…………………………
หัวค่ำวันนั้น ผมนั่งฉลองอยู่กับไอ้เจมส์และเพื่อนอีกสี่คนในห้องคาราโอเกะส่วนตัว แน่นอนว่าไม่มีสมาชิกในกลุ่มสวนสัตว์มนุษย์ ด้วยยังแค้นที่พวกมันรุมเล่นงานผมเมื่อวานนี้
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ขอบใจมากโว้ยที่ชวนพวกกูมาร่วมสนุก ว่าแต่ถูกหวยรึไงวะ ถึงกล้ามามันส์…ในเลานจ์ชั้นสูงแบบนี้ ” เพื่อนหน้าเสี้ยมที่ชื่อ “เจมส์” เอ่ยถาม
“ เหอ เหอ เหอ ก็นิดหน่อยว่ะ ” ผมหัวเราะเบาๆ ดวงตาเหลือบมองกับแกล้มชั้นเลิศ เหล้าราคาแพงบนโต๊ะ สลับกับไอ้พวกเวรที่กำลังแย่งกันร้องเพลงอย่างเมามัน และในจังหวะที่ผมหยิบแก้วสุรา ความเ็ปก็บังเกิดแถวๆแก้ม
“ อู้ย…….”
“ เฮ้ย! เป็อะไรไปวะ ” เจมส์ร้องถามเบาๆ แต่โดยรวมยังดูชิวๆ คล้ายใจจริงไม่นึกห่วงซักเท่าไหร่
“ ไม่มีอะไรมากว่ะ แค่แผลเก่าจากการโดนรุมกระทืบเท่านั้นเอง ” ผมตอบกลับ พร้อมขยับกรามไปมา
“ อ้อ…..แล้วตกลง มึงไปกวนตีนใครมาล่ะ ถึงได้เป็แบบนี้ ” เจมส์ถามไม่เลิก แต่น้ำเสียงดูเรื่อยๆ อันสะท้อนถึงความไม่แยแส
“ หึ หึ ช่างแม่งเถอะ เลิกพูดถึงพวกมัน แล้วมาสนุกกันเถอะ ” ผมตัดบท ก่อนจะหัวเราะเครียดๆ ไฟอารมณ์ลุกโชนเป็เท่าทวี ภายในใจคิดคำนึง
“ ฮึ่ม...เดือดชะมัด เห็นทีต้องใช้ผู้หญิงและเหล้าดับเพลิงแค้น….”
“ โอ้…ตามใจ ” เหมือนไอ้เจมส์จะช่างสังเกตพอตัว หรือไม่สีหน้าของผมก็บ่งบอกว่าโมโหขั้นสุด มันจึงหยุด และถ้าให้เดา คงเป็เพราะกลัวเ้ามืออย่างผมจะไม่พอใจจนหนีกลับบ้าน ทว่าก็ช่างเถอะ ทุกคนที่เคยคบ ก็มีแต่เพื่อนกินมาโดยตลอด ไม่เคยมีใครวางใจได้ซักคน
“ ว่าแต่…….งานนี้ไม่มีสาวๆเหรอวะ ” เพื่อนอีกคนที่โดนแย่งไมค์ เตร่มาถามเสียงอ้อแอ้ ใบหน้าแดงก่ำ อันฟ้องว่าน่าจะกระดกเหล้าถึงหลายแก้ว ผมเลยยิ้มกริ่ม ก่อนจะแจงแบบชัดถ้อยชัดคำ
“ ต้องมีอยู่แล้วสิวะ เพราะถึงอย่างไร สุราย่อมคู่กับนารี ”
เพื่อนกินทั้งห้าตัวถึงกับหูผึ่งไปตามกัน แม้แต่ไอ้คนที่กำลังตะเบ็งเสียงใส่ไมค์ ก็ชะงักงัน แล้วหันมาทำตาโต ประมาณว่านี่คือ…สุดยอดปรารถนาของบุรุษ
“ และเพื่อไม่ให้เสียเวลา เชิญสาวๆเข้ามาได้ ” ผมเริ่มเอนเตอร์เทนเพื่อนๆ พร้อมลุกขึ้นไปเปิดประตู
“ แอ๊ด……”
ทันทีที่ประตูเปิดออก แม่ผีเสื้อราตรีกลุ่มนึงก็พาเหรดกันเข้ามาในห้องทึบขนาดกลาง ทำเอาทุกคนแทบจะน้ำลายหก ด้วยแต่ละอนงค์ล้วนสวยเฉี่ยว แถมอาภรณ์ที่หุ้มกายก็ทั้งแนบเนื้อและใช้เนื้อผ้าน้อยชิ้น อันชวนให้คิดดีไม่ได้เลย
“ เฮือก…..”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ขอต้อนรับน้องๆสู่วิมานฉิมพลี เอาล่ะ ใครสนใจใคร รีบมาคว้าไปได้เลย แต่ขอบอก นาทีนี้ใครก็ได้ เพราะแต่ละคนล้วนดีงามชนิดที่นางแบบยังต้องอาย ” ผมหัวเราะร่าเป็เชิงโอ้อวด แบบนี้สิถึงจะสมฐานะหน่อย คนอย่าง….บราวน์ โคตรจะยุ่ง จะดูกระจอกไม่ได้
ไม่ต้องรอให้พูดจบ ทั้งห้าตัวก็กรูกันเข้ามาชิงกลุ่มนวลนาง เพียงพริบตา แม่โฉมงามก็ไปนั่งเคียงไอ้พวกนั้นตามมุมต่างๆ พลางสนทนากันอย่างออกรสออกชาติ ราวกับสนิทสนมคุ้นเคยกันมาเป็แรมปี ทว่าพอผมหันไปมองคู่ของตัวเอง กลับพบแต่ความว่างเปล่า
“ อ้าว….เฮ้ย….กูเรียกเด็กมาหกคน ไหงมีแค่ห้าวะ ” ผมเริ่มหงุดหงิด หรือมีใครในหมู่พวกเราที่โลภมาก ลากน้องๆไปนั่งคุยถึงสองคน แต่มองไปมองมา มันก็คู่ใครคู่มันนี่หว่า
และในขณะที่ผมเกาหัวแกร๊กๆ สาวสวยอีกนางที่พอมีอายุ (ประมาณ 40 เศษ) ก็เดินเข้ามา สีหน้าฟ้องถึงความสำนึกผิด
“ อ่า…ขะ…ขอโทษด้วยค่ะ คุณลูกค้าที่…ดิชั้นไม่สามารถส่งเด็กมาครบหกคนตามที่้า เพราะเวลานี้ แขกมากเหลือเกิน คงต้องรออีกพักใหญ่ กว่าน้องๆจะว่างมารับใช้ ”
“ ฮ้า…..ว่าไงนะ ทำไมพวกคุณถึงไร้ความรับผิดชอบแบบนี้ ” ผมสติแตก เลยตวาดใส่สาวสวยวัยกลางคนเสียชุดใหญ่ ทำให้เธอรีบผงกหัวขอโทษรัวเร็ว
“ ขะ…ขอโทษจริงๆค่ะ ดิชั้นผิดไปแล้ว ”
ทีแรกผมกะจะด่าต่อ แต่พอเห็นเนินอกขาวผ่องที่ลอดผ่านปกเสื้อสายเดี่ยวในยามสาวสวยก้มตัว อารมณ์กำหนัดก็บังเกิด เพราะทรวดทรงของคุณเธอชวนมองไม่แพ้สาวรุ่น อันบ่งบอกถึงการดูแลเอาใจใส่ที่ค่อนข้างดี
เหมือนเ้าหล่อนจะนึกสงสัยว่าทำไม ผมถึงหยุดชะงัก เลยเงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อย ทำให้เ้าหล่อนอ่านทางออกทันควัน เนื่องจากอาการของผมมันฟ้องแววหื่นซะขนาดนั้น คุณเธอจึงรีบแก้เกมด้วยการอำลา
“ อ่า…เพื่อไม่ให้เสียเวลา ดิชั้นขอตัวก่อนนะคะ และสัญญาว่าจะรีบพาเด็กคนที่หกมาส่งโดยเร็ว ”
“ เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อนครับ มะ…ไม่ต้องก็ได้ ” ผมกะจะบอกให้พี่สาวคนสวยมาคุยแทนก็ได้ เพราะอยากสำรวจหนองโพคู่งามที่เห็นเมื่อครู่นี้ แต่ไม่ทันกาล นวลนางวัยกลางคนได้ปิดประตูหนีเป็ที่เรียบร้อย
“ แอ๊ด….ปัง ”
ทันทีที่ทวารปิดสนิท ความเปลี่ยวเหงาก็คืบคลานสู่จิตใจ เปรียบประดุจกระท่อมร้างกลางเหมันต์ เลยถอนหายใจออกมาเบาๆ เพื่อระบายความอึดอัด
“ เฮ้อ……”
“ อา….ซี้ด…”
แต่พอทอดถอนใจไม่เท่าไหร่ เสียงกระตุ้นเร้าก็ดังเข้าหู อันเป็กระแสที่ฟ้องถึงอารมณ์สยิวของหญิงสาว และเมื่อมองตาม ผมก็พบว่าเป็ฝีมือของไอ้เจมส์ที่ก้มลงไปโลมเลียกึ่งกลางเป้าจนเปียกแฉะไปทั่วยีนส์สั้นรัดรูปที่สาวสวยผมบรอนด์สวมใส่
“ โห….ไอ้นี่โคตรไวเลย ” ผมสบถออกมา และนึกเลื่อมใสไอ้เสือนี่ ด้วยเวลาแค่ไม่ถึงนาที มันสามารถล่วงเกินสาวผมบรอนด์ได้ถึงขั้นนี้
และเมื่อหันไปมองคู่อื่น ก็พบว่านัวเนียไม่แตกต่าง เนื่องจากบางคนกำลังจูบปากแลกลิ้น บางคนก็ล้วงควักอวัยวะลับกันอย่างสนุกสนาน แต่เมื่อมองไปยังคู่สุดท้ายที่ยืนคลอเคลียหน้าทีวี เลยทำให้เกิดความคิดใหม่
“ หรือบางที หญิงชายอาจไม่ได้มีแค่เื่เซ็กส์เพียงอย่างเดียว เพราะไอ้อ้วนนั่นกับสาวเปรี้ยวผมแดงยังจับคู่ร้องเพลงรักกันแบบหวานแหววอยู่เลย….”
แต่แล้ว เหตุการณ์ก็ฟ้องว่าผมคิดผิด ด้วยโสตประสาทดันได้ยินเสียงหญิงสาวที่ร้องเพลงตะกุกตะกัก คล้ายตัวโน๊ตดนตรีจะหลุดร่วงลงจากคีย์
“ คะ…คืนทะ…ที่ดา…ดาวตะ…เต็มฟ้า ชะ..ชั้นจินตนาการ….ปะ…เป็หน้าเธอ ”
ส่วนไอ้อ้วนที่ยืนประคองหลังของสาวเปรี้ยว ก็ไม่ได้สนใจจะถือไมค์ แต่เริ่มกอดรัดร่างบางที่ทรงสัดส่วนสมบูรณ์ สีหน้าแลเคลิ้มฝันอย่างประหลาด กาย่ล่างกระตุกแบบแปลกๆ วินาทีต่อมา เ้าหล่อนก็ปล่อยมือจากทุกสิ่ง พร้อมครวญดังระบายอารมณ์
“ ปึง…”
“ อ้า……”
เสียงไมค์ตกดังพร้อมเสียงร้องครางของสาวเปรี้ยวผมแดง กายบางในเกราะอกสีดำสั่นสะท้านอย่างรุนแรง และพอผมมองลงต่ำในจุดที่ทั้งสองเริ่มขยับ ก็ได้พบกับบางอย่าง
“ อ้าว…กูนึกว่าจะร้องเพลงแบบอินเลิฟ แต่ที่ไหนได้ แม่งเสียบกันก่อนคู่อื่นอีก ” เหตุที่ผมสบถ ก็เพราะประจักษ์ว่ากางเกงในตัวจิ๋วของสาวเปรี้ยวได้ถูกรูดลงมาถึงตาตุ่ม สองขาเรียวแยกออก อันเปิดทางให้ไอ้อ้วนเอาดุ้นบิ๊กไซส์เสียบปากถ้ำสวาทจากทางด้านหลัง
ด้วยบรรยากาศที่มืดสลัว ผมเลยไม่แน่ใจว่าคู่นี้มีการสอดใส่กันหรือไม่ แต่ไม่ทันได้แสดงความอิจฉา ไอ้เหี้ยเจมส์ก็ฉุดคู่ของตัวเองให้ลุกขึ้นยืน แล้วดันเธอมานั่งคุกเข่าแถวจุดที่ผมยืนอยู่ จากนั้นก็รูดซิปกางเกงลง พร้อมดึงอาวุธประจำกายออกมา ก่อนจะจ่อมันไปที่ใบหน้าสวยคมของสาวผมบรอนด์
“ หึ หึ จัดการให้พี่หน่อย มันอยากมุดเข้าไปในปากของน้องเเล้ว ”
สาวผมบลอนด์ยิ้มยั่วเย้านิดนึง จากนั้นก็อ้าปากกว้าง แล้วเขมือบไส้กรอกยาวเข้าไปทั้งดุ้น เล่นเอากายผอมบางของไอ้เจมส์ถึงกับผวาเฮือกเลยทีเดียว
“ โอ้ว…..,”
นี่ถ้าเป็ปกติ ผมคงอินกับสภาวะนี้เป็ที่สุด เพราะมันคือวงเซ็กส์หมู่ที่แสนโปรดปราน แต่ในยามนี้ ผมกลับไร้คู่ ครั้นจะไปขอร่วมวงกับใครๆ มันก็ดูจะเสียยี่ห้อ เลยปลีกตัวไปนั่งลำพังบนโซฟาว่าง พร้อมเสพเหล้าถี่รัว เพื่อดับอารมณ์ร้ายที่มากวนใจ
“ อืม…ทำไม กูถึงซวยซ้ำซวยซ้อนแบบนี้ รู้งี้รีบลากนังสาวใหญ่นั่นมาจัดการซะดีกว่า จะได้ไม่ต้องทนรำคาญ ” ระหว่างที่ปรับทุกข์กับสุราสีอำพัน เสียงโทรศัพท์ก็ดังแทรกความวุ่นวาย
“ กริ๊ง……….”
ทีแรกผมไม่อยากรับ เพราะกำลังเซ็งบ่อน แต่เสียงโทรศัพท์ยังคงดังต่อเนื่องแบบไม่หยุดหย่อน ราวกับกำลังประท้วงความไม่แยแส ผมเลยจำเป็ต้องหยิบมันขึ้นมาดู
“ เอ๊ะ! นี่มันสายแปลกที่ไม่รู้จัก หรือจะเป็พวกนักข่าวที่อยากโทรมาถามเื่ไอ้บ็อบ ” ผมอยากขว้างโทรศัพท์ทิ้ง เพราะหลายวันมานี่ ผมโดนหลายสำนักตามจิกกัด แต่ไม่รู้ซาตานตนใดดลใจ เลยเผลอกดปุ่มเสียงเขียวบนหน้าจอ
“ ใครน่ะ ” ผมถามห้วนๆ ทำให้ปลายสายนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะตอบกลับมา
“ โอ้ว….คุณบราวน์หรือคะ ดิชั้นเจนนี่นะ เป็พนักงานธนาคารที่เจอเมื่อกลางวัน ดิชั้นอยากคุยต่อในเื่ที่ทำให้คุณยิ้ม…..และเื่ที่ทำให้หัวใจของดิชั้นเต้นแรง ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
