“ข้าชอบคำตอบของเจ้า ความรู้สึกที่อยากจะปกป้องเป็นขุมพลังที่แข็งแกร่งอย่างหนึ่งมันจะทำให้เจ้าไม่หวั่นเกรงสิ่งใด แม้จะต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากแต่ขุมพลังนี้จะช่วยกระตุ้นศักยภาพทั้งหมดของเจ้าทำให้เจ้ากลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งขึ้นได้ ดังนั้นราชาน้อยเจ้าไม่จำเป็นต้องก้มหน้า เพราะนี่เป็นเหตุผลที่น่าภาคภูมิใจ ในสายตาของข้าเจ้าโชคดีอย่างมากที่มีหญิงสาวที่งามราวกับเทพธิดาคนนี้คอยอยู่เคียงข้างเจ้าเพราะฉะนั้นจงปกป้องนางให้ดี!”
พูดจบซุนเฟยก็หัวเราะออกมาเสียงดังก่อนจะหันหลังเดินจากไป
“เดี๋ยวก่อนท่าน ข้าขอทราบชื่อของท่านจะได้ไหม นับจากวันนี้เป็นต้นไปอาณาจักรไบแซนไทน์ยินดีที่จะต่อสู้เพื่อท่าน...”ราชาน้อยเห็นว่าซุนเฟยกำลังจะเดินจากไป จึงรีบถามชื่อไล่หลังไปติดๆ
ซุนเฟยเดินตรงไปข้างหน้าโดยที่ไม่หันกลับมา“ฮ่าๆๆ ราชาไบแซนไทน์ อีกไม่นานเดี๋ยวเจ้าก็จะรู้เองว่าข้าเป็นใคร”
เมื่อซุนเฟยเดินผ่านไปที่ใดฝูงชนก็จะรีบหลีกทางให้
ฝูงชนรอบๆที่เคยมองราชาไบแซนไทน์ด้วยสายตาสงสารและเห็นอกเห็นใจในตอนแรก มาตอนนี้สายตาของพวกเขาได้เปลี่ยนไป กลายเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาไม่มีใครคาดคิดว่าเรื่องราวจะกลายเป็นแบบนี้ ยาที่เหมือนยาพิษ ไม่เพียงไม่ทำให้ตายแต่ยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่ผู้กินได้เป็นเท่าตัวและยังสามารถผูกสัมพันธไมตรีกับยอดฝีมือที่น่ากลัวคนนี้ได้อีกด้วยนี่เป็นความโชคดีที่ตกลงมาจากฟากฟ้าจริงๆ ในตอนนี้ทุกคนอยากเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นราชาอาณาจักรไบแซนไทน์จริงๆจะได้มีโอกาสสานความสัมพันธ์กับยอดฝีมือที่แข็งแกร่งคนนี้
แต่ทันใดนั้นเองซุนเฟยกลับหยุดเดินขึ้นมากะทันหัน
เขาหันร่างกลับมาแล้วมองไปยังชายวัยกลางคนที่สวมชุดสีม่วงนามว่าไอค์คิ้วของซุนเฟยพลันขมวดมุ่นขึ้นมา ก่อนจะเปิดปากถามว่า“เจ้าคือเลขานุการของอาณาจักรไบแซนไทน์?”
เมื่อชายร่างอ้วนในชุดสีม่วงเห็นยอดฝีมือเรียกหาตัวเองก็ดีอกดีใจขึ้นมาก่อนจะรีบเดินเข้าไปยิ้มประจบอย่างเชื่องๆ “ใช่แล้วขอรับนายท่าน เป็นข้าเองข้ามีนามว่า...”
โผล้ะ!
ระยะห่างเพียงยี่สิบกว่าเมตรซุนเฟยก็ปล่อยหมัดออกไปในพริบตา
เสียงบางอย่างแตกดังขึ้นสมองของชายที่คิดจะประจบสอพลอพลันแตกกระจายประหนึ่งลูกแตงโมงที่ถูกทุบ
ฝูงชนรอบๆพลันตื่นตกใจขึ้นมาอีกครั้ง
ซุนเฟยไม่ชอบไอ้อ้วนคนนี้
เห็นมันทีไรก็นึกถึงเลขานุการบาร์เซิลที่เคยทำให้เมืองแซมบอร์ดต้องวุ่นวายและจากความคิดของซุนเฟยแล้ว หากอาณาจักรไบแซนไทน์ไม่มีไอ้อ้วนคนนี้อยู่คงช่วยให้ราชาน้อยคนนี้สามารถจัดการอะไรๆ ในอาณาจักรของตัวเองได้ง่ายมากขึ้น
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยซุนเฟยก็ส่งเสียงหัวเราะอย่างสมใจก่อนจะสะบัดชายผ้าคลุมสีดำจนปลิวไสวไปตามลมเงาร่างของซุนเฟยกะพริบเพียงครั้งเดียวก็หายเข้าไปในความมืด
ในค่ายทหารของอาณาจักรไบแซนไทน์มีเพียงศพที่กองเรี่ยราดอยู่บนพื้นและฝูงชนที่ยังคงนิ่งอึ้งตะลึงงัน
……
เมื่อออกมาจากค่ายทหารของอาณาจักรไบแซนไทน์ ซุนเฟยก็ไม่มีความคิดที่จะอยากเดินเล่นต่อดังนั้นจึงตัดสินใจที่จะกลับไปที่ค่ายทหารเมืองแซมบอร์ด
ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วฝูงชนที่ชุมนุมตามที่ต่างๆ ก็พากันแยกย้ายกลับค่ายใครค่ายมันบนพื้นดินถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวขนาดใหญ่ทอดยาวไปสุดลูกหูลูกตาเสียงเจี๊ยวจ๊าวในค่ายทหารค่อยๆ เงียบลง เหลือเวลาเพียงสี่วันการแข่งขันการซ้อมรบก็จะเริ่มต้นขึ้น
ในลานหิมะกว้างความเงียบสงบ เป็นเหมือนการพักผ่อนครั้งสุดท้ายก่อนที่ทะเลเลือดภูเขาซากศพและความบ้าคลั่งในการฆ่าจะเริ่มขึ้น
ในค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดท่ามกลางหิมะที่กำลังตกลงมาจากฟากฟ้าเหล่าเทศกิจและอัศวินบรอนซ์เซนต์ยังคงฝึกฝนกันอย่างตั้งอกตั้งอกตั้งใจซุนเฟยไม่ได้เข้าไปทักทายพวกเขา แต่เดินตรงไปยังเต็นท์เวทมนตร์ที่อยู่ตรงกลางเมื่อยกผ้าหน้าเต็นท์ขึ้น ความอบอุ่นจากด้านในก็พัดออกมาโคมไฟระย้าหรูหราก็ส่องสว่างไปทั้งเต็นท์ แสงสว่างสีเงินทำให้ผู้คนรู้สึกอบอุ่นใจและยังทำให้รู้สึกสุขสงบขึ้นมาอีกด้วย
“อเล็กซานเดอร์ เจ้ากลับมาแล้ว”แองเจล่าที่กำลังปักบางอย่างอยู่ด้านหน้าโคมไฟพูดขึ้นเมื่อเห็นซุนเฟยเดินเข้ามารอยยิ้มอ่อนโยนระบายไปทั่วใบหน้าก่อนที่นางจะลุกขึ้นมาปัดหิมะที่ติดมากับชุดคลุมของซุนเฟยจากนั้นก็ช่วยซุนเฟยถอดเสื้อคลุมแล้วนำไปแขวนด้านหน้าอย่างเรียบร้อยการกระทำเช่นนี้ดูเหมือนภรรยาตัวน้อยกำลังปรนนิบัติสามีหลังจากที่เขากลับมาบ้านแองเจล่าสาละวนกับการปัดฝุ่นบนร่างซุนเฟยพลางเอ่ยปากให้เจ็มม่าไปนำซุปร้อนๆที่เตรียมไว้มาให้ซุนเฟย ดื่มถ้วยหนึ่ง
ซุนเฟยรู้สึกได้ถึงรสชาติแห่งความสุข
“อ๊ะ ใช่แล้ว รีบมาดูนี่สิข้ามีของขวัญที่น่าสนใจบางอย่างเตรียมไว้ให้พวกเจ้าสองคนด้วยนะ”ซุนเฟยพูดพลางหยิบบรรดาของที่ตัวเองซื้อมาตามแผงลอยข้างทางออกมาวางไว้บนโต๊ะทั้งหมด
“หืม นี่มันเสื้อคลุมขนสัตว์นี่น่า สวยจังเลย โอ๊ะหน้ากากคริสตัลอันนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน ขอบคุณนะ อเล็กซานเดอร์!”
แองเจล่าและเจ็มม่ายังคงมีนิสัยของเด็กผู้หญิงของพวกนี้ไม่ใช่ของแพงอะไร แต่กลับเป็นของที่มีหน้าตาแปลกๆ และดูน่ารักอีกทั้งยังเป็นของที่ซุนเฟยตั้งใจเลือกมาให้พวกนาง ดังนั้นพวกนางทั้งสองคนจึงพากันส่งเสียงตื่นเต้นขึ้นมายามที่ไล่ดูของขวัญเล็กๆ ตรงหน้า
“หืม นี่มันอะไรกัน? แปลกมาก!”
ทันใดนั้นแองเจล่าก็พูดขึ้นมาอย่างแปลกใจนางหยิบก้อนหินรูปทรงวงรีที่มีลักษณะเหมือนสับปะรดขึ้นมาถือไว้ในมืออย่างทะนุถนอมราวกับว่ามันเป็นทารก ใบหน้าของนางราวกับประหลาดใจ
“เอ๋ ยังมีอีกสองอัน!” เจ็มม่าเป็นผู้ค้นพบมัน นางย่นจมูกที่เต็มไปด้วยกระแล้วสังเกตมันอย่างละเอียด ก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างท้อแท้ว่า“ดูเหมือนว่ามันจะไม่มีอะไรเป็นพิเศษนะ ไอ้สองก้อนนี่มันดูไม่ต่างอะไรกับไข่หินแข็งๆที่ไร้ประโยชน์เลย!”
ซุนเฟยชะงักเล็กน้อยสาวน้อยคนนี้ช่างเป็นคนที่พูดอะไรตรงไปตรงมาเสียจริงในใจของซุนเฟยเริ่มมีความรู้สึกเสียใจขึ้นมาบ้างแล้วเมื่อครู่นี้ทำไมเขาถึงไม่ทันสังเกตนะว่าตัวเองหลงหยิบสินค้าปลอมที่ได้มาจากชายชราจอมหลอกลวงออกมาจากแหวนเก็บของด้วย
“ไม่ใช่นะ ก้อนหินนี้ดูเหมือนจะมีชีวิต ข้ารู้สึกได้”แองเจล่ายกไข่ก้อนหินขึ้นมาแนบหูตัวเองอย่างระมัดระวังเพื่อฟังเสียงด้านในแต่ไม่นานนางก็ขมวดคิ้ว “แปลกจังเมื่อครู่นี้ข้ารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ามีบางอย่างกำลังเรียกหาข้าอยู่ข้างในแต่มาตอนนี้กลับไม่มีอะไรเลย”
“ช่างเถอะ แองเจล่า หลังจากนี้เราค่อยมาศึกษามันก็ได้ หากเจ้ามีความสุขข้ายกให้เจ้าดูแลมันทั้งสามก้อนเลยก็ได้!”ท่าทางของแองเจล่าทำให้ซุนเฟยคิดกว่าในไข่หินนั่นอาจจะมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่บางทีชายชราผมขาวในตลาดอาจจะเป็นยอดฝีมือพเนจรที่ขึ้นเหนือล่องใต้มานักต่อนัก ไม่แน่ว่าไข่ทั้งสามใบนี้อาจจะมีอะไรบางอย่างที่เชื่อมโยงกับแองเจล่าคู่หมั้นสาวที่มักจะได้รักความรักและความสนิทสนมจากบรรดาสัตว์ทั้งหลายก็เป็นได้
“ขอบคุณมากนะ อเล็กซานเดอร์!” แองเจล่าเองก็ดูจะชอบของขวัญพวกนี้เช่นกันนางหากล่องที่ลงอักขระเวทมนตร์ธาตุไฟเพื่อรักษาความอบอุ่นและหาฟูกกับผ้ามาวางเป็นเบาะรองก่อนจะนำไข่หินทั้งสามใบใส่ลงไปในนั้น
“อ๊ะ จริงสิ ฝ่าบาท หลังจากที่ท่านออกไปจากค่ายทหารได้ไม่นานพวกขุนนางกับคนชั้นสูงหลายคนในเมืองหลวงมาเยี่ยมชมที่นี่พร้อมนำของขวัญมาให้เขารอฝ่าบาทอยู่นานแต่ท่านก็ยังไม่กลับมาสักที เลยทิ้งของขวัญไว้ให้ก่อนจากไป”เจ็มม่าเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ นางเดินไปเปิดผ้าเต็นท์เวทมนตร์ด้านขวามือขึ้นมาปรากฏกองของขวัญราคาแพงขนาดเท่าเนินเขาย่อมๆ ขึ้นมาบางชิ้นก็เป็นชุดเกราะเวทมนตร์ที่ดูประณีต บางชิ้นก็เป็นดาบเวทมนตร์ที่ทรงอำนาจ นอกจากนั้นก็มีคัมภีร์คลื่นพลังและบันทึกการฝึกฝนของนักเวทระดับสามสี่ดาวอยู่ในหีบเหล็กหรูหราและยังมีของขวัญล้ำค่าอีกมากมาย
“คนพวกนี้เข้าใจว่าข้ายังต้องการของพวกนี้ ถ้าข้าเป็นราชาเมืองแซมบอร์ดที่ยังถังแตกเหมือนเมื่อก่อนจะชุดเกราะเอย อาวุธเอย คงหลอกล่อข้าได้ดีทีเดียว...” ซุนเฟยลูบคางตัวเองเบาๆ
ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้แฮร์รี่ เรดแนปป์หนึ่งในผู้ดูแลของกลุ่มการค้าโซรอสเป็นผู้ปล่อยข่าวเรื่องการต่อสู้บนยอดเขาหอคอยคู่หลังจากนั้นซุนเฟยก็มีชื่อเสียงขึ้นมาในเมืองหลวงดังนั้นจึงมีกองกำลังและเหล่าผู้มีอำนาจต่างๆ พยายามจะดึงเขาเข้าไปเป็นพวกเดิมทีซุนเฟยคิดว่าหลังจากที่ตัวเองประลองฝีมือกับอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่เจ็ดเสร็จและคว้าชัยชนะมาได้อาจจะเรียกสายตาจากพวกผู้มีอำนาจเหล่านี้ให้หันมามองได้ คาดไม่ถึงว่าพวกเขาจะเริ่ม'ลงทุนล่วงหน้า' ก่อนแบบนี้
“ฮิๆ ฝ่าบาท ยังมีคนที่ส่งของขวัญมาให้พระองค์อีกอย่างข้ามั่นใจว่าท่านต้องชอบแน่ๆ” เจ็มม่าหรี่ตาลงเล็กน้อยพลางยักคิ้วให้องค์ราชาสีหน้าท่าทางเต็มไปด้วยความมั่นใจ
“หืม?” ซุนเฟยเห็นท่าทางของสาวน้อยก็เริ่มรู้สึกแปลกๆขึ้นมา
เจ็มม่าหันหลังวิ่งออกไปนอกเต็นท์ผ่านไปได้สักพักนางก็ดึงผ้าเต็นท์ด้านหน้าขึ้นก่อนจะเดินเข้ามาด้านในด้านหลังของเจ็มม่ามีหญิงสาววัยรุ่นจำนวนหนึ่งที่มีรูปร่างสมส่วนและยังผิวขาวราวกับหยกอีกด้วยพวกนางสวมชุดรัดรูปสีขาว เน้นส่วนเส้าส่วนโค้งให้ดูโดดเด่นบนแขนสวมห่วงสีเหลืองที่แกะสลักเป็นรูปงู ผู้หญิงพวกนี้แต่งหน้าแต่งตาได้งดงามมากทำให้ดูสดชื่นมีชีวิตชีวาและด้วยท่าทางขี้อายของนางทำให้กระตุ้นความรู้สึกอยากที่จะปกป้องขึ้นมา
“ใครส่งพวกนางมา?” ในใจของซุนเฟยเกิดความสงสัยขึ้นมา
“กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตพวกเขาส่งตัวแทนที่มีชื่อว่าเฟล็นส์อะไรนี่แหละมามองของขวัญให้”แองเจล่าที่วุ่นวายอยู่กับการดูแลไข่หินก็หันร่างมาตอบพลางอธิบายด้วยรอยยิ้มว่า“ข้ารู้ว่าเมืองแซมบอร์ดและกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตอาจจะมีความแค้นต่อกันและคนที่ชื่อเฟล็นส์ก็ไม่ใช่คนดีอะไรแต่ข้าได้สอบถามความเป็นมากับสี่คนนี้แบบตัวต่อตัวแล้วผู้หญิงทั้งสี่คนนี้ต่างถูกกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตบีบบังคับมาและถูกทำเป็นของขวัญส่งไปให้พวกคนที่สนับสนุนกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตพวกนางน่าสงสารจริงๆ หากถูกส่งกลับไป ชะตาชีวิตของพวกนางก็ยิ่งแย่ลงไปกว่านี้ดังนั้นข้าจึงรับตัวพวกนางไว้!”
“อืม สำหรับเรื่องนี้ เจ้าทำได้ดีแล้ว!”ซุนเฟยมองไปยังแองเจล่าด้วยสายตาพอใจ
แองเจล่าชี้ไปที่กองของขวัญที่อยู่ห่างออกไปพลางกล่าวว่า“ยังมีของขวัญพวกนั้นอีก ข้าไม่รู้ว่าควรรับมันมาไหม แต่ข้าก็ไม่กล้าทำอะไรหากยังไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้น พรุ่งนี้ของขวัญทุกชิ้นจะถูกส่งกลับไปให้คนที่มาถ้าอเล็กซานเดอร์ไม่อยากรับพวกมันไว้ พรุ่งนี้ข้าจะสั่งให้คนนำมันส่งกลับไป”
“ฮ่าๆๆ รับสิ ทำไมจะไม่รับเล่า? ของอุตส่าห์เดินมาถึงหน้าบ้านทำไมจะต้องปฏิเสธมันกัน?” ซุนเฟยส่งยิ้มไปให้คู่หมั้นสาวแล้วพูดว่า“ของขวัญพวกนี้ พรุ่งนี้ก็มอบให้พวกทหารเป็นของขวัญเสียเถอะตั้งแต่ออกจากเมืองแซมบอร์ดมา พวกเขาก็นอนกลางดินกินกลางทรายมาโดยตลอดได้รับความลำบากไม่น้อย ถือว่าเป็นสิ่งตอบแทนสำหรับความพยายาม”
“อืม” ซุนเฟยทำด้วยความเคยชิน แองเจล่าหน้าแดงขึ้นมานิดๆ
“ส่วนพวกนาง...” ซุนเฟยมองไปยังสาวน้อยทั้งสี่คนตรงหน้าแล้วพูดขึ้นมาว่า“เจ้าก็จัดการเอาเองเลยนะพรุ่งนี้ตอนเที่ยงข้าจะต้องไปประลองฝีมือกับอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่เจ็ดดังนั้นข้าต้องการเวลาเงียบๆ เพื่อจะฝึกฝนโดยที่ไม่มีใครมารบกวนรบกวนพวกเจ้าก็ไปพักผ่อนเถอะนะ ส่วนเรื่องอื่นๆ แองเจล่าคงต้องให้เจ้าเป็นผู้จัดการทั้งหมดแล้วล่ะ!”
ซุนเฟยพูดจบก็ก้มลงจุมพิตที่หน้าผากคู่หมั้นสาวจากนั้นก็หันหลังเดินไปยังฝั่งซ้ายของเต็นท์
ไม่ช้าประตูมิติก็เปิดออกซุนเฟยก็ก้าวเท้าเข้าไปข้างใน จากนั้นประตูมิติก็หายไปทันที
---------------------------