ผ่านไปห้าร้อยปี ได้กลับชาติมาเกิดใหม่ในร่างของเด็กสาวแต่สุดท้ายฉันก็ยังหนีไม่พ้นการต้องมานั่งเรียนหนังสืออีกเหรอเนี่ย?
ฉันนั่งมองตารางเรียนที่อยู่ตรงหน้าอย่างเงียบ ๆ วิชาต่าง ๆ ถูกเรียงรายอยู่บนแผ่นกระดาษเวทมนตร์ ตั้งแต่เวทมนตร์พื้นฐาน ประวัติศาสตร์ กฎหมาย ไปจนถึงวิชาเฉพาะทางมากมาย
ฉันไล่นิ้วไปตามรายชื่อเหล่านั้นด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย ให้ตายสิ... ฉันต้องมานั่งเรียนหนังสืออีกจนได้ ชีวิตหลังเกิดใหม่มันช่างแปลกจริง ๆ
ฉันถอนหายใจยาว ก่อนจะเลื่อนนิ้วต่อไปเรื่อย ๆ
"ไหนดูซิ..." มีวิชาน่าสนใจอยู่บ้างหรือเปล่านะ?
วิชาการปรับใช้เวทมนตร์... ก็พอน่าสนใจ
เวทมนตร์ดำ... ไม่น่าสนใจ
ประวัติศาสตร์... เอาไว้ค่อยเรียนก็ได้
กฎหมาย... ไม่เอาเด็ดขาด
ฉันกำลังจะเลื่อนผ่านตารางไปเรื่อย ๆ ก่อนสายตาจะหยุดลงที่รายวิชาหนึ่ง
ศิลปะการต่อสู้
ฉันหยุดอ่านอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ก้มมองรายละเอียด วิชานี้ใช้เวลาเรียนมากกว่าวิชาเลือกทั่วไป แถมหน่วยกิตก็มากกว่าด้วยเช่นกัน
น่าสนใจ...
ฉันอ่านคำอธิบายวิชาต่อ — การฝึกใช้อาวุธ, การต่อสู้ระยะประชิด, การเคลื่อนไหว, การอ่านคู่ต่อสู้, การประยุกต์ใช้มานาร่วมกับร่างกาย
ฉันยกคิ้วขึ้น "ศิลปะการต่อสู้ในโรงเรียนเวทมนตร์งั้นเหรอ?"
ฟังดูแปลกดี แต่ก็น่าสนใจอยู่เหมือนกัน ถึงฉันจะเคยเป็นนักดาบที่แข็งแกร่งที่สุดของมนุษยชาติ แต่การได้เห็นว่าคนยุคนี้พัฒนาศาสตร์การต่อสู้ไปถึงไหนแล้วก็ถือว่าเป็นการฆ่าเวลาที่ไม่เลว อย่างน้อยก็ดีกว่าการนั่งฟังเรื่องทฤษฎีที่รู้อยู่แล้ว
ฉันจึงตัดสินใจเลือกวิชานี้
"เอาเป็นวิชานี้ก็แล้วกัน"
หลังจากจัดการตารางเรียนเรียบร้อย ฉันก็ลุกออกจากห้อง เดินตรงไปยังสนามฝึกซ้อม ทว่าระหว่างทาง เสียงทักหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
"อาร์เซีย"
ฉันหันกลับไปมอง ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินแซมขาวกำลังเดินตรงเข้ามา อัลเดน เรเวนฮาร์ท... ฉันจำเขาได้ดี ชายคนนี้คือคนที่เข้ามาขอประลองกับฉันในวันปฐมนิเทศ แม้สุดท้ายเราจะไม่ได้สู้กันก็ตาม
"สวัสดี อัลเดน" ฉันยิ้มและกล่าวทักทายอย่างสุภาพ
"กำลังจะไปเรียนศิลปะการต่อสู้เหมือนกันหรอ?"
"ใช่ครับ" เขาตอบทันที ดวงตาคู่สีเข้มดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตาเมื่อพูดถึงเรื่องการต่อสู้
ฉันแอบหัวเราะในใจ... ดูเหมือนจะเป็นพวกบ้าดาบเข้าขั้นสินะ
"ถ้าอย่างนั้นก็ไปทางเดียวกันครับ"
"ใช่"
เราสองคนเดินไปด้วยกัน ระหว่างทางฉันแอบสังเกตการเคลื่อนไหวของเขาอยู่เงียบ ๆ ฝีเท้าสม่ำเสมอ การวางน้ำหนักลงตัว แม้ตัวเขาจะไม่ได้ถือดาบอยู่ในมือ แต่ท่วงท่าการเดินก็ยังคงรักษาสมดุลของร่างกายเอาไว้ตลอดเวลา
น่าสนใจ...
เด็กคนนี้ถูกเคี่ยวกรำฝึกฝนมาอย่างดีจริง ๆ แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังอยากเห็นตอนเขาชักดาบออกมาสู้จริง ๆ อยู่ดี
ไม่นานพวกเราก็มาถึงสถานที่เรียน ฉันหยุดก้าวเท้าพลางเลิกคิ้วมองไปข้างหน้า
"..."
นี่มันห้องเรียนตรงไหนกัน?
สิ่งที่อยู่ตรงหน้าฉันไม่ใช่อาคารเรียนธรรมดา แต่เป็นสนามฝึกขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นภายในพื้นที่ของสถาบัน พื้นสนามถูกปูด้วยวัสดุหินสีเข้มที่ดูแข็งแกร่งเป็นพิเศษ รอบด้านล้อมรอบด้วยวงเวทหลายชั้นสำหรับป้องกันความเสียหายจากการประลอง ด้านข้างยังมีห้องเก็บอาวุธและพื้นที่สำหรับฝึกซ้อมแยกออกเป็นสัดส่วนชัดเจน
ฉันมองไปรอบ ๆ ด้วยความสนใจ "ใหญ่กว่าที่คิดแฮะ"
เมื่อก้าวเข้าไปด้านใน ฉันพบว่ามีนักเรียนมารออยู่ก่อนแล้วจำนวนมาก พอลองกวาดสายตาคร่าว ๆ น่าจะมีประมาณห้าสิบคนได้ เยอะกว่าที่คาดไว้พอสมควร
ฉันเดินเข้าไปพร้อมกับอัลเดน และไม่นานสายตาของฉันก็สะดุดเข้ากับคนที่คุ้นเคย
เอเลน่ากำลังยืนอยู่อย่างสง่างามท่ามกลางกลุ่มนักเรียนหญิง และข้าง ๆ เธอก็คือ... ยัยเนเรีย!
เด็กสาวเผ่าสัญชาตญาณไว ยัยคนที่เคยทักว่าฉันเหมือนคนแก่นั่นน่ะ!
ฉันแอบคิ้วกระตุกนิด ๆ ในใจ 'ยัยเด็กนี่ก็ลงวิชานี้ด้วยเหรอเนี่ย...'
ภาพความทรงจำในวันปฐมนิเทศย้อนกลับมาในหัวทันที "เหมือนคนแก่" ฉันยังจำน้ำเสียงหน้าตายนั้นได้แม่นยำ
ฉันหรี่ตาลงเล็กน้อย มองยัยเด็กตรงหน้า... ถ้ามีโอกาสคงต้องหาทางเอาคืนสักหน่อยแล้ว
"อาร์เซีย?" เอเลน่าหันมาเห็นฉันพอดี เธอส่งยิ้มสุภาพให้
"สวัสดี อาร์เซีย"
"สวัสดี เอเลน่า" ฉันตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
เนเรียเองก็หันมามองฉันตามเสียงเรียกว่า "อาร์เซีย"
"ค่ะ?"
เธอมองหน้าฉันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"...คนแก่"
ฉันชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าแทบแข็งค้างทันที ยัยเด็กนี่...!
ฉันสูดหายใจเข้าลึก ๆ อย่างช้า ๆ... ใจเย็นไว้ ตัวฉันในอดีตเคยฟันคอราชาปีศาจมาแล้ว ฉันเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่ควรถือสาเด็ก
"...วันนี้ฉันอายุสิบหกค่ะ" ฉันเค้นเสียงตอบ
"แต่เหมือนคนแก่"
"เนเรีย!" เอเลน่ารีบเอ็ดปรามทันที
ฉันพยายามยิ้มออกมาอีกครั้ง "ไม่เป็นไรค่ะ"
ไม่เป็นไร... แน่นอนว่าไม่เป็นไร ฉันจะจดบัญชีแค้นนี้เอาไว้ก่อนก็แล้วกัน
ขณะที่ฉันกำลังคิดบัญชีในใจ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและทรงพลังก็ดังขึ้นจากอีกด้านหนึ่งของสนามฝึก
ชายชราคนหนึ่งเดินก้าวเข้ามา เขามีร่างกายกำยำอย่างน่าเหลือเชื่อ แม้อายุจะมากแล้ว แต่กล้ามเนื้อทั่วร่างกลับแน่นเกร็งแข็งแรงจนแทบไม่ต่างจากนักรบวัยหนุ่ม ใบหน้าเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลา ทว่าดวงตาคู่กลมกลับคมกริบดุจพญาเหยี่ยว ด้านหลังของเขามีผู้ช่วยอีกสี่คนเดินตามมาด้วยท่าทางสงบ
ทันทีที่ชายชราก้าวเข้ามา บรรยากาศรอบสนามฝึกก็เงียบกริบลงทันตา เขากวาดสายตามองพวกเราทีละคน ก่อนจะพยักหน้า
"ดี" น้ำเสียงของเขาทุ้มลึกและทรงพลัง "ดูเหมือนทุกคนจะมาครบ"
เขาเดินไปยืนตรงกลางสนามประลอง "เอาไว้เรื่องชื่อค่อยรู้ทีหลัง"
ฉันเลิกคิ้วขึ้น อะไรของตาลุงนี่กัน?
"ก่อนที่ฉันจะสอนพวกแกทุกคน ฉันจำเป็นต้องรู้ก่อนว่าแต่ละคนมีความสามารถมากแค่ไหน ดังนั้นวันนี้..."
เขาหยุดพูด ก่อนจะเบนสายตามาหยุดอยู่ที่ฉัน
"...เริ่มจากเธอ"
ฉันใช้นิ้วชี้เข้าหาตัวเอง "ฉันเหรอคะ?"
"ใช่"
เสียงพูดคุยพึมพำเริ่มดังขึ้นเบา ๆ ทั่วทั้งสนาม ฉันถอนหายใจออกมาเล็กน้อย... นี่มันวันแรกแท้ ๆ ทำไมฉันถึงโดนแจ็กพอตเลือกเป็นคนแรกตลอดเลยนะ?
ฉันก้าวออกไปข้างหน้าอย่างไม่รีบร้อน แต่ก่อนที่ชายชราจะได้สั่งอะไรต่อ เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมา
"ผมขอประลองกับเธอได้ไหมครับ?"
ฉันหันกลับไปมอง อัลเดนยกมือขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง ในดวงตาของเขาไม่มีเจตนาร้ายแม้แต่น้อย มีเพียงความคาดหวังและความอยากรู้อย่างเปี่ยมล้น ดูเหมือนเขาจะยังไม่ลืมเรื่องการประลองจากวันปฐมนิเทศจริง ๆ
ชายชราหันไปมองอัลเดนด้วยสายตาราบเรียบ "ไม่"
"...ครับ?" อัลเดนชะงักไป
ชายชราตอบปฏิเสธอย่างเด็ดขาด "เธอยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเด็กคนนี้"
อัลเดนทำหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัดจนคอแทบตก ฉันที่มองอยู่แทบหลุดหัวเร็ออกมา... สีหน้าหมาหงอยแบบนั้นมันอะไรกันน่ะ?
ชายชราไม่สนใจอัลเดน เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ อีกครั้ง ก่อนจะชี้นิ้วไปยังเด็กสาวร่างเล็ก
"เอาเป็นเธอแล้วกัน"
นิ้วหยาบกร้านนั้นชี้ตรงไปยังเนเรีย
"...ฉัน?"
"ใช่"
เนเรียมองหน้าชายชรา จากนั้นก็สลับมามองหน้าฉัน ก่อนจะเดินไปยังชั้นวางอาวุธข้างสนามอย่างว่าง่าย มือเล็ก ๆ ของเธอเอื้อมไปหยิบอาวุธชิ้นหนึ่งออกมา
ฉมวก
ฉันมองอาวุธในมือของเธอ... ฉมวก? เด็กคนนี้ใช้อาวุธพิสดารแบบนั้นสินะ
เนเรียถือฉม
วกเดินออกมายืนเผชิญหน้ากับฉันตรงกลางสนาม เธอมองฉันด้วยสายตาว่างเปล่าและราบเรียบตามเดิม
"อาร์เซีย"
"อะไรเหรอ?"
"สู้กัน"
ฉันยกยิ้มมุมปากเบา ๆ
"ได้สิ"