“แม่ เราจะไปไหนกัน?” เหลียวชาชาที่กำลังจับมือแม่ของเธอ รู้สึกตัวเบา ในใจของเธอเต็มไปด้วยความสุข
“ชาชาลูกรัก แม่จะพาหนูไปที่ดีๆ”
สาวงามในชุดขาว พร้อมผมยาวสีดำที่ยาวจนถึงเอว และใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บป่วย เผยรอยยิ้มออกมา และพูดกับเหลียวชาชา
“แม่ เรากำลังจะได้อยู่ด้วยกัน?” น้ำตาไหลอาบหน้าเหลียวชาชา ในที่สุดเธอก็ได้พบแม่ของเธอ และไม่นานก็กอดแม่ของเธอจนหลับไป
ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้วที่เธอไม่ได้สัมผัสแม่ ดังนั้นเมื่อแม่ของเธอปรากฏตัว ความรู้สึกของเธอก็ทำให้เหลียวชาชามีความสุขจนเสียสติไป
“อืม แม่จะไม่ทิ้งชาชาไปอีก” สาวงามมองขึ้นไป ที่ที่เหลียวชาชาไม่สามารถมองเห็น หน้าของเธอทันใดนั้นก็ปรากฏรอยยิ้มชั่วร้าย “เธอจะได้อยู่กับแม่ตลอดไป...”
“แม่ เรากำลังจะไปไหนกัน?” เหลียวชาชาจับมือสาวงามไว้แน่น เธอกลัวว่าแม่จะจากเธอไปอีก
“เราจะไปที่ที่ไม่มีปัญหาอะไร” สาวงามพูด “ที่นั่นเรียกว่าเมืองเต็มสุข”
“เมืองเต็มสุข?” เหลียวชาชาพึมพำ “มันเป็นที่ยังไงคะ....”
“มันเป็นที่ที่ดี เต็มไปด้วยความสนุก ชาชาน้อยจะอยู่ด้วยกันกับแม่ ใช่มั้ย?” สาวงามที่มีรอยยิ้มอยู่เต็มหน้า ลูบหน้าเหลียวชาชา
“อืม ชาชาจะอยู่กับแม่” เหลียวชาชารีบพยักหน้า กำมือสาวงามแน่นกว่าเดิม
สาวงามยิ้มอีกครั้ง เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยอารมณ์แปลกๆ
ทั้งสองคนเดินมาเป็นเวลานาน ผ่านถนนในยมโลก ผ่านเส้นทางในยมโลก และค่อยๆ มาถึงมหานครสมัยปัจจุบัน ที่มีแสงอ่อนๆ ออกมา
เหลียวชาชามองไปที่สิ่งก่อสร้างที่ตั้งอยู่ และอดตะลึงไม่ได้
“แม่? นี่คือเมืองเต็มสุข?”
“อืม” สาวงามพยักหน้า “ใช่แล้ว นี่เป็นสถานที่ที่ทำให้ผู้คนมีความสุขมากกว่าเมืองในโลกมนุษย์”
สาวงามพูด พร้อมกับนำเหลียวชาชาเดินตรงเข้าไปในเมือง
ในตอนนี้เอง นอกเมืองทันใดนั้นก็ปรากฏกลุ่มตาเฒ่าท่าทางต่ำช้าออกมา
“คนสวย อยากขี่รถมั้ย?” ชายท่าทางต่ำช้าตะโกนออกมา
“คนสวย ขึ้นรถฉันสิ แค่ 10,000 เหรียญยมโลก ก็ไปได้ทุกที่”
“มานั่งรถฉันสิ รถฉันเป็นรถที่ถูกเผาส่งมาใหม่ที่สุด เป็นรุ่นล่าสุดที่นำเข้าของวอลโว่!”
ชายสองสามคนตะโกนมา เหลียวชาชาอดกลัวหน่อยๆ ไม่ได้ และซ่อนอยู่หลังแม่ของเธอ
“ไปให้พ้น ฉันไม่ต้องการ!” แม่ที่อ่อนโยนจู่ๆ ก็ราวกับเปลี่ยนเป็นอีกคน ตะโกนออกไปอย่างน่ากลัว ชายหลายคนตัวสั่นและถอยออกไป
“แม่...แม่น่ากลัว...” เหลียวชาชาสั่น รู้สึกว่าแม่ของเธอเปลี่ยนไป กลายเป็นคนแปลกๆ
ใบหน้าน่ากลัวบนใบหน้าสาวงามพลันสลายไป เปลี่ยนกลับเป็นรอยยิ้มอ่อนโยน ก้มลงมากอดเหลียวชาชา และพูดในหูของเธออย่างอ่อนโยน
“ถ้าแม่ไม่ดุ แล้วจะปกป้องชาชาน้อยของแม่ได้ยังไง มาเถอะ ไปข้างในเมืองเต็มสุขกัน เมื่อเราไปถึงที่นั่น หนูจะได้ใช้ชีวิตอย่างเพลิดเพลินไปกับแม่”
“อืม...” เมื่อได้ยินเสียงแม่ของเธอ เหลียวชาชาก็ใจอ่อนลง เธอจับมือสาวงามอีกครั้ง และเดินเข้าไปในเมืองเต็มสุข
เมืองเต็มสุขนี้แทบจะเหมือนกับเมืองข้างบนโลก ยกเว้นก็แต่ไม่มีพระอาทิตย์ ในทุกๆ บ้าน ต่างมีแสงสีเขียวสว่างออกมา ทำให้ดูราวกับภาพของเมืองที่ไม่เคยหลับใหล
แต่ละคนที่เดินผ่านต่างพากันก้มหัว เหลียวชาชาเดินตามแม่ของเธอไป ลัดเลาะไปตามทาง
ไม่นานพวกเธอก็มาถึงตรงหน้าบ้านพักที่หรูหราแห่งหนึ่ง ข้างในบ้านเปิดไฟสีเขียวสว่าง บางทีถ้าอยู่บนโลก อาจทำให้ผู้ที่ผ่านไปมารู้สึกกลัว แต่ที่นี่ มันกลับกลายเรื่องปกติธรรมดา
สาวงามดึงเหลียวชาชาเข้าไปที่บ้าน
มีชายสี่คนกำลังนั่งอยู่ข้างในห้องนั่งเล่น พวกเขานำโดยชายอ้วน ที่อ้วนจนจะเหมือนลูกชิ้น ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่าของเขาสั่นไปด้วยไขมันเมื่อเขาเล่นไพ่นกกระจอก
สาวงามร่างบอบบางยืนอยู่ข้างชายอ้วน สาวงามก็เปลือยอก ก้อนเนื้อสองก้อนของเธอถูอยู่กับหลังของชายคนนั้น
“พ่อเอ็งชนะ เอาเงินมา เอาเงินมา!” ชายอ้วนจับไพ่นกกระจอกใบหนึ่ง ทันใดนั้น ก็ตบโต๊ะอย่างตื่นเต้น และจากนั้นก็ยื่นมือที่เหมือนมือหมูออกไป รวบเอาเงินของคนอื่น
“ปู่โม่สุดยอด...” สาวงามถูหน้าอกของเธอบนหลังเจ้าอ้วน ขณะที่มือของเธอเริ่มล้วงลงไปที่ท่อนล่างของมัน
“ฮ่าฮ่าฮ่า ฉัน ปู่โม่รู้สึกโชคดีจริงๆ วันนี้ คืนนี้ ฉันจะกินเธออย่างแน่นอน ยัยร่าน!” ชายอ้วนที่ถูกเรียกว่าปู่โม่ ยื่นมือออกไปขยำที่หน้าอกของหญิงคนนั้นอย่างภูมิใจ
“ปู่โม่ ผมพาเธอมาแล้ว” แม่ที่อ่อนโยนเมื่อกี้ ทันใดนั้นก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา ยืนอยู่หลังเหลียวชาชาและผลักเธอไปตรงหน้าชายทั้งสี่
“แม่!” เหลียวชาชาตกใจ “แม่กำลังทำอะไร? หนูกลัว พาหนูกลับไป นะ”
“แกดู ใครคือแม่แกกัน!” สาวงามทันใดนั้นก็ฉีกหนังเธอออก ทั้งร่าง ทันใดนั้นก็เปลี่ยนไป ตอนนี้กลายเป็นผู้ชาย ยิ่งกว่านั้น ยังสูงอีกด้วย
“แก แกเป็นใคร!” เหลียวชาชาสะดุ้งกับการเปลี่ยนที่ฉับไวนี้ ร่างเธอค้างไปชั่วขณะ
“ฮึ่ม ฮึ่ม ฮึ่ม ที่สุดแล้ว ก็ยังเป็นคุณหนูเหลียว ฉันเป็นแค่ผู้ชายตัวเล็กๆ แน่นอน ว่าแกต้องจำไม่ได้”
ชายคนนั้นจู่ๆ ก็หัวเราะออกมา หลุมเลือดทันใดนั้นก็โผล่ขึ้นมาบนหัวของเขา “แกลืมฉันไปแล้วจริงๆ?”
“นาย! นายมันอาตง!” เหลียวชาชากลัวจนขาอ่อน ทันใดนั้นก็ทรุดลงกับพื้น อาตงเป็นบอดี้การ์ดที่ครั้งหนึ่งได้ช่วยเหลียวชาชาไว้และตายภายใต้กระสุนของนักฆ่า
“ฮือฮือฮือ ฉันไม่ได้ฆ่านาย ทำไมต้องมาหลอกฉันด้วย...” เหลียวชาชาที่กลัว ถามกลับมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ
“ถ้าไม่ใช่เพราะแก แล้วฉันจะตายได้ยังไง!” หน้าของอาตงน่าเกลียด ความมุ่งร้ายในวิญญาณของเขาระเบิดออกมาอย่างสมบูรณ์ ดูเหมือนว่าไม่สามารถรอที่จะกลืนเหลียวชาชาเข้าไปทั้งเป็น
“แกตาย ไม่ใช่แค่ฉัน แต่ครอบครัวของฉันจะตายด้วย! สมองตายไปแล้วหรือไงคุณหนู แกคิดบ้างมั้ยว่าฉันเพิ่งจะอายุ 25 และไม่นานก็จะแต่งงาน! แต่เพราะว่าแก ฉันถึงต้องมาที่นี่! ตอนนี้ แกตายแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันก็จะลากแกมาสู่นรกไร้สิ้นสุดนี้ ตอนนี้แกอยู่ที่เมืองเต็มสุข ชะตาของแกขาดแล้ว!”
“ฉันไม่ได้ทำ...ฉันไม่ได้ทำ...” เหลียวชาชาสูญเสียความแข็งแกร่งทุกอย่างอย่างสมบูรณ์ เธอทรุดลงกับพื้นและทำได้แค่ร้องไห้เพียงเท่านั้น
“ดี ครั้งนี้สินค้าไม่เลว” ชายที่อ้วนเกินไปกำลังนั่งที่โต๊ะไพ่นกกระจอก ทันใดนั้นก็ฉีกยิ้มและเลียริมฝีปาก ตาเป็นประกาย ขณะมองไปที่เหลียวชาชาที่คุกเข่าลงกับพื้น
“ดูเหมือนจะยังซิงอยู่นะ เคี๊ยกๆ ๆ ๆ ข้าชอบผู้หญิงแบบนี้ที่สุด...อาตง ครั้งนี้แกทำงานได้ดีมาก หลังจากที่ข้าเล่นกับมันเสร็จ ข้าจะให้รางวัลแก”
ชายร่างอ้วนพูด และยิ้มอย่างชั่วร้าย เขาโบกมือ ชายสองคนที่นั่งถัดจากเขาทันใดนั้นก็ยืนขึ้น แต่ละคนดึงแขนเหลียวชาชาและลากเธอขึ้นมาบนโต๊ะ
“ดีมาก ดีมาก” ปู่โม่ฉีกยิ้มน่าเกลียด เลียริมฝีปากตัวเอง เหมือนกับว่ากำลังเพลิดเพลินไปกับอาหารอร่อยๆ เขามองไปที่เหลียวชาชาที่ถูกชายสองคนกดไว้กับโต๊ะ “จับมันไว้บนโต๊ะให้ฉัน ฉันชอบแบบนี้...”
พร้อมกันนั้น เขาก็ยื่นมือออกมาและพร้อมจะฉีกชุดของเหลียวชาชา
“กรี๊ดดด!” เหลียวชาชากรีดร้องเสียงดัง “ไม่! อย่าแตะฉัน!”
เหลียวชาชาดิ้น แทบจะกัดมือปู่โม่ เมื่อมองเอวที่กำลังขยับอยู่บนโต๊ะของเหลียวชาชา น้ำลายของปู่โม่ก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
“ดิ้นสิ ดิ้นเข้าไป” เขายิ้ม และถูมือตัวเองไปพร้อมกัน “ข้า ปู่โม่ ชอบเด็กผู้หญิงดื้อ แบบนี้ที่สุด เคี๊ยกๆ ๆ ๆ อย่าห่วงไปเลย สาวน้อย ปู่โม่คนนี้จะทำให้เธอมีความสุข!”
พร้อมกันนั้น เจ้าอ้วนนี้ก็โถมร่างที่ราวกับภูเขาของเขาลงไป ร่างที่เกินขนาดของเขากำลังปีนป่ายขึ้นไปบนร่างที่แบบบางของเหลียวชาชา
“ฉินเฉา! ช่วยด้วย!” เหลียวชาชาหลับหูหลับตาตะโกนชื่อฉินเฉาออกไป
“หน้าโง่ ไม่มีใครมาช่วยเธอหรอก!” ปู่โม่ยิ้มอย่างน่าเกลียด เมื่อเขากำลังกดลงไปต่อ ประตูบ้านที่ล็อกของเขาทันใดนั้นก็ถูกเตะจนเปิดออกมา
ประตูสีดำหลุดออกมาและลอยเข้ามาในห้อง ส่งเสียงหวีดหวิวผ่านหัวปู่โม่ไป และในที่สุดก็กระแทกใส่ทีวีที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
LCD TV ทันใดนั้นก็แตกเป็นเสี่ยงๆ กลิ้งลงกับพื้นพร้อมกับประตู
“บัดซบเอ๊ย!” ปู่โม่ทันใดนั้นก็สั่น และกระโดดลงมา ดวงตาจ้องไปด้วยความโกรธ “ไอ้เวรตัวไหนที่กล้ามาสร้างปัญหาในที่ของข้า ปู่โม่วะ!”
“ฉันอยากจะถาม ใครกล้าแตะต้องคนของฉัน ฉินเฉา” น้ำเสียงเกียจคร้านลอยเข้ามา จากนั้นชายในชุดโค้ตยาวสีดำก็เดินเข้ามาในบ้านอย่างช้าๆ
เมื่อเห็นคนคนนี้ ความแตกตื่นของเหลียวชาชาก็สลายไป และร้องไห้ออกมาด้วยความสุข
“ฉินเฉา!”
“ไง ใครเป็นคนทำคุณหนูของเราร้องไห้!” เมื่อเห็นเหลียวชาชาขดอยู่บนโต๊ะ ฉินเฉาจึงถามออกมา
“พวกเขา พวกเขารังแกฉัน!” เหลียวชาชาเหมือนจะกลับเป็นเหมือนเดิมแล้ว น้ำตาของเธอพุ่งออกมา หยดลงอย่างควบคุมไม่ได้ เธอคิด ‘มีเขาอยู่ ฉันไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น เขาแม้กระทั่งวิ่งลงมาในนรกเพื่อช่วยฉัน’
“แกเป็นใคร!” อาตงจ้องไปที่ชายตรงหน้าเขา ถามออกมาอย่างระวัง
“ฉัน? ก็แค่บอดี้การ์ดตัวเล็กๆ ธรรมดา” เมื่อไม่มีบุหรี่ ฉินเฉาเลยเอามือลูบจมูก แล้วพูด
“บอดี้การ์ด? ฮ่าฮ่าฮ่า ตลกจริง แกก็ตายเหมือนกัน ทำไมถึงยังปกป้องยัยคุณหนูไร้สมองนี่อีก!” อาตงหัวเราะลั่น ชี้ไปที่เหลียวชาชา และถามออกมาเสียงดัง “ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ฉันจะตายได้ยังไง! ถ้าแกยังมีสมองอยู่ คุกเข่าและขอโทษปู่โม่ซะ! มาตายให้คนแบบนี้มันไม่คุ้ม!”
“เหอะๆ ๆ ๆ ....” ฉินเฉาส่ายหัว “ฉันไม่ชอบคำพูดพวกนี้เลย เมื่อนายเป็นบอดี้การ์ดกินเงินเดือนตระกูลเหลียว ก็ควรมีคุณธรรมบ้าง ถ้าไม่ใช่เพราะหิวเงิน ทำไมนายต้องไปทำงานเป็นบอดี้การ์ดให้ตระกูลเหลียวด้วย?”
ฉินเฉาแสยะยิ้มอย่างดูถูก และชูนิ้วกลางให้
จบตอน