ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 86 วัตถุดิบที่สมบูรณ์แบบ

            ราชามารตะวันตกและเสิ่นเสวียนปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศเหนือแอ่งเถียนซือ

            เมื่อออกมาจากในมิติราชามารตะวันตกรู้สึกผ่อนคลายมากเมื่อได้เป็นอิสระอีกครั้งแม้ในมิติจะดีแต่มันเล็กและแออัดมากเกินไปก่อนหน้านี้ต้องใช้พลังทั้งหมดสังหารพวกนักปราชญ์ตายไปคนหนึ่งทำให้พลังของเขาเกือบหมด ส่วนพลังภายในมิติกลับเบาบางมากจนน่าใจหาย ยากต่อการฟื้นฟูพลัง

            ตอนนี้ได้ออกมาแล้วพลังฟ้าดินหลั่งไหลเข้ามาในร่างของเขาอย่างบ้าคลั่งเติมเต็มพลังที่ใช้ไปก่อนหน้านี้อย่างรวดเร็ว

            “ทำให้ผู้อาวุโสราชามารต้องลำบากเสียแล้ว”

            เสิ่นเสวียนมองอีกฝ่ายพลางกล่าวอยู่ภายในมิติมาหลายชั่วยามแล้วทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและราชามารตะวันตกก้าวหน้าขึ้นไม่น้อยเขาตรวจสอบพลังของราชามารตะวันตกเรียบร้อยแล้ว อยู่ในขั้นกึ่งก้าวจักรพรรดิซึ่งเทียบได้กับขั้นเปิดทวารในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรเรียกได้ว่าแข็งแกร่งมากสำหรับเสิ่นเสวียนในตอนนี้

            “ข้าชอบสหายอย่างเจ้ามากเรื่องที่ข้ารับปากเจ้าไว้ ข้าต้องทำได้อย่างแน่นอน”

            ราชามารตะวันตกตบบ่าเสิ่นเสวียนเบาๆจากนั้นเขาก็เหาะไปยังพรมวิเศษ เมื่อเห็นสตรีนั่งหน้าซีดด้วยความหวาดกลัวอยู่ภายในจึงกล่าวขึ้น

            “ไม่ต้องร้องแล้วไม่มีอะไรแล้ว ไม่เป็นไรนะ”

            ระหว่างที่กล่าวเขาก็ควบคุมค่ายกลของพรมวิเศษทำให้ม่านพลังหายไป แล้วเขาก็ขึ้นไปอยู่บนพรมวิเศษ

            สตรีผู้นั้นสวมกอดราชามารตะวันตกเอาไว้แน่นราชามารตะวันตกไม่ให้นางร้องไห้ นางก็หยุดร้องไห้ไปจริงๆนางรู้จักนิสัยของราชามารตะวันตกเป็นอย่างดีหากไม่ให้ร้องไห้แล้วยังร้องอยู่อย่างนั้น คงต้องมีจุดจบที่เลวร้ายอย่างแน่นอน

            เสิ่นเสวียนเห็นเหตุการณ์นั้นก็ส่ายหัวอย่างไม่ใส่ใจจากนั้นเขาจึงเหาะลงไปด้านล่างเพื่อตรวจสอบร่างไร้วิญญาณที่ให้เริ่นเสี้ยวเทียนไปจัดการก่อนหน้านี้

             

            ที่ด้านบนราชามารตะวันตกนั่งว่างๆ อยู่บนพรมวิเศษ

            ส่วนด้านล่างเสิ่นเสวียนเข้าไปยังแอ่งเถียนซือแล้วเพื่อไม่ให้เสิ่นเสี่ยวเม่ยได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในนี้เขาจึงตั้งใจปิดการมองเห็นภายนอกไปให้นางได้รับรู้เรื่องเหล่านี้ในตอนนี้ยังเร็วเกินไปอีกทั้งเขาให้เสิ่นเสี่ยวเม่ยได้ฝึกฝนเพียงเพื่อให้นางมีพลังป้องกันตัวเท่านั้นไม่มีทางให้นางได้สัมผัสกับโลกภายนอกที่มืดหม่นเช่นนี้เด็ดขาดเขาจะไม่ปล่อยให้นางรู้ไปตลอดชีวิต

            “เสิ่นเลี่ยนเจ้าออกมาเถอะ”

            เสิ่นเสวียนส่งเสียงเรียกคลื่นพลังมิติสั่นไหวเล็กน้อยพร้อมกับร่างของเสิ่นเลี่ยนที่ปรากฏขึ้น

            “อ๊อก!”

            เสิ่นเลี่ยนเพิ่งปรากฏตัวขึ้นยังไม่ทันได้กล่าวอะไรเมื่อได้เห็นทุกอย่างในแอ่งเถียนซือถึงกับทำให้เขาอาเจียนออกมาและยิ่งก้มหน้าก็ยิ่งเห็นทุกอย่าง สีหน้าเขาจึงยิ่งซีดลงทุกที

            ด้านล่างเต็มไปด้วยร่างไร้วิญญาณเน่าเปื่อยร่างที่ไร้แขนขายังมีมากมายนับไม่ถ้วน ทั้งยังมีแมลงอยู่เต็มไปหมดน่าสะอิดสะเอียนยิ่งนัก

            “ให้เจ้าออกมาเพื่อให้เจ้าได้รับมือกับสิ่งเหล่านี้”

            เสิ่นเสวียนไพล่มือสองข้างไว้ด้านหลังพลางกล่าวกับเสิ่นเลี่ยน

            อยากเป็นมือสังหารสิ่งที่มองเห็นอยู่ตอนนี้ยังไม่เพียงพอจำเป็นต้องมีสติปัญญาและความอดทนยิ่งกว่าคนทั่วไปนี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น

            “ขอรับ”

            เสิ่นเลี่ยนพยายามควบคุมอาการอยากอาเจียนเอาไว้พลางกล่าวรับคำเสิ่นเสวียนอย่างยากลำบาก แต่ภาพที่ได้เห็นเบื้องล่างทำให้เขาต้องหลับตาลงอย่างอดไม่ได้เขายากที่จะจินตนาการได้ว่าเสิ่นเสวียนเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านี้โดยไม่รู้สึกอะไรเลยได้อย่างไร

            ยิ่งไปกว่านั้นไม่เพียงเสิ่นเสวียนเท่านั้น คนอื่นๆ ที่อยู่ตรงนี้เหมือนจะไม่รู้สึกอะไรเลยเช่นกัน

            “ก้มหน้าลงสบตากับนาง”

            เสิ่นเสวียนดึงเสิ่นเลี่ยนไปอยู่ตรงหน้าสตรีที่โดนนักปราชญ์ผู้นั้นสังหารก่อนหน้านี้แล้วให้เสิ่นเลี่ยนก้มหน้าลง

            “หากข้าไม่อนุญาตห้ามออกจากที่นี่”

            เสิ่นเสวียนหันหลังเดินออกไปแล้วกล่าวทิ้งท้ายกับเสิ่นเลี่ยน

            เสิ่นเลี่ยนในตอนนี้สีหน้าแข็งทื่อไปแล้วไม่รู้ควรกล่าวอะไรออกมา แต่คำของเสิ่นเสวียนเปรียบเสมือนคำสั่งเด็ดขาดสำหรับเขาแม้ไม่อยากทำเช่นนี้ แต่เขาก็ยังทำตามคำของเสิ่นเสวียนอยู่ดี

            การสบตาแบบนั้นทำให้กระเพาะของเขาปั่นป่วนอยากหันออกไปอาเจียนอยู่หลายครั้ง แต่ยังต้องสบตานางต่อไป

            ที่เสิ่นเสวียนให้เสิ่นเลี่ยนออกมาเพราะชื่นชมในความมานะของเสิ่นเลี่ยนครั้งแรกที่ให้ทำเรื่องแบบนี้คงยากจะรับมือไหว แต่เขากลับไม่มีข้อโต้แย้งใดๆเอาชนะความยากลำบากด้วยตนเอง พยายามทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างสุดความสามารถ

            ข้อนี้ทำให้ความสำเร็จในอนาคตของเขารุ่งเรืองได้อย่างแน่นอน

            ในขณะที่เสิ่นเลี่ยนกำลังสบตาอยู่เสิ่นเสวียนเหาะไปยังร่างผู้ที่โดนราชามารสังหารตายคนแรก

            “เก็บรักษาได้ไม่เลว”

            เสิ่นเสวียนมาถึงร่างไร้วิญญาณร่างนั้นมองดูร่างที่สภาพไม่ได้ต่างไปจากก่อนหน้านี้จึงกล่าวชมพร้อมพยักหน้าเมื่อเทียบกันแล้ว ร่างของสตรีผู้นั้นโดนแมลงชอนไชไปนานแล้ว แต่เพราะร่างนี้มีเริ่นเสี้ยวเทียนปกป้องไว้จึงยังสมบูรณ์ดี

            “แน่นอนอยู่แล้วข้าลงมือเอง เจ้าวางใจได้”

            ในขณะเดียวกันเริ่นเสี้ยวเทียนวิ่งออกมาจากด้านข้างกล่าวด้วยความภูมิใจได้เข้าร่วมการต่อสู้ของขั้นราชันระดับสูงสุดสำหรับเขาแล้วเหมือนเป็นความก้าวหน้าของตนเองแม้เขาจะมีหน้าที่เพียงแค่เก็บรักษาร่างไร้วิญญาณ แต่ก็นับว่าได้เข้าร่วมเช่นกัน

            “ขอบคุณมาก”

            เสิ่นเสวียนพยักหน้าให้เริ่นเสี้ยวเทียนจากนั้นจึงมองร่างไร้วิญญาณอย่างพิจารณานอกจากบาดแผลที่โดนราชามารตะวันตกสังหารด้วยกริชแล้วบนร่างของเขาไม่มีบาดแผลอื่นอีก และรอยกริชยังคมกริบถึงแก่ชีวิตในพริบตาจึงไม่ได้กระทบต่อส่วนอื่นด้วย รวมกับที่เริ่นเสี้ยวเทียนเข้ามาผนึกพลังและตันเถียนภายในร่างได้ทันท่วงทีทำให้ร่างนี้กลายเป็นวัตถุดิบในการสร้างหุ่นเชิดชั้นดีเลยทีเดียว

            เสิ่นเสวียนสะบัดมือเพื่อเก็บร่างนั้นเข้าไปในมิติ

            เดิมทีเสิ่นเสี่ยวเม่ยที่อยู่ในมิติมองไม่เห็นอะไรอยู่แล้วจู่ๆ มีร่างไร้วิญญาณโผล่เข้ามากะทันหันทำเอานางเกือบร้องตะโกนด้วยความตกใจโชคดีที่ก่อนหน้านี้มีร่างไร้วิญญาณสองร่างอยู่ที่นี่ด้วย ทำให้นางไม่ได้เสียสติไป

            ที่ภายนอกหลังจากเสิ่นเสวียนเก็บร่างไร้วิญญาณร่างนั้นไปแล้ว เขาก็มุ่งหน้าไปหาร่างของบุรุษไว้หนวดแล้วก้มลงหยิบขวานที่พื้นขึ้นมา

            “ศาสตราวิเศษขั้นปฐพีระดับต้น!”

            น่าประหลาดใจมากคิดไม่ถึงว่าขวานเล่มนี้เป็นศาสตราวิเศษขั้นปฐพีกระบี่ของอีกร่างหนึ่งเสิ่นเสวียนไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อยเพราะมันอยู่ในขั้นลึกลับซึ่งด้อยกว่าขั้นปฐพีถึงหนึ่งขั้น

            “ดูเหมือนตำแหน่งของคนผู้นี้จะสูงกว่าคนเมื่อครู่มาก”

            เริ่นเสี้ยวเทียนพยักหน้าก่อนหน้านี้เขาสังเกตเห็นขวานแล้วแต่ไม่ได้หยิบขึ้นมา ด้านบนยังมีคนอีกมากมายหากเขาแตะต้องขวานเล่มนี้จะต้องกลายเป็นเป้าสายตา และแน่นอนว่ามันได้ไม่คุ้มเสียเลย

            “พลังของเขาไม่ธรรมดาจริงๆ”

            เสิ่นเสวียนลูบบาดแผลที่คอของบุรุษไว้หนวดกล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้นเล็กน้อย

            หากกล่าวถึงระดับความสมบูรณ์แบบของวัตถุดิบในการสร้างหุ่นเชิดแล้วบุรุษไว้หนวดผู้นี้เหนือกว่าอีกร่างก่อนหน้ามาก

            เพราะพลังของบุรุษไว้หนวดแข็งแกร่งกว่าอีกคนหนึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับราชามารตะวันตกแล้วทั้งยังโดนราชามารตะวันตกสังหารในกระบวนท่าเดียวขณะที่ไม่ทันรู้ตัวทำให้ส่วนอื่นไร้ตำหนิ หากมีวัตถุดิบมากพอเขาจะสามารถสร้างหุ่นเชิดที่มีพลังเทียบเท่าราชามารตะวันตกขึ้นมาได้

            “จะว่าไปวิธีการสร้างหุ่นเชิดของเจ้าคล้ายกับสำนักมารอยู่นะ!”

            เมื่อเห็นเสิ่นเสวียนเก็บร่างของบุรุษไว้หนวดไปแล้วเริ่นเสี้ยวเทียนจึงกล่าวอย่างครุ่นคิด

            “อ้อข้ายังคิดว่ามีเพียงข้าที่ทำได้!”

            เสิ่นเสวียนหัวเราะเบาๆอีกฝ่ายกำลังบอกว่าเสิ่นเสวียนอาจมาจากสำนักมารก็ได้เขาจึงไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธออกไป

            “ข้าไม่ปฏิเสธสำนักมารหรอกนะภายหน้าหากมีโอกาสหวังว่าสหายเสิ่นจะแนะนำได้บ้าง”

            “หากมีโอกาสข้าต้องทำให้อย่างแน่นอน”

            ในขณะนั้นเองหลังจากที่เสิ่นเสวียนเก็บร่างของบุรุษไว้หนวดเข้าไปแล้ว เขามองลงไปด้านล่างด้วยความสงสัย

            “หืม?”

            แสงสีทองสว่างขึ้นมาเลือนรางและยังมีไอพลังอันเป็นเอกลักษณ์แผ่ซ่านออกมาด้วย

            “เถ้ากระดูกร่างทอง?”

            เสิ่นเสวียนมองลงไปพลางยิ้มแห้งๆ

            หรือว่าจะมีเถ้ากระดูกร่างทองในตำนานเกิดขึ้นที่นี่

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน