หลังจากเสร็จสิ้นการบรรเลงท่วงทำนองแห่งรัก หนึ่งบุรุษ หนึ่งสตรี ก็ได้พากันเข้าไปนอนพักผ่อนด้านในคฤหาสน์และหลับไปเพราะความเหนื่อยล้า ก่อนที่พวกเขาจะลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงบ่ายของอีกวัน
"อื้อ~~~อื้อ~~~"
"นี่ข้าหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน" เซี่ยอวี่ซีชันกายลุกขึ้นนั่ง ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยรอยจ้ำแดงซึ่งเกิดจากการกระทำอันเร้าร้อนของบุรุษหนุ่มตัวดี
"ตื่นแล้วหรือ ลุกไหวหรือเปล่า?" เย่หยุนซีที่กำลังนั่งอ่านตำราอยู่ข้างๆรีบโน้มตัวเข้าไปโอบกอดนางเอาไว้
เซี่ยอวี่ซีกำหมัดเล็กๆทุบหน้าอกของชายหนุ่มด้วยความหมั่นใส้ "คนชั่วร้าย ท่านเกือบจะทำข้าขาดใจตายแล้วรู้หรือเปล่า"
เย่หยุนซีเมื่อได้สดับฟังก็หัวเราะคิกคักเบาๆ "นั่นเป็นเพราะท่านมีเสน่ห์เย้ายวนมากเกินกว่าที่ข้าจะทนไหว"
"ชิ! นายน้อยกำลังจะบอกว่ามันเป็นความผิดของข้าหรืออย่างไร?" คนงามทำหน้ามุ่ยใส่
ชายหนุ่มผู้เป็นนายยกมือขึ้นมาบีบแก้มนางด้วยความเอ็นดู "อวี่ซี ในตอนนี้ท่านเป็นผู้หญิงของข้าแล้ว ฉะนั้นท่านควรจะเปลี่ยนคำเรียกขานตัวข้าเสียใหม่"
เซี่ยอวี่ซีใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย
"สะ สามี" นางเอื้อนเอ่ยคำเรียกขานออกไปหลังจากนิ่งอึ้งอยู่ชั่วครู่
"ฮ่าๆๆ ยอดเยี่ยมๆ เอาล่ะ ข้ามีเรื่องหนึ่งต้องบอกให้ท่านรู้" ว่าแล้ว เย่หยุนซีก็เริ่มอธิบายสถานการณ์ประหลาดด้านนอกให้โฉมสะคราญได้สดับรับฟัง
ซึ่งแน่นอนว่ามันสร้างความสะเทือนขวัญและตื่นตระหนกให้กับหญิงงามจนแทบลืมหายใจไปชั่วขณะ
"ท่านกำลังจะบอกว่า ตอนนี้พวกเราไม่ได้อยู่บนโลกเดิมเช่นนั้นหรือเจ้าคะ?"
บุรุษหนุ่มพยักหน้า "อืมๆ ใช่แล้วล่ะ ตอนนี้พวกเรากำลังอยู่บนโลกแห่งภูต ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันอยู่ส่วนไหนของจักรวาล"
เซี่ยอวี่ซีดวงตาเบิกกว้าง "ถ้าอย่างนั้นท่านต้องระมัดระวังตัวเองให้มากกว่าเก่า? เพราะพวกเราไม่อาจรู้ได้เลยว่าจะต้องพบเจอกับศัตรูแบบไหน"
"ฮ่าๆๆได้ๆ รับรองว่าข้าจะไม่ทำให้พวกท่านต้องเป็นม่ายโดยเด็ดขาด" เย่หยุนซีเอ่ยปากหยอกล้อ ก่อนที่จะอุ้มโฉมสะคราญไปอาบน้ำด้้วยกันตามประสาคู่รัก
หลังจากนั้นไม่นานนัก ตัวเขาก็ได้ตัดสินใจออกจากมุกมิติ มุ่งหน้าไปที่เมืองใหม่โดยต้องใช้เวลาเดินทางถึง 10 วัน
.
.
ซึ่งในขณะเดียวกัน ทางด้านเมืองหลวงของอาณาจักรเปลวเพลิงบัดนี้กำลังเกิดความโกลาหลวุ่นวายครั้งใหญ่ โดยเฉพาะภายในตระกูลกงที่เหล่าผู้คุ้มกันมากมายวิ่งขวักไขว่ไปมาอย่างบ้าคลั่ง
"ใคร! ใครมันเป็นคนสังหารบุตรชายข้า! มันเป็นใครกัน!!" ณ ด้านในคฤหาสน์อันสุดแสนจะกว้างขวาง เสียงของผู้นำตระกูลกง กงหนานเซิน ดังก้องกังวานด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยวสุดจะพรรณนา
"ท่านพี่จะต้องแก้แค้นให้กับฉางเอ่อร์นะเจ้าคะ" เสียงสะอื้นเจือความแค้นเคืองของฮูหยินกงดังขึ้นมาตามหลัง
ทว่ายังไม่ทันที่กงหนานเซินจะกล่าวตอบภรรยาสาว ชายชุดดำผู้หนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่าพลางยื่นม้วนผ้าผืนหนึ่งให้
กงหนานเซินคิ้วขมวดก่อนจะยื่นมือรับไว้ จากนั้นคลี่มันออกเผยให้เห็นภาพของชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาราวกับเทพเจ้าลงมาจุติบนผืนปฐพี
"เรียนนายท่าน นี่คือโฉมหน้าของผู้ที่สังหารนายน้อยขอรับ" ชายชุดดำก้มศีรษะกล่าวรายงาน
ผู้เป็นประมุขของตระกูลกงเมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาก็แดงก่ำเต็มไปด้วยไฟแห่งโทสะอันมากล้น "ไป! ส่งคนไปตามล่าตัวมันมาให้ข้า บัดเดี๋ยวนี้!"
"ข้าน้อยรับบัญชา" ชายชุดดำที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่แล้วหายตัวไปปฏิบัติงานโดยไม่คิดชักช้า
กงหนานเซินเพ็งมองรูปบนผืนผ้าอีกครา ก่อนจะแผดเผามันจนกลายเป็นเถ้าธุลี หากไม่ใช่เพราะมีขุมกำลังอื่นจับตามอง ตัวมันคงจะออกไปตามล่าหาตัวฆาตกรด้วยตัวเองโดยไม่ต้องอดทนรออยู่เช่นนี้
.
.
ตัดภาพกลับมาทางด้านของเย่หยุนซี ตัวเขามิได้รับรู้และมิได้สนใจเลยว่าตนเองกำลังจะถูกออกตามล่าอย่างบ้าคลั่งมากขนาดไหน
ชายหนุ่มยังคงเดินทางตามแผนที่วางเอาไว้ จนกระทั่งเขาได้ประสบพบเจอกับเหตุการณ์ฆ่าฟันครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำสายหนึ่งซึ่งบัดนี้ฉาบย้อมไปด้วยคราบโลหิตสีแดงฉาน เหล่าซากศพจำนวนมากลอยตามน้ำดูแล้วช่างน่าเวทนาเป็นอย่างยิ่ง
"โอ่ว ที่นี่เกิดสงครามอย่างนั้นรึ" เย่หยุนซีหยุดชะงักฝีเท้ากวาดสายตามองทุกสรรพสิ่งอย่างเฉยชา เขาต้องการจะดูว่าฝั่งไหนควรค่าให้ช่วยเหลือ ฝั่งไหนสมควรที่จะถูกทำลายให้สิ้นซาก