ฮวาเสี่ยวซีเดินยิ้มหน้าบานกลับถึงจวนแขนข้างหนึ่งอุ้มเจ้าอ้วนน้อย ส่วนอีกข้างโบกพัดอย่างเบิกบาน จิ้นอ๋องกับชินอ๋องเดินตามมาด้วยท่าทางผ่อนคลายพากันคุยเรื่องยอดขายหมูหันวันแรกแบบออกรส
แต่พอก้าวเข้าประตูเรือนใหญ่...
“กลับมาแล้วรึ...”เสียงเย็น ๆ ดังขึ้น พร้อมเงาร่างสง่างามบนตั่งไม้หอม
ฮ่องเต้อี้จงเหวิน นั่งไขว่ห้างพิงหมอนข้าง ปากขยับจิบชาช้า ๆ แต่แววตาดุกร้าวกว่าเดิม
ฮวาเสี่ยวซีกระพริบตาปริบๆ ก่อนเอียงคอหัวเราะแห้ง “เอ่อ...พระองค์ยังไม่เข้านอนหรือเพคะ?”
บนโต๊ะมีชาอู่หลงชั้นเลิศ…ที่เย็นจนแทบเป็นน้ำล้างจาน
ฮ่องเต้มองถ้วยชาอย่างเรียบนิ่งแต่เสียงที่เปล่งออกมากลับฟังดูเหมือนคนโดนแฟนลืมวันครบรอบ
“วันนี้ร้านหมูหันเปิดข้าก็แวะไป...แต่ไม่มีใครมองเห็นข้าเลย เจ้าก็เช่นกัน”
จิ้นอ๋องกับชินอ๋องชะงักเหมือนเพิ่งรู้ว่าทำอะไรผิด
ชินอ๋องกระแอมเบาๆ “เอ่อ...ฝ่าบาท ภรรยาวุ่นวายเรื่องร้านเยอะไปหน่อย พวกเราก็เลย...หลงลืมพระองค์ไปชั่วคราว”
ฮ่องเต้หรี่ตา“หลงลืม? แล้วจะให้ข้าไปขายหมูหันด้วยไหม?”
เสี่ยวซีลูบหัวเจ้าอ้วนที่หลับปุ๋ยในอ้อมแขนแล้วค่อย ๆ วางลูกน้อยลงในเปลจากนั้นเดินไปยืนต่อหน้าฮ่องเต้อย่างนอบน้อม...แบบคนมีแผนง้อ
“เพคะเพคะข้าผิดเอง หมูหันมันหอมเกินไปจนข้าลืมทุกอย่าง…แม้แต่ ‘ตัวแถม’ ที่ข้าชอบสุด ๆ”
“เจ้าเคยบอกว่าข้าคือสามีลับระดับขั้นเทพ”ฮ่องเต้ยกคิ้ว
“ก็ยังระดับขั้นเทพอยู่นะเพคะแค่...ระดับนี้ที่ยังไม่ได้ชิมวันนี้” นางหัวเราะเบา ๆ พยายามเล่นมุกขำ
แต่ฮ่องเต้ไม่ขำยังทำหน้าจริงจังสุด ๆ
ชินอ๋องขยับมากระซิบจิ้นอ๋อง“เจ้าว่าพรุ่งนี้เราต้องจัดเลี้ยงง้อฝ่าบาทไหม?”
จิ้นอ๋องพยักหน้า“จัดชุดพิเศษ ‘ฮ่องเต้งอน’ มีหมูหันสามแบบ น้ำจิ้มห้ารส และโต๊ะส่วนตัว”
ระหว่างนั้นเสี่ยวซีค่อย ๆ ขยับเข้าไปกอดแขนฮ่องเต้ แล้วยิ้มหวานจนตาตี่
“ขอโทษจริงๆ นะเพคะ คืนนี้ข้าจะทำหน้าที่ภรรยาอย่างเต็มที่ ชดเชยให้ทุกนาทีที่ท่านน้อยใจ”
ฮ่องเต้ถอนหายใจแรงทีหนึ่ง...ก่อนปากจะแอบกระตุกยิ้มมุมปากในที่สุด
“อย่างน้อยก็ยังรู้จักง้อข้าจะให้โอกาสเจ้า...อีกสามคำพูดเท่านั้น ถ้ายังตลก ข้าจะหักคะแนน”
หลังจากไปส่งเจ้าอ้วนน้อยพร้อมกับจิ้นอ๋องกับชินอ๋องแล้วฮวาเสี่ยวซีก็เปลี่ยนชุดเป็นผ้าแพรเนื้อเบามัดผมหลวม ๆ แบบที่รู้ว่าคนบางคนชอบ ก่อนเดินตรงไปยังเรือนของฮ่องเต้อี้จงเหวิน
มือหนึ่งถือถาดของว่างอัดแน่นด้วยขนมไส้คัสตาร์ดและหมูแผ่นหวาน อีกมือซ่อนไว้ด้านหลังอย่างมีเลศนัย
เมื่อย่างเท้าเข้าเรือนเธอก็เห็นชายหนุ่มในชุดคลุมสีเข้มนั่งพิงพนักพิงไม้หอมอ่านตำราประวัติศาสตร์แต่เปิดค้างอยู่หน้าที่เดิมเกือบครึ่งชั่วยาม
“เสี่ยวซี…”ฮ่องเต้เงยหน้าขึ้นมา ดวงตาคมกริบฉายแววระคนระหว่างอยากจะดีใจแต่ยังอยากงอนต่อ
“ฝ่าบาท...”นางเรียกอย่างออดอ้อน พร้อมวางถาดของว่างลงบนโต๊ะอย่างเบามือจากนั้นเดินไปด้านข้าง พลิกขวดเหล้าดองผลไม้จากด้านหลังขึ้นมาเขย่าเบา ๆพร้อมรอยยิ้มที่ยิ่งดูเหมือนแมวน้อยลอบกัด
“คืนนี้ข้ามาปรนนิบัติพระองค์นะเพคะ… ขอไถ่โทษที่ละเลย ‘ตัวแถม’ อย่างไม่ตั้งใจ”
คำว่า ‘ตัวแถม’ทำให้ใบหน้าคมขึงของฮ่องเต้กระตุกเล็กน้อย
“หากข้าเป็นแค่ตัวแถม...เหตุใดเจ้าต้องกลับมาพร้อมเหล้ารสหวานกับขนมโปรดข้าด้วยล่ะ?”เขาถามแต่แววตาเริ่มอ่อนลง
เสี่ยวซีเดินไปด้านหลังยื่นมือไปนวดไหล่เบา ๆ พลางกระซิบข้างหู“บางที...ตัวแถมก็อร่อยที่สุดในมื้อก็ได้นะเพคะ”
ฮ่องเต้กลั้นยิ้มแต่ไม่สำเร็จ
“หึเจ้าเจ้าเล่ห์ขึ้นทุกวัน... แล้วนี่ข้าต้องถูกหลอกด้วยวิธีนี้ไปอีกนานแค่ไหน?”
“ตราบใดที่พระองค์ยังยอมให้ข้าหลอกก็...นานเท่าที่หัวใจพระองค์ยังอ่อนให้ข้าน่ะเพคะ”
คำพูดเรียบง่ายแต่หวานเจี๊ยบจนทำให้คนที่เคยครองใต้หล้ายังต้องเบือนหน้าหนีเพราะแก้มร้อนผ่าว
ฮวาเสี่ยวซีนั่งลงข้างเขาค่อย ๆ รินเหล้าผลไม้เบา ๆ ลงถ้วย กระดกหนึ่งคำก่อนจะจูบเบา ๆที่ข้างแก้มเขาอย่างไม่ให้ทันตั้งตัว “คืนนี้ไม่มีตำรา ไม่มีราชกิจ ไม่มีข้าราชการมีแค่เสี่ยวซีกับฝ่าบาท...ตกลงไหมเพคะ?”
ฮ่องเต้ยิ้มมุมปากเอื้อมมือดึงเธอเข้าสู่อ้อมแขน“คืนนี้เจ้าจะรับผิดชอบความรู้สึกของข้าให้หมดก็แล้วกัน”
เมื่อยามราตรีล่วงเลยการสนทนากลายเป็นเสียงหัวเราะเบา ๆ แทรกด้วยการแหย่กันอย่างไม่เป็นทางการเสื้อคลุมชั้นนอกของฮ่องเต้ถูกร่นออกโดยฝีมือใครบางคนที่แกล้งทำเป็นเผลอนางหัวเราะคิกคักราวสาวน้อยวัยแรกรุ่น มือยังถือผลลิ้นจี่ปอกเปลือกไว้จะแหย่ป้อน
“แหมฝ่าบาท...เสด็จเตี่ยของลูกคนนี้นี่... ขี้น้อยใจเสียยิ่งกว่าชินอ๋องเสียอีกนะเพคะ”
“ก็เจ้าเอาใจแต่สองคนนั้นไม่เหลือใจไว้ให้ข้าเลย…”
“เอ้า!...ฝ่าบาทนี่ น้อยใจอีกแล้ว” นางย่นจมูก “ข้าให้ของหวานแล้ว ให้เหล้าแล้วยังไม่หายงอนอีกเหรอ?”
“ของหวานข้ากินหมดแล้ว...แต่ของขมยังอยู่ในใจ”
“งั้นคืนนี้...เสี่ยวซีจะกล่อมพระองค์เองจนลืมแม้กระทั่งชื่อสองอ๋องเลยเพคะ”
เมื่อแสงตะเกียงอ่อนลงห้องเงียบสงบลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจแนบชิดและไออุ่นใต้ผ้าห่มลวดลายเมฆ
เสี่ยวซีซุกตัวในอ้อมอกของฮ่องเต้แอบอมยิ้มเมื่อได้ยินเขากระซิบว่า
“คืนนี้ข้าไม่ใช่แค่ตัวแถมอีกต่อไปใช่ไหม?”
“ไม่เคยเลยเพคะ”นางตอบเบา ๆ พร้อมหอมแก้มเขาอีกครั้ง “พระองค์เป็นของโปรด...แม้ข้าจะกินช้าแต่ข้าไม่เคยลืมว่าอร่อยที่สุด”
ในห้องนอนเล็กสำหรับเจ้าอ้วนน้อยเสียงหัวเราะของเด็กดังก้องคลอไปกับเสียง
“อู้ววววว๊าาาาาา!”ของจิ้นอ๋องผู้ต้องจำยอมกลายเป็น “ม้าศึกประจำตัวลูกชาย”
“เร็วเข้า!ม้าสงครามต้องวิ่งเร็ว ๆ ไม่งั้นศัตรูจะยิงธนูใส่นะ!” ชินอ๋องพูดเสียงเข้มทำหน้าจริงจังแต่มือก็ยื่นตุ๊กตาไม้ตัวเล็กให้เจ้าอ้วนน้อยจับไปตีหัวบิดาอีกคนอย่างอารมณ์ดี
เจ้าอ้วนน้อยวัยสิบเอ็ดเดือนหัวเราะเสียงใสดวงตาแป๋วเบิกกว้าง มือป้อมตบแปะ ๆบนศีรษะบิดาผู้โชคร้ายอย่างสนุกสนานราวกับขี่หลังมังกรยักษ์
“โอ๊ย ๆ ๆเจ้าลูกชาย! เจ้าจะฆ่าบิดาแล้ว!” จิ้นอ๋องครวญเสียงลั่นขณะคลานเข่ารอบห้องส่วนชินอ๋องยืนพิงเสา หัวเราะจนตาหยี
ทันใดนั้นเจ้าอ้วนน้อยก็ส่งเสียง "แฮ่ ๆ ๆ ๆ!"ก่อนจะยกมือป้อมทุบหลังจิ้นอ๋องอีกครั้งอย่างเริงร่า
“เอ่อ...เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าลูกเราน่าจะได้พลังจากเสี่ยวซีมากกว่าพวกเรานะ”ชินอ๋องว่า พลางเดินมาช่วยจับตัวลูกชายลงจากหลังพี่ใหญ่
“รู้แล้ว…รู้ดีเลยล่ะ”จิ้นอ๋องตอบเสียงอ่อน พลิกตัวนอนหอบอยู่บนพื้น“ข้าเพิ่งไต่เขาเสร็จรอบที่สามแล้วนะ”
เจ้าอ้วนน้อยหัวเราะร่าอีกครั้งก่อนจะโผเข้าใส่ชินอ๋องให้ “อ๊าาา!" พร้อมรอยยิ้มกว้าง ตบมือต่อทันที
เวลาผ่านไปอย่างวุ่นวายแต่เปี่ยมด้วยเสียงหัวเราะจนเมื่อพระอาทิตย์ยอแสงลง เจ้าอ้วนน้อยก็เริ่มหาวน้อย ๆ เปลือกตาปิด ๆ เปิด ๆสองอ๋องจึงช่วยกันพาเขาไปอาบน้ำในอ่างไม้เล็ก ๆ กลิ่นสมุนไพรจาง ๆ คลุ้งในอากาศ
หลังจากเช็ดเนื้อเช็ดตัวห่มผ้า และกล่อมเขาจนหลับสนิท ใบหน้ากลมเล็กซบหมอนผ้านุ่มอย่างสงบสองบิดาก็นั่งข้างเตียง จิบชาร้อนกันคนละถ้วยแสงตะเกียงสีอุ่นส่องให้เห็นรอยเหนื่อยปนสุขบนใบหน้าทั้งคู่
“เจ้าคิดว่า...คืนนี้เสี่ยวซีอยู่กับเขาใช่ไหม?”ชินอ๋องถามขึ้นเสียงเรียบ
จิ้นอ๋องนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนพยักหน้าเบา ๆ “ใช่”
“ข้ารู้ว่าพวกเราตกลงใจกันแล้วแต่บางคืน…ข้าก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าเราถูกแบ่งปันมากเกินไป”
“ท่านหึงหรือ?”จิ้นอ๋องถาม พร้อมเลิกคิ้ว
“นิดหน่อย…หรือมากหน่อยก็ไม่แน่ใจ”ชินอ๋องยิ้มจาง ๆ ยกถ้วยชาขึ้นจิบ “ตอนเห็นเสี่ยวซีหัวเราะกับเขาข้าก็รู้ว่าหัวใจนางอยู่กับพวกเราทุกคนแต่บางที...ข้าก็อยากให้หัวใจนางอยู่กับข้าเพียงผู้เดียว”
จิ้นอ๋องถอนหายใจ“เหมือนกัน ข้าก็รู้สึกเช่นนั้น แต่เสด็จอาเองก็รู้ นางไม่เหมือนใครและเราเองก็เลือกแล้วที่จะอยู่เคียงข้างนาง ไม่ว่าจะต้องแบกรับสิ่งใด”
“เราต่างเป็นสามีของนางและนางก็เป็นของพวกเราทั้งสาม...รวมถึงลูกคนนี้ด้วย”ชินอ๋องยิ้มมองเจ้าตัวน้อยที่นอนหลับปุ๋ย
ทั้งสองคนเงียบไปครู่หนึ่งฟังเสียงลมพัดเบา ๆ ผ่านหน้าต่าง
“เจ้าเคยคิดไหมว่าหากวันหนึ่งนางเลือกใครคนใดคนหนึ่งขึ้นมา ข้ากลัว...” ชินอ๋องพูดแผ่ว ๆ
จิ้นอ๋องวางมือบนไหล่น้องชายแน่น“ข้ากลัวเช่นกัน แต่เรายังมีวันนี้...มีนาง มีท่านมีลูกชายที่ทำให้เราต้องคลานเข่าทั้งคืน วันนี้เพียงพอแล้ว”
เสียงหัวเราะของทั้งคู่ดังขึ้นเบาๆ พวกเขาลุกขึ้น เดินออกจากห้องช้า ๆทิ้งให้ความเงียบสงบในห้องนอนของเจ้าอ้วนน้อยเป็นเจ้าของเวลากลางคืน
เมื่อปิดประตูเบาๆ หลังเดินออกมา ทั้งคู่ก็หยุดยืนมองท้องฟ้ายามค่ำท่ามกลางความเงียบสงบและกลิ่นดอกไม้จาง ๆ ที่ลอยมากับลม
“เจ้าว่า...พรุ่งนี้ใครจะเป็นม้าศึกให้ลูกก่อนดี?”ชินอ๋องหันไปถามยิ้ม ๆ
จิ้นอ๋องถอนหายใจยาว“ข้าจะจำลองสนามรบไว้ในใจคืนนี้ เผื่อรับมือได้ดีขึ้น”
เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้งก่อนทั้งสองจะก้าวเท้าเดินกลับเรือนไปช้า ๆ …เพื่อรอวันรุ่งขึ้นที่จะได้เป็นบิดาผู้ปวดหัวอีกหนึ่งวัน