ลิขิตฟ้าปราบมาร

    บทที่ 49 : ผู้ถือแผนที่และผู้ถือกุญแจ

            พื้นหินด้านหลังระเบิดออก ลำแสงหลายสิบสายพุ่งตัดผ่านตำแหน่งที่ทั้งสองยืนอยู่เมื่อครู่ เฉียดชายเสื้อของเหวินซานไปเพียงเล็กน้อย

            ร่างของทั้งสองพุ่งข้ามเส้นอักขระสุดท้าย

            ตุบ!

            ก่อนกลิ้งลงบนพื้นหินอีกด้านพร้อมกัน

            ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ หญิงสาวผมสีฟ้ายังอยู่ในอ้อมแขนของเหวินซาน

            นางกะพริบตาสองครั้ง ก่อนหันกลับไปมองด้านหลัง ค่ายกลที่เพิ่งระเบิดยังคงส่องแสงวูบวาบอยู่ หากเมื่อครู่นางก้าวลงไปจริง ๆ ต่อให้ไม่ตาย ก็คงบาดเจ็บสาหัส

            เหวินซานปล่อยมือแล้วลุกขึ้น เด็กหนุ่มปัดฝุ่นออกจากเสื้อ หญิงสาวผมสีฟ้าหันกลับไปมองค่ายกลด้านหลังที่ยังมีแสงวูบวาบอยู่เป็นระยะ ก่อนสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ ลุกขึ้น ปัดฝุ่นบนชุด ก่อนหันกลับมาหาเขา "เมื่อครู่... ขอบคุณเจ้า"

            เหวินซานเหลือบมองนางเล็กน้อย " หากเจ้าเป็นอะไรไป ข้าก็คงผ่านค่ายกลกลับไปได้ยาก"

            หญิงสาวชะงัก ก่อนหัวเราะเบา ๆ "เจ้ารับคำขอบคุณของผู้อื่นดี ๆ ไม่เป็นหรืออย่างไร?"เมื่อเห็นเขาไม่ตอบ นางก็ส่ายหน้าอย่างจนใจ ก่อนประสานมืออย่างเป็นทางการกว่าครั้งก่อน

            "ร่วมทางกันมาตั้งนาน ข้ายังไม่ได้บอกชื่อเจ้าเลย" นางเว้นไปเล็กน้อย "ข้าชื่อหลานชิงเยว่"

            "แม่นางหลาน" เหวินซานประสานมือตอบ ก่อนละสายตาจากนางและหันกลับไปมองเส้นทางเบื้องหน้า

            เมื่อไม่มีค่ายกลบดบังทัศนวิสัยอีก ภาพที่ซ่อนอยู่ด้านหลังก็ค่อย ๆ ปรากฏชัดขึ้น

            เบื้องหน้าของทั้งสองเป็น ลานหินกว้างแห่งหนึ่ง พื้นปูด้วยแผ่นศิลาสีเทาที่ผ่านกาลเวลามานานจนเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว

            ใจกลางลาน มีแท่นศิลาสูงประมาณหนึ่งจั้ง และบนแท่นนั้น ตั้งหีบสมบัติโบราณเรียงกันอยู่ห้าใบ แต่ละใบมีสีและลวดลายแตกต่างกัน หีบไม้ดำ หีบสำริด หีบหยกขาว หีบเหล็กดำ และหีบไม้แดง ทุกใบถูกปกคลุมด้วยอักขระโบราณเรืองแสงจาง ๆ

            หลานชิงเยว่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก "ในที่สุดก็ผ่านมาได้" นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนหันมาหาเหวินซาน "เอาอย่างนี้ หีบมีห้าใบ เจ้าช่วยข้า เจ้าเลือกก่อนสองใบ อีกสามใบเป็นของข้า"

            เหวินซานไม่ได้ปฏิเสธ เพราะหากไม่มีหญิงสาวผู้นี้ เขาเองก็ผ่านค่ายกลมาไม่ได้ "ตกลง"

            หญิงสาวยิ้มกว้าง "เจ้าเลือกก่อนเลย" เหวินซานเดินวนรอบแท่นศิลา สัมผัสวิญญาณแผ่สัมผัสออกไป แต่กลับพบว่าหีบทั้งห้า ถูกผนึกด้วยพลังชนิดเดียวกัน ไม่สามารถรับรู้สิ่งของภายในได้

            สุดท้าย เด็กหนุ่มจึงเลือกหีบไม้ดำและหีบเหล็กดำ ทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนพยักหน้าเบา ๆ

            เมื่อมือของเด็กหนุ่มกำลังจะสัมผัสฝาหีบ หลานชิงเยว่พลันเอ่ยขึ้น "เดี๋ยวก่อน"

    เหวินซานพลันหยุดมือ

            หลานชิงเยว่ย่อตัวลง ประกายสีฟ้าปรากฏขึ้นในดวงตาอีกครั้ง ก่อนนางจะเพ่งมองหีบทั้งสองอย่างละเอียด ไม่นานนัก อักขระเล็กที่ซ่อนอยู่ตามขอบหีบก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในสายตาของนาง "มีผนึก"

            นางใช้นิ้วไล่ไปตามขอบหีบไม้ดำ ก่อนขมวดคิ้ว "หากฝืนเปิดโดยตรง ของข้างในอาจถูกทำลายพร้อมกับหีบ"

            เหวินซานแผ่สัมผัสวิญญาณออกไปทันที คราวนี้เขาก็สัมผัสได้ถึงกระแสพลังบางเบาที่ไหลวนอยู่ภายในลวดลายเหล่านั้น

            "ตรงมุมซ้าย พลังอ่อนที่สุด" หลานชิงเยว่เหลือบมอง ก่อนยิ้มบาง ๆ

            "เห็นแล้ว"

            นางวางสองนิ้วลงบนอักขระจุดหนึ่ง แล้วค่อย ๆ ส่งพลังวิญญาณเข้าไป

            วูม…

            อักขระบนหีบสว่างขึ้นทีละเส้น "ตอนนี้" เหวินซานเอ่ยทันทีที่สัมผัสได้ว่ากระแสพลังหยุดชะงัก

            หลานชิงเยว่เปลี่ยนตำแหน่งนิ้วอย่างรวดเร็ว

            แกร๊ก!

            เสียงบางอย่างคลายออกจากภายในหีบ

            แสงของอักขระค่อย ๆ มอดดับ "เรียบร้อย" ทั้งสองจึงมองหน้ากัน ก่อนพยักหน้าแล้วเปิดหีบ

            แกร๊ก…

            ฝาหีบไม้ดำค่อย ๆ เปิดออก ภายในมีม้วนหนังสัตว์สีเหลืองเก่าแก่เพียงม้วนเดียว เหวินซานหยิบขึ้นมาอย่างระมัดระวัง เมื่อคลี่ออก กลับพบว่าเป็น แผนที่บางส่วนของแดนลับ บนแผนที่มีเครื่องหมายสีแดงอยู่เพียงแห่งเดียว และด้านล่างเขียนอักษรโบราณไว้สั้น ๆ

            “สุสานราชันโอสถ”

            ดวงตาของเหวินซานพลันเป็นประกาย

            เพียงคำว่า ราชันโอสถ ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้หัวใจของนักหลอมโอสถทุกคนสั่นสะท้าน แต่เมื่อเขาตรวจดูแผนที่อย่างละเอียด กลับพบสิ่งหนึ่งที่น่าสงสัย

            เส้นทางบนแผนที่สิ้นสุดลงตรงหน้าสัญลักษณ์ประตูหิน และเหนือประตูนั้น มีร่องเว้าประหลาด สามแห่ง

            เหวินซานใช้นิ้วลูบรอยหมึกตรงนั้นเบา ๆ บนแผนที่ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติมแม้แต่ตัวเดียว

            จากนั้นเขาจึงหันความสนใจไปยังหีบเหล็กดำใบที่สอง เขาใช้วิธีเดียวกับก่อนหน้า ร่วมกับหลานชิงเยว่ตรวจสอบการไหลเวียนของพลัง ก่อนค่อย ๆ ปลดผนึกบนตัวหีบ

            แกร๊ก…

            ภายในมีขวดหยกสีครามใบเล็กวางอยู่ เมื่อเปิดฝา กลิ่นโอสถอันเข้มข้นพลันโชยออกมา เหวินซานเพียงดมครั้งเดียว ก็เบิกตากว้าง "โอสถชำระชีพจร..."

            แม้เวลาจะผ่านมานาน แต่ด้วยการผนึกของหีบ ฤทธิ์ยากลับยังคงอยู่เกือบสมบูรณ์ โอสถชนิดนี้สามารถชำระสิ่งอุดตันในเส้นวิญญาณ และช่วยวางรากฐานให้มั่นคงยิ่งขึ้น แม้จะไม่ช่วยเลื่อนขั้น แต่สำหรับผู้ฝึกตนแล้ว กลับมีค่ามหาศาลยิ่งกว่าโอสถเพิ่มพลังเสียอีก

            ขณะเดียวกัน หญิงสาวก็เปิดหีบของตนทีละใบ หีบสำริด ภายในเป็นกระจกทองแดง เมื่อเติมพลังวิญญาณลงไป สามารถสะท้อนภาพลวงตาและเปิดเผยค่ายกลอำพรางได้ในระยะสั้น

            หลานชิงเยว่ยิ้มอย่างพอใจ "ของดี!"

            ภายในหีบหยกขาว มีผลไม้สีฟ้าใสสองผล กลิ่นหอมสดชื่นลอยออกมา

            "ผลเมฆาครามพันปี" นางร้องอย่างดีใจ ผลไม้วิญญาณระดับสูงที่ช่วยฟื้นฟูพลังวิญญาณได้อย่างรวดเร็ว แม้ใช้ในการต่อสู้ก็มีมูลค่าสูงลิ่ว

            สุดท้าย นางเปิดหีบไม้แดง ทั้งสองคนต่างชะงักพร้อมกัน

            ภายใน ว่างเปล่า มีเพียงเศษกระดาษเก่า ๆ แผ่นหนึ่ง หญิงสาวหยิบขึ้นมาดู ก่อนทำหน้ามุ่ย "หีบเปล่า?" แต่เมื่อพลิกกระดาษอีกด้าน ตัวอักษรโบราณกลับค่อย ๆ ปรากฏขึ้น

            "ผู้ใดถือแผนที่ จงระวังผู้ถือกุญแจ" ทั้งเหวินซานและหญิงสาวต่างสบตากันทันที ภายในลานหินที่เงียบสงบ บรรยากาศพลันหนักอึ้งขึ้นอย่างประหลาด

            เหวินซากำแผนที่ในมือแน่น สายตาจับจ้องข้อความบนเศษกระดาษซ้ำแล้วซ้ำเล่า "ผู้ใดได้แผนที่ จงระวังผู้ถือกุญแจ"

            ผู้ถือกุญแจ คือผู้ใดกัน? หรือว่าภายในแดนลับแห่งนี้ ยังมีอีกคนหนึ่งที่ได้ "กุญแจ" ไปครอบครอง หากแผนที่กับกุญแจต้องใช้ร่วมกัน นั่นหมายความว่าไม่ช้าก็เร็ว ทั้งสองฝ่ายย่อมต้องพบกัน

            เด็กหนุ่มกวาดตามองรอบด้าน เมื่อเห็นว่าหลานชิงเยว่กำลังสนใจสมบัติที่ได้ เขาก็พลิกฝ่ามืออย่างแนบเนียน ม้วนแผนที่ในมือหายวับเข้าไปในมิติทันที

            "มีอะไรหรือ" หญิงสาวผมสีฟ้าถามด้วยความสงสัย

            เหวินซานส่ายหน้า แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดคุยต่อ

            ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!

            เสียงแหวกอากาศดังขึ้นติดต่อกันหลายสาย ผู้ฝึกตนห้าคนทะยานลงมาบนลานหิน ทุกคนสวมอาภรณ์สีน้ำเงินเข้ม ปักลายมังกรทะยาน

            ด้านหน้าสุด คือหญิงสาวผู้มีใบหน้างดงาม หูหรงอี้ นางกวาดตามองหีบสมบัติที่ถูกเปิดออกแล้ว

            "ดูเหมือนสมบัติจะถูกเก็บไปหมดแล้ว"

            อีกคนชักกระบี่ออกจากฝัก "ฆ่าแล้วชิงมาก็พอ"

            หลานชิงเยว่ก้าวมาข้างหน้าโดยไม่ยอมแพ้ "สมบัติพวกเราเป็นคนฝ่าค่ายกลเข้ามาได้! เหตุใดต้องให้พวกเจ้าด้วย!"

            ศิษย์สำนักมังกรทะยานฟ้าหัวเราะลั่น "เหตุใดน่ะหรือ? ก็เพราะ" เขาชี้กระบี่มายังทั้งสอง "พวกเราแข็งแกร่งกว่า"

            หูหรงอี้กล่าวขึ้นอย่างเรียบเฉย "ส่งสมบัติออกมา ข้าไม่อยากเสียเวลาลงมือ"

            เหวินซานก้าวออกมาข้างหน้า สีหน้ายังคงสงบนิ่ง "หลายปีแล้ว นิสัยของตระกูลหูยังทรามไม่เคยเปลี่ยน"

            ประโยคนั้น ทำให้หูหรงอี้ชะงัก นางหันขวับมามองเหวินซาน คิ้วขมวดเข้าหากัน

            "เมื่อครู่เจ้าว่าอะไร"

            เหวินซานสบตานางตรง ๆ ก่อนกล่าว "เห็นของของผู้อื่น ก็คิดจะยึดเป็นของตน ตระกูลหูยังทำเช่นนี้ไม่เปลี่ยน"

            ทันใดนั้น ความทรงจำเมื่อหลายปีก่อนก็ผุดขึ้นในใจของหูหรงอี้

            เด็กหนุ่มในชุดชาวบ้านเนื้อหยาบยืนอยู่หน้าจวนตระกูลหู เสื้อผ้าบนร่างทั้งเก่าและซีดจาง แต่แววตาที่มองบิดาของนางกลับแน่วแน่ไม่ยอมถอย พร้อมเอ่ยถ้อยคำประโยคเดียวกันนี้ออกมา

            หูหรงอี้เบิกตาเล็กน้อย "เหวินซาน?"

            เหวินซานไม่ตอบ แต่ความเงียบกลับเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด

            หูหรงอี้มองใบหน้าของเขาอีกครั้ง แม้จะโตเป็นหนุ่มแล้ว แต่โครงหน้าและดวงตาคู่นั้น นางไม่มีวันจำผิด ความตกใจฉายวาบขึ้นในแววตา "เป็นไปไม่ได้ เจ้าฝึกตนได้อย่างไร ตอนนั้นเจ้าเป็นเพียงคนรากวิญญาณพิการ!"

            คำพูดของนางทำให้ศิษย์สำนักมังกรทะยานฟ้าหลายคนมองเหวินซานอย่างประหลาดใจ "คนรากวิญญาณพิการ? ล้อกันเล่นหรือ คนเช่นนั้นจะเข้ามาในแดนลับได้อย่างไร"

            หูหรงอี้ยังคงจ้องเหวินซานไม่วางตา คนเช่นนั้น ไม่มีทางเดินมาถึงจุดนี้ได้

            ความประหลาดใจปรากฏในดวงตาของนางเพียงชั่วขณะ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชา มุมปากค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน “ที่แท้ก็เป็นเจ้า...”

            สายตาของนางกวาดมองเหวินซานตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนเอ่ยต่ออย่างดูแคลน “ข้ายอมรับว่าเจ้าทำให้ข้าประหลาดใจ จากคนรากวิญญาณพิการในวันนั้น ถึงกับดิ้นรนมาเป็นผู้ฝึกตนได้”

            “แต่น่าเสียดาย... ต่อให้ปีนขึ้นมาได้ เจ้าก็ยังเป็นเพียงผู้ฝึกตนไร้สังกัด ส่วนข้าเป็นศิษย์สายในสำนักมังกรทะยานฟ้า” นางยกมือแตะด้ามกระบี่ข้างเอว “เหวินซาน ความแตกต่างระหว่างเจ้าและข้ายังเหมือนเดิม”

            เหวินซานยืนเงียบ เขาเพียงมองหูหรงอี้อย่างสงบนิ่ง ก่อนกล่าวเพียงประโยคเดียว "หากคิดจะปล้น ก็เข้ามา ข้าจะดูว่าศิษย์สายในของสำนักมังกรทะยานฟ้า มีฝีมือสมกับคำพูดหรือไม่"

            หูหรงอี้ก้าวออกมาช้า ๆ พลังวิญญาณพลันแผ่ออกจากร่าง

            ครืน…

            แรงกดดันของจุดประกายวิญญาณขั้นเจ็ด ปกคลุมทั่วลานหิน ศิษย์สำนักมังกรทะยานฟ้าด้านหลังอีกสี่คนก็ปลดปล่อยพลังตามกัน สองคนอยู่ขั้นห้า อีกสองขั้นสี่

            กระบี่ทั้งห้าชี้ตรงมายังเหวินซานและหลานชิงเยว่ "ส่งของมา ข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้า"

            หญิงสาวผมสีฟ้าถอนหายใจ นางก้าวออกมาข้างหน้า

            ตูม!

            พลังวิญญาณอันรุนแรงระเบิดออกจากร่าง พื้นหินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นวงกว้าง กลิ่นอายอันหนักแน่นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งลาน

            จุดประกายวิญญาณขั้นเก้า!

            ศิษย์สำนักมังกรทะยานฟ้าทุกคนหน้าเปลี่ยนสีทันที "ขั้น...ขั้นเก้า! เป็นไปได้อย่างไร!" แม้แต่หูหรงอี้เอง สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นจริงจัง เดิมทีนางคิดว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดา ไม่คิดว่าจะซ่อนพลังไว้สูงถึงเพียงนี้ หญิงสาวผมสีฟ้ายิ้มกว้าง "ยังจะปล้นพวกเราอีกไหม"

            หูหรงอี้กำด้ามกระบี่แน่น แม้อีกฝ่ายจะแข็งแกร่งกว่า แต่ฝั่งของนางมีจำนวนคนมากกว่า "ทุกคน! ลงมือพร้อมกัน!"

            ฟึ่บ!

            ทั้งห้าพุ่งออกมาแทบจะพร้อมกัน กระบี่ห้าสายเปล่งแสงเย็นเยียบ ปิดทางหนีทุกด้าน หญิงสาวผมสีฟ้าไม่ถอย นางชักกระบี่สีครามออกจากฝัก เสียงกระบี่กังวานไปทั่วลาน

            เคร้ง!

            กระบี่ทั้งสองฝ่ายปะทะกันอย่างรุนแรง แรงกระแทกทำให้เศษหินปลิวว่อน

            หูหรงอี้อาศัยจำนวนคนเข้ากดดัน ส่วนหลานชิงเยว่ใช้พลังระดับขั้นเก้ารับมืออย่างไม่เสียเปรียบ ขณะเดียวกัน เหวินซานกลับไม่ได้รีบเข้าร่วมการต่อสู้ ตรงกันข้าม

            “ต้วนต้วน ถึงตาเจ้าแล้ว”

            “อึ๊บ!” เจ้าหนอนอ้วนชูหัวขึ้นทันที ก่อนคลานจากไหล่ของเหวินซานมาหยุดอยู่บนท่อนแขน ดวงตากลมโตจ้องไปยังเบื้องหน้า

            หญิงสาวผมสีฟ้าเหลือบมองอย่างสงสัย “มันจะทำอะไร?”

            เหวินซานกล่าวเพียงสั้น ๆ “กลั้นหายใจ”

            สิ้นคำ ต้วนต้วนก็สูดลมหายใจเข้าเสียจนลำตัวอ้วนกลมพองขึ้น ก่อนอ้าปากพ่นหมอกสีม่วงออกมา

            ฟู่!

            หมอกพิษจำนวนมหาศาลทะลักออกจากปากเล็ก ๆ ของมันอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงไม่กี่อึดใจก็แผ่กระจายไปทั่วลานหิน บดบังทัศนวิสัยโดยรอบจนพร่ามัว

            “อึ๊บบบบ!”

            ต้วนต้วนพ่นจนแก้มป่อง ก่อนจะหยุดหอบแฮก ๆ แล้วหันมามองเหวินซานอย่างภาคภูมิใจ

            เหวินซานลูบหัวมันเบา ๆ “ทำได้ดี”

            "พิษ!" ศิษย์สำนักมังกรทะยานฟ้าร้องลั่น แต่สายไปแล้ว เพียงสูดลมหายใจเข้าไปเล็กน้อย ก็รู้สึกว่าพลังวิญญาณเริ่มติดขัด

            "ระวัง!" หูหรงอี้รีบตะโกน พร้อมโคจรพลังขับพิษ แต่หมอกพิษกลับแทรกซึมเข้าร่างอย่างรวดเร็ว

            หนึ่งในศิษย์ขั้นห้าทรุดเข่าลงกับพื้น ใบหน้ากลายเป็นสีม่วงคล้ำ "พิษ… นี่มันพิษอะไรกัน..."

            สีหน้าของหูหรงอี้ก็ยิ่งมืดมน ตอนนี้นางต้องรับมือกับผู้ฝึกตนขั้นเก้าขณะที่ฝ่ายของตนกลับถูกพิษลดทอนกำลังลงเกือบครึ่ง สถานการณ์พลิกกลับในพริบตาเดียว

            กระบี่ของหูหรงอี้และหลานชิงเยว์ปะทะกันอย่างรุนแรง เพียงกระบวนท่าแรก หูหรงอี้ก็ถูกแรงกระแทกจนถอยหลังไปกว่าสิบก้าว

            ส่วนเหวินซานหันไปมองศิษย์สองคนที่อยู่จุดประกายวิญญาณขั้นสี่ ทั้งสองกัดฟันโคจรพลัง แม้พิษจะทำให้กำลังลดลง แต่ก็ยังชักกระบี่เข้ามาพร้อมกัน "เจ้าเด็กขั้นสี่! เจ้าคิดว่าจะสู้พวกเราสองคนได้หรือ!"

            ทั้งสองพุ่งเข้าหาเหวินซานพร้อมกัน กระบี่สองเล่มแทงตรงมายังจุดตาย เหวินซานกลับไม่แม้แต่จะชักกระบี่ทันที เขาเพียงก้าวเท้าเบา ๆ ใช้วิชาก้าวสายลมหลบคมกระบี่อย่างหวุดหวิด

            ฉัวะ!

            กระบี่ของอีกฝ่ายเฉือนเพียงชายเสื้อ

            ศิษย์ทั้งสองตกใจ แต่ยังไม่ทันตั้งหลัก เหวินซานก็ขยับอีกครั้ง กระบี่ในมือถูกชักออกอย่างไร้เสียง

            'กระบี่ไร้ลักษณ์'

            ฉัวะ!

            เลือดสาดออกจากต้นแขนของศัตรูคนหนึ่ง

            "อ๊าก!" อีกคนรีบฟันสวน แต่เหวินซานกลับหายไปจากสายตา สัมผัสวิญญาณทำให้เขามองเห็นจังหวะการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน

            กระบี่ในมือของเด็กหนุ่มดูอ่อนโยน แต่ทุกครั้งที่เคลื่อนไหว กลับทิ้งบาดแผลไว้บนร่างศัตรูเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

            ยิ่งฝืนโคจรพลัง พิษที่แทรกซึมอยู่ในร่างก็ยิ่งไหลเวียนเร็วขึ้น กระบวนท่าของทั้งสองจึงเริ่มเชื่องช้าลงอย่างเห็นได้ชัด

            ศิษย์ทั้งสองเริ่มแตกตื่น " ถอย"

            ยังไม่ทันสิ้นคำ ประกายกระบี่พลันสว่างวาบ

            ฉัวะ! ฉัวะ!

            ศีรษะของทั้งสองลอยขึ้นกลางอากาศแทบจะพร้อมกัน ร่างไร้ศีรษะทรุดลงกับพื้น

            เลือดสดไหลนองลานหิน เหวินซานสะบัดเลือดออกจากกระบี่

            อีกด้านหนึ่ง หูหรงอี้ยิ่งสู้ยิ่งเสียเปรียบ แม้จะมีกันอยู่สามคนแต่หลานชิงเยว่อาศัยพลังที่เหนือกว่า กดดันทั้งสามจนแทบไม่มีโอกาสโต้กลับ

            ตูม!

            หูหรงอี้ถูกฟันจนถอยหลังอีกครั้ง เมื่อเหลือบไปเห็นศพของศิษย์ร่วมสำนักทั้งสอง สีหน้าของนางพลันซีดลง ความหวาดหวั่นแวบผ่านดวงตาเพียงชั่วขณะ จากนั้นนางกัดฟัน ล้วงลูกสีดำออกมา

            "ระเบิดอัสนี! ระวัง!" หลานชิงเยว่ร้องเตือน หูหรงอี้ซัดลูกกลมนั้นลงพื้นทันที

            ตูมมมม!!

            เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว ควันสีดำปกคลุมทั่วทั้งลาน เศษหินปลิวว่อน

    คล้ายกับเรื่องลิขิตฟ้าปราบมาร ที่คุณอ่าน

    เทพมังกรเหนือโลก

    เทพมังกรเหนือโลก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    104K 62
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.40M 2022
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311