25 1-2
ตอนที่ 29 เห็ดหลินจือโลหิตหมื่นปี (1)
โม่เฉินหยวนถือแผนที่อยู่ในมือ น้ำเสียงทุ้มลึกมีเสน่ห์กำลังแผดร้องวางแผนกับคนอื่นๆ
“แม่นางถัง”
สามพี่น้องสกุลหู่รีบลุกขึ้นยืนร้องทักทายเหลิงหยุนเจียวโดยไว
เหลิงหยุนเจียวพยักหน้าให้เล็กน้อย ยิ้มถามอย่างยินดีพอใจว่า
“อาการาเ็ของพวกเ้าคงดีขึ้นแล้วกระมัง?”
เป็น้องชายคนรองสกุลหู่ที่รีบเอ่ยปากโค้งศีรษะให้อย่างสุภาพ กล่าวว่า
“ขอบพระคุณคุณหนูถังที่เป็ห่วงเป็ใย พวกเราฟื้นตัวขึ้นมากแล้วขอรับ”
ยาแก้ปวดที่ได้รับการปรุงโดยนักหลอมโอสถทั้งคน ประสิทธิภาพย่อมดีเยี่ยมโดยธรรมชาติ
น้องสาวคนสุดท้องสกุลหู่รีบกล่าวเสริมพร้อมรอยยิ้มว่า
“คุณหนูถัง พวกเราต้องขอตัวก่อนแล้ว ภายหลังจากนี้ หากท่านประสบปัญหาอันใด โปรดมาที่โรงเตี้ยมเซียวหวัน ทางฝั่งตะวันออกของเมืองเฟิงหยวน พวกเราสามพี่น้องเต็มใจช่วยเหลือไม่ว่ากรณีใด!”
“อ่อ...อืม ขอบใจพวกเ้ามาก เช่นนั้นระวังก็ตัวด้วย”
เหลิงหยุนเจียวแอบสงสัยอยู่ไม่คลาย มิใช่ว่าทั้งสามคนนี้จะร่วมเดินทางกับพวกนางเพื่อเสาะหาสมุนไพรต่อหรอกรึ? แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่โม่เฉินหยวนกำลังกล่าวอยู่สักครู่ก็พอจะเข้าอะไรได้บ้าง คล้อยหลังที่สามพี่น้องเดินทางจากไป นางก็ตรงมานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโม่เฉินหยวน เปิดประเด็นเอ่ยถามขึ้นทันที
“เ้าบอกให้พวกเ้าไปทำอะไร?”
ดวงตาคู่ลึกล้ำเคร่งขรึมของโม่เฉินหยวนพินิจกวาดมองทั่วแผนที่ในมือ ชี้นิ้วไปยังจุดหนึ่งในแผนที่และส่งให้เหลิงหยุนเจียวดู เขากล่าวว่า
“ดูตรงนี้”
เรียวนิ้วผอมแห้งแทบติดกระดูกของเขาชี้ไปที่สัญลักษณ์วงกลมสีแดงจุดหนึ่ง
“มีเห็ดหลินจือโลหิตหมื่นปีอยู่ที่นี่ แต่มีสัตว์อสูรระดับสามค่อยเฝ้าพิทักษ์ปกป้องมันอยู่”
เหลิงหยุนเจียวกวาดสายตามองไปยังสัญลักษณ์วงกลมสีแดงจุดอื่นๆบนแผ่นที่ แล้วจึงเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย
“วงสีแดงเหล่านี้คือจุดที่มีสมุนไพรที่เรา้าอยู่งั้นรึ?”
“ถูกต้อง”
โม่เฉินหยวนพยักหน้าตอบและกล่าวต่อว่า
“คนพวกนั้นคุ้นเคยกับพื้นที่ในระแวกนี้อย่างดีเยี่ยม เพียงว่าความสามารถเฉพาะตัวค่อนข้างจำกัด จึงไม่มีปัญญาเข้าไปบริเวณดังกล่าวได้”
สมุนไพรหายากมักจะมาพร้อมกับพวกสัตว์อสูรทรงพลังที่คอยเฝ้าพิทักษ์คุ้มกันอยู่
กับแค่สัตว์อสูรระดับสองตัวเดียว พวกเขาสามพี่น้องยังต้องผนึกกำลังช่วยกันปราบกันแทบตาย แล้วมีหรือจะหาญกล้าบุกรุกต่อกร่ชิงสมุนไพรหายากจากสัตว์อสูรอันทรงพลังเ่าั้?
“ลำดับแรกไปเอาเห็ดหลินจือโลหิตหมื่นปีกันก่อน จะได้วัตถุดิบสำหรับการหลอมกลั่นโอสถชำระเส้นเอ็นและตัดไขกระดูกครบเสียที”
โม่เฉินหยวนเคาะนิ้วกระทบแผ่นกระดาษแผนที่ส่งเสียงเป็จังหวะ และทันทีทันใด จู่ๆเขาก็เงยหน้าสบตาจ้องมองเหลิงหยุนเจียวเขม็งจริงจัง เผยให้เห็นั์ตาสีทองอร่ามภายใต้หน้ากากดำขลับ
“ข้าไม่ควรกินโอสถเม็ดนั้นเพื่อระงับพิษจริงๆรึ? แค่ใช้โอสถตามสูตรที่เ้าเขียนให้จะได้ผลแน่กระมัง?”
เหลิงหยุนเจียวกลอกตามองบนใส่คราหนึ่ง กล่าวตอบกลับไปว่า
“ตราบเท่าที่ข้าสามารถหลอมกลั่นโอสถได้ โอสถเม็ดนั้นก็ไร้ค่าแล้ว หรือเ้ายังอยากจะกินมันเพื่อให้อาการหนักขึ้น?”
“...”
โม่เฉินหยวนคิดไม่ออกจริงๆว่า สตรีนางนี้ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนกัน?
โอสถที่นางว่าไร้ค่า เป็ถึงโอสถที่หลอมกลั่นโดยประมุขของสามราชันย์โอสถศักดิ์สิทธิ์เลยทีเดียว และที่สำคัญ คนที่ดูเหมือนไม่แม้แต่จะหลอมกลั่นโอสถได้ด้วยซ้ำ กลับพูดออกมาได้เยี่ยงไรว่า ตนสามารถรักษาพิษในร่างกายของเขาให้หายได้?
หากสุดท้ายจนแล้วจนรอด โอสถของนางกลับไร้ประโยชน์ขึ้นมาจริงๆ เขาจะย้อนกลับมาคิดบัญชีกับสตรีนางนี้อย่างสาสม!
เหลิงหยุนเจียวรับแผนที่เก็บไว้กับตัว ทำเป็สอดมือใส่ใต้แขนเสื้อเพื่อลอบวางไว้บนชั้นของห้วงมิติระบบห้องสมุดสีดำ แต่เสี้ยวอึดใจต่อมา นางพลันรู้สึกได้ทันทีว่า มีบางสิ่งบางอย่างผิดปกติไป!
เมื่อนางพยายามมุ่งจิตเข้าตรวจสอบภายในห้วงมิติของห้องสมุดสีดำอีกครา กลับพบว่าผลึกิญญาทั้งหมดก่อนหน้านี้ที่เก็บเอาไว้ได้หายสาปสูญไปโดยสิ้นเชิง!
หลังจากซื้อวัตถุดิบต่างๆในร้านขายสมุนไพรครานั้น ก็ยังเหลือผลึกิญญาอยู่จำนวนมาก ซึ่งนางเองก็เก็บพวกมันทั้งหมดไว้ในห้วงมิติของห้องสมุดสีดำแห่งนี้
และควรจะมีเพียงแค่นางคนเดียวเท่านั้น ที่มีสิทธิ์อำนาจเข้าถึงห้วงมิติของห้องสมุดสีดำแห่งนี้ได้
กระนั้นเอง เหตุไฉนผลึกิญญาจึงได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย? แล้วที่ชวนน่าสงสัยยิ่งไปกว่านั้นก็คือ มีเพียงผลึกิญญาเท่านั้นที่สูญหายไป!
โม่เฉินหยวนยืนขึ้นเพื่อไปเตรียมตัวก่อนออกเดินทางต่อ ชั่วขณะนั้น เขาชำเลืองมองไปที่เหลิงหยุนเจียวพลัน ก่อนจะสังเกตเห็นว่า มีบางอย่างผิดปกติกับนางไป
“เ้าเป็อะไรหรือไม่?”
สิ่งที่โม่เฉินหยวนกำลังคิดอยู่คือ หรือนางกำลังรู้สึกหวาดกลัวที่ต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับสาม? คิดได้เช่นนั้น เขาจึงเลิกคิ้วกระตุกทีหนึ่ง เอ่ยถามขึ้นต่อว่า
“หรือเ้ากำลังหวาดกลัว?”
ขนตายาวเป็แพรคู่นั้นของเหลิงหยุนเจียวสั่นไสวปริบหนึ่ง ไอ้สิ่งที่น่ากลัวกว่าสัตว์อสูรระดับสามในตอนนี้คือ ใครกันที่แอบขโมยผลึกิญญาออกจากห้วงมิติในห้องสมุดสีดำของนางไป!
นางปรายหางตาจับจ้องไปทางเ้าของคำถามประโยคเมื่อครู่ พลางสันนิษฐานกับตัวเองในใจ
‘หรือว่าจะเป็หมอนี่?’
ไม่ว่ากรณีใดก็ควรตัดสามพี่น้องสกุลหู่ทิ้งไปได้ คนเ่าั้ย่อมไม่มีความสามารถกระทำการดังกล่าวได้แน่นอน แต่สำหรับผู้ชายคนนี้แล้ว อะไรก็อาจเป็ไปได้
“เปล่า ข้าแค่กำลังคิดว่า จะทำอย่างไรกับเหลิงเจียวเหนียงดี?”
โม่เฉินหยวนเหลียวศีรษะมองไปทางกระโจมข้างๆกัน ั์ตาสีทองคู่นั้นหรี่เล็กคงหนึ่งส่วน ก่อเกิดเป็แสงส่องประกายระยิบระยับ
สำหรับเหลิงเจียวเหนียงกลับไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง เด็กคนนี้มีสายเืของเผ่าิญญาไหลเวียนอยู่ในกาย ซึ่งเผ่าิญญาเองก็เกิดมาเพื่อกำหลาบสัตว์อสูรั้แ่ยุคาแล้ว
ต่อให้เหลิงเจียวเหนียงจะถูกโยนใส่กลางฝูงสัตว์อสูรดุร้าย ก็ยังปลอดภัยหายห่วงได้
“เ้าก็ให้เขาอยู่ที่นี่ล่ะ เดี๋ยวข้าจะร่ายคาถากางม่านพลังมนต์ตราคลุมให้อีกชั้นเพื่อความปลอดภัย”