เสน่หาชั่วกัลป์

    บทที่ 103 วันหมา ๆ!

    ถังโยวตกใจหลอนไปแล้วทีหนึ่ง เข้าใจผิดคิดว่าเป็นซานเซียวนั่นลงมาจากฟ้า ต้องการเอาชีวิตน้อย ๆ ของนาง! อย่ามองว่าถังโยวตามปกติอืดอาดยืดยาด วิ่งก็เหมือนเดิน เดินก็เหมือนขยับเท้า ขยับเท้าก็เหมือนยืนหลับ แต่เวลาที่เดิมพันด้วยชีวิต นางค่อนข้างแคล่วคล่องว่องไว


    มารดาของถังโยวจากไปเร็ว ถังเหลาเหย่แม้รักเอ็นดูแม่หญิงผู้นี้ ทว่ากลับละเลยการอบรมสั่งสอน ทำให้นางกระโดกกระเดกในทุก ๆ วัน นิสัยใจคอไม่เหมือนบุตรสาวบ้านอื่นทั่วไปที่สุภาพอ่อนน้อม มิได้นุ่มนวลอย่างแม่นางเมตตาโอบอ้อม อีกทั้งพละกำลังในการขยับมือเท้าก็แข็งแกร่งมาก ในบ้านหากต้องการลงโทษใคร นางก็เตะออกไปตรง ๆ 


    ในขณะที่ถังโยวสูดหายใจทีหนึ่ง มือเท้ากระสับกระส่าย นางก็นำหม้อที่ยังไม่แตกออกมาจากในอก เปิดฝา แล้วสาดเข้าที่ร่างของหลี่ต้าจ้วง  


    หลี่ต้าจ้วงที่ล้มลงจนเห็นดาวเดือนและถูกเลือดหมาสาดไปหนึ่งที คิดว่าตนเองถูกซานเซียวทำให้บาดเจ็บ มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ในขณะที่กำลังตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ ก็ยังไม่ลืมหน้าที่ของตนเอง แหกปากตะโกน “ทุกคนมาเร็ว! จับซานเซียว!” เหอะ เพราะเขาตื่นตระหนกเกินไป จนลืมว่าซานเซียวสามารถกระโดดขึ้นหลังคา แต่เจ้านี่ใช้ตะขอสามแฉก แล้วจะเป็นซานเซียวไปได้อย่างไร? 


    เสียงของหลี่ต้าจ้วงครานี้ ร้องสุดกำลังทั้งหมดที่มี  


    ชั่วพริบตา เหล่าหยาอีที่ซ่อนอยู่ในมุมมืดก็ชักดาบเล่มใหญ่ที่ส่องสว่างออกมา ถีบประตูใหญ่บ้านตระกูลซูเปิดออก ตะโกนดังลั่นพร้อมพุ่งเข้ามา ในเวลาเดียวกัน ประตูหลังก็เต็มไปด้วยเหล่าหยาอีกลุ่มใหญ่ที่กรูเข้ามาเป็นระลอกคลื่น สาดตาข่ายผืนใหญ่ ครอบถังโยวกับหลี่ต้าจ้วงเข้าด้วยกัน  


    ถังโยวไม่เคยเห็นเหตุการณ์ใหญ่เช่นนี้มาก่อน จึงตะลึงงุนงงไม่น้อย เข้าใจผิดคิดว่าประโยคจับซานเซียวนั้นเป็นผู้อื่นตะโกน จิตสำนึกต้องการหนี ไม่เกะกะขัดขวางเหล่าหยาอีจับซานเซียว อย่างไรก็ตามร่างที่ติดอยู่ในตาข่าย ทำได้เพียงดิ้นรนต่อสู้สะเปะสะปะ ไม่คาดคิด ยิ่งดิ้นยิ่งยุ่ง สุดท้ายกลิ้งม้วนรวมเป็นก้อนไปกับหลี่ต้าจ้วง


    หลี่ต้าจ้วงคิดว่าตนเองต้องตายแน่ จึงตัดสินใจโผเข้าไปเต็มแรงอย่างกล้าหาญ สาบานว่าต้องสู้กับซานเซียวจนเจ้าตายข้ารอด! เพื่อให้ลูกหลานรุ่นหลังได้รู้ว่า เขาหลี่ต้าจ้วงเมื่อเผชิญหน้ากับซานเซียวเป็นวีรบุรุษกล้าหาญไร้ความหวาดกลัวเพียงใด! แม้ว่าเขาจะยังไม่มีทายาท ยิ่งไม่ต้องพูดถึงรุ่นหลาน เมียข้า ขออภัยด้วย! หากเจอคนที่ดี เจ้าก็แต่งงานใหม่เถอะ!  


    ครุ่นคิดเช่นนี้ หลี่ต้าจ้วงกัดฟัน ต่อสู้กับถังโยวสักครา


    ใบหน้าและเนื้อตัวของหลี่ต้าจ้วงเต็มไปด้วยเลือด ดูไปแล้วทำให้คนหวาดกลัวอย่างที่สุด 


    ถังโยวไม่เคยเห็นซานเซียวมาก่อน ข้อมูลเกี่ยวกับซานเซียวล้วนเป็นการฟังจากคำบอกเล่า นางเข้าใจผิดคิดว่าหลี่ต้าจ้วงก็คือซานเซียว ตกใจไม่เบาเลยทีเดียว คิดจะหนี กลับหนีออกจากตาข่ายผืนใหญ่ควรตายนี้ไม่ได้ ตามองหลี่ต้าจ้วงที่โผเข้าหาไม่หยุด ในใจก็ยิ่งตื่นตระหนก ท้ายสุดตัดสินใจโบกมืออ้วน ๆ ตบหลี่ต้าจ้วง สาบานว่าต้องให้ตนเองได้ดอกเบี้ยบ้างก่อนตาย! อีกอย่าง ด้วยร่างกายไขมันหนังอ้วนนี้ของนาง กวางตายในมือใครก็ยังไม่แน่สักหน่อย!  


    ใบหน้าและร่างกายของหลี่ต้าจ้วงเต็มไปด้วยเลือดสุนัข ทั้งคู่ต่อสู้พัวพัน ถังโยวเปื้อนเลือดสุนัขไปทั้งตัว สองคนมีเลือดเปียก ๆ ไม่น่ากลัวคงไม่ได้


    เหล่าหยาอีที่เข้ามาเป็นระลอกจากประตูหลัง เห็นสองคนนั้นตีกันในความมืด อีกทั้งยังสวมชุดดำ ตลอดจนลักษณะรูปร่างไม่แตกต่างกัน เวลาแค่ครู่เดียวแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร ทำได้เพียงชูคบไฟ มองดูอย่างโง่ ๆ ตะลึงงุนงง รอแยกคนในตาข่ายเมื่อแพ้ชนะ  


    โชคยังดีที่สองคนในตาข่ายกระทำได้ไม่ค่อยดี ไม่กี่ยกก็เหนื่อยจนสำลักพอควร 


    ถังโยวและหลี่ต้าจ้วงหยุดยื้อยุดฉุดกระชาก หายใจหอบแฮก ๆ จ้องเขม็งซึ่งกันและกัน ป้องกันอีกฝ่ายจู่โจมกะทันหัน 


    การเคลื่อนไหวรุนแรงขนาดนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่ทำให้ตระกูลซูตกใจ  


    ซูเหลาเหย่พาคนรับใช้ในบ้านสามสิบกว่าคนท่าทางโหดเหี้ยมน่ากลัวมาล้อมสวนด้านหลัง ข้ารับใช้เหล่านั้น แต่ละคนมือหนึ่งถือคบไฟ มือหนึ่งถือกระบองขนาดเท่าข้อมือ ท่าทางดุดันโหดร้ายอย่างยิ่ง


    ซูเหลาเหย่ตะคอกกล่าวถาม “นี่มันเรื่องอะไร?! พวกเจ้าวันนี้หากไม่อธิบายให้ซูโหม่วเข้าใจ จะตีตายเสียให้หมด! นี่เท่ากับบุกรุกบ้านเรือนชาวบ้านโดยพลการ ตายอย่างน่าสมเพช! ต่อให้ร้องไปถึงที่ว่าการเขต พวกเจ้าก็ไม่ได้อะไรดีเช่นกัน!”  


    หลี่ต้าจ้วงรีบร้อนกล่าว “ซูเหลาเหย่ ข้าหลี่ต้าจ้วงเอง พวกเรากำลังทำคดี ในที่สุดก็จับซานเซียวตัวนี้ได้แล้ว!” กล่าวจบประโยคนี้ เขาสัมผัสได้ว่ามีสิ่งไม่ปกตินัก จึงลูบ ๆ ตามตัว พบว่านอกจากก้นที่ยังมีเลือดไหล ที่อื่น ๆ ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรง  


    ถังโยวที่สงบลง ปฏิกิริยาตอบสนองกลับมาแล้ว นางเช็ดเลือดบนใบหน้า หลังจากแน่ใจว่าตนเองถูกทุบจนเลือดกำเดาไหล ในใจก็กรีดร้องอย่างน่าเวทนา ใช้สองมือกุมใบหน้าใหญ่ ๆ กล่าวกระซิบกับซูเหลาเหย่ “ซูเหลาเหย่ ปะเป็น...เป็นข้าเอง”  


    ซูเหลาเหย่ชูคบไฟ เดินไปยังเบื้องหน้าถังโยวอย่างระมัดระวัง ใช้คบไฟส่องใบหน้าของนาง


    ถังโยวรู้ว่าเวลานี้ไม่สามารถปกปิดตนเองได้อีกแล้ว ใบหน้าจึงแดงก่ำ เงยขึ้นอย่างรวดเร็วมองซูเหลาเหย่ จากนั้นรีบกุมศีรษะ กล่าวกระซิบ “คะ...คือว่า...ทะ....ท่านก็รู้ หลินเอ๋อร์ของท่านอาข้าถูกขโมย ในบ้านร้อนรนกันมาก ขะ...ข้าจึงมาเฝ้าต้นไม้รอกระต่าย คิดจะจับซานเซียว” 


    มือที่กำลังชูคบไฟของซูเหลาเหย่สั่น! รังแกกันมากเกินไปแล้ว! รังแกกันมากเกินไปแล้ว! เขาจ้องเขม็งอย่างเหี้ยมเกรียมไปที่สองคนซึ่งเลือดท่วมตัว กัดฟันตะคอกถาม “พวกเจ้าจับซานเซียว แล้วมาทำอะไรกันที่บ้านตระกูลซูของข้า?! ดึกดื่นเช่นนี้ เลือดท่วมตัว ทำอะไรกัน?! เห็นข้าซูโหม่วเป็นคนที่รังแกได้ง่าย ๆ หรือ?!”  


    เวลานี้ สมองของหลี่ต้าจ้วงหลังจากสูญหายหมุนวนไปรอบหนึ่งก็กลับเข้าตำแหน่งเดิมในที่สุด เขาตอบกลับเสียงดังกังวานเต็มไปด้วยพลัง “ซูเหลาเหย่ พวกเรากลัวว่าซานเซียวนั่นจะมาตามล้างแค้น ทำร้ายแม่นางซูอย่างไร้เหตุผล ข้าและคนอื่น ๆ จึงมาคุ้มกันแม่นางซูเป็นพิเศษ”  


    ถังโยวพอได้ฟัง คำพูดนี้ก็มีเหตุผล! ดังนั้นรีบพยักหน้าตามกล่าว “ข้าก็เช่นกัน ข้าก็เช่นกัน” นางกลัวซูเหลาเหย่ไม่เชื่อ จึงโบกกำปั้น “ข้ากับเยว่หยิ่งสนิทกัน  ไม่สามารถทำตาใสดูซานเซียวจับนางไป แน่นอนว่าต้องมาคุ้มกันนางให้รอบคอบ ซูเหลาเหย่ ท่านไปนอนเถิด ตรงนี้มีข้า ท่านวางใจได้!”  


    ซูเหลาเหย่ข่มความโกรธไว้ในอก พ่นไม่ออก กลืนไม่เข้า กลั้นจนหน้าเขียว มีการคุ้มครองคนเช่นนี้ด้วยหรือ?  


    หลี่ต้าจ้วงร้องเรียกเหล่าหยาอีให้เอาตาข่ายออกไป


    ถังโยวใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดหน้า หน้าหนา ๆ กล่าวยิ้มหวาน “ในเมื่อมีเหล่าหยาอีคุ้มกันเยว่หยิ่ง ข้าก็กลับไปนอนได้อย่างวางใจแล้ว” กล่าวไปฝ่าเท้าทาน้ำมันลื่นไหลหนีจากไป กลับถูกซูเหลาเหย่ตะคอก  


    ซูเหลาเหย่ส่งเสียงหึอย่างเย็นชา “พวกเจ้าเห็นตระกูลซูของข้าเป็นที่ที่คิดจะมาก็มา คิดจะไปก็ไปหรือ?!” แววตาของเขาแข็งกระด้าง มองไปที่หลี่ต้าจ้วง “นี่เท่ากับว่าดำเนินการไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ซูโหม่วจำเป็นต้องไปหาใต้เท้าของพวกเจ้า พูดคุยกันดี ๆ ให้รู้เรื่อง!”  


    สมองของหลี่ต้าจ้วงหนีออกจากบ้านอีกครั้ง เขาเงยหน้าทอดสายตามองไปยังต้นไม้! 


    ทุกคนมองตามสายตาของเขา เห็นชวีหนานอีที่ยังคงหลบอยู่บนต้นไม้ 


    ชวีหนานอีเห็นว่าตัวตนถูกเปิดเผยแล้ว ก็ไม่หลบอีกต่อไป โบกไม้โบกมืออย่างยิ้มแย้มแจ่มใส กล่าวกับซูเหลาเหย่หนึ่งประโยค “ตรงนี้ทิวทัศน์สวยงามยิ่งนัก”  


    วันหมา ๆ!


    ซูเหลาเหย่โกรธจนหนวดกระดิก แต่ถูกหนึ่งประโยคของชวีหนานอีจัดการจนน้ำท่วมปากทำตะลึงงัน คล้ายกับพูดอะไรก็ไม่ดีเท่าฉีกชวีหนานอีออกเป็นชิ้นๆระบายอารมณ์! นี่คือเรือนด้านใน ที่อาศัยอยู่ก็ล้วนเป็นหญิงสาวในครอบครัว ผู้ชายคนหนึ่งยืนบนที่สูงขนาดนั้น แล้วกล่าวว่าทิวทัศน์สวยงามยิ่งนัก?! แท้จริงแล้วเจ้ามองเห็นทิวทัศน์อะไรกันแน่? หา?! ทิวทัศน์อะไรกัน?!!!  



    เสน่หาชั่วกัลป์เล่ม 2 ของน้องหูเหยียนออกแล้วเจ้าค่า ฝาก E-book ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะเจ้าคะ 

    ทุกท่านสามารถคอมเมนต์ให้กำลังใจกันได้น้าขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ

     

    ลิงก์ Ebook (Meb): https://rebrand.ly/hrs639g

    ***ถึงจะมี Ebookแล้ว แต่ยังเปิดให้อ่านฟรีจนจบนะคะ***

    คล้ายกับเรื่องเสน่หาชั่วกัลป์ ที่คุณอ่าน