอชเชอร์เริ่มสงสัยแล้วว่าผู้บัญชาการกองทัพที่ 9  ที่เข้ามาจะเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับเหล่าคนที่ใช้สัญลักษณ์ขนนกสีแดงหรือไม่


    บรืน~


    รถหุ้มเกราะจำนวน 2 คันวิ่งเข้ามาในค่ายทหารเขต F47 ในช่วงกลางดึก แอชเชอร์ที่มองเห็นตัวเลขด้านข้างรถบ่งบอกว่ามันมาจากค่ายฝึกที่ 7 เขาจึงรอให้มันหยุดทันที ระหว่างนี้เองด้านฝั่งวิศวกรก็ได้มีการเคลื่อนไหวบางอย่าง แอชเชอร์จึงหันมองก่อนจะพบว่าตำแหน่งที่มีคนเคลื่อนไหวคือน็อตกำลังขนข้าวของออกมากองไว้ด้านหน้าตึก เหมือนกับว่าจะเดินทางไปพร้อมกับแอชเชอร์


    “ร้อยตรีแอชเชอร์ครับ ผู้บัญชาการส่งพวกเรามารับคุณไปยังค่ายทหารเขต G68”


    “ครับ มีใครจะกลับไปกับผมบ้างครับ”


    “มีคุณและวิศวกรเพียง 2 คนเท่านั้นครับที่จะเดินทางกลับออกไปในคืนนี้ ส่วนพรุ่งนี้คนของกองทัพที่ 7 จะเดินทางตามไป”


    รถหุ้มเกราะคันที่แอชเชอร์นั่งวิ่งไปยังจุดที่น็อตกำลังยืน ก่อนที่ทหารจะเริ่มลงจากรถขนย้ายข้าวของขึ้นไปยังรถหุ้มเกราะคันที่อยู่ด้านหลัง อย่างไรก็ตามแอชเชอร์ได้บอกทหารให้นำชุดเกราะมาร์คเอทออกมาจากกล่องแล้วนำมาวางในรถคันที่พวกเขานั่งเพื่อยืนยันว่าการเดินทางในครั้งนี้พวกเขาจะปลอดภัย

    “ร้อยตรี สวัสดีครับ”


    “สวัสดีครับคุณน็อต ไม่คิดเลยว่าจะถูกย้ายพร้อมกัน”


    “ฮ่าๆ ผมเป็นวิศวกรของหน่วยพิเศษสเปเชียลโฮล เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องย้ายตามชุดเกราะที่ผมดูแล”


    “หืม” แอชเชอร์หันมองน็อตเล็กน้อย เดิมทีเขานึกว่าน็อตจะเป็นเพียงแค่วิศกรที่ผู้บัญชาการส่งมาช่วยเขาเพื่ออำนวยความสะดวกในด้านซ่อมบำรุงและปรับแต่งชุดเกราะเท่านั้น กลับกลายเป็นว่าน็อตเป็นวิศวกรของหน่วยสเปเชียลโฮลเขาจึงรู้สึกอึ้งเล็กน้อย


    หลังจากที่ทุกๆอย่างขนขึ้นไปบนรถหุ้มเกราะทั้งสองคัน ทหารภายในค่าย F47 ที่ออกมาเฝ้าเวรต่างมองจ้องแอชเชอร์ที่เดินทางจากไปด้วยความรวดเร็วจากคำสั่งเรียกตัวกลับไปดูแลเขตที่กองทัพที่ 7 ดูแล


    ระหว่างนั่งรถออกไปแอชเชอร์มองเห็นเจคอปแอบมองเขาจากชั้น 2 ของหอพัก เขาจึงมองจ้องมันพลางฉีกยิ้มส่งไปให้ มันเป็นยิ้มธรรมดาๆที่ใครเห็นต่างก็เฉยกับมันนึกว่าแอชเชอร์ส่งยิ้มให้เจคอปที่จะรับช่วงต่อ แต่สำหรับแอชเชอร์ยิ้มนี้เป็นยิ้มที่ทิ้งเอาไว้เยาะเย้ยเจคอปเพราะรู้ว่าต่อจากนี้งานใหญ่จะถาโถมเข้าสู่ตัวของมันและกองทัพที่ 9 ที่คิดว่าเขต F47 ง่ายต่อการจัดการหลังจากเขาเป็นคนเปิดทางให้กองทัพมองเห็นหลายๆอย่าง 


    จังหวะนี้เองรถทหารของกองทัพที่ 9 ก็วิ่งสวนเข้ามาในค่ายเขต F47 อย่างกับจะไปทำสงครามเต็มรูปแบบ แอชเชอร์จึงหันมองทาง หลังจากเขาพอจะรู้แผนการต่อไปที่กองทัพที่ 9 กำลังจะทำ การนำทหารเข้ามามากมายขนาดนี้ ทีมสำรวจคงไม่จำเป็น ต่อไปนี้คงจะเป็นการกวาดล้างแมงมุมไปทีละรังแน่นอน


    “คุณน็อต คุณรู้ไหมว่าตัวเองจะต้องย้าย”


    “ผมพอจะคาดการณ์ได้บ้าง หลายๆอย่างที่ผู้บัญชาสั่งผมและให้คุณแอชเชอร์ทำ หากนำมาวิเคราะห์ผลลัพธ์ที่ผมได้ก็เหมือนในวันนี้เลย”


    แอชเชอร์อึ้งเล็กน้อย เขาไม่นึกว่าน็อตจะมีความน่ากลัวในเรื่องข้อมูลมากขนาดนี้ ถึงขั้นวิเคราะห์ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่างไรก็ตามเขายังคงรู้สึกทึ่งให้กับผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 เช่นเดียวกันที่สามารถมองหาเส้นทางรับมือกับแผนของคนที่ต้องการเข้าเสียบเขต F47 ได้แบบนี้ 


    หากเป็นเขาคงวิ่งวุ่นแน่นอนเพราะมีหลายอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน ผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 กลับสามารถรับมือกับเขตที่ถูกโจมตี ไปพร้อมๆกับดึงตัวเองและดึงตัวของเขาออกจากเขต F47 โดยไม่ต้องรับผิดชอบใดๆเลย หนำซ้ำยังทำผลงานเอาไว้ดีก่อนจะจากไปอีกด้วย


    “แล้วเอาข้อมูลจากไหนมาวิเคราะห์เหรอ” แอชเชอร์อยากรู้ว่าน็อตใช้เทคนิคอะไรในการหาข้อมูล


    “ไม่มีอะไรยากเลยครับร้อยตรี แค่ผู้บัญชาการไม่ยอมให้ผมเป็นคนดูแลระบบสื่อสารที่นี่ก็ยืนยันได้แล้วว่าเขามีแผนตั้งแต่ที่เข้ามารับช่วงต่อจากกองทัพที่ 8”


    “ยังไง”


    “เดิมทีผมเป็นวิศวกรชุดเกราะที่มีความสามารถนิดหน่อยในการวางระบบสื่อสารของกองทัพ หน้าที่ของผมนอกจากจะต้องซ่อมบำรุงชุดเกราะให้กับหน่วยพิเศษสเปเชียลโฮลแล้ว ผมต้องวางระบบป้องกันการสื่อสารในเขตที่เดินทางไปดูแลด้วย ทุกๆอย่างจะถูกเข้ารหัสหลายชั้นป้องกันการแฮกระบบเพื่อไม่ให้ข้อมูลสำคัญถูกดึงออกไป”


    “หมายความว่าตลอดเวลาที่ผ่านมามีคนแฮกเข้ามาในระบบค่ายทหารเขต F47”


    “ใช่ครับ มีคนมากมายแฮกเข้ามาในระบบเพื่อดึงข้อมูลออกไป นับว่าเชี่ยวชาญมากเลยล่ะ แต่ผู้บัญชาการกลับเลือกให้ผมอยู่เฉย จึงทำให้ผมมั่นใจว่าจะต้องมีเหตุการณ์ตลบหลังสักอย่างเกิดขึ้น การปล่อยให้ข้อมูลถูกนำออกไปน่าจะหลอกให้ใครหลายๆคนอยากจะเข้ามาแทน”


    แอชเชอร์เท้าคางพลางรู้สึกกลัวเล็กน้อย ไม่คาดฝันว่าผู้บัญชาการแต่ละคนจะมีความเชี่ยวชาญในการล่อลวงและวางแผนการได้ดีแบบนี้ ภารกิจทั้งหมดที่เขาทำล้วนแล้วถูกนำมาใช้เป็นเหยื่อล่อ ไม่แปลกเลยที่ผู้บัญชาการมักโทรมาหาเขาส่วนตัวแล้วถามกับเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่ารังที่อยู่ด้านใต้น่ากลัวแค่ไหน 


    ดูเหมือนว่าข้อมูลที่เขาตอบออกไปจะถูกนำไปใช้วิเคราะห์จนเกิดเป็นแผนล่อให้พวกโลภมากเข้ามาหาผลประโยชน์แต่สุดท้ายก็ล้มไม่เป็นท่าแทนเพราะความน่ากลัวของเขต F47 กำลังจะเริ่มต้นขึ้น


    “ตอนนี้ร้อยตรีสบายใจได้ครับ ผมส่งข้อมูลทุกๆอย่างให้กับทางค่ายทหารเขต F47 แล้วทั้งคำเตือน ทั้งคำแนะนำ ต่อไปนี้หากเกิดอะไรขึ้นกองทัพที่ 7 ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ จะไม่มีใครกล่าวอ้างได้ว่าเราปกปิดข้อมูลทำให้ภารกิจของกองทัพที่ 9 ล้มเหลว”


     —------------------------------


    “ผู้บัญชาการครับ ทหารของเรามาถึงแล้ว พวกเขาจะเข้าแทนที่ทหารทั้งหมดของกองทัพที่ 7”


    “ดี ดีมาก”  เจคอปรายงานกับผู้บัญชาการกองทัพที่ 9 หลังจากเขาได้รับหน้าที่ให้ดูแลทุกๆอย่างภายในค่ายทหารแห่งนี้ต่อจากผู้พันเจมส์ที่ถูกส่งไปประจำการที่อื่น ต่อจากนี้ไปทุกๆอย่างจะเป็นหน้าที่ของกองทัพที่ 9 


    —-----------------------------


    “ผู้บัญชาการครับ หน่วยที่ถูกส่งไปรับระดับ S เดินทางออกจากค่ายทหารเขต F47 แล้วครับ”


    “จับตาดูต่อไป เผื่อจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นระหว่างเดินทาง” 


    ผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 สั่งให้คนภายในห้องควบคุมจับตามองการเดินทางของแอชเชอร์เป็นพิเศษ หลังจากเขารู้ว่าภายในค่ายทหารเขต F47 มีกลุ่มคนถูกส่งเข้ามาจับตามองแอชเชอร์เพียงแค่เขาคนเดียว โดยไม่รู้ว่าเป็นคนกลุ่มเดียวกันกับนักเรียนที่ใช้มานาบูสทั้ง 5 คนในการทดสอบหรือเปล่า  การเดินทางออกจากเขต F47 เป็นจังหวะที่ดีในการลงมือจึงจำเป็นต้องจับตามองเป็นพิเศษ


    —-----------------------

    “น็อต คุณมีแผนที่เส้นทางที่เรากำลังผ่านไปไหม”


    “มีครับ” น็อตดึงแผนที่ออกมาวางกลางอากาศแสดงให้แอชเชอร์เห็น เขาอยากรู้ว่าจะต้องเดินทางผ่านเขตไหนบ้างเพื่อไปให้ถึงเขต G68 ระหว่างที่แอชเชอร์มองเส้นทางการเดินรถของพวกเขา บนใบหน้าก็เริ่มปรากฎรอยย่นในทันที


    “คุณน็อต หากเป็นคุณถ้าอยากจะจัดการระดับ S สักคน คุณคิดว่าบนเส้นทางนี้ตำแหน่งไหนเหมาะสมที่สุด”


    “จะเอาแบบไหนครับ ฆ่าโดยไม่ให้ใครรู้หรือว่าจะฆ่าโดยให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด”


    แอชเชอร์เท้าคางพลางมองเขตต่างๆ หากต้องการฆ่าโดยไม่มีใครรู้สามารถโจมตีในช่วงลอดผ่านอุโมงได้ แต่เขาอยากรู้มากกว่าว่าถ้าหากลงมือในอุโมงไม่สำเร็จจนเป้าหมายหนีไป ตำแหน่งไหนที่คิดว่าส่งผลกระทบน้อยที่สุด จนกองทัพไม่เร่งรีบเข้าช่วยเหลือ


    “เอาแบบฆ่าคนไม่เกี่ยวข้องให้น้อยที่สุด”


    น็อตเริ่มมองแผนที่จากนั้นนำข้อมูลประชากรของเขตแต่ละเขตที่กำลังผ่านทางขึ้นมามองจ้องดู ก่อนจะชี้นิ้วไปยังจุดๆหนึ่งที่น่าลงมือที่สุด


    “หากเป็นผมจะลงมือบริเวณนี้ เนื่องจากพลเรือนน้อยที่สุด แล้วยังเป็นเขตเพาะปลูก ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่น่าจะมากเท่าเขตอื่นๆ”


    “ถ้าอย่างนั้นเตรียมตัวเอาไว้เลย เราอาจจะถูกโจมตี”


    ทหารที่นั่งรถมากับแอชเชอร์กลืนน้ำลายหลังจากได้ยินคำพูดของแอชเชอร์พร้อมกับเห็นเขาสวมใส่ชุดเกราะมาร์คเอทเตรียมเอาไว้





    คล้ายกับเรื่อง[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว ที่คุณอ่าน