บทที่ 40 ฉันเลี้ยงเขาก็ได้
“พวกเธออยากจ่ายเงินรวมกับฉันไหม จะได้ส่วนลดเยอะมาก” ฟ่านซีซีแนะนำ
“ดีเลย! งั้นฉันก็จะซื้อให้คนในครอบครัวคนละตัว” ลู่เหยาเปลี่ยนใจทันที
ลดสามสิบเปอร์เซ็นต์ นี่ประหยัดเงินได้เยอะจริง ๆ เงินที่เหลือก็สามารถเอาไปซื้อให้พ่อแม่ได้
“งั้นฉันขอซื้อเพิ่มอีกสองสามตัว” ตอนแรกอวี๋เสี่ยวอินตั้งใจซื้อแค่สองตัว เพราะเธอยังอยากซื้อของอย่างอื่น ตอนนี้ก็เลยซื้อให้คนในครอบครัวคนละตัวเช่นกัน
หลังจากนั้น ทั้งสามคนทยอยซื้อของอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งเสื้อผ้า กางเกง รองเท้า แม้กระทั่งผ้าปูที่นอนและปลอกหมอน นับว่าได้ของครบครันจริง ๆ
แต่ตอนจะกลับ พวกเธอกลับยืนกังวลอยู่ริมถนน
ของเยอะเกินไป พวกเธอขี่มอเตอร์ไซค์และปั่นจักรยานมา ไม่สามารถขนกลับไปได้!
ในตอนนี้ ฟ่านซีซีอดอิจฉายุคที่ทุกคนมีโทรศัพท์มือถือไม่ได้ เธออยากโทรเรียกพี่จิ่นเฉิงมารับจัง!
ไม่รู้ว่าเสียงในใจของเธอดังเกินไปหรือเปล่า ตอนที่เธอกำลังจะเรียกรถ ก็ได้ยินเสียงแตรรถดังมาแต่ไกล จากนั้นเธอก็เห็นรถคันคุ้นเคยจอดลงข้าง ๆ พวกเธอ
“รู้แล้วล่ะน่า ว่าพวกเธอต้องซื้อของเยอะขนาดนี้” ฟ่านจิ่นเฉิงลงจากรถอย่างคล่องแคล่ว หยิบถุงชอปปิงมากมายบนพื้นขึ้นรถ แล้วหันไปมองฟ่านซีซีที่ตอนนี้ใบหน้าเต็มไปด้วยความดีใจ
“ของพวกนี้ฉันเอาไปเก็บที่บ้านก่อนนะ พวกเธอจะกลับไปกินข้าวบ้าน หรือว่าจะไปกินข้าวนอกบ้านกันล่ะ?”
ฟ่านซีซีหันไปถามลู่เหยาและอวี๋เสี่ยวอิน “พวกเธอจะกินข้าวนอกบ้านกันไหม?”
“กลับบ้าน กลับบ้าน! เงินฉันหมดแล้ว กลับไปกินข้าวบ้านกันเถอะ ประหยัดหน่อย” ลู่เหยาพูดพร้อมกับยิ้มแห้ง ๆ อย่างเขินอาย
“อืม กลับไปกินข้าวบ้านเถอะ!” อวี๋เสี่ยวอินเองไม่กล้าพูดว่าเงินเธอเองก็หมดแล้วเหมือนกัน
“งั้นก็ตกลง กลับไปกินข้าวบ้าน พี่จิ่นเฉิง พี่กลับก่อนเลย!”
“ขับรถดี ๆ ล่ะ!” ฟ่านจิ่นเฉิงกำชับ ก่อนจะขึ้นรถแล้วขับออกไป
ลู่เหยามองตามรถที่ฟ่านจิ่นเฉิงขับออกไปด้วยท่าทางสบาย ๆ เธอโอบไหล่ฟ่านซีซีพร้อมกับหัวเราะ “ฟ่านจิ่นเฉิงมาได้ทันเวลาพอดีเลย พวกเธอสองคนนี่รู้ใจกันตลอดเลยเหรอ”
“ฉันว่าเขายังไม่ได้ไปไหนหรอก คงจะรอซีซีอยู่แน่ ๆ เลย!” อวี๋เสี่ยวอินพูดแซวขึ้นมา
ฟ่านซีซีส่ายหน้า “ไม่ใช่นะ เขาไปตลาด ซื้อเนื้อ ซี่โครง แล้วก็กุ้งมาด้วย ฉันได้กลิ่น”
“เธอนี่เก่งจริง ๆ! แค่กลิ่นยังรู้ได้” ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆ อวี๋เสี่ยวอินคิดว่าเธอต้องทำความรู้จักฟ่านซีซีใหม่ซะแล้ว
เมื่อพวกเธอกลับมาที่ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ และเก็บของเสร็จเรียบร้อย แม่ของซีซีก็เรียกไปกินข้าว เห็นซี่โครงหมูผัดเปรี้ยวหวาน กุ้งผัดซอสแดง และพริกหยวกผัดหมูบนโต๊ะ ลู่เหยาและอวี๋เสี่ยวอินก็เงียบไป ความรู้สึกชื่นชมที่มีต่อฟ่านซีซีนั้นเปรียบได้กับสายน้ำแห่งแม่น้ำแยงซี ไหลรินไม่มีวันสิ้นสุด
จมูกของซีซีนี่ช่างวิเศษจริง ๆ ความสามารถในการแยกแยะสิ่งต่าง ๆ จากกลิ่นแบบนี้นับว่าสุดยอด
ฟ่านซีซีกลับไม่รู้สึกว่ามีอะไร เธอคิดถึงแต่เรื่องกินเท่านั้น แต่พอกินซี่โครงหมูผัดเปรี้ยวหวานไปคำเดียว เธอก็รู้สึกถึงความแตกต่าง
ซี่โครงหมูผัดเปรี้ยวหวานวันนี้ไม่ใช่ฝีมือของพี่จิ่นเฉิง ดังนั้นตะเกียบของเธอจึงหันไปทางกุ้งผัดซอสแดงแทน
หลังจากกินไปคำหนึ่ง เธอก็ลองชิมพริกหยวกผัดหมูไปอีกคำหนึ่ง สุดท้ายเธอก็พอใจ จ้องแต่จานพริกหยวกผัดหมูจานนั้น
ฟ่านจิ่นเฉิงที่อยู่ข้าง ๆ อดไม่ได้ที่จะยิ้มมุมปาก ซีซีแค่ชิมรสชาติก็รู้แล้วว่าใครเป็นคนทำ สมกับที่เอาใจเป็นประจำ แบบนี้จะได้ไม่โดนหนุ่มหล่อที่ทำอาหารเก่งคนอื่นมาเอาใจไปได้ง่าย ๆ
ปกติลู่เหยาไม่ค่อยชอบกินพริกหยวกผัดหมูเท่าไหร่ แต่เห็นฟ่านซีซีจ้องกินอยู่จานเดียว แถมยังกินด้วยสีหน้าพึงพอใจ เธอเลยลองชิมดูบ้าง
พอได้ชิมไปคำเดียว ดวงตาของเธอก็เป็นประกาย “พริกหยวกผัดหมูจานนี้อร่อยจริง ๆ เนื้อนุ่ม สดมาก พริกหยวกก็เปรี้ยวปาก สุดยอดไปเลย”
เมื่อฟ่านซีซีได้ยินลู่เหยาชม ก็พูดอย่างภูมิใจว่า “เพราะนี่เป็นฝีมือของพี่จิ่นเฉิงยังไงล่ะ!”
“นี่เธอรู้ได้แม้กระทั่งเรื่องนี้เลยเหรอ?” ลู่เหยาเอ่ยอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“แน่นอนสิ” ฟ่านซีซีตอบอย่างมั่นใจโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
“จริงเหรอ?” ลู่เหยามองฟ่านจิ่นเฉิงด้วยความอยากรู้อยากเห็น เธออยากได้ยินคำตอบจากเขา
“อืม” ฟ่านจิ่นเฉิงพยักหน้ารับ
ลู่เหยาถึงกับยกมือขึ้นมาแตะหน้าผากเบา ๆ “นายนี่มันทำอะไรได้เยอะแยะไปหมดเลยนะ!”
หล่อ เรียนเก่ง นิสัยดี แล้วยังทำอาหารอร่อยขนาดนี้ จะเพอร์เฟกต์ไปถึงไหนกัน!
ตั้งแต่นาทีนี้เป็นต้นไป เธอจะอิจฉาฟ่านซีซีอย่างเป็นทางการ
ฟ่านเจวียนเจวียนที่นั่งกินผลไม้อยู่ข้าง ๆ พูดแทรกขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติว่า “อะไรที่ซีซีชอบกิน จิ่นเฉิงก็ทำให้กินได้หมดแหละ แม้แต่ของที่ทำไม่เป็น อีกสักพักก็ทำเป็นเอง เดี๋ยวพวกเธอก็ชินแล้ว”
ตอนแรกฟ่านซีซีไม่ได้คิดอะไร แต่พอได้ยินพี่สาวพูดแบบนั้น อืม มันก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ฝีมือทำอาหารของพี่จิ่นเฉิงก็เยี่ยมมาก ดีกว่าชาติที่แล้วของเขาอีก แปลกจัง!
เธอไม่เคยเห็นเขาฝึกทำอาหารมาก่อนเลย!
หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จแล้ว ฟ่านซีซีก็เริ่มแจกจ่ายเสื้อผ้า
ตอนแรกเฉินเยว่อิงรู้สึกว่าลูกสาวใช้เงินเก่งเกินไป ออกไปข้างนอกแต่ละครั้งก็หมดเงินไปมากมาย แต่พอเห็นว่าลูกสาวซื้อเสื้อกันหนาวให้ทุกคนในครอบครัว แล้วยังมีเสื้อขนเป็ดที่เธออยากซื้อแต่ไม่กล้าซื้อ เธอก็ไม่สามารถที่จะตำหนิฟ่านซีซีได้อีก แทบจะเอ่ยปากชมว่าเธอเป็นเสื้อนวมตัวน้อย*[1] เป็นดวงใจของแม่
หลิ่วซิ่งฟางก็ดีใจมากเช่นกัน เพราะไม่ว่าซีซีจะซื้ออะไร ก็จะคิดถึงเธอเสมอ แม้แต่จิ่นซินก็ยังนึกถึง นี่แหละคือความแตกต่าง!
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมลูกชายถึงชอบซีซี เธอน่ารักขนาดนี้ ใคร ๆ ก็ชอบ
ร้านอีเหรินเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความสุข แต่ที่บ้าน ฟ่านจิ่นซินที่หิวโหยมาครึ่งค่อนวันกำลังดื่มน้ำอย่างบ้าคลั่ง
เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความสำคัญในบ้านเลย เธอไม่ได้กินข้าวมาเกือบสองวันแล้ว ไม่ได้ปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขา แต่กลับไม่มีใครมาสนใจเธอเลยสักคน
ในมือของเธอถือโทรศัพท์ราคาแพง แต่เธอกลับรู้สึกเบื่อหน่าย
โทรศัพท์มือถือจะแพงไปทำไม ในเมื่อญาติที่บ้านไม่มีใครติดโทรศัพท์เลย แม้แต่เพื่อนที่โรงเรียนก็ไม่มีใครมีโทรศัพท์มือถือ หลังจากความรู้สึกแปลกใหม่ในตอนแรกผ่านไป เธอกลับรู้สึกว่าโทรศัพท์มือถือไม่มีประโยชน์อะไรเลย
ตอนนั้นเธอเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองคิดอะไรอยู่ ถึงได้ดื้อจะซื้อโทรศัพท์มือถือกลับมา
ในขณะที่เธอกำลังหิวจนทนไม่ไหว ประตูบ้านก็ถูกผลักเปิดออกจากด้านนอก
ฟ่านจิ่นซินเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะเม้มปากเบือนหน้าหนี
คนที่เข้ามาคือฟ่านซีซี เธอคิดว่าเป็นแม่ที่นำอาหารกลับมาให้เสียอีก
ฟ่านซีซีวางถุงใหญ่ถุงเล็กที่อยู่ในมือลงข้าง ๆ แล้วกวาดตามองฟ่านจิ่นซินแวบหนึ่ง
เมื่อเห็นเธออยู่ในสภาพอ่อนแรง ไร้ชีวิตชีวา ใบหน้าของฟ่านซีซีก็บ่งบอกถึงความแปลกใจ “เป็นอะไรไป ทำไมดูเหมือนคนอกหักแบบนี้ล่ะ”
คำพูดนี้ปลุกความโกรธอันน้อยนิดที่หลงเหลือในตัวฟ่านจิ่นซิน เธอพูดอย่างหัวเสีย “เธอสิอกหัก!”
“อ๋อ! ไม่ได้อกหัก แล้วทำไมทำหน้าแบบนี้”
ฟ่านจิ่นซินเย้ยหยัน “ซื้อของมาอีกแล้วนะ ใช้เงินเก่งแบบนี้ ระวังพี่ชายฉันจะเลี้ยงไม่ไหวก็แล้วกัน”
“ไม่เป็นไรหรอก ฉันเลี้ยงเขาก็ได้” ฟ่านซีซีไม่ได้รู้สึกว่าถูกดูหมิ่น เธอตอบกลับอย่างใจเย็น
ฟ่านจิ่นซินถึงกับพูดไม่ออก นี่เธอเอาจริงเอาจังกับเรื่องใครจะเป็นคนเลี้ยงใครงั้นเหรอ?
ฟ่านซีซีไม่สนใจฟ่านจิ่นซินอีกต่อไป เธอหยิบเสื้อผ้าของพี่จิ่นเฉิงออกมาจากกองเสื้อผ้า แล้วนำไปแขวนไว้ในตู้เสื้อผ้าของเขาอย่างเรียบร้อย ดูเป็นภาพภรรยาที่ดีเหลือเกิน
[1] เสื้อนวมตัวน้อย (小棉袄) เป็นคำที่ชาวจีนมักจะใช้อ้างถึงลูกสาวที่มีนิสัยเอาใจใส่และอบอุ่น เปรียบเสมือน เสื้อบุนวมในฤดูหนาว