สุดท้ายที่บ้านนอก

    งานใหม่ ในบาร์

    วันจันทร์ อรัญถือจดหมายไปบริษัทที่ลุงอินสั่งไว้แต่เช้า เขาบอกลาศุภาลัย ก่อนจะกระโดดขึ้นรถเมล์ หล่อนจะมาส่งแต่เขาปฏิเสธ บริษัทเปิดแล้ว แต่ยังเช้าเกินไป จึงเดินเตร่รออยู่ด้านนอก เขาไม่ทราบว่าใจความในจดหมายว่าอย่างไร เพราะลุงอินปิดผนึกไว้ แต่เชื่อมั่นว่ามันคงจะช่วยเขาได้สัตยาเป็น หนุ่มใหญ่วัยสี่สิบกว่า ค่อนไปทางห้าสิบ เขามองอรัญหนุ่มบ้านนอกอย่างแปลกใจ เมื่อเขายื่นจดหมายให้“มาจากลุงอินหรือ?”สัตยามองลอดแว่นถาม เอนหลังพิงเก้าอี้นวม หลังอ่านข้อความในจดหมาย“ครับ”“ท่านไปอยู่ที่นั่นนานหรือยัง?”“ผมไม่ทราบครับ”สัตยาสอบถามเขาหลายอย่าง โดยเฉพาะวุฒิการศึกษา ใช้เวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมง“ดี เมื่อพี่ชายฉันฝากมาฉันก็ไม่ขัด แต่ขอเวลาพิจารณาตำแหน่งให้ก่อนนะ พรุ่งนี้มาหาฉันแต่เช้า วันนี้กลับไปก่อน”อรัญเดินเตร่ หาบ้านเช่า ในย่านนั้นหาบ้านเช่ายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร ใช้บริการรถเมล์มาส่งแถวสาธุประดิษฐ์ซึ่งเป็นจุดที่มีบ้านเช่าราคาพอไปกันได้ บ้านเช่าขึ้นราคากันหมด เงินที่มีติดตัวมาด้วยไม่พอที่จะจ่ายล่วงหน้า ความจริงศุภาลัยจะให้มามากกว่านั้น แต่เขาไม่ยอมรับเอง อรัญส่ายหน้า ไม่รู้จะไปไหนดีป้ายโฆษณาข้างทางใต้สะพานแขวนเป็นคัตเอ้าท์ขนาดใหญ่มีรูปของหญิงสาวที่เขารู้สึกคุ้ยเคยติดหรา บอกว่าหล่อนจะมาแสดงที่นี่ คืนนี้นักร้องสาวคนนี้เป็นใครกันนะ ทำไมหล่อนจึงได้ดูรู้สึกคุ้น ๆ เหมือนเคยรู้จักเป็นส่วนตัวเที่ยงวันแล้ว ยังหาบ้านเช่าไม่ได้ แต่ไม่ได้ท้อใจอะไรมากมาย นอนข้างถนนก็เคยมาแล้ว นอนอีกสักคืนจะเป็นไรไปแวะไปนอนพักร้อนกลางวันที่สวนลุมพินี แม้เป็นฤดูหนาว กระนั้นก็ยังร้อนไม่แตกต่างกับฤดูอื่น ใต้ต้นไม้ใบเขียวเช่นนี้ให้ความรู้สึกที่ดีขึ้นกับกระเป๋าใบเดียว เดินบ้าง ขึ้นรถบ้างก็พบว่าตัวเองมายืนอยู่แถวหน้าบาร์แห่งหนึ่งอรัญไม่กล้าเข้าไปด้านใน ไม่ใช่เพราะกลัวใครทั้งสิ้น แต่ไม่มีเงินต่างหาก“ทำไมพี่จะมาสมัครงานหรือ?”เด็กเฝ้าหน้าประตูถาม เมื่อสังเกตุเขาอย่างถี่ถ้วน“เขารับหรือเปล่าล่ะ?”“หุ่นอย่างพี่น่าจะได้”“ทำงานต้องเลือกหุ่นกันด้วย?”“ตอนนี้เขาต้องการคนคุมบาร์ เพราะมีพวกเมาอาละวาดบ่อย”“โธ่ คุณ นี่เห็นผมเป็นนักเลงไปได้” อรัญพูดทั้งหัวเราะ“” ฮุ่ย..เปล่าพี่ ผมพูดจริง ๆ ถ้าพี่กำลังตกงาน ผมว่างานที่บาร์เราน่าสนนะ”“ทำทั้งวันเลยหรือ?”“ทำเฉพาะตอนหกโมงถึงปิดบาร์ก็ตีสองครับ เอามั๊ยพี่ ถ้าสนผมจะพาไปพบผู้จัดการ แกกำลังต้องการคนอยู่ ถ้าเห็นพี่ผมว่าแกต้องรับแน่ ขนาดผมยังชอบเลย”อรัญสะดุ้ง ไม่แน่ใจว่าเจ้าเด็กเฝ้าประตูนี่มันยังไงกัน“ทำงานเฉพาะตอนกลางคืน กลางวันไม่เกี่ยวก็น่าสนแฮะ”เขาพูดเบา ๆ กับตนเองและตัดสินใจฉับพลัน ให้เด็กหนุ่มพาเข้าไปสมัครงานทันทีเด็กหนุ่มพาเขาเดินตรงเข้าไปในห้องชั้นใน ไม่ใส่ใจลูกค้าที่นั่งตามโต๊ะต่าง ๆ“พี่รัน พี่รันจริง ๆ ด้วย นั่งค่ะนั่ง”ผู้จัดการบาร์เชื้อเชิญอย่างยินดี ไล่เด็กหนุ่มให้ออกไป อรัญเป็นงงอยู่ดี ๆ ผู้จัดการคนนี้ก็เรียกชื่อเขาได้ถูก ซ้ำยังเรียกอย่างวิสาสะอีกด้วย“ผู้จัดการรู้จัดผมหรือครับ?”“อ้าว…”เริ่มรู้สึกว่าตัวเองจะหน้าแตก ปรับสีหน้าเริ่มคำถาม“- คุณชื่อ…..”“อรัญ ครับ อรัญ สิรยาภรณ์”“เอ๊ะ …”ผู้จัดการสาวมุ่นหน้า ขมวดคิ้ว“- อรัญ สิรยาภรณ์ ก็ใช่พี่รันนี่ นี่นิว ไงคะ นิวน้องพี่นันท์ พี่รันจำไม่ได้หรือ?”“ขอโทษครับ ผมจำไม่ได้ และดูเหมือนจะไม่เคยรู้จักผู้จัดการเลย และพี่นันท์ที่ผู้จัดการพูดถึงผมก็ไม่รู้จัก”หญิงสาว ผู้จัดการบาร์ นึกเอะใจ ปิยนันท์พี่สาวของหล่อนบอกว่า อรัญกลายเป็นคนสติฟั่นเฟือนสมองเสื่อม จำความอะไรไม่ค่อยได้ คงจะเป็นจริงแล้วกระมัง หล่อนมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างสมเพท สงสารในความโชคร้ายของเขา“ถ้าพี่นันท์ มาเจอเขาในสภาพเช่นนี้ จะเกิดอะไรขึ้น” หล่อนถามตัวเองหญิงสาวนั่งพิจารณาเขานาน ก่อนจะตัดสินใจ รับให้เขาเข้าทำงานได้“มีที่พักหรือเปล่า?”“ไม่มีครับ”“อ้าวก็ไหนว่า มากรุงเทพฯ หลายวันแล้วไม่ใช่หรือ? แล้วนอนที่ไหน?”“กับเพื่อนครับ?”“พร้อมจะทำงานวันนี้เลยมั๊ย?”“ถ้าให้ทำวันนี้ก็พร้อมครับ”“งั้นก็ทำวันนี้เลยก็แล้วกัน”อรัญได้รับแจกชุดทำงาน โดยจะหักค่าชุดจากค่าจ้าง งานหลักคือการคอยดูแลลูกค้าที่เมาเกินขนาดไม่ให้ก่อกวน หนักเข้าก็เชิญออกจากบาร์ทันทีอรัญตั้งใจไว้ว่า ต้องการเห็นหน้าปิยนันท์ที่ว่าสักครั้ง หล่อนเป็นคนยังไง ทำไมคนที่บ้านของเขาถึงได้พูดถึงหล่อนบ่อยๆ ก่อนจะลาออกไปหางานอื่น ไม่ได้คิดที่จะทำงานกับบาร์แห่งนี้นานนักหลังเลิกงานนุกูล เด็กเฝ้าร้าน ชวนอรัญไปนอนที่บ้านเช่าด้วย เมื่อรู้ว่าเขาไม่มีที่จะไป“เป็นตุ๊ดหรือเปล่า คุณน่ะ”“โห…พี่ ทำไมมองผมเป็นตุ๊ดไปได้ล่ะ ผมชายร้อยเปอร์เช็นต์ครับ ไม่ต้องกลัวหรอก ผมยิ่งอยากได้คนมาช่วยแชร์ค่าเช่าอยู่ด้วย จ่ายคนเดียวไม่ไหว”
    “ตำแหน่งที่มีพอจะให้เธอได้ คือ งานแผนกเดินหนังสือในบริษัท มีหน้าที่คอยส่งเอกสารตามสั่ง สำหรับพาหนะ จะมอบมอเตอร์ไซค์ไว้ให้ใช้คันหนึ่ง ตามปกติจะไม่มีให้ แต่เมื่อพี่ฉันฝากมาก็คงจะไว้ใจได้จึงอนุญาตในกรณีนี้ เงินเดือนแค่ตามนี้ พอใจหรือเปล่า?”สัตยาบอกเมื่อเขามารายงานตัวในวันต่อมา อรัญรับอย่างว่าง่าย เพราะมันไม่ใช่งานหนักเกินไป และระยะเวลาที่งานหายากอย่างนี้ เขาจะเป็นต้องรับไว้ก่อน ถ้าลุงอินไม่ฝากมาไม่แน่ว่างานนี้ก็อาจไม่ได้เลยสัปดาห์ต่อมาอรัญรับงานด่วน เพื่อไปส่งให้ทันก่อนที่บริษัทลูกค้าจะเลิกงาน เขาควบรถประจำตำแหน่งลัดเลาะไปตามถนนที่การจราจรแออัดคับคั่งมีช่องว่างพอแทรกได้เป็นต้องรีบฉวยโอกาสนั้นช่วงหนึ่งรถติดเป็นแพยาว ริมบาทวิถีว่างพอที่จะแทรกรถผ่านไปได้ อรัญตัดสินใจบิดรถเสียบเข้าไปทันที แต่…“โครม…โอ๊ย…”อรัญล้มกระเด็นข้ามรถไปนั่งชมดาวบนบาทวิถี นึกไม่ออกว่าตัวเองโดนอะไรเข้า“คุณ ๆ เป็นไงบ้าง?”อรัญสะบัดศรีษะไล่ความมึนงง มองหน้าผู้มาสะกิดเรียก สลับกับมองรถที่ล้มแอ้งแม้งเกยบาทวิถีอยู่“ขอโทษนะ คุณ ผมไม่ทันดูจริง ๆ คุณเป็นไงบ้าง?”“เจ็บครับ ..?”เขาตอบเรียบ ๆ ลุกเดินกระเผลกมาประคองรถขึ้น ชายหนุ่มคู่กรณีเดินตามมาช่วย เก็บเอกสารที่ตกกระจาย“คุณจะเอายังไงครับ ผมยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง ผมผิดเองครับ”อรัญหันไปมองหน้าคู่กรณีอีกครั้งหนึ่ง นึกโกรธเหมือนกัน แต่เมื่อได้ยินเขาแสดงความรับผิดชอบเช่นนั้น อรัญก็อึ้งไป“เปิดปิดประตูก็ดูทางบ้างคุณเอ้ย…ถ้าขับมาแรงกว่านี้ผมเห็นคงไม่รอดแน่ อ้าว นั่นมือคุณแตกด้วยนี่” อรัญชี้บอก“ไม่เป็นไรครับนิดหน่อย ว่าแต่คุณเถอะจะเอายังไง? ผมยินดีจ่ายค่าเสียหาย ผมไม่ทันดูเลยเปิดประตูพรวดพราดออกมา”“ทำไงดีล่ะ มันก็ไม่ใช่รถผมเสียด้วย เป็นรถบริษัท”อรัญเกาซอกหูอย่างยุ่งยากใจมองกางเกงตัวเองที่ขาดไปแถบหนึ่ง พร้อมกับก้มส่องเข้าไปในรถคันนั้น เขาไม่ถนัดที่จะเอาผิดคนนักหรอก“ตกลงไม่ได้หรือครับเจ้านาย?”คนขับร่างยักษ์ เปิดประตูเดินอ้อมมาจ้องหน้าอรัญ เหมือนจะขู่ในที แต่เขาไม่ได้สนใจกลัวมันสักนิด“เฉยเหอะ ฉันตกลงได้” เจ้านายของมันบอกก่อนหันมาเจรจาต่อ“- ผมจ่ายให้คุณพันหนึ่งแล้วกัน ว่าไงครับ?”“เอ้า เอาก็เอา ผมก็รีบไปด้วย”“แพงไปม้าง เจ้านาย ผมว่าห้าร้อยก็พอ เสียหายไม่เท่าไหร่เลยนี่”เจ้าร่างยักษ์ยังไม่วายขัด อรัญหันไปมองไม่พอใจ“เฉยเหอะ เราผิดก็ควรรับ” โดนเจ้านายหันไปตวาดมันเลยเงียบไปอรัญเปลี่ยนใจอยากยั่วเจ้านั่นดู ขอเพิ่มเป็นพันสองพัน โดยอ้างหลักฐานคือกางเกงที่ขาดไป“ได้ครับได้ แต่ผมไม่มีเงินสดถึงสองพันครับ มีแค่พันห้า ขอจ่ายเป็นเช็คได้มั๊ย”“เจ้านาย..ผมว่าพันเดียวก็ยังแพงแล้ว”มันยังไม่วายห่วงลูกพี่ อรัญส่ายหน้าไม่รับเช็คบอกว่ากลัวเด้ง“ไม่เป็นไร ผมขอจ่ายแค่พันเดียวก่อน ทีเหลือคุณไปติดต่อผมตามนามบัตรนี้ก็แล้วกัน โอเคนะ?”อรัญพยักหน้า รับค่าเสียหายพร้อมนามบัตร ขณะเดียวกันก็แอบหันไปขยิบตาให้คนขับร่างยักษ์ที่ยืนฮึดฮัดไม่พอใจความจริงไม่อยากเอาเรื่องด้วยซ้ำไป แต่พอเห็นหน้าเจ้าคนขับ มันอยากแกล้งขึ้นมาตะหงิด ๆ ต้องโทษมันที่ทำให้เขาไม่รู้จักคำว่าอภัย“ธนากร สิทธิกุล” คือชื่อในนามบัตรสมัยหนึ่ง อรัญเคยพูดเล่น ๆ กับเพื่อนว่าถ้าเลือกได้อยากเป็นอะไร แมงดา เป็นสิ่งที่เขาเลือก และบัดนี้ มันดูเหมือนว่าเขากำลังเป็นแมงดาเข้าไปทุกทีแม้จะไม่ได้รังแกบังคับตบตีให้หญิงสาวทำงาน แต่มันก็ยังเกี่ยวกับการกินเงินเดือนที่ได้มาจากหญิงสาวเหล่านั้นส่วนหนึ่งหญิงสาวทุกคนในร้านสมัครใจที่จะนั่งดริงค์คู่กับลูกค้า เพราะหนึ่งดริ้งค์หมายถึงเงินส่วนแบ่งที่จะได้หนึ่งส่วน และหากออกไปข้างนอกกับลูกค้าได้ ยิ่งเป็นที่ยินดีของเจ้าของกิจการ เพราะหมายถึงรายได้ที่ทางฝ่ายชายจะเป็นคนจ่ายเพื่อแลกกับการเอาตัวหญิงสาวออกไปวันนั้นหลังส่งรถคืนบริษัทเรียบร้อย อรัญขึ้นรถเมล์กลับห้องเช่า ความเหนื่อยทำให้หลับเลยเวลาไปทำงานที่บาร์เกือบชั่วโมงกว่าวันปกติที่ไม่รีบร้อน ถนนหนทางไม่ติดขัด แต่วันนี้เหมือนผีซ้ำด้ามพลอย รถกลับติดเป็นอัมพาต ขยับไม่ได้เมื่อมาได้แค่ครึ่งทางเขาตัดสินใจลงเดินแกมวิ่งมาตามบาทวิถีอย่างรีบร้อน เพราะวันนี้นิวบอกว่า ปิยนันท์จะมาดูแลงานที่บาร์ หลังจากเดินสายทั่วต่างจังหวัดแล้วกระโดดข้ามรั้วกั้นกลางถนน ก่อนจะวิ่งตัดหน้าแท๊กซี่อย่างเฉียดฉิว ปล่อยให้คนขับเปิดประตูออกมาด่าโล้งเล้งเมื่อมาถึงบาร์ นุกูลเด็กเฝ้าประตูมองเขาอย่างตื่น ๆ“พี่รัน วิ่งหนีอะไรมา?”“เปล่า…วันนี้มาสายกลัวถูกว่า”อรัญตอบหอบ ๆ พร้อมกับเดินถอยหลังเข้าประตูพอหมุนตัวกลับก็ชนเข้าร่างหนึ่งเต็มแรง“อุ๊บ…หยา..ขอโทษครับ ขอโทษ”รีบโค้งตัวขอโทษโดยไม่ทันได้มองหน้าผู้ที่ตนเองชน แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็ต้องมีอันตะลึงนิ่ง“อา…นี่กระมัง ..ปิยนันท์”หญิงสาวยืนนิ่งเบิกตากว้าง มองเขาตะลึงเช่นกันข้างกายยืนขนาบด้วยชายหนุ่มที่อรัญคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นที่ไหนสักแห่งและนิว ผู้จัดการบาร์“พี่รัน….”“คุณรู้จักผมหรือครับ?”เขาหรี่ตามองหล่อนอย่างพินิจ และเค้นความความทรงจำในสมอง“อรัญ นี่คุณปิยนันท์ เจ้าของบาร์ไง”นิวรีบแนะนำ ก่อนหันไปซุบซิบกับพี่สาว“ผมขอโทษครับ ไม่ทันดู เลยเดินชนท่าน ขอโทษครับ”อรัญไม่อาจเห็นแววตาของเธอได้ ว่ามีความรู้สึกอย่างไร เขาขอโทษอีกครั้ง ก่อนจะขอตัวเดินเข้าไปด้านใน“เดี๋ยว อรัญ….”ชายหนุ่มหยุดกึก แต่ไม่หันมามอง“- ไปพบฉันที่ห้องหน่อยนะ”“ครับ…”อรัญเดินเข้าห้องน้ำ อย่างเหม่อซึม อยากเห็นหน้าก็ได้เห็นแล้ว อยากพบก็ได้พบแล้ว แต่ทำไมในสมองของเขากลับว่างเปล่าอย่างนี้น้ำตาลูกผู้ชายมันหลั่งรดหัวใจ ไม่มีวันที่ใครจะได้เห็น แต่กระนั้นขอบตายังร้อนผ่าว ซุกหน้ากับอ่างล้างหน้า เปิดน้ำแรงทำไมเขาต้องร้องไห้ ทำไมกันร้องไห้กับความหวังสุดท้ายว่า ชื่อนี้ นามนี้ คนนี้จะช่วยฟื้นความจำให้เขาได้ แต่มันไม่เลย ไม่เลยชายหลายคนในห้องน้ำเมื่อเห็นอาการของเขารีบพากันเดินออกอย่างเกรง ๆ“ผมเองก็จำอะไรไม่ค่อยได้ มีแต่คนอื่นเขาเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟังทีหลัง มันเบลอไปหมด มาระยะหลังพอนึกได้บ้าง แต่ก็ยังไม่เต็มที่ คล้าย ๆ กับว่าผมฝันไป ผู้จัดการบอกว่าเคยรู้จักผม ผมยังงงเลยว่า ไปรู้จักกันไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ คนที่บ้านยังบอกว่าผมบ้าด้วยซ้ำไป”อรัญบอกปิยนันท์เพียงแค่นั้นก่อนจะออกจากห้องไป ปล่อยให้เธอนั่งคิดเอาเองว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อเดินสวนกับชายหนุ่มที่มากับเธอที่หน้าประตู เขาเพิ่งนึกออกว่า เป็นคนเดียวกับที่เขาขับรถชนประตูนั่นเอง“เอ๊ะ คุณธนากร นี่นา ผมจำคุณได้ เรายังตกลงกันไม่เสร็จเลยนี่ครับ”ธนากรยกมือลูบจอนหู นึกว่าเคยเห็นเขาที่ไหน อรัญยื่นนามบัตรที่ธนากรเคยให้ไว้ชายหนุ่มยิ้มบอกว่าจำเขาได้เช่นกัน“- ยังจ่ายไม่หมดนะครับ เจ้านายด่าผมใหญ่เลย ที่ทำรถเขาเสียหาย นี่ยังไล่ให้ผมไปตามเอาค่าเสียหายจากคุณเลย แต่ผมไปไม่ถูกเลยไม่ไป เจอกันที่นี่ก็ดีแล้ว”ธนากรบอกว่าไม่มีเงินสด ชวนเขากลับเข้าด้านใน ซึ่งปิยนันท์นั่งอยู่“นันท์ คุณมีเงินซักพันมั๊ย..?”“มีอะไรหรือคะ ธนากร” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นถาม มองหน้าชายหนุ่มทั้งสองสลับกันไปมา“ผมติดเงินเขาพันหนึ่ง แต่ตอนนี้ไม่มีให้ ขอยืมนันท์ก่อน” ธนากรชี้มาที่อรัญ“ติดเรื่องอะไรคะ?”“เอาไว้คุยที่หลังดีกว่า มีมั๊ย?”อรัญมองเงินในมือขณะเดินกลับออกมา ไม่ทราบว่าตัวเองทำถูกหรือไม่“พี่รัน เป็นอะไรยืนเหม่อเชียว”นุกูลยื่นหน้าเข้ามาถาม อรัญไม่ตอบ เดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ปล่อยให้เด็กหนุ่มมองตามอย่างงง ๆ“อ๊า…….”ความกลัดกลุ้มในอก ถูกระบายออกมาพร้อมกับเสียงร้อง ขณะที่ซุกหน้ากับอ่างล้างหน้า หลายคนที่ใช้ห้องน้ำพรวดพราดออกมากหอย่างตกใจ“พี่รัน! พี่รัน! เป็นไร..?”นุกูลวิ่งผลักประตูพรวดเข้ามา ถามเขาอย่างตกใจ เมื่อเห็นเขาซุกหน้ากับอ่างน้ำเช่นนั้น“พี่รัน เป็นไร เห็นแขกบอกว่าพี่ร้องลั่นอาละวาดในห้องน้ำใหญ่เลย”“เปล่า..ไม่มีอะไร?”“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว พี่ช่วยออกไปดูข้างนอกหน่อยเถอะ แม่งไม่รู้ใครตีกันอยู่หน้าบาร์ พี่ไปดูหน่อย ผู้จัดการรออยู่ข้างนอกน่ะ”อรัญเงยหน้าสะบัดหน้าไล่น้ำจากเส้นผมแตกระจาย นุกูลต้องถอยฉากออกห่าง“แล้วคนอื่นไม่มีรึ?”“ไม่มีใครกล้าพี่ พวกมันมีเป็นฝูงเลย”“โคตร….มึง จะต่อยจะตีกัน ต้องให้กูเดือดร้อนด้วย” สบถอย่างอารมณ์เสียด้านหน้าซึ่งเป็นลานจอดรถของบาร์ ความชุลมุนวุ่นวายยังนัวเนียไม่เลิก กลุ่มหนึ่งสี่ห้าคนสวมเสื้อกั๊กสีแดงมีหมายเลขติดด้านหลัง บอกสถานะว่าเป็นสิงห์มอร์เตอร์ไซค์ วินใกล้บาร์นั่นเอง กำลังรุมเล่นงานชายหนุ่มสองคน ธนากรกับคนขับรถของเขาคนขับรถของธนากรฝีมือไม่ใช่เล่น ใครกรูเข้าหาเป็นต้องกระเด้งถอยเสียงร้องวี๊ดว๊ายของผู้ชม ผู้เชียร์ ไทยมุง ดังลั่นไปหมด“ทำไมไม่เข้าไปช่วยวะ นุกูล นั่นมันคู่หมั้นคุณนันท์เขาไม่ใช่รึ?”“ใครจะกล้า พวกมันคุมแถวนี้ ขืนตอแย เห็นต้องแย่แน่” นุกูลยักไหล่“มันเกิดขึ้นได้ไง?”“เห็นว่า คนขับรถคุณธนากร ถอยรถไปเฉี่ยวรถพวกมันหรือไง นี่แหละ ตกลงกันไม่ได้ ก็เลยเป็นอย่างที่เห็น”“เออดีว่ะ ได้ดูมวยฟรี”ปิยนันท์ใจหายใจคว่ำเมื่อเห็นธนากรหนุ่มคู่หมั้น กำลังต้านรับการบุกของคู่ต่อสู้อย่างทุลักทุเลสั่งให้ลูกน้องเข้าช่วยแต่ไม่ยักมีใครกล้าเข้า มีแต่ยืนดูเฉยนิวโทรเรียกตำรวจป่านนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะโผล่ให้อุ่นใจไล่ให้นุกูลไปตามอรัญ ก็ยังไม่เห็นมา เธอมองไม่เห็นใครที่จะช่วยได้เลยจริง ๆ“อรัญ ..! อรัญ ช่วยคุณธนากรหน่อยเถอะ เขาจะแย่แล้ว ดูสิ แน่ะ โดนอีกแล้ว โธ่….ใครก็ได้ช่วยที”“โอย ไม่ไหวหรอกครับ ผู้จัดการ พวกมันมาเพิ่มอีกแล้วดูสิ”อรัญส่ายหน้าปฏิเสธไม่สนใจอาการร้อนรนของนิว แม้จะถูกผลักให้เข้าไป เขาก็ถอยกลับออกมาเฉย“- ทำไมไม่โทรเรียกตำรวจล่ะครับ?”“โทรแล้ว ยังไม่มา โธ่…แล้วจะปล่อยให้พวกมันรุมอยู่อย่างนั้นรึ..? …โธ่ แย่แล้ว ตำรวจมาแล้ว ตำรวจมา…!”นิว ผู้จัดการบาร์ ร้องลั่น แต่ดูเหมือนพวกมันจะรู้ทัน ไม่ยอมถอยแม้แต่คนเดียวธนากรเสียหลักล้ม ถูกคล่อมทับด้วยเจ้าร่างอ้วนคนหนึ่ง ยกแขนกันหมัดที่เจ้านั่นประเคนลงถี่ยิบ คนขับรถคู่หูเห็นลูกพี่ล้ม ปราดเข้ามาช่วยแต่ถูกสกัดจากพวกที่เหลือแล้วอรัญและใคร ๆ ก็ต้องตะลึง เมื่อเห็นปิยนันท์คว้าเก้าอี้เหล็ก เดินเข้าไปฟาดโครมเข้าด้านหลังเจ้าอ้วนจนมันหลังแอ่นถลาหลุดไปจากร่างของธนากรพวกมันกรูเข้าหาหล่อนทันที ร่างบอบบางเมื่อเทียบกันกับพวกมันถูกล้อมกรอบ หนึ่งในสี่ ถลำเข้า เจอสวนด้วยขาเก้าอี้เหล็กที่หักเหลือเพียงขาข้างเดียว เจ้านั่นร้องจ๊ากสะบัดแขนเร่า ๆแต่หญิงสาวหรือจะสู้หนุ่มฉกรรจ์เหล่านั้นได้ เหล็กหลุดจากมืออย่างง่ายดาย เมื่อถูกสกัดด้วยเท้า และถูกล๊อคแขนในวินาทีต่อมา หล่อนกลายเป็นเครื่องต่อรองโดยทันที ลำคอถูกจ่อด้วยมีดปลายแหลม ไม่รู้ว่าเจ้านั่นไปควักมาจากไหน“เฮ้ย หยุด..!”เสียงตวาดก้องของมัน ผู้มีปิยนันท์เป็นตัวประกัน ทำให้ทุกคนที่กำลังนัวเนียชะงักกึก“มึงสองคนไม่หยุด อี…ตาย!”ธนากรกับคนขับ ยอมถอย แต่สิงห์มอเตอร์ไซค์เห็นได้เปรียบ ถีบซ้ำสองบ่าวนายถลาไปนอนคลุกฝุ่นอยู่กลางวงมันสบถก่อนจะต่อรอง“แม่งขับรถเฉี่ยวรถกู แล้วยังไม่จ่ายค่าเสียหาย แถมพูดกวนตีนด้วย หนอย….”ไม่พูดเปล่าลากปิยนันท์เดินเข้าไปกระทืบลงยอดอกของคนขับรถธนากร จนเจ้านั่นกระอักนอนขดตัวเป็นกุ้งเผา“- กูต้องการค่าเสียหาย จ่ายมาไม่งั้นนังนี่แขนหลุดแน่”“โอ๊ย.”ปิยนันท์ผู้ตกเป็นตัวประกันร้องลั่น เมื่อมันดันจนแทบกระดูกเคลื่อน ลำคอถูกคมมีดจนเลือดซิบ“ต้องการเท่าไหร่?” ธนากรลุกเดินสะเงาะสะแงะเข้ามาถาม พร้อมกับเช็ดคราบเลือดตามมุมปาก“กูต้องการสองหมื่น และให้ไอ้นั่นมากราบตีนกูด้วย” มันชี้ไปที่คนขับรถของธนากร“- ครั้งแรกตกลงดี ๆ ก็เรียบร้อยไปแล้ว เสือกกวนตีน ว่าไง จะจ่ายไม่จ่าย ถ้าไม่จ่าย นักร้องดังอย่างคุณก็เตรียมตัวออกหน้าหนึ่งได้เลย”ประโยคหลังมันหันมาพูดกับปิยนันท์ พร้อมกับรั้งเส้นผมเธอจนหน้าหงาย จนหญิงสาวหน้าเหยด้วยความเจ็บ“- ได้ ๆ ฉันยอมจ่าย สองหมื่นก็สองหมื่น เฮ้ย…ศักดิ์ ยอมเขาเถอะ ขอร้องว่ะ”ธนากรหันไปสั่งลูกน้อง ที่นั่งมองลูกพี่ตาอย่างเสียหน้า มันอิดออด จึงถูกธนากรตบโครมเข้าให้“ถ้ามึงไม่ก่อเรื่อง มันก็ไม่เดือดร้อนกันอย่างนี้ ถ้ามึงไม่ยอมก็หางานใหม่ได้”“โธ่..ลูกพี่…”“ไม่ต้องโธ่…มึงทำให้กูเดือดร้อนมามากต่อมากแล้ว คราวนี้มึงต้องยอม”“เฮ้ย ยอมไม่ยอมกูไม่สน ตอนนี้กูต้องการค่าเสียหาย ไปเอาเงินมา กูต้องการเงินสดโว้ย ห้ามตุกติก แล้วก็ไม่ต้องเรียกตำรวจให้ยาก มันไม่มาหรอก เฮ้ย พวกมึงสลายตัวไปก่อน เดี๋ยวกูตามไป ไปรอที่รั้วโน่น ไล่ไทยมุงพวกนี้ไปให้หมดด้วย มันจะมุงดูแม่งตายหรือไงวะ?”มันหันไปสั่งลูกน้องให้ไล่ไทยมุงออกให้หมด ซึ่งดูเหมือนเตรียมจะหนีอยู่แล้ว จะได้ไม่ต้องจ่ายตังค์ไทยมุงกรูหนีกันอย่างยินดี เหลือเพียงพนักงานของบาร์สิบกว่าคน ซึ่งรวมทั้งอรัญด้วย
    โปรดติดตามตอนต่อไป อย่าลืมให้ความเห็น ให้กำลังใจนักเขียนด้วยนะครับ