มารสยบฟ้า

    บทที่ 63 : เจียงหวู่ฉาง

    การประลองรอบแรกได้จบลงไปแล้ว ตัวแทนที่ผ่านเข้าสู่รอบที่สองทั้งแปดคน ได้ทำการจากจับฉลากเผื่อหาคู่ประลองในรอบถัดไป ซึ่งผลการจับฉลากนั้น คู่ที่หนึ่งเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่างตงห่าวและเจียงหวู่ฉางคู่ที่สองเป็นมู่ป๋ายกับเสี่ยวฟ่าน คู่ที่สามเป็นเยว่เหนียงกับฮัวเจี่ย ส่วนคู่สุดท้ายเป็นจ้าวเฉินประลองกับหลันหลัน

     

    บริเวณที่นั่งด้านหลังของจุนจื่อ ผู้เป็นเจ้าตำหนักทิศใต้ของสำนักปีกนภา เหล่าอาจารย์ใหญ่และรองอาจารย์ใหญ่ของแต่ละสถาบันกำลังนั่งสนทนากัน

     

    เติ้งหุยผู้เป็นอาจารย์ใหญ่ของสถาบันหยกม่วงได้หันมากล่าวกับหลี่ผิงผู้ครอบครองตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ของสถาบันใบไม้เขียว “ปีนี้สถาบันใบไม้เขียวของเจ้าช่างโดดเด่นยิ่งนัก มีผู้ผ่านเข้าสู่รอบที่สองถึงห้าคน สถาบันอื่น ๆ เทียบไม่ติดเลย ฮ่ะๆๆๆ”

     

    หลี่ผิงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ แต่ภายในใจของเขานั้นเบิกบานเป็นที่สุด “ท่านเติ้งหุยได้กล่าวหนักเกินไปแล้ว สถาบันใบไม้เขียวของข้าก็แค่โชคดีเท่านั้น”

     

    ท่ามกลางบทสนทนาของทั้งคู่ ผู้เป็นอาจารย์ใหญ่ของสถาบันเขี้ยวศิลาได้แต่กำหมัด ปีนี้ตัวแทนของพวกเขาไม่สามารถผ่านเข้าสู่รอบที่สองเลยแม้แต่คนเดียว ช่างนับอับอายเป็นที่สุด

     

    ถัดจากอาจารย์ใหญ่ของสถาบันเขี้ยวศิลา คือรองอาจารย์ใหญ่ของสถาบันลมวสันต์ที่ไม่มีใครเคยคุ้นหน้า ทั้งระดับพลังของเขาเองก็ต่ำสุดในที่นี้

     

    รองอาจารย์ใหญ่ของสถาบันลมวสันต์รอบมองไปยังตัวแทนทั้งแปดคนที่ได้ผ่านเข้าสู่รอบที่สอง เอ่ยกับตัวเองในใจว่า “หวังว่าจะมีคนทำให้หวู่ฉางนั้นสนุกได้บ้าง!”

     

    บริเวณสนามประลอง หลังจากผู้เข้าประลองทั้งแปดคนได้นั่งพักเป็นระยะเวลาครึ่งชั่วยาม การประลองคู่แรกของรอบที่สองก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

     

    ผู้ตัดสินได้ทำการเรียกผู้ประลองทั้งสองคนขึ้นไปบนสนาม แต่ก่อนที่ตงห่าวจะเดินขึ้นไปบนสนามประลอง เสี่ยวฟ่านได้ยกหมัดึ้ขั้นมา พร้อมกับพูดให้กำลังใจอีกฝ่าย

     

    “ตงห่าว! ตอนนี้ระดับพลังของพวกเรานั้นไม่เป็นสองรองใครแล้ว เจ้าเอาชนะได้แน่”

     

    แม้เสี่ยวฟ่านจะคิดว่าตงห่าวนั้น ต้องสามารถเอาชนะเจียงหวู่ฉางได้แน่ ๆ แต่จ้าวเฉินกับปิงหยุนที่เคยได้เผชิญหน้ากับอีกฝ่ายมาแล้ว พวกเขากลับไม่ได้คิดเช่นนั้น

     

    แม้ระดับพลังของอีกฝ่ายจะเป็นแค่ขอบเขตกำเนิดลมปราณระดับที่สิบเหมือนกับผู้เข้าประลองคนอื่น ๆ แต่ระดับความแข็งแกร่งของเจียงหวู่ฉางผู้นี้ กลับอยากเกินกว่าที่พวกเขาจะหยั่งถึง ไม่แน่ว่าระดับความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายนั้น อาจจะแข็งแกร่งอยู่ระดับเดียวกับมู่ป๋ายและเยว่เหนียงเลยก็ได้

     

    จ้าวเฉินรู้สึกเป็นกังวล เขาจึงได้เอ่ยเตือนออกมา “อย่าประมาทล่ะ”

     

    ตงห่าวพยักหน้าเล็กน้อย พลางหยิบขนมใส่ปาก เดินขึ้นไปบนสนามประลอง ไม่ได้คาดหวังว่าตนเองนั้นจะต้องได้รับชัยชนะ เพียงแค่ทำให้ดีที่สุด กลับลงไปกินขนมและพักผ่อนได้ก็เพียงพอแล้ว

     

    บนสนามประลอง แม้ระดับพลังของตงห่าวจะต่ำกว่าอยู่หนึ่งระดับ แต่รูปร่างของเขานั้นใหญ่กว่าเจียงหวู่ฉางอยู่เกือบเท่าตัว ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่า ความแข็งแกร่งทางร่างกายของต้องห่าวนั้น แข็งแกร่งกว่าอย่างเห็นได้ชัด หากทั้งสองเลือกที่จะเข้าปะทะกันแบบตรงแล้วละก็ ๆ เจียงหวู่ฉางย่อมตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

     

    เมื่อทั้งสองคนอยู่ในท่วงท่าเตรียมตัวเข้าต่อสู้ ผู้ตัดสินจึงได้ประกาศเริ่มต้นการประลองคู่ที่หนึ่งในรอบแปดคนสุดท้ายขึ้นโดยทันที  “การประลองในรอบแปดคนสุดท้าย คู่ที่หนึ่ง ตงห่าวปะทะกับเจียงหวู่ฉาง เริ่มได้!”

     

    ตงห่าวมองตรงไปที่เจียงหวู่ฉาง เห็นอีกฝ่ายไม่ขยับตัว เขาจึงนำดวงจิตของมังกรปฐพีหางหนามเข้ามาสถิตร่าง พร้อมกับโถมเข้าใส่อีกฝ่ายอย่างดุดัน

     

    หมัดอันแข็งแกร่งและน่าเกรงขามพุ่งตรงเข้าหาเจียงหวู่ฉางจากทางด้านหน้า เขาไม่ได้มีลูกเล่นที่พลิกแพลงอันใด มันเป็นเพียงแค่หมัดตรงที่เรียบง่าย แต่มันกลับเป็นหมัดที่ทรงพลังมากเกินกว่าผู้ที่อยู่ในขอบเขตกำเนิดลมปราณระดับที่สิบคนไหนจะสามารถต้านรับเอาไว้ได้

     

    เจียงหวู่ฉางมองตรงไปที่หมัดของตงห่าว ดวงตาของเขาไม่แม้แต่จะกระพริบไหว เขายกฝ่ามือซ้ายอันบอบบางของตนขึ้นมาต้านรับหมัดอันทรงพลังของตงห่าว

     

    หยางเปลี่ยนเป็นหยิน!

     

    เห็นเจียงหวู่ฉางไม่ยอมหลบเลี่ยง ทำการยกฝ่ามือขึ้นมาต้านรับหมัดเอาไว้ ทุกคนที่ดูอยู่นั้นตกใจมาก

     

    “เจ้าเด็กคนนั้นบ้าไปแล้วรึยังไง!”

     

    จากการประลองในรอบที่แล้ว ทุกคนต่างก็ทราบกันดี ว่าร่างกายของตงห่าวนั้นแข็งแกร่งและทรงพลังขนาดไหน ถึงสามารถรับมือและสวนกลับการโจมตีของพี่น้องหยังฉาที่มีระดับพลังมากกว่าถึงสองระดับได้อย่างสบาย ๆ แล้วไหนเลยที่เจียงหวู่ฉาง ซึ่งอยู่ในขอบเขตกำเนิดลมปราณระดับที่สิบ จะต้านรับการโจมตีในครั้งนี้ไหว!

     

    ยามที่หมัดและฝ่ามือเข้ากระทบกัน ฝ่ามือของเจียงหวู่ฉางเหมือนจะต้านรับหมัดของตงห่าวเอาไว้ไม่ไหว ถูกดันกลับมาจนใกล้จะถึงตัวของเจียงหวู่ฉาง แต่ทว่า...ฝ่ามือที่ถูกดันให้ถอยหลังกลับมานั้น กลับเป็นตัวของเจียงหวู่ฉางเอง ที่เป็นฝ่ายดึงฝ่ามือของตนกลับมา ทั้งยังใช้พลังลมปราณสีเขียวอ่อน ๆ ซึ่งเป็นพลังลมปราณธาตุไม้อันเบาบาง ห่อหุ้มฝ่ามือของตนเอง ทำหน้าที่ในการดูดซับพลังหมัดธาตุดินของตงห่าวเอาไว้

     

    ตงห่าวประหลาดใจมาก ไม่คิดว่าอีกฝ่ายนั้น จะสามารถรับหมัดของตนเอาไว้ได้ และดูเหมือนเขาจะไม่สามารถดึงหมัดของตนกลับมาได้อีกด้วย มันเหมือนกับว่า หมัดของตนนั้น ถูกดูดเข้าไปวังน้ำวนที่เชี่ยวกราด

     

    หลังจากใช้ฝ่ามือข้างหนึ่งรับหมัดของตงห่าวเอาไว้ เจียงหวู่ฉางเข้าประใช้ฝ่ามืออีกข้างที่เหลืออยู่แตะไปที่บริเวณท้องของตงห่าว

     

    ฝ่ามือของเจียงหวู่ฉางนั้นเชื่องช้าและดูเหมือนจะไร้ซึ่งพลังทำลายใด ๆ ตงห่าวจึงไม่ได้คิดที่จะหลบเลี่ยง เกรงพลังลมปราณเอาไว้ที่บริเวณหน้าท้อง เพื่อใช้รับฝ่ามือของอีกฝ่าย

     

    ภาพฝ่ามือที่เชื่องช้าและไร้พิษสงของเจียงหวู่ฉางใกล้จะแตะโดนหน้าท้องของตงห่าว ทำเอาทุกคนที่กำลังดูอยู่ต่างก็ปรากฏความสงสัย ว่าฝ่ามือที่ดูบอบบางขนาดนั้น จะทำอะไรร่างกายที่แข็งแกร่งของตงห่าวได้..?

     

    หยินเปลี่ยนเป็นหยาง!

     

    แต่เมื่อฝ่ามือของเจียงหวู่ฉางสัมผัสโดนหน้าท้องของตงห่าว พลังทำลายอันมหาศาลได้ยกร่างของตงห่าวให้ลอยไปไกลกว่าสองผิง (ประมาณ 6 เมตร) สร้างความตกใจให้กับทุกคนที่ดูอยู่ ทำเอาพวกเขาถึงกับพูดอะไรไม่ออก

     

    อึก!

     

    ตงห่าวร็สึกจุกที่บริเวณหน้าท้อง เขาไม่คิดเลยว่า ฝ่ามือที่บอบบางของเช่นนั้น จะมีพลังทำลายที่มากมายถึงเพียงนี้

     

    “เป็นไปได้ยังไง! ทำไมการโจมตีของเจียงหวู่ฉางถึงได้รุนแรงขนาดนั้น?” เสี่ยวฟ่านอ้าปากค้าง เขาแทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น เพราะขนาดต้าถงที่มีพละกำลังใกล้เคียงกับตงห่าว ยังไม่อาจทำเช่นนั้นได้ แต่เจียงหวู่ฉางผู้นี้กลับ!

     

    จ้าวเฉินมองตรงไปทีเจียงหวู่ฉาง จากที่ประเมินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ดูแล้ว เขาจึงได้สรุปให้ทุกคนฟังว่า

     

    “ก่อนที่ฝ่ามือของเจียงหวู่ฉางจะสัมผัสโดนหน้าทองของตงห่าว เขาได้ถ่ายเทพลังหมัดของตงห่าวที่ดูดซับเอาไว้ก่อนหน้านี้  เปลี่ยนมันให้กลายเป็นพลังของตัวเอง และที่มันรุนแรงจนยกร่างของต่าวห่าวให้ลอยไปได้ขนาดนั้น เพราะนอกจากจะใช้พลังหมัดของตงห่าวแล้ว เจียงหวู่ฉางยังได้เสริมพลังลมปราณของตนเองเข้าไปอีก การโจมตีที่ปล่อยออกมาจึงรุนแรงมาก”

     

    “เปลี่ยนการโจมตีของคู่สู้ ให้กลายเป็นการโจมตีของตนเองที่ทรงพลังกว่าเดิม!” เสี่ยวฟ่านไม่เคยคิดเลย ว่าจะมีวิธีการต้อสู้แบบนี้อยู่ด้วย “ข้าน่าจะลองทำแบบเจียงหวู่ฉางดูบาง การโจมตีจะได้ทรงพลังขึ้น ฮิฮิๆๆๆๆ”

     

    จ้าวเฉินส่ายศีรษะพลางอธิบายให้เสี่ยวฟ่านฟัง “เจ้าไม่สามารถเลียบแบบเจียงหวู่ฉางผู้นี้ได้” จ้าวเฉินสายศีรษะของตนพลางอธิบายว่า“ในการดูดซับการโจมตีของอีกฝ่าย เจียงหวู่ฉางได้ใช้การเกื้อหนุนและการสะกดข่มซึ่งกันของแต่ละธาตุมาประยุคใช้”

     

    “ยามที่เขารับการโจมตีจากหมัดที่แฝงไปด้วยพลังลมปราณธาตุดินของตงห่าว เขาได้ใช้พลังของธาตุไม้ซึ่งสะกดข่มธาตุดินมาเป็นฟองน้ำในการดูดซับ ส่วนตอนที่รับการโจมตีธาตุน้ำแข็งของปิงหยุนก็เช่นกัน เขาได้เปลี่ยนไปใช้พลังลมปราณธาตุน้ำ ดังนั้นเจ้าที่ฝึกฝนพลังลมปราณธาตุสายฟ้าเพียงแค่ธาตุเดียว ย่อมไม่มีทางที่จะเลียนแบบเจียงหวู่ฉางผู้นี้ได้”

     

    “ใช้พลังลมปราณได้สองธาตุ..?” เสี่ยวฟ่านอุทานออกมาอย่างตกใจ

     

    จ้าวเฉินพยักหน้า ภายในใจขบคิดบางอย่าง โดยปกติแล้ว..ผู้ฝึกยุทธจะมีร่างกายที่เหมาะสมกับพลังลมปราณเพียงแค่หนึ่งธาตุ มีไม่กี่คนเท่านั้น ที่จะมีร่างกายที่เหมาะสมกับพลังลมปราณเกินหนึ่งธาตุ และด้วยร่างกายที่มีคุณสมบัติพลังลมปราณเพียงธาตุเดียว หากฝึกฝนการควบคุมพลังลมปราณธาตุอื่น ๆ จะประสบความสำเร็จได้ยากมาก และจากที่ได้ประเมินดู เจียงหวู่ฉางผู้นี้อาจจะไม่ได้ควบคุมพลังลมปราณได้เพียงแค่สองธาตุ ธาตุอื่น ๆ เขาก็น่าจะควบคุมได้เช่นกัน

     

    บนสนามประลอง ตงห่าวค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน ตั้งท่าเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายป้องกัน เพื่อรอให้ร่างกายที่ได้รับบาดนั้น ฟื้นฟูขึ้นมาเสียก่อน ถึงจะกลับไปเป็นฝ่ายโจมตีได้

     

    เห็นต่งหาวตั้งท่าป้องกัน เสี่ยวฟ่านก็ “หากเป็นฝ่ายตั้งรับ เจียงหวู่ฉางก็ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากการโจมตีของตงห่าวได้อีก ฮ่ะๆๆๆๆ”

     

    จ้าวเฉินมองขึ้นไปบนสนามประลอง รู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อย แม้จะเป็นความจริงดังที่เสี่ยวฟ่านได้กล่าวออกมา แต่อีกฝ่ายสามารถควบคุมลมปราณได้อย่างละเอียดอ่อนเช่นนั้น ทั้งยังสามารถควบคุมได้หลายธาตุ แม้จะไม่ได้ใช้ประโยชน์จากการโจมตีของตงห่าว เขาก็น่าจะมีการโจมตีที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองอย่างแน่นอน

     

    เมื่อตงห่าวเลือกที่จะเป็นฝ่ายตั้งรับ เจียงหวู่ฉางจึงต้องเริ่มเป็นฝ่ายเข้าหา

     

    เจียงหวู่ฉางก้าวเข้าไปประชิดตงห่าว หมัดที่ดูไร้เรี่ยวแรงถูกปล่อยออกมา

     

    ตงห่าวไม่กล้าดูถูกหมัดที่ดูไร้พิษสงของเจียงหวู่ฉางอีกแล้ว เขายกท่อนแขนที่ปกคลุมเอาไว้ด้วยเกล็ดหนาขึ้นมาป้องกันการโจมตี

     

    แต่จังหวะที่หมัดและท่อนแขนใกล้จะปะทะกัน หมัดของเจียงหวู่ฉางก็ได้คลายออก เปลี่ยนเป็นคว้าจับท่อนแขนของตงห่าวเอาไว้แทน

     

    เมื่อเห็นว่าท่อนแขนของตนถูกอีกฝ่ายคว้าเอาไว้ได้ เขาจึงเกร็งพลังลมปราณเข้าสู่ท่อนแขน ต้องการสลัดให้หลุดจากฝ่าของเจียงหวู่ฉาง

     

    แต่เมื่อเข้าเกร็งพลังลมปราณเข้าสู่ท่อนแขน พลังลมปราณของเขากลับถูกฝ่ามือที่คว้าจับเอาไว้ดูดกลืนออกไป มันเป็นความรู้สึกเดียวกับที่เขาได้เผชิญในครั้งที่โจมตีอีกฝ่ายไปก่อนหน้านี้ และก็เป็นไปตามคาด ฝ่ามืออีกข้างหนึ่งของเจียงหวู่ฉางก็ลอยเข้ามาที่ข้างลำตัวของตงห่าวอีกครั้ง

     

    หยางทำลายสรรพสิ่ง!

     

    แม้ตงห่าวจะไหวตัวทัน ยกแขนอีกข้างขึ้นมาป้องกันเอาไว้ได้ แต่เขาก็ยังได้รับบาดเจ็บไปไม่ใช่น้อย เนื่องจากพลังทำลายของฝ่ามือนั้น รุนแรงเกินกว่าที่เขาจะสามารถป้องกันเอาไว้ได้หมด

     

    การประลองระหว่างทั้งสองดำเนินต่อไปอีกราว ๆ สามสิบกระบวนท่า โดยที่เจียงหวู่ฉางเป็นฝ่ายบุกเข้าโจมตีอยู่ตลอด ถึงช่วงแรกตงห่าวจะใช้ร่างกายต้านทานกานโจมตีเอาไว้ได้ แต่เมื่อถึงกระบวนท่าที่ยี่สิบ ร่างกายของตงห่าวก็เริ่มรับการโจมตีเอาไว้ไม่ไหว และในที่สุด..เขาก็ต้องขอยอมแพ้

    ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

    ตอนที่ชดเชยของวันศุกร์จะขยับไปลงให้ในวันพรุ่งนี้นะครับ (ต้องขอโทษทุกคนด้วย งานหลักเข้ามาไม่หยุดเลย)

    นักอ่านทุกท่านสามารถกดติดตามข่าวสารและพูดคุยกันได้ที่ Facebook : Nightfall.Novel

    คล้ายกับเรื่องมารสยบฟ้า ที่คุณอ่าน

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810