ปรมาจารย์หมัด ตะลุย แดนมังกร

    ตอนที่ 49 น้องชาย

                  ทางด้านแม่ทัพอู๋ซางตัวมันและลูกน้องคนสนิท รู้สึกร้อนใจเป็นอย่างมากที่เด็กหนุ่มมาถึงช้ากว่ากำหนด3วัน มันถึงขั้นไม่เป็นอันกินอันนอน เลยออกมารอรับเด็กหนุ่มนอกชายแดนเมืองดาราสวรรค์ด้วยตนเองเกรงกลัวว่าจะเกิดเรื่องร้ายมากกว่าดี เพราะมันเป็นห่วงเป็นใยกับบุตรผู้นี้เป็นอย่างมาก

    “นายท่าน นั่นใช่นายน้อย อู๋ซวง รึไม่” ลู่หานรีบสะกิดผู้เป็นนายทันทีเพราะตัวมันเห็นคนคุ้นหน้าคุ้นตา ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนักมันและผู้เป็นนายเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่สมัยยังเด็กและคือบุคคลที่แม่ทัพอู๋ซางไว้วางใจมากที่สุดปัญหาน้อยใหญ่ล้วนแล้วแต่ให้เพื่อนผู้นี้จัดการ


    “ใช่ เป็นมัน อู๋ซวงลูกพ่อ พ่อมารับเจ้าแล้ว”บุตรทั้ง 3 มีเพียงอู๋ซวงเท่านั้นที่มันรักและเอาใจใส่มากที่สุดส่วนบุตรคนอื่นมันทำราวกับไม่ใช่ลูกของมันการปฏิบัติตัวแตกต่างราวฟ้ากับเหว

    “ท่านพ่อ ท่านมาสถานที่แห่งนี้ได้อย่างไรกัน”เด็กหนุ่มถึงกับกรอกตาขาวเมื่อพบผู้เป็นบิดามันไม่คิดว่าบิดาของมันจะลงทุนลงแรง มาถึงชายแดนเมืองดาราสวรรค์เช่นนี้เพราะสถานที่แห่งนี้มันยังห่างไกลจากตัวเมืองนัก


    “เจ้าเด็กตัวแสบเจ้ามาช้ากว่ากำหนดถึง 3วัน จะไม่ทำให้ข้าเดือดร้อนใจได้อย่างไร”

    “พอดีมีปัญหานิดหน่อยที่ทำให้พวกข้านั้นเดินทางช้าข้าต้องขอโทษท่านด้วยที่ทำให้ท่านต้องเป็นห่วงถึงขนาดนี้”อู๋ซวงรู้สึกผิดเล็กน้อยที่ต้องทำให้บิดาของตนนั้นต้องมีความกังวลใจพร้อมทั้งมันยังได้หันหน้าไปทางลูกน้องของตนให้กล่าวทักทายอู๋ซางและลู่หานคนของอู๋ซวงก็แสดงความนอบน้อมเพื่อเป็นการแสดงความเคารพและนับถือออกมาจากใจจริงเพราะชายตรงหน้านั้นคืออู๋ซางแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่บิดาของผู้เป็นนาย

    “ไม่เลว ไม่เลว พวกเจ้าไม่ต้องมากพิธีข้าชอบพวกมีสัมมาคารวะ และมีพลังอันเข้มแข็ง ข้ารู้สึกดีใจแทนบุตรชายของข้าที่ได้ลูกน้องเช่นพวกเจ้าไว้ใช้งาน”อู๋ซางกล่าวชมผู้ติดตามของอู๋ซวงพร้อมทั้งสอดส่ายสายตาหาบุคคลผู้หนึ่งด้วยความรู้สึกไม่พอใจเพียงเล็กน้อย


    “ว่าแต่ไอ้เวรคนไหนที่มีนามว่า จินเฉิ่นอู่”ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใดแม่ทัพอู๋ซางถึงไม่รู้สึกถูกชะตากับคนผู้นี้

    “เป็นข้าเองขอรับ”จินเฉิ่นอู่ก้าวออกมาข้างหน้าเพื่อเป็นการแสดงตนต่อหน้าแม่ทัพอู๋ซางอย่างกล้าหาญ

    “เจ้ากล้านักนะ ที่กล้ามาใช้งานบุตรชายของข้าเจ้ารู้ตัวรึไม่กว่าที่ข้าจะช่วยเหลือครอบครัวของเจ้าได้ต้องสูญเสียทรัพย์พยากรมากน้อยเพียงใดไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ และ น้องสาว ตัวดีของเจ้า”


    “ข้าน้อย จินเฉิ่นอู่ขอขอบคุณท่านแม่ทัพอู๋จากใจจริงที่ช่วยเหลือครอบครัวของข้า”ถึงแม้ว่าท่าทีของแม่ทัพอู๋ซางในยามนี้นั้นจะเต็มไปด้วยความโมโหร้ายแต่มันคือ คือผู้ที่สั่งการช่วยเหลือครอบครัวของมันทั้งหมด

    “ท่านพ่อ เหตุใดต้องโมโหร้ายด้วยเล่าข้าเต็มใจที่จะช่วยเหลือมันเอง”อู๋ซวงรู้นิสัยของผู้เป็นบิดาดี เพราะมันผู้นี้ไม่ต้องการที่จะให้เด็กหนุ่มนั้นเสียเปรียบและตกเป็นเครื่องมือของผู้อื่นโดยง่าย


    “ข้า ข้าไม่ใช่คนที่มีจิตใจคับแคบขนาดนั้นข้าเพียงแค่อยากทดสอบมันเล่นเท่านั้น”แม่ทัพอู๋ซางเปลี่ยนสีหน้าท่าทางอย่างรวดเร็วจากหน้ามือเป็นหลังมือเพราะเกรงกลัวว่าจะทำให้บุตรชายผู้นี้ของมันไม่พอใจ

    “วางใจเถอะ เจ้าหนุ่มถึงท่านแม่ทัพจะพูดไปอย่างงั้นแต่ครอบครัวของเจ้านั้นทุกคนล้วนอยู่สุขสบายดีผู้คนทั่วทั้งเมืองดาราสวรรค์ต่างก็อิจฉาริษยาในครอบครัวของเจ้าที่ได้รับการคุ้มครองจากพวกเราพร้อมทั้งในยามนี้นั้นพวกมันทุกคนต่างก็ได้ทำงานภัตตาคารดาราสวรรค์ ที่เป็นของนายน้อยอู๋ซวงอีกด้วย”ลู่หานรีบแก้ต่างให้กับผู้เป็นนายได้อย่างรวดเร็วทางด้านแม่ทัพอู๋แอบยกนิ้วให้มัน เพื่อเป็นการขอบคุณ


    “ขอบคุณท่านแม่ทัพขอบคุณท่านแม่ทัพบุญคุณครั้งนี้ข้าจะจดจำไปจนตลอดชีวิตของข้า”

    “ดี ดีมากเจ้าจงจำคำพูดของเจ้าวันนี้ไว้ให้ดีจงปกป้องบุตรชายของข้าอย่างสุดความสามารถและจงใช้ทุกอย่างที่เจ้ามีเพื่อปกป้องชีวิตเขาส่วนทางด้านครอบครัวของเจ้าข้าจะดูแลพวกมันเอง”ถึงแม้ว่าตัวแม่ทัพอู่นั้นมันจะเป็นคนที่โมโหร้ายแต่ตัวมันเป็นคนชอบซื้อใจผู้คนเป็นอย่างยิ่งคนเป็นผู้นำย่อมต้องการผู้ติดตามที่ซื่อสัตว์ และตัวมันก็เป็นห่วงอนาคตของบุตรชายเป็นอย่างมากยิ่งได้ผู้ติดตามที่ซื่อสัตว์มากมายเพียงใดตัวมันเองก็ย่อมเบาใจ


                     เมื่อพูดคุยกันพอสมควรแล้วกลุ่มคนของอู๋ซวงและผู้เป็นบิดาพากันเดินทางกลับไปที่เมืองดาราสวรรค์ ผู้คนมากมายภายในเมืองต่างก็รอการมาถึงของอู๋ซวงเพราะในยามนี้นั้นมันคือความภาคภูมิใจสูงสุดของชาวเมืองดาราสวรรค์มันได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น เมื่อมาถึงมันใช้เวลาอย่างเต็มที่กับภรรยาทั้ง 3 นั่นก็คือ

    เหม่ยหวาง,หลิงเอ๋อ,เซียวเหยา ส่วนผู้ติดตามของเด็กหนุ่มทั้ง 10 คนให้พักอยู่ที่ภัตตาคารดาราสวรรค์หากจะบอกว่าคนที่ดูแล้วจะมีความสุขภายในวันนี้มากที่สุดนั้นคงจะหนีไม่พ้นที่ จินเฉิ่นอู่เพราะมันมีครอบครัวที่ไม่ได้พบหน้ากันมานานรอมันอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้


    “ท่านพ่อ ท่านแม่ น้องสาวของข้า ข้ามาแล้ว ลูกจินเฉิ่นอู่ผู้นี้มาแล้ว”เมื่อมันมาถึง ภัตตาคารดาราสวรรค์มันรีบร้องเรียกหาครอบครัวของมันโดยทันทีพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบหน้า

    “เป็นเจ้าอย่างงั้นเหรอ จินเฉิ่นอู่ ฮ่า ฮ่าในที่สุดครอบครัวของเราก็พร้อมหน้ากันแล้ว ที่รักลูกของเรากับมาแล้วมันมาพร้อมกับนายน้อยอู๋ซวง”ผู้เป็น             บิดา เมื่อได้ยินเสียงร้องเรียกของบุตรชายมันเต็มเปรี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีในที่สุดครอบครัวของมันก็ได้พร้อมหน้าพร้อมตาแล้วชีวิตของพวกมันทุกวันนี้นั้นได้เหมือนกับตายแล้วเกิดใหม่คนทุกคนต่างหลั่งน้ำตาแห่งความสุขพ่อ แม่ ลูก และ น้องสาวผู้อันเป็นที่รัก พวกมันทุกคนต่างพากันไปคารวะ ต่ออู๋ซวงผู้เสมือนกับเทพสวรรค์ในร่างมนุษย์ที่เปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตผู้คนไว้มากมายภายในสถานที่แห่งนี้เด็กหนุ่มก็แสดงความยินดีกับพวกมันด้วยที่ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งและขอให้ตั้งใจกันทำงานอย่างเต็มที่และเด็กหนุ่มก็แยกตัวออกมาเพื่อให้จินเฉิ่นอู่ ได้มีเวลาใช้ชีวิตกับครอบครั้ว


    “นายท่าน ในที่สุดท่านก็กับมาแล้ว”

    “หลงอู่ ไม่ได้เจอกันเพียงไม่นานเจ้าตัวโตขึ้นเยอะเลยนะเป็นอย่างไรบ้างเจ้าสบายดีหรือป่าว ขอบคุณเจ้ามากนะที่คอยดูแลคนสำคัญของข้าในยามที่ข้าไม่อยู่”เมื่อมายืนอยู่ต่อหน้าของอู๋ซวงสีหน้าที่เย็นชาไร้จิตใจของมัน กับหลั่งน้ำตาออกมามันคือน้ำตาแห่งความสุข เพราะบุคคลตรงหน้าคือแสงตะวันที่คอยส่องแสงนำทาง


    “ไม่เลยนายท่าน ข้าไม่ลำบากซักนิด”เด็กชายแขนเดียวหลงอู่พยายามเก็บความรู้สึกของตัวเองเอาไว้อย่างสุดความสามารถเพื่อที่จะไม่ให้ผู้เป็นนายรู้สึกไม่สบายใจทุกเรื่องราวที่ผ่านมาขอเก็บมันเอาไว้เพียงคนเดียว

    “เจ้าโกหกไม่เก่งเลยน้องชายตัวเล็กของข้า”ระหว่างที่ข้าไม่อยู่มีอะไรอยากจะเล่าให้พี่ชายคนนี้ฟังไหม