ค่ำคืนเดือนมืด ไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่ในยามนี้ อี้เฉินก็ไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้น ลมหายใจของเขายังรวยริน ใกล้ตายอยู่เช่นนั้น แต่อย่างน้อยๆ นางที่นั่งเฝ้า อี้เฉินไม่ห่างกายก็เบาใจไปได้ระดับหนึ่ง อย่างน้อยๆ อาการของอี้เฉินก็ยังทรงตัว
ครั้นเมื่อดวงตะวันทอแสงส่องประกาย สาดส่องเข้ามาภายในกระโจมที่พักของนาง แสงแรกอรุณ ในยามเช้านี้ มันทำให้นางเหนื่อยล้า อยู่ไม่น้อย แต่เมื่อนางครุ่นคิดถึงเรื่องของอี้เฉินขึ้นมา ตัวนางกลับไม่กล้าบอกกล่าว กับคนในหมู่บ้านลมหวน นางไม่รู้หากบอกเรื่องนี้ออกไปจะเป็นการดีต่ออี้เฉินหรือไม่
จางเหมย เด็กสาวผู้นี้ มักมาช่วยงานรักษาเป็นลูกมือ หลินเฟย อยู่บ่อยครั้ง เมื่อตัวนางเข้ามาภายในกระโจม รักษาของพี่หลินเฟยของนาง โดยไม่บอกกล่าว มันก็ทำให้นางขมวดคิ้วมุ่น แปลกใจอยู่เล็กน้อย ครั้นเมื่อเห็นที่เตียงของ พี่หลินเฟย มีคนไข้นอนอยู่ ภายในเตียงที่พักของนาง แถมพี่หลินเฟยของนาง ยังเฝ้าไข้คนผู้นี้ไม่ห่างกาย
"พี่หลินเฟยมีอะไร ให้ข้าช่วยหรือไม่ วันนี้ข้าว่าง ข้าจะมาเป็นลูกมือของท่านช่วยรักษา เหล่าชาวบ้านเหมือนเช่นเคย"
เมื่อหลินเฟย ได้ยินเสียงเล็กแหลมของเด็กสาว ตัวนางสะดุ้งโหยงในทันที ไม่รู้จะบอกกล่าวเรื่อง อี้เฉินกับนางดีหรือไม่ แต่เมื่อครุ่นคิด พิจารณา หากนางร่วงรู้ ความร่าเริงของนางคงหดหายไปไม่น้อย
"เจ้า เข้ามาให้สุ้มให้เสียงหน่อยสิ จางเหมย เจ้าไม่ใช่เด็กแล้วนะ ทำเช่นนี้มันเสียมารยาทนะรู้หรือไม่"
"ข้าก็ทำเช่นนี้ ทุกครั้งที่ข้ามาพี่หลินเฟย ไม่เห็นพี่จะบ่นข้าเลย เหตุใดวันนี้ท่านดูเข้มงวดกับข้ากันเล่า" ครั้นเมื่อนางเอ่ยพูดหมดประโยค ตัวนางก็ทำปากพองลมในทันที
หลินเฟย นางถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ "เจ้าช่วยไปซื้อยาให้ข้าหน่อยได้หรือไม่จางเหมย ที่เมืองหลวงหุบเขาเพลิง ก็น่าจะมีสมุนไพรชนิดนี้" ก่อนที่นางจะส่งใบสั่งยา พร้อมกับเหรียญทองอีกหลายเหรียญ ที่ตัวนางมีเกือบทั้งหมด ออกไปให้เด็กสาว
จางเหมย ที่ร่ำเรียนเรื่องสมุนไพรอยู่บ้าง เมื่อนางเห็นใบสั่งยาของ พี่หลินเฟย มันก็ทำให้นางประหลาดใจอยู่ไม่น้อย แถมยังให้เหรียญทองมา มากมายถึงเพียงนี้ มันก็คือสมุนไพร อำพัน บัวเขียว สมุนไพรชนิดนี้ ไม่ได้ถือเป็นของหายาก อะไรผู้คนมัก ไปเก็บเกี่ยวมาขายอยู่ไม่น้อย เพียงกรีดลำต้น ดอกใบให้มีน้ำยางไหลย้อยออกมา รอคอยเวลาให้มันแห้งตกผลึก ก็สามารถเก็บเกี่ยวนำมาขายได้แล้ว แต่สรรพคุณของมันน้อยเป็นอย่างมาก ทำได้เพียงรักษาบาดแผลภายนอก เท่านั้น จึงทำให้สมุนไพรชนิดนี้ ไม่ค่อยมีผู้คนซื้อขาย เนื่องจากไปหาแพทย์สายรักษา ก็สามารถ ฟื้นฟูบาดแผลภายนอกได้แล้ว ยิ่งเป็นเหล่าจอมยุทธเฉกเช่นพวกนาง เพียงนั่งบําเพ็ญเพียร ไม่กี่วันบาดแผลภายนอกก็หายแทบสิ้น มันจึงทำให้นางรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย
"พี่หลินเฟย เหตุใดเราต้องซื้อสมุนไพร ชนิดนี้มา มากมายถึงเพียงนี้ บาดแผลภายนอกให้ท่านส่งปราณพลัง ออกไปรักษาก็น่าจะหายเองได้ อีกในไม่กี่วันไม่ใช่หรือ"
หลินเฟย เดินไปเขกหัวนางเบาๆ "แล้วถ้าคนไข้ของเจ้าไม่อาจรับปราณพลังได้ละ จุดตันเถียนทั้ง5 ได้แก่ หัวใจ ม้าม ตับ ไต ปอด ถูกทำลายจนบาดเจ็บหนักไม่สามารถ รับปราณพลังที่รุนแรงได้ หากเจ้าส่งปราณพลังเข้าไปรักษาตรงๆ จะกลับกลายเป็นตัวเจ้า ที่ฆ่าสังหารตัวเขาทันที แล้วเจ้าจะทำเช่นไรเล่า"
"มันมีคนที่บาดเจ็บ จุดตันเถียนทั้ง5จุดพร้อมกันจริงๆ หรือ พี่หลินเฟย .....ข้าเข้าใจแล้ว ท่านจึงคิดจะใช้ สมุนไพรเสริมการรักษาส่วนนั้นใช่หรือไม่ แล้วเหตุใดต้องใช้ในปริมาณที่มากถึงเพียงนี้"
หลินเฟยนางเกาหัวขึ้นมาในทันที "เจ้านี่ช่างถามจริง บาดแผลของเขามีอยู่ด้วยกันทั่วกายา ทั้งบาดเจ็บภายในและภายนอก แต่ในยามนี้ ข้าทำได้แค่รักษาบาดแผลภายนอกให้เขาเท่านั้น"
จางเหมย นางไม่ซักไซ้ ไต่ถามหลินเฟย อีกต่อไป "งั้นข้าจะไปเดียวนี้ หากท่านมีอะไรให้ข้าช่วย บอกกล่าวข้ามาได้ พี่หลินเฟย"
หลินเฟย ยกยิ้มน้อยๆ ขึ้นมาในทันที แต่แฝงไปด้วยความ อิดโรยที่ไม่อาจปิดบังได้ ทั้งช่วงเวลายามค่ำคืน นางต้องคอยส่งปราณพลังอันน้อยนิด รักษาบาดแผลให้อี้เฉิน จนไม่ได้หลับไม่ได้นอน "เจ้ารีบไปเถิด ข้าจะเปลี่ยนผ้าพันแผลให้เขา ช่วงนี้เจ้าต้องมาช่วยข้าหน่อยนะ เกรงว่าช่วง 2-3วันนี้ ข้าจะยุ่งวุ่นวายเป็นแน่"
จางเหมย พยักหน้ารับในทันที "ข้าเข้าใจแล้วพี่หลินเฟย" ก่อนที่นางจะพลิ้วกาย เดินออกไปภายนอกกระโจม มุ่งหน้าไปภายในเมืองหลวงหุบเขาเพลิงในทันที เมืองหลวงแห่งนี้ถือเป็นเมืองที่อยู่ใกล้ หมูบ้านแห่งนี้ที่สุด หนึ่งวันเต็ม ตัวนางก็น่าจะกลับมาถึงหมู่บ้านลมหวนได้ในรุ่งสาง ไม่คิดจะพาใครติดตามตัวนางออกไป พลิ้วกายาไปซื้อยาตามใบสั่งในทันที
หลินเฟย นางที่ทำความสะอาดบาดแผลของอี้เฉินเสร็จสิ้น นางใช้ผ้าพันแผล พันจนทั่วกายาของอี้เฉินในทันที หากอี้เฉินติดเชื้อในกระแสเลือด ขึ้นมาเกรงว่าอาการของเขาจะทรุดหนักกว่านี้อีกหลาย10เท่าเป็นแน่ ในยามนี้อี้เฉิน ราวกับเป็นมัมมี่ เนื้อตัวเต็มไปด้วยผ้าพันแผล นับไม่ถ้วน เผยให้เห็นเลือดกับน้ำเหลืองไหลซึมออกมา
หลินเฟย นางเริ่มหวาดกลัวอยู่เล็กน้อย กลัวว่าอี้เฉินที่ลืมตาตื่นขึ้นมา จะรับสภาพของตัวเขาเองไม่ได้ แต่ในทันใดนางก็เรียกสติของนางกลับมาอีกครั้ง จดจ่อกับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเสียก่อน ก่อนนางจะคิดเรื่องนั้นอี้เฉินต้องรอดพ้นจากความตาย กลับมาให้ได้เสียก่อน
....ในระหว่างวัน หลินเฟย นางไม่ได้หยุดพักแม้แต่น้อย รักษาเหล่าชาวบ้านที่มา รักษาอาการเจ็บป่วย อยู่ทุกช่วงเวลา ครั้นเมื่อนาง ว่างเว้น เมื่อใด นางก็มักจะส่งปราณพลังน้อยๆ เข้ามารักษาบาดแผลให้อี้เฉินไปพลางๆ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นมาบนใบหน้า แววตาบ่งบอกถึงความอิดโรยอยู่ไม่น้อย แต่นางก็ทำมันเช่นนี้อย่างไม่ลังเล
ครั้นเมื่อยามค่ำคืนแห่งความเป็น ความตายของอี้เฉินมาถึง แสงจันทราที่สาดส่อง ทอดผ่านเข้ามาภายในกระโจม เผยให้เห็น เด็กหนุ่มที่นอนเป็น ซากศพ มีอาการชักกระตุกน้อยๆ อยู่ตลอดเวลา ยิ่งนางมองดูกายาของอี้เฉินเต็มไปด้วยความเจ็บปวด บางทีนางก็นึกคิดอยากจะฆ่าอี้เฉินให้ พ้นจากความเจ็บปวดไปเสีย แต่อีกใจหนึ่งนางก็ทำไม่ได้ ไม่อาจมองคนที่นางรักตายจากไป
เมื่อนางตรวจดูกายาของอี้เฉิน เหมือนว่าในยามนี้ อวัยวะภายในของอี้เฉินกำลังจะ ล้มเหลว จุดตันเถียน ที่หัวใจ ที่ปอด เริ่มไม่เสถียรอีกต่อไป หากปล่อยไว้เฉกเช่นนี้อี้เฉินต้องตายตกอย่างแน่นอน ยิ่งเวลาไหลผ่านไปมากเท่าใด กายาของอี้เฉินยิ่งกระตุก เกร็งมากขึ้นเท่านั้น ลมหายใจที่เคยรวยริน ยิ่งอ่อนแรงลมไปเรื่อยๆ
หลินเฟย นางรู้ได้ในทันที หากในยามค่ำคืนนี้นางไม่ทำอะไรสักอย่าง เกรงว่าอี้เฉินได้จากตัวนางไปจริงๆแน่ ใจจริง นางไม่อยากส่งปราณพลังเข้าไปรักษา อี้เฉินกลัวอี้เฉินจะอาการ หนักขึ้นไปอีกจากการกระตุ้น ปราณพลังของนาง แต่ในยามนี้นางไร้ทางเลือกอีกต่อไป หากนางควบคุมปราณพลังผิดพลาด เพียงเล็กน้อย จะกลายเป็นตัวนางที่ฆ่าสังหารอี้เฉินในทันที
หลินเฟย สูดลมหายใจเข้าลึกไปเฮือกใหญ่ ก่อนจะยกฝ่ามือ ทาบไปใจกลางหน้าอกของอี้เฉิน หมายมั่นคิดส่งปราณพลังเข้าไปกระตุ้นหัวใจที่อ่อนล้า ให้กลับมาเป็นปกติอีกครา
เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นมาบนใบหน้าของนางอย่างไม่รู้ตัว ดวงตาจ้องเขม็ง ตรวจตรา กายาอี้เฉินอย่างไม่วางตา
ครั้นเมื่อนาง ส่งปราณพลังเข้าไปภายในหัวใจของอี้เฉิน ไม่กี่10ลมหายใจ กายาที่สั่นไหวของอี้เฉิน ก็กลับกลายเป็นสงบนิ่งอีกครั้ง มันจึงทำให้หลินเฟยถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แต่เมื่อนางยกฝ่ามืออีกข้างหนึ่ง ตรวจดูลมหายใจของอี้เฉิน มันก็ทำให้นาง มีใบหน้าที่เขียวคล้ำในทันที หางตามีน้ำตาน้อยๆ ไหลรินในทันใด
"ข้าทำอะไรผิดไปงั้นหรืออี้เฉิน เหตุใดหัวใจของเจ้า ถึงหยุดเต้นไม่ตอบสนองไปเสียอย่างนั้นเล่า" ฝ่ามือที่อยู่ใจกลางหน้าอกอี้เฉินสั่นเครือในทันที
ในยามนี้ หลินเฟย นางไม่สนอะไรอีกต่อไป หวังเพียงให้อี้เฉินกลับมาหายใจได้อีกครั้ง นางก้มหัวลงต่ำเข้าหาใบหน้าอี้เฉินในทันที ริมฝีปากทั้งสองประกบ เข้าหากันในทันใด ก่อนที่นางจะส่งลมหายใจที่เต็มไปด้วยปราณพลัง เข้าไปกระตุ้น อวัยวะภายในให้อี้เฉินกลับมาหายใจได้อีกครั้ง โดยไม่มีท่าทีรังเกียจ คราบเลือด คราบน้ำเหลืองแม้แต่น้อย
นางเป่าลมที่เต็มไปด้วยปราณพลัง อยู่หลายร้อยลมหายใจ กว่าที่กายาอี้เฉินจะหยุดสั่นไหว ในยามนี้ ตัวนางเหมือนเป็นปอดหายใจให้อี้เฉินไปเสียแล้ว ไม่รู้เวลาไหลผ่านไปยาวนานเท่าใด ที่นางส่งลมหายใจเข้าไปให้อี้เฉิน ....ครั้นเมื่อนางเห็นอี้เฉินกลับมาหายใจเองได้อีกครั้ง มันก็ทำให้นางยกยิ้มน้อยๆ ขึ้นมาในทันที เหมือนว่าในยามนี้อี้เฉินจะหายใจดีขึ้นกว่าแต่ก่อนอยู่มาก ไม่ได้มีลมหายใจรวยริน เฉกเช่นแต่ก่อนอีกต่อไป
เมื่อนางละริมฝีปากออกจากอี้เฉินมาได้ นางก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงระเรื่อน้อยๆ ขึ้นมา