ราชามารตะวันตกและเสิ่นเสวียนปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศเหนือแอ่งเถียนซือ
เมื่อออกมาจากในมิติราชามารตะวันตกรู้สึกผ่อนคลายมากเมื่อได้เป็นอิสระอีกครั้งแม้ในมิติจะดีแต่มันเล็กและแออัดมากเกินไปก่อนหน้านี้ต้องใช้พลังทั้งหมดสังหารพวกนักปราชญ์ตายไปคนหนึ่งทำให้พลังของเขาเกือบหมด ส่วนพลังภายในมิติกลับเบาบางมากจนน่าใจหาย ยากต่อการฟื้นฟูพลัง
ตอนนี้ได้ออกมาแล้วพลังฟ้าดินหลั่งไหลเข้ามาในร่างของเขาอย่างบ้าคลั่งเติมเต็มพลังที่ใช้ไปก่อนหน้านี้อย่างรวดเร็ว
“ทำให้ผู้อาวุโสราชามารต้องลำบากเสียแล้ว”
เสิ่นเสวียนมองอีกฝ่ายพลางกล่าวอยู่ภายในมิติมาหลายชั่วยามแล้วทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและราชามารตะวันตกก้าวหน้าขึ้นไม่น้อยเขาตรวจสอบพลังของราชามารตะวันตกเรียบร้อยแล้ว อยู่ในขั้นกึ่งก้าวจักรพรรดิซึ่งเทียบได้กับขั้นเปิดทวารในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรเรียกได้ว่าแข็งแกร่งมากสำหรับเสิ่นเสวียนในตอนนี้
“ข้าชอบสหายอย่างเจ้ามากเรื่องที่ข้ารับปากเจ้าไว้ ข้าต้องทำได้อย่างแน่นอน”
ราชามารตะวันตกตบบ่าเสิ่นเสวียนเบาๆจากนั้นเขาก็เหาะไปยังพรมวิเศษ เมื่อเห็นสตรีนั่งหน้าซีดด้วยความหวาดกลัวอยู่ภายในจึงกล่าวขึ้น
“ไม่ต้องร้องแล้วไม่มีอะไรแล้ว ไม่เป็นไรนะ”
ระหว่างที่กล่าวเขาก็ควบคุมค่ายกลของพรมวิเศษทำให้ม่านพลังหายไป แล้วเขาก็ขึ้นไปอยู่บนพรมวิเศษ
สตรีผู้นั้นสวมกอดราชามารตะวันตกเอาไว้แน่นราชามารตะวันตกไม่ให้นางร้องไห้ นางก็หยุดร้องไห้ไปจริงๆนางรู้จักนิสัยของราชามารตะวันตกเป็นอย่างดีหากไม่ให้ร้องไห้แล้วยังร้องอยู่อย่างนั้น คงต้องมีจุดจบที่เลวร้ายอย่างแน่นอน
เสิ่นเสวียนเห็นเหตุการณ์นั้นก็ส่ายหัวอย่างไม่ใส่ใจจากนั้นเขาจึงเหาะลงไปด้านล่างเพื่อตรวจสอบร่างไร้วิญญาณที่ให้เริ่นเสี้ยวเทียนไปจัดการก่อนหน้านี้
ที่ด้านบนราชามารตะวันตกนั่งว่างๆ อยู่บนพรมวิเศษ
ส่วนด้านล่างเสิ่นเสวียนเข้าไปยังแอ่งเถียนซือแล้วเพื่อไม่ให้เสิ่นเสี่ยวเม่ยได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในนี้เขาจึงตั้งใจปิดการมองเห็นภายนอกไปให้นางได้รับรู้เรื่องเหล่านี้ในตอนนี้ยังเร็วเกินไปอีกทั้งเขาให้เสิ่นเสี่ยวเม่ยได้ฝึกฝนเพียงเพื่อให้นางมีพลังป้องกันตัวเท่านั้นไม่มีทางให้นางได้สัมผัสกับโลกภายนอกที่มืดหม่นเช่นนี้เด็ดขาดเขาจะไม่ปล่อยให้นางรู้ไปตลอดชีวิต
“เสิ่นเลี่ยนเจ้าออกมาเถอะ”
เสิ่นเสวียนส่งเสียงเรียกคลื่นพลังมิติสั่นไหวเล็กน้อยพร้อมกับร่างของเสิ่นเลี่ยนที่ปรากฏขึ้น
“อ๊อก!”
เสิ่นเลี่ยนเพิ่งปรากฏตัวขึ้นยังไม่ทันได้กล่าวอะไรเมื่อได้เห็นทุกอย่างในแอ่งเถียนซือถึงกับทำให้เขาอาเจียนออกมาและยิ่งก้มหน้าก็ยิ่งเห็นทุกอย่าง สีหน้าเขาจึงยิ่งซีดลงทุกที
ด้านล่างเต็มไปด้วยร่างไร้วิญญาณเน่าเปื่อยร่างที่ไร้แขนขายังมีมากมายนับไม่ถ้วน ทั้งยังมีแมลงอยู่เต็มไปหมดน่าสะอิดสะเอียนยิ่งนัก
“ให้เจ้าออกมาเพื่อให้เจ้าได้รับมือกับสิ่งเหล่านี้”
เสิ่นเสวียนไพล่มือสองข้างไว้ด้านหลังพลางกล่าวกับเสิ่นเลี่ยน
อยากเป็นมือสังหารสิ่งที่มองเห็นอยู่ตอนนี้ยังไม่เพียงพอจำเป็นต้องมีสติปัญญาและความอดทนยิ่งกว่าคนทั่วไปนี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น
“ขอรับ”
เสิ่นเลี่ยนพยายามควบคุมอาการอยากอาเจียนเอาไว้พลางกล่าวรับคำเสิ่นเสวียนอย่างยากลำบาก แต่ภาพที่ได้เห็นเบื้องล่างทำให้เขาต้องหลับตาลงอย่างอดไม่ได้เขายากที่จะจินตนาการได้ว่าเสิ่นเสวียนเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านี้โดยไม่รู้สึกอะไรเลยได้อย่างไร
ยิ่งไปกว่านั้นไม่เพียงเสิ่นเสวียนเท่านั้น คนอื่นๆ ที่อยู่ตรงนี้เหมือนจะไม่รู้สึกอะไรเลยเช่นกัน
“ก้มหน้าลงสบตากับนาง”
เสิ่นเสวียนดึงเสิ่นเลี่ยนไปอยู่ตรงหน้าสตรีที่โดนนักปราชญ์ผู้นั้นสังหารก่อนหน้านี้แล้วให้เสิ่นเลี่ยนก้มหน้าลง
“หากข้าไม่อนุญาตห้ามออกจากที่นี่”
เสิ่นเสวียนหันหลังเดินออกไปแล้วกล่าวทิ้งท้ายกับเสิ่นเลี่ยน
เสิ่นเลี่ยนในตอนนี้สีหน้าแข็งทื่อไปแล้วไม่รู้ควรกล่าวอะไรออกมา แต่คำของเสิ่นเสวียนเปรียบเสมือนคำสั่งเด็ดขาดสำหรับเขาแม้ไม่อยากทำเช่นนี้ แต่เขาก็ยังทำตามคำของเสิ่นเสวียนอยู่ดี
การสบตาแบบนั้นทำให้กระเพาะของเขาปั่นป่วนอยากหันออกไปอาเจียนอยู่หลายครั้ง แต่ยังต้องสบตานางต่อไป
ที่เสิ่นเสวียนให้เสิ่นเลี่ยนออกมาเพราะชื่นชมในความมานะของเสิ่นเลี่ยนครั้งแรกที่ให้ทำเรื่องแบบนี้คงยากจะรับมือไหว แต่เขากลับไม่มีข้อโต้แย้งใดๆเอาชนะความยากลำบากด้วยตนเอง พยายามทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างสุดความสามารถ
ข้อนี้ทำให้ความสำเร็จในอนาคตของเขารุ่งเรืองได้อย่างแน่นอน
ในขณะที่เสิ่นเลี่ยนกำลังสบตาอยู่เสิ่นเสวียนเหาะไปยังร่างผู้ที่โดนราชามารสังหารตายคนแรก
“เก็บรักษาได้ไม่เลว”
เสิ่นเสวียนมาถึงร่างไร้วิญญาณร่างนั้นมองดูร่างที่สภาพไม่ได้ต่างไปจากก่อนหน้านี้จึงกล่าวชมพร้อมพยักหน้าเมื่อเทียบกันแล้ว ร่างของสตรีผู้นั้นโดนแมลงชอนไชไปนานแล้ว แต่เพราะร่างนี้มีเริ่นเสี้ยวเทียนปกป้องไว้จึงยังสมบูรณ์ดี
“แน่นอนอยู่แล้วข้าลงมือเอง เจ้าวางใจได้”
ในขณะเดียวกันเริ่นเสี้ยวเทียนวิ่งออกมาจากด้านข้างกล่าวด้วยความภูมิใจได้เข้าร่วมการต่อสู้ของขั้นราชันระดับสูงสุดสำหรับเขาแล้วเหมือนเป็นความก้าวหน้าของตนเองแม้เขาจะมีหน้าที่เพียงแค่เก็บรักษาร่างไร้วิญญาณ แต่ก็นับว่าได้เข้าร่วมเช่นกัน
“ขอบคุณมาก”
เสิ่นเสวียนพยักหน้าให้เริ่นเสี้ยวเทียนจากนั้นจึงมองร่างไร้วิญญาณอย่างพิจารณานอกจากบาดแผลที่โดนราชามารตะวันตกสังหารด้วยกริชแล้วบนร่างของเขาไม่มีบาดแผลอื่นอีก และรอยกริชยังคมกริบถึงแก่ชีวิตในพริบตาจึงไม่ได้กระทบต่อส่วนอื่นด้วย รวมกับที่เริ่นเสี้ยวเทียนเข้ามาผนึกพลังและตันเถียนภายในร่างได้ทันท่วงทีทำให้ร่างนี้กลายเป็นวัตถุดิบในการสร้างหุ่นเชิดชั้นดีเลยทีเดียว
เสิ่นเสวียนสะบัดมือเพื่อเก็บร่างนั้นเข้าไปในมิติ
เดิมทีเสิ่นเสี่ยวเม่ยที่อยู่ในมิติมองไม่เห็นอะไรอยู่แล้วจู่ๆ มีร่างไร้วิญญาณโผล่เข้ามากะทันหันทำเอานางเกือบร้องตะโกนด้วยความตกใจโชคดีที่ก่อนหน้านี้มีร่างไร้วิญญาณสองร่างอยู่ที่นี่ด้วย ทำให้นางไม่ได้เสียสติไป
ที่ภายนอกหลังจากเสิ่นเสวียนเก็บร่างไร้วิญญาณร่างนั้นไปแล้ว เขาก็มุ่งหน้าไปหาร่างของบุรุษไว้หนวดแล้วก้มลงหยิบขวานที่พื้นขึ้นมา
“ศาสตราวิเศษขั้นปฐพีระดับต้น!”
น่าประหลาดใจมากคิดไม่ถึงว่าขวานเล่มนี้เป็นศาสตราวิเศษขั้นปฐพีกระบี่ของอีกร่างหนึ่งเสิ่นเสวียนไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อยเพราะมันอยู่ในขั้นลึกลับซึ่งด้อยกว่าขั้นปฐพีถึงหนึ่งขั้น
“ดูเหมือนตำแหน่งของคนผู้นี้จะสูงกว่าคนเมื่อครู่มาก”
เริ่นเสี้ยวเทียนพยักหน้าก่อนหน้านี้เขาสังเกตเห็นขวานแล้วแต่ไม่ได้หยิบขึ้นมา ด้านบนยังมีคนอีกมากมายหากเขาแตะต้องขวานเล่มนี้จะต้องกลายเป็นเป้าสายตา และแน่นอนว่ามันได้ไม่คุ้มเสียเลย
“พลังของเขาไม่ธรรมดาจริงๆ”
เสิ่นเสวียนลูบบาดแผลที่คอของบุรุษไว้หนวดกล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้นเล็กน้อย
หากกล่าวถึงระดับความสมบูรณ์แบบของวัตถุดิบในการสร้างหุ่นเชิดแล้วบุรุษไว้หนวดผู้นี้เหนือกว่าอีกร่างก่อนหน้ามาก
เพราะพลังของบุรุษไว้หนวดแข็งแกร่งกว่าอีกคนหนึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับราชามารตะวันตกแล้วทั้งยังโดนราชามารตะวันตกสังหารในกระบวนท่าเดียวขณะที่ไม่ทันรู้ตัวทำให้ส่วนอื่นไร้ตำหนิ หากมีวัตถุดิบมากพอเขาจะสามารถสร้างหุ่นเชิดที่มีพลังเทียบเท่าราชามารตะวันตกขึ้นมาได้
“จะว่าไปวิธีการสร้างหุ่นเชิดของเจ้าคล้ายกับสำนักมารอยู่นะ!”
เมื่อเห็นเสิ่นเสวียนเก็บร่างของบุรุษไว้หนวดไปแล้วเริ่นเสี้ยวเทียนจึงกล่าวอย่างครุ่นคิด
“อ้อข้ายังคิดว่ามีเพียงข้าที่ทำได้!”
เสิ่นเสวียนหัวเราะเบาๆอีกฝ่ายกำลังบอกว่าเสิ่นเสวียนอาจมาจากสำนักมารก็ได้เขาจึงไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธออกไป
“ข้าไม่ปฏิเสธสำนักมารหรอกนะภายหน้าหากมีโอกาสหวังว่าสหายเสิ่นจะแนะนำได้บ้าง”
“หากมีโอกาสข้าต้องทำให้อย่างแน่นอน”
ในขณะนั้นเองหลังจากที่เสิ่นเสวียนเก็บร่างของบุรุษไว้หนวดเข้าไปแล้ว เขามองลงไปด้านล่างด้วยความสงสัย
“หืม?”
แสงสีทองสว่างขึ้นมาเลือนรางและยังมีไอพลังอันเป็นเอกลักษณ์แผ่ซ่านออกมาด้วย
“เถ้ากระดูกร่างทอง?”
เสิ่นเสวียนมองลงไปพลางยิ้มแห้งๆ
หรือว่าจะมีเถ้ากระดูกร่างทองในตำนานเกิดขึ้นที่นี่