ตอนที่ 2 (8)
หานิซิวอึ้ง คิดไม่ถึงว่าเซี่ยเหยี่ยจะมองว่านี่เป็เื่ดี เขายังอ่อนเยาว์เกินกว่าจะปล่อยวางเื่เสน่ห์ตัณหา แบบนี้จะดีได้อย่างไร เซี่ยเหยี่ยที่ไม่ลุ่มหลงในกิเลสยังจะเป็เซี่ยเหยี่ยอยู่อีกหรือ คนที่เคยร่าเริงแจ่มใสขนาดนั้น ไม่คิดจะถูกรักหรือรักใครอีกแล้วจริงๆ เหรอ
เซี่ยเหยี่ยคิดในใจว่าพูดมาขนาดนี้แล้ว ก็พูดเปิดประเด็นไปเลยดีกว่า “คุณหาน ตอนนี้คุณก็ทราบแล้วว่าผมเป็โอเมก้าที่มีตำหนิ ไม่มีเสน่ห์ดึงดูดใคร และคงสนองความ้าของคุณได้ไม่มากพอ อีกอย่างคืนนั้นที่คลับ ความหมายของผมคือคืนละหนึ่งล้าน คุณไม่พอใจกับการบริการของผม ขอให้ผมไปหาอีกครั้ง นั่นก็เกินขอบเขตมากพอแล้ว ผมรู้ว่าผมบริการได้ไม่ดี ผมถึงไปตามคำขอของคุณอีกครั้ง แต่ครั้งนี้คุณเป็ฝ่ายผิดสัญญาเอง สำหรับผม ผมได้ทำหน้าที่ของผมไปแล้ว” เซี่ยเหยี่ยสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ “ผมหวังว่าการตกลงซื้อขายในราคาหนึ่งล้านจะจบลงแค่นี้ คุณอย่ามาหาผมอีก ช่วยทำตัวให้เป็ลูกค้าที่มีคุณภาพที”
“เซี่ยเหยี่ย อย่าพูดแบบนี้ นาย นายรู้ว่าฉันไม่ได้มองนายอย่างนั้น” หานิซิวพูดเสียงอ้ำๆ อึ้งๆ “ฉัน ฉันไม่ใช่ลูกค้า” ฉันไม่อยากเป็แค่ลูกค้า
เซี่ยเหยี่ยอมยิ้ม “ไม่ ผมไม่รู้ว่าคุณมองผมยังไงและไม่อยากรู้ด้วย สำหรับผม คุณจ่ายเงินมาก็คือลูกค้า ไม่อย่างนั้นพฤติกรรมวันนั้นก็เท่ากับข่มขืน” เซี่ยเหยี่ยยังประดับรอยยิ้มไว้ที่หน้า แต่หานิซิวกลับหน้าซีดเผือด
เขาไม่มีข้อแก้ตัวกับคำกล่าวหาของเซี่ยเหยี่ย
หานิซิวยืนเงียบอยู่กลางห้องพักผู้ป่วย สมองทำงานอย่างหนักเพื่อหาข้ออ้างให้ตัวเอง แต่เซี่ยเหยี่ยกลับลงจากเตียงยืนกรานจะออกจากโรงพยาบาล
หานอวิ๋นโจววิ่งเข้ามาในจังหวะนั้นเอง “เกิดอะไรขึ้น พยาบาลบอกว่าคุณจะออกจากโรงพยาบาลเหรอ” หางตาเหลือบเห็นคนที่ยืนแข็งเป็ท่อนไม้กลางห้อง หานอวิ๋นโจวพูดกับหานิซิวว่า “อ้าว นายกลับมาแล้วเหรอ ฉันจะออกไปหานายพอดี ฉันรู้ว่าเื่มันเป็ยังไงแล้ว เดี๋ยวนายตามฉันออกมาก่อน” หานอวิ๋นโจวหันกลับไปหาเซี่ยเหยี่ยอีกครั้ง “คุณยังออกจากโรงพยาบาลไม่ได้นะ! อาการของคุณแย่มาก ผมต้องตรวจสุขภาพให้คุณอีกหลายอย่างเลย ต้องรอตรวจเสร็จถึงจะกลับได้ อีกอย่างอาการติดเชื้อทางเดินหายใจของคุณยังไม่หายดี ถ้าออกจากโรงพยาบาลตอนนี้ จะแพร่เชื้อให้คนอื่นได้ง่าย” หานอวิ๋นโจวจงใจพูดเน้น “ถ้าแพร่เชื้อให้เด็ก จะรักษาหายยากนะ ภูมิคุ้มกันของเด็กต่ำ อาจจะร้ายแรงถึงขั้นปอดอักเสบ…” เซี่ยเหยี่ยมองหานอวิ๋นโจว ได้แต่คิดสงสัยในใจ เดาจากท่าทางการพูดจาของเขากับหานิซิวเห็นชัดว่าสองคนนี้คือพวกเดียวกัน แต่เขากลับขัดขืนคำสั่งของหมอไม่ได้ รู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังขู่ให้กลัว แต่เขาไม่กล้าเสี่ยง
เซี่ยเหยี่ยถอนใจกลับไปนั่งที่เตียง เอ่ยด้วยเสียงระอาใจว่า “ตรวจสุขภาพคงไม่ต้องหรอก พวกคุณรีบรักษาอาการติดเชื้อดีกว่า” เขามองไปทางหานิซิว “รบกวนคุณช่วยพาเด็กกลับไปหาป้าหวังที ป้าหวังจะช่วยผมดูแลเขาเอง”
หานิซิวรีบตอบกลับ “ฉันก็ดูแลได้เหมือนกัน ไม่ต้องลำบากคนนอกหรอกมั้ง พ่อแม่ฉันก็ชอบเสี่ยวหลีมากนะ เราสัญญาว่าจะดูแลเขาเป็อย่างดี นายวางใจได้”
ได้ยินหานิซิวพูดแบบนี้ ยิ่งสร้างความหวั่นใจแก่เซี่ยเหยี่ย แม้แต่ผู้ใหญ่ตระกูลหานยังรับรู้ เห็นทีเื่นี้คงไม่จบง่ายๆ
เซี่ยเหยี่ยทั้งร้อนใจทั้งหวาดกลัว กลับไม่กล้าแสดงออก กลัวว่าตนจะเผยจุดอ่อนให้อีกฝ่ายใช้เป็ข้ออ้างบงการตัวเอง
เขาข่มใจให้นิ่ง ตอบเสียงราบเรียบว่า “ตระกูลหานมีความสามารถที่จะดูแลเด็กคนหนึ่งได้ดีจริงอย่างที่คุณว่า ผมขอบคุณล่วงหน้าแล้วกัน ่นี้ก็รบกวนคุณด้วย” “แล้วก็ ขอผมเตือนอีกที เด็กนามสกุลเซี่ย เป็ลูกชายของผม พอผมหายดีก็จะไปรับเขากลับมา หวังว่าถึงเวลานั้นคุณอย่าทำให้ผมต้องลำบากใจ”
หานิซิวรีบตอบทันควัน “ไม่ ฉันไม่สร้างความลำบากใจให้นายแน่ๆ รักษาตัวอย่างสบายใจได้เลย เมื่อไรที่ออกจากโรงพยาบาลได้ ฉันจะรีบพาลูกมาส่งที่บ้านของพวกนายเอง” หานิซิวปากพูดอย่างใจคิดอีกอย่าง
เขารู้ว่าเซี่ยเหยี่ยกำลังกลัวอะไร แต่เซี่ยหลีเป็คนในครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ของเซี่ยเหยี่ย เขาทำได้แค่ใช้แผนต่ำช้าโดยอ้างเสี่ยวหลี คาดหวังที่จะรั้งอีกฝ่ายให้ยอมอยู่ต่อเพื่อลูก
การใช้ลูกผูกมัดอีกคน เป็แผนที่ต่ำช้าที่สุดเลยจริงๆ
++++++++++++++++++
โบนัสเล็กๆ
หานิซิว “ยังดีที่นายเลือกตั้งชื่อหลีที่แปลว่าอัญมณีให้ลูก ถ้าเลือกหลิว[1]…” (ปลื้มใจ)
เซี่ยเหยี่ย “คุณต่างหากที่อัปรีย์!!!!” (โกรธ)
++++++++++++++++++
เชิงอรรถ
^ คำว่า 琉 (หลิว) ที่แปลว่าหินประกาย พ้องเสียงกับคำว่า下流 (เซี่ยหลิว) ที่แปลว่าอัปปรีย์