หวังเหว่ยได้เดินเข้าไปใกล้หานเจี้ยและได้ยกเลิกการใช้ "ทักษะล่องหน" จากนั้นหวังเหว่ยได้ยืนมองหานเจี้ยที่กำลังนอนหมดสติอย่างพินิจอยู่ครู่หนึ่ง “ข้าไม่นึกเลยว่าจะมีโอกาสได้พบเจอกับตระกูลมังกรสายฟ้า ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลที่ลึกลับที่สุดของเผ่าพันธุ์มังกร เมื่อครั้งอดีตตระกูลของเจ้าเคยช่วยชีวิตของข้าเอาไว้ เอาล่ะคงเป็นโชคชะตาของข้าที่ได้พบเจอกับเจ้าในวันนี้ ข้าจะช่วยเหลือเจ้าสักครา” หวังเหว่ยกล่าวกับตนเองเบาๆ จากนั้นหวังเหว่ยได้นำสมุนไพรระดับเซียนต้นหนึ่งที่หยิบมาจากห้องลับภายในชั้นที่หกของป้อมปราการออกมาจากแหวนมิติ “เฮ้อ...ไม่นึกเลยว่าข้าจะได้ใช้สมุนไพรเซียนมะนาวเขียวสวรรค์เร็วขนาดนี้” หวังเหว่ยกล่าวออกมา ขณะมองสมุนไพรเซียนมะนาวเขียวสวรรค์ ที่มีผลช่วยฟื้นฟูพลังชีวิตด้วยความเสียดาย “เอาล่ะ เพื่อช่วยคนข้าจะมัวมาเสียดายสิ่งของนอกกายเช่นนี้ไม่ได้” หวังเหว่ยนั่งลงกับพื้นและเริ่มใช้ "ทักษะปราณอสูรหลอมรวม" กลั่นสกัดสมุนไพรเซียนมะนาวเขียวสวรรค์เพื่อสร้างเป็นเม็ดยาสมุนไพร เวลาผ่านไปสิบนาที ได้ปรากฎเม็ดยาสมุนไพรสีเขียวอ่อนสดใสหนึ่งเม็ดขึ้นกลางอากาศ หวังเหว่ยได้ยื่นมือออกไปรับเม็ดยาสมุนไพรสีเขียวอ่อนสดใสในทันที “ฟู่ การจะสร้างเม็ดยาระดับสูงด้วยพลังปราณอสูรของข้าในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย” หวังเหว่ยได้พ่นลมหายใจออกมา ขณะสร้างเม็ดยาสมุนไพรระดับเซียนความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนเสร็จเรียบร้อย จากนั้นหวังเหว่ยได้นำเม็ดยาสมุนไพรใส่เข้าไปในปากของหานเจี้ย อึก หานเจี้ยได้กลืนเม็ดยาสมุนไพรลงไป “เอาล่ะ ข้าได้ช่วยเจ้าเท่าที่ข้าพอจะทำได้แล้ว เจ้าจะรอดหรือไม่รอด เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับโชคชะตาของเจ้า” หลังจากกล่าวจบ หวังเหว่ยได้เดินไปเก็บแหวนมิติของหลิงหมิงและเฟยซาเข้าไปไว้ในแหวนมิติของตนเอง “แหวนมิติสองวงนี้พวกเจ้าไม่ได้ใช้แล้ว ให้ข้าเก็บไว้ใช้ประโยชน์ก็แล้วกัน !” “เจ้าเป็นใคร” หานเจี้ยที่ได้สติกลับมาจากฤทธิ์ของเม็ดยาสมุนไพร ได้ลืมตาขึ้นเล็กน้อยและได้กล่าวกับหวังเหว่ยด้วยเสียงแผ่วเบา “ข้าจะตอบคำถามคนป่วยเช่นเจ้าสักครั้ง ข้าคือคุณชายแมวขาว เจ้าควรนอนพักผ่อนอีกหลายชั่วโมงเพื่อฟื้นฟูตัวเอง” “ขะ ขอบคุณเจ้ามากที่ช่วยชีวิตของข้าไว้” หานเจี้ยได้หมดสติไปอีกครั้งหลังจากกล่าวจบ “นายท่านขอรับ ท่านยังไม่ได้ให้ข้าทำอะไรเลยขอรับ” เฟิงเค่อที่อยู่ในมิติแดนอสูร ได้กล่าวกับหวังเหว่ยผ่านการสื่อสารทางจิต “ข้าลืมเจ้าไปเลยเฟิงเค่อ! ตอนนี้แผนการมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เจ้าพักผ่อนไปก่อนหากมีเรื่องจำเป็นข้าจะเรียกเจ้าออกมาเอง” หวังเหว่ยได้กล่าวกับเฟิงเค่อผ่านการสื่อสารทางจิต “รับทราบขอรับนายท่าน” เฟิงเค่อในร่างราชาอสูรหมูเขี้ยวตัน ได้ยืนอยู่ในท่าเตรียมพร้อมต่อสู้เช่นเดิม หลังจากกล่าวกับหวังเหว่ยผ่านการสื่อสารทางจิต หวังเหว่ยได้เดินไปหยุดอยู่หน้าประตูทางขึ้นไปยังชั้นที่เจ็ดของป้อมปราการ “หืม? ม่านพลังป้องกันแค่ระดับนี้เองรึ ข้านึกว่าจะแข็งแกร่งกว่านี้สักร้อยเท่า !” หวังเหว่ยได้ยกมือขึ้นเพื่อเขียนอักษรบางอย่างเรียงกันหลายสิบตัวอักษรอย่างรวดเร็ว จากนั้นหวังเหว่ยได้ใช้มือแตะไปที่ตัวอักษรเหล่านั้นเบาๆ เพื่อกระตุ้นการทำงานของตัวอักษรเหล่านั้น วิ้ง วิ้ง วิ้ง ตัวอักษรที่เรียงรายกันหลายสิบตัวได้เปล่งแสงสีแดงส่องสว่างเจิดจ้าออกมา จากนั้นได้ลอยเข้าไปภายในม่านพลังป้องกันหน้าทางขึ้นไปยังชั้นที่เจ็ด ม่านพลังเวทมนตร์นับสิบชั้นที่สร้างขึ้นจากเวทลับของราชวงค์ได้จางหายไปในเวลาอันรวดเร็ว หลังจากถูกตัวอักษรหลายสิบตัวของหวังเหว่ยทำลายม่านพลังจากภายใน “เฮ้อ... ช่างเป็นม่านพลัง... ที่อ่อนแอจริงๆ” หวังเหว่ยได้พึมพำเบาๆ ขณะเดินขึ้นไปยังชั้นที่เจ็ดของป้อมปราการ เวลาผ่านไปห้านาที หวังเหว่ยได้ใช้ทักษะวิชาตัวเบา เดินขึ้นบันไดหินมาถึงยังชั้นที่เจ็ด “ช่างเป็นห้องโถงที่ใหญ่โตและดูหรูหรา หืม? บนเพดานถูกสลักไว้ด้วยอักษรเวทมนตร์โบราณ อักษรเวทมนตร์บทนี้ข้าไม่เคยพบเห็นมาก่อนมาจากยุคสมัยไหนกันนะ ?” หวังเหว่ยได้กล่าวกับตนเองเบาๆ ขณะตรวจสอบอักษรเวทมนตร์โบราณบนเพดานของห้องโถง “ใจกลางของห้องโถงมีบางอย่างถูกวางเอาไว้ ข้าคงต้องเข้าไปใกล้กว่านี้” พรึบ พรึบ พรึบ
ณ สถานที่พักส่วนตัวของจักรพรรดิมังกร
“อุ๊ย ท่านจักรพรรดิมังกร มีหนุ่มน้อยน่ารัก ขึ้นมายังชั้นที่เจ็ดด้วยล่ะ” จิตวิญญาณสัตว์อสูรเทพปีศาจฮีร่า ได้อุทาน “หืม? หนุ่มน้อยเช่นนั้นรึ หรือว่า! ชายหนุ่มผู้นี้สวมใส่ชุดสีขาวใช่หรือไม่ ?” จักรพรรดิมังกรช่างอิ่นหลง ได้กล่าวถามจิตวิญญาณสัตว์อสูรเทพปีศาจฮีร่า “มิใช่ท่านจักรพรรดิมังกร หนุ่มน้อยน่ารักผู้นี้สวมใส่ชุดเกราะสีแดง แต่เขามีระดับเลเวล34 ช่างไม่ธรรมดาเสียจริง !” จิตวิญญาณสัตว์อสูรเทพปีศาจฮีร่า ได้กล่าวด้วยน้ำเสียงไพเราะ “ฮืม! คุณชายแมวขาว เจ้าเป็นบุคคลในคำทำนายจริงๆด้วย” จักรพรรดิมังกรช่างอิ่นหลงได้ใช้ "แผ่นหยกบันทึกเคลื่อนย้าย" ในทันที วูบบบบ
ป้อมปราการมังกรทิศตะวันตก หวังเหว่ยที่ได้ใช้ทักษะวิชาตัวเบาเข้าไปใกล้ใจกลางของห้องโถง ทำให้เขาได้พบเห็นหญิงสาวเผ่าพันธุ์มนุษย์นางหนึ่งกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงเหมันต์ เมื่อหวังเหว่ยได้เห็นใบหน้าของนาง หวังเหว่ยได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ด้วยความตกตะลึงในทันที “ปะ เป็นไปไม่ได้ นี่ข้ากำลังฝันไปใช่หรือไม่ !” หวังเหว่ยกล่าวอย่างตะกุกตะกัก หวังเหว่ยได้พยายามใช้ขาที่กำลังสั่นเทาก้าวเดินเข้าไปใกล้หญิงสาวบนเตียงเหมันต์ อย่างช้าๆ ทีละก้าว ทีละก้าว เมื่อไปถึงที่ข้างเตียงเหมันต์ หวังเหว่ยได้ใช้มือที่กำลังสั่นเทาของเขายื่นเข้าไปสัมผัสใบหน้าของหญิงสาว “หยุดมือของเจ้าเสียหนุ่มน้อย” เสียงอันไพเราะของจิตวิญญาณสัตว์อสูรเทพปีศาจฮีร่า ได้ดังขึ้นมา “เจ้าเป็นใคร” หวังเหว่ยได้กล่าวและจ้องมองไปยังต้นทางของเสียงด้วยสายตาที่คมกริบ วูบบบบ ในขณะนั้นเองจักรพรรดิมังกรช่างอิ่นหลงได้ปรากฎกายออกมา จักรพรรดิมังกรช่างอิ่นหลงได้มองสำรวจหวังเหว่ยอยู่ครู่หนึ่ง “เจ้าคือคุณชายแมวขาวสินะ ช่างน่าเสียดายเด็กหนุ่มที่มีความสามารถเช่นเจ้านัก หากเจ้าไม่ขึ้นมายังชั้นนี้ ข้าก็พร้อมที่จะสนับสนุนเจ้าทุกทางในอนาคต !” พลังออร่าอันน่าเกรงขามของจักรพรรดิมังกรช่างอิ่นหลง ทำให้หวังเหว่ยรู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก "คนผู้นี้มีระดับเลเวลเท่าไหร่กันแน่ ทำไมถึงมีพลังออร่าที่แข็งแกร่งนัก" หวังเหว่ยได้คิดในใจ ในขณะที่หวังเหว่ยกำลังจะทำการตรวจสอบระดับเลเวลของชายตรงหน้า จักรพรรดิมังกรช่างอิ่นหลงได้นำอุปกรณ์วิเศษศาสตราวุธระดับตำนาน "หอกเทพมังกรเหมันต์" ออกมา “คุณชายแมวขาว หากเจ้าต้องการที่จะสู้ก็จงนำอาวุธของเจ้าออกมา” จักรพรรดิมังกรช่างอิ่นหลงได้กล่าวขณะอยู่ในท่าเตรียมพร้อมต่อสู้ หวังเหว่ยได้อาศัยจังหวะที่จักรพรรดิมังกรช่างอิ่นหลงกล่าว ตรวจสอบระดับเลเวลของเขา "ชายผู้นี้มีระดับเลเวล99 คลาสอาชีพนักรบในตำนาน! อีกทั้งยังมีจิตวิญญาณระดับสูงที่ชั่วร้ายหลบซ่อนอยู่ภายในห้องโถงแห่งนี้" หวังเหว่ยได้ยืนขบคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นได้นำ "ดาบเพลิงโลหิต" ออกมา “โฮ้! เจ้ามีศาสตราวุธระดับตำนานอยู่ในครอบครอง ดูท่าเจ้าคงมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดาสินะ แต่ในวันนี้ไม่ว่ายังไงข้าก็ต้องสังหารเจ้าให้ได้คุณชายแมวขาว” หลังจากกล่าวจบจักรพรรดิมังกรช่างอิ่นหลงได้ใช้หอกเทพมังกรเหมันต์กระหน่ำแทงไปที่หวังเหว่ย เคร้ง เคร้ง ฉึก ฉึก ฉึก หวังเหว่ยได้ถูกแทงเข้าที่หัวไหล่และขาทั้งสองข้าง ขณะพยายามปัดป้องการโจมตีอันหนักหน่วงของจักรพรรดิมังกรช่างอิ่นหลง อั้คคค หวังเหว่ยถอยหลังอย่างซวนเซและได้เสียหลักล้มลง หลังจากถอยหลังไปได้หลายสิบก้าว "แย่แล้ว! ชายผู้นี้ต้องการที่จะสังหารข้าจริงๆ" เมื่อคิดได้ดังนั้น หวังเหว่ยจึงได้ติดต่อสื่อสารทางจิตบอกให้เฟิงเป้าและสัตว์อสูรทุกตนของเขากลับเข้าไปในมิติแดนอสูร "ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว" หวังเหว่ยได้ตัดสินใจกลับเข้าไปในมิติแดนอสูรเช่นกัน แต่ในขณะนั้นเองจิตวิญญาณสัตว์อสูรเทพปีศาจฮีร่า ที่สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของมิติรอบกายหวังเหว่ย จึงได้กล่าวขึ้นมาว่า “หนุ่มน้อยเจ้ามีมิติพิเศษส่วนตัวสินะ ไม่นึกเลยว่าในยุคสมัยนี้ยังมีผู้ที่สามารถสร้างมิติส่วนตัวขึ้นมาได้” จิตวิญญาณสัตว์อสูรเทพปีศาจฮีร่า ได้ใช้พลังปราณอสูรของนางปิดผนึกการการเคลื่อนไหวของมิติที่อยู่รอบกายหวังเหว่ย หวังเหว่ยที่รับรู้ได้ว่ามิติรอบกายของเขาได้ถูกปิดผนึกเอาไว้ชั่วคราวจึงได้กล่าวขึ้นว่า “นี่เจ้าเป็นใครกันแน่ !” “หนุ่มน้อยในเมื่อเจ้าอยากรู้ ข้าก็จะตอบคำถามของเจ้า ข้าคือสัตว์อสูรเทพปีศาจฮีร่า หนึ่งในสามองครักษ์ของท่านสัตว์อสูรปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ ในเวลานี้เจ้าควรจะนอนหลับพักผ่อนแต่โดยดีนะหนุ่มน้อย” จิตวิญญาณสัตว์อสูรเทพปีศาจฮีร่าได้ใช้พลังปราณอสูรของนาง บีบบังคับให้หวังเหว่ยหมดสติ “เจ้า !” หวังเหว่ยได้พยายามฝืนต่อต้านพลังปราณอสูรของนาง แต่ด้วยระดับเลเวลของเขาในตอนนี้ต่อให้เขามีจิตใจที่เข็มแข็งแค่ไหน เขาก็ไม่อาจต้านทานพลังปราณอสูรที่รุนแรงของจิตวิญญาณสัตว์อสูรเทพปีศาจฮีร่าได้ เวลาผ่านไปห้านาที หวังเหว่ยได้หมดสติไปในที่สุด “ช่างเป็นเด็กหนุ่มที่มีจิตใจที่เข็มแข็งนัก ท่านจำเป็นต้องสังหารเขาจริงหรือ ?” จิตวิญญาณสัตว์อสูรเทพปีศาจฮีร่าได้กล่าวกับจักรพรรดิมังกรช่างอิ่นหลงได้ “ในอนาคตเขาจะกลายเป็นภัยคุกคามของท่านและข้า ข้าจำเป็นต้องสังหารเขาในตอนนี้เพื่อตัดไฟเสียแต่ต้นลม”
“เฮ้อ... ข้าเข้าใจแล้ว เชิญท่านทำตามใจเถิด” ร่างเงาดำขนาดใหญ่ของจิตวิญญาณสัตว์อสูรเทพปีศาจฮีร่าได้ปรากฎออกมาขณะกล่าว “ข้าจะให้เจ้าตายตาหลับด้วยทักษะระดับสูงของข้า” จักรพรรดิมังกรช่างอิ่นหลงได้รวบรวมพลังออร่านักสู้ จากนั้นได้ใช้หอกเทพมังกรเหมันต์แทงไปทางหวังเหว่ยด้วยทักษะลับของราชวงค์ ปลายหอกเทพมังกรเหมันต์ได้เปล่งแสงสีแดงออกมา ขณะพุ่งไปยังร่างของหวังเหว่ย