บทที่ 95 ข้าวนั่นของข้า
ทุกคนเห็นเส้นขาวๆ ขดตัวก็ทำหน้าประหลาดๆ ออกมานินยิ้มแล้วมองไปทางพี่อิ่มนางก็เริ่มวางกระทะลงตั้งน้ำมันทันที
นิน” อย่าเพิ่งทำหน้าอย่างนั้นครับถ้าได้ลองกินแล้วจะติดใจ “เขาหันไปที่พี่อิ่มอีกครั้ง
นิน” พี่อิ่มเอาเลย “อิ่มทำผัดไทยโบราณขึ้นมาฝีมือของพี่อิ่มนั่นจัดว่ายอดเยี่ยมมากไม่นานผัดไทยหนึ่งกระทะใหญ่ก็ถูกตักใส่จานหลายใบวางไว้ด้านหน้า
นิน” ชิมดูเลยครับ “ทุกคนเดินเข้ามาแล้วลองชิมดูคนละคำสองคำต่างก็มีสีหน้าเหมือนกันคือมีความสุขจนเผลอพูดออกมาว่าอร่อย
” อร่อยมากท่านขุน “นินหัวเราะ
นิน” ใช่ไหมล่ะนี่น่ะผัดไทยสูตรต้นเครื่องชาววังเชียวนะยังมีอีกหลายเมนูวันนี้แม่ยายของข้าจะเปิดเผยสูตรอาหารที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ให้ทุกคนได้ชิมตอนท้ายแม่ยายผมยังมีการแจกสูตรให้ทุกคนเอาไปทำกินกันด้วย “ทุกคนดวงตาเป็นประกาย
จันทร์วาด “พูดจริงรึ” นินยิ้ม
นิน “แน่นอนแม่หญิงจันทร์วาดจะได้รู้ว่าอะไรคือพรสวรรค์เสียที” นางกลอกตานินส่งวุ้นเส้นให้คนที่ยืนใกล้ๆ ก่อน
นิน “สำหรับห่อที่ผมแจกวันนี้สามารถทำกินได้ถึงสามมื้อราคา 5 บาทต่อห่อแน่นอนว่ายังมีห่อขนาดต่างๆ อีกราคาก็จะถูกลงมาอีกครับ” ทุกคนพยักหน้าเพราะหนึ่งมื้อที่ว่าสามารถกินได้หลายคน จากนั้นพี่อิ่มและคนจากโรงครัวของบ้านท่านเจ้าคุณก็ทำออกมาอีกหลายเมนูทำให้ทุกคนตื่นเต้นขึ้นมา ทุกคนได้ลองกินหลายเมนูก็ชมออกมา
“ท่านขุนนอกจากหล่อแล้วยังจิตใจดีอีกนะเนี่ย” นินยิ้มออกมา
นิน “เอาล่ะยังไม่หมดนะครับวันนี้ผมมีข้าวสารมาขายทุกคนในราคาปกติด้วย” ทุกคนตาโตแล้วปรบมือให้
จันทร์วาด “จริงรึท่านขุนข้าขอซื้อร้อยกิโลได้ไหม” นินขมวดคิ้ว
นิน “เหอะๆ แม่หญิงจันทร์เธอเนี่ยไม่คิดจะให้คนอื่นได้ซื้อเลยหรือไง” ทุกคนหันมามองหน้าเธอด้วยความดุร้ายจันทร์วาดถึงกับทำตัวไม่ถูก
จันทร์วาด “เอ่อขออภัยเจ้าค่ะ” นางถามต่อ
” งั้นซื้อได้คนละเท่าไรเล่า “นินยิ้มออกมา
นิน” หนึ่งบ้านต่อ 15 กิโลกรัมเท่านั้นขายในราคาปกติคือ 150 บาท “ทุกคนส่งเสียงยิ้นดีออกมา
นิน” บอกก่อนนะว่าหมดแล้วหมดเลยต่อแถวสามแถวใครไม่เข้าแถวไม่ขาย” ทุกคนรีบเข้าแถวคนของจันทร์วาดถามขึ้น
” แม่นายแล้วเขาจะรู้ได้ยังไงว่าใครอยู่บ้านเดียวกัน “จันทร์วาดกลอกตา
จันทร์วาด “เอ็งโง่หรือไงเงียบไว้ก็พอคิดว่าท่านขุนโง่รึเขาพูดเพื่อกันคนครหาเท่านั้น” บ่าวเข้าใจทันที ข่าวเรื่องการขายข้าวของนินสร้างความขุ่นเคืองให้กับพ่อค้าข้าวที่กักตุนสินค้าทันที และไม่นานมันก็เข้าหูของมยุรีในไม่ช้า
” ว่าอย่างไรนะขุนโสภาแจกข้าวสารหรือ “บ่าวรีบพูด
“ใช่เจ้าคะแจกอยู่ที่ตลาดกลางเจ้าค่ะ” นางรีบลุกขึ้นแล้วสั่งคนรถออกไป ใช้เวลาพอสมควรก็มาถึงตลาดนางเห็นข้าวสารถูกชาวบ้านหิ้วไปก็โกรธจัด กระสอบข้าวของนินนั้นเปลี่ยนแล้วนางไม่มีทางดูออกแน่นอน นางกระโดดลงจากรถม้าแล้วแหวกฝูงชนแล้วไปยังด้านหน้า
“ขุนโสภาเจ้าไปเอาข้าวมาจากไหน” นินยิ้มออกมาเขาหล่อแบบร้ายกาจเวลายิ้มมันดูชั่วร้ายมากมยุรีอยากจะต่อยเสียจริง
นิน” อ้อคุณคือ “นางแค่นเสียง
” ข้ามยุรีลูกสาวของออัครมหาเสนาบดีไงไม่รู้จักหรือ “นินส่ายหน้า
นิน” เธอเป็นพี่สาวหรือน้องสาวแม่หญิงจันเล่า “ภาดึงแขนเสื้อเขา
ภา “ไม่ใช่เจ้าค่ะพ่อนางคือ” ภากระซิบสองสามคำแน่นอนว่านินรู้อยู่แล้วแต่แค่แสดงว่าไม่รู้เฉยๆ
นิน “อ้อถ้างั้นก็คงไม่ใช่คนดีอะไร” ทุกคนหัวเราะออกมา
มยุรี “พวกแกหุบปากท่านขุนข้าถามว่าท่านไปเอาข้าวสารมาจากไหน” นินยิ้มร้ายๆ แล้วกล่าวออกมา
นิน “จะที่ไหนได้ก็ประเทศขอมไงฉันหนีออกมาได้แล้วก็ขโมยข้าวมาจากค่ายของพวกมันไงเล่าหรือว่าเจ้าคิดว่าข้าเอามาจากไหนได้” นางแค่นเสียง
“ใครจะเชื่อหนทางตั้งไกลเจ้าจะขนมาอย่างไร “นินยิ้มออกมา
นิน” ก็ของมิติทางจีนไง” นินหยิบแหวนมิติออกมาแหวนพวกนี้เป็นของหลินชิงฟงตาแก่นั่นต้องมีอยู่แล้วของนี้มาจากอีกดินแดนหนึ่งเนื่องจากหลินชิงฟงมีพลังมิติอยู่แล้วเขาจึงไม่ได้ใช้ส่วนมากก็ได้มาจากศัตรูทั้งนั้นแหละเมื่อเห็นของมิติทำเอานางชะงักไป
“เจ้า” นินยิ้มออกมา
นิน “เดี๋ยวนะเจ้าเป็นตำรวจหรือถึงมาสอบสวนข้าน่ะถอยไปข้าจะทำมาค้าขาย” นางไม่ยอม
“แต่นั่นเป็นข้าวของข้า” นินยิ้มออกมา
นิน “เจ้าไม่ใช่ว่าบอกว่าไม่มีข้าวหรืออีกอย่างนะเจ้าเขียนชื่อไว้ที่เมล็ดข้าวหรือถึงบอกว่าข้าวของเจ้า” นางถึงกับชะงักไปจันทร์วาดก็เองสำทับ
จันทร์วาด” เมื่อวานเจ้ายังบอกว่าไม่มีข้าวอยู่เลยนี่วันนี้จะมาบอกว่าข้าวเป็นของเจ้าได้อย่างไร “มยุรีชะงักนางมือสั่นด้วยความโกรธ
มยุรี “ดี ดีเจ้าแน่มากทั้งผัวทั้งเมียช่างกล้านัก” นินหรี่ตาลงแล้วยื่นหน้าเข้ามากระซิบ
นิน “กล้าทำลายชื่อเสียงของข้างั้นหรืองั้นข้าก็จะเอาของๆ เจ้ามาสร้างชื่อเสียงให้ตัวข้าเองถือเป็นการชดเชยไงนางสารเลว” นางตัวสั้นด้วยความโกรธชี้หน้าไปนิน
“เจ้า เจ้า เจ้า” นินรีบกล่าว
นิน “เวรแล้วนางจะเป็นลมแล้วใครก็ได้พานางไปเร็ว” คนของนางต้องมาดึงนางออกมาแต่ตานางจ้องไปที่นินด้วยความแค้น
นินยังไหล่แล้วขายข้าวต่อเขาจะเอาเงินส่วนนี้ไปใช้ในกรมวิทยาการสังหน่อย ข่าวที่นินอยู่ที่ตลาดทำให้ทุกคนสนใจพี่เทียนมาถึงก็วิ่งไปหาเขาทันที
“ท่านขุนนั่นใช้เจ้าจริงหรือไม่” นินยิ้มออกมา
นิน “พี่เทียนข้าเองคิดถึงข้าหรือไม่” พี่เทียนน้ำตาไหลพราก
“แน่นอนสิเจ้าคือบ่อเงินบ่อทองข้าเชียวนะตอนรู้ข่าวว่าเจ้าหายตัวไปข้าก็ให้สหายที่เคยค้าขายกับทางขอมสอบถามแต่ไม่มีข่าวเลย” นินยิ้ม
นิน “พอได้แล้วผมยังไม่ตายเสียหน่อย” จากคนคนของกรมวิทยาการก็มานำโดยบงกช
“อาจารย์ท่านทำไมหล่อขึ้นขนาดนี้” นินหน้ากระตุก
นิน “หมายความว่าไงยายเด็กนี่เมื่อก่อนฉันไม่หล่อหรือไง” บงกชกลอกตาหล่อก็บ้าแล้ว เมื่อแก้วเห็นบงกชแก้วก็จะหนีทันหนีนินจับคอเสื้อไว้
นิน “แก้วนายจะไปไหนนายน่ะรับมือนางแทนพี่ที” แก้วอยากจะร้องไห้
แก้ว “พี่นนินได้โปรดเถอะอย่าฆ่าผมทางอ้อมเลย” นินไม่ปล่อยเขาไปเด้ดขาดต้องมีคนรับมือบงกชไม่งั้นนางจะถามถึงเรื่องที่เขาโดนจับไปแบบรายละเอียดครบ
นิน “เอาน่าเดี๋ยวพี่ให้ของดี” แก้วดวงตาเป็นประกายจากนั้นทุกคนก็ช่วยงานกันทั้งขายข้าวทั้งแจกวุ้นเส้น ฟางและยี่หนิงก็ช่วยงานอย่างแข็งขัน จนกระทั่งคนคณะทูตเดินเที่ยวชมเมืองก็เห็นว่ามีความวุ่นวายกันอยู่ในตลาดจ้าวเซียนอิ่งถามขึ้น
จ้าวเซียนอิ่ง” นั่นเกิดอะไรขึ้นพวกเขาทำอะไรกัน “หมื่นเทพเองก็สับสนเช่นกันแล้วเรียกชาวบ้านมาถาม
” ท่านป้าเกิดอะไรขึ้นขอรับ “คุณป้าคนนั้นอุ้มข้าวสารออกไปแล้วหันมาตอบ
” อ้อท่านหมื่นเองหรือก็ท่านขุนน่ะสิเอาข้าวสารมาขายในราคาปกติ “หมื่นแทบขมวดคิ้ว
หมื่นเทพ” ท่านขุนรึขุนไหนกันในเมืองหลวงก็มีขุนหลายคนนี่แต่พวกเขาว่างขนาดนั้นเชี่ยวหรือ “แน่นอนว่าเขาคิดในใจแล้วถามออกมา
” ท่านขุนคนไหนหรือ “ป้าคนนั้นตอบ
” ก็ขุนโสภาไงกลับมาเมื่อคืนท่านหมื่นไม่รู้รึ “หัวของเขาเหมือนถูกฟ้าผ่าลงมา
“อะไรนะกลับมาแล้วรึกลับมาได้อย่างไร” ท่านป้าหัวเราะ
“ตกใจล่ะสิกลับมาแล้วแถมยังขโมยข้าวจากพวกขอมมาขายด้วยพวกเราถึงได้มีข้าวกินไปอีกเป็นเดือนเลย” หมื่นเทพเกือบเซเขากะว่าจะรอให้แม่พิมทำใจได้ก่อนค่อยลงมือทว่าว่านี่ยังไม่ทันไรมันก็กลับมาแล้ว หมื่นเทพตั้งสติก็หันไปตอบจ้าวเซียนอิ่งทำเอานางประหลาดใจ อ้อลืมบอกไปคนจากกรมการทูตก็พูดภาษาต่างประเทศได้เช่นกันหมื่นเทพพูดได้สามภาษา คือไทย จีน อังกฤษ
จ้าวเซียนอิ่ง “ประเทศของท่านขาดแคลนข้าวอย่างนั้นหรือ” หมื่นเทพพยักหน้า
หมื่นเทพ “ไม่ใช่ว่าแห้งแร้งอะไรหรอกเพียงแต่ว่าพ่อค้าคนกลางใช้แผนกักตุนข้าวเรียกราคาเรื่องนี้ทางหลวงกำลังหาทางออกอยู่” จ้าวเซียนอิ่งพยักหน้า
จ้าวเซียนอิ่ง “พวกพ่อค้านี่ไม่ว่าที่ไหนก็น่ารังเกียจเหมือนกันหมด” แต่นางสนใจเรื่องการขายข้าวจึงให้หมื่นเทพพาไปดูก็พบว่าการค้าขายนี้ดูสนุกสนานเสียจริง
หนิงเหมย “ยามที่ไม่มีสงครามไม่รู้ว่าประเทศของเราทุกคนจะมีรอยยิ้มแบบนี้ไหม” จ้าวอู่หลิงพยักหน้า
” จะต้องเป็นแบบนี้แน่ “ลี่มู่มองไปที่นินก็เกิดความถูกชะตาอย่างคาดไม่ถึง
หลี่มู่ “ท่านอ๋องคนผู้นั้นไม่เลว” จ้าวอู่หลิงพยักหน้า
จ้าวอู่เสีย” อืมท่าทางองอาจไม่ธรรมดาเลย “หนิงเหมยกล่าวออกมายิ้มๆ
หนิงเหมย” ไม่รู้ว่าเขามีภรรยาหรือยัง “เจ้ากรมการทูตรีบกล่าวก่อนหน้านี้เขาได้ยินที่ป้าคนนั้นพูดกับเหมือนเทพแล้วว่านี่คือท่านขุนแม้หน้าจะเปลี่ยนไปแต่ท่าทางยังคงเดิม
” นี่คือท่านขุนมีคู่หมายแล้วขอรับ “หลี่มู่สนใจ
หลี่มู่” อายุเท่านี้เป็นถึงขุนแล้วงั้นหรือ “เจ้ากรมการทูตกล่าวยิ้มๆ
” เห็นแบบนี้เขาคือคนที่สร้างตำราเรียนจนทำให้ไทยสามารถเปิดสำนักศึกษาได้สำเร็จเชียวนะ “ทุกคนตกใจ
” เขาเพียงคนเดียวรึ “เจ้ากรมการทูตพยักหน้า
” ใช่แล้ว” จ้าวอู่หลิงยิ้ม
“เราอยากคุยกับเขาจะสะดวกหรือไม่” หมื่นเทพไม่ค่อยสบอารมณ์ที่ทุกคนสนใจนินแต่ก็ไม่กล้าทำเสียเรื่องจึงส่งคนไปถาม ทหารคนหนึ่งวิ่งออกไปแล้วถามนิน
“ท่านขุนคณะทูตอย่างคุยกับท่าน” นินประหลาดใจแล้วมองไปทางคณะทูต
นิน “อ้อได้สิ” นินกระโดดลงจากโต๊ะแล้วเดินมาทางคณะทูตแล้วประสานมือให้ทุกคน
นิน “ยินดีที่ได้รู้จักทุกท่าน” คณะทูตประหลาดใจ
เจ้าอู่หลิง “ท่านพูดจีนได้หรือ” นินกลอกตาก็พูดอยู่ไม่ใช่หรือไง
นิน “แน่นอนผมพูดได้สิบภาษาเชียวนะ” ทุกคนตกตะลึง
นิน “ก็แค่ความสามารถเล็กน้อยว่าแต่พวกท่านคงเป็นคนจากรัฐจ้าวใช่หรือไม่” ท่าทางของนินทำเอาทุกคนตกใจเพราะนินพูดแบบสบายๆ เลยไม่สนสถานะคนตรงหน้า
หลี่มู่ “ใช่แล้วข้าหลี่มู่” เขาและนำทุกคนนินรู้จัดฉีกยิ้มออกมา
นิน “ท่านเองหรือหลี่มู่ข้าได้ยินชื่อเสียงของท่านมานานแล้ว” หลีมู่ยิ้มออกมา
หลี่มู่” คิดไม่ถึงว่าน้องชายจะรู้จักข้าด้วย “นินหัวเราะ
” นิน “แม่ทัพที่เก่งกาจอย่างท่านใครบ้างไม่รู้จัก” นินมองไปยังทุกคนคน
นิน “ท่านอ๋องเองก็องอาจยิ่งนักส่วนท่านหญิงผู้นี้คือชายาท่านอ๋องใช่หรือไม่งดงามสมคำร่ำรือจริงๆ” หนิงเหมยถึงกับหัวเราะ
“เจ้านี่อย่ามาล้อเราเลยเราอายุสี่สิบแล้วจะงดงามอย่างเจ้าว่าได้อย่างไร” อ๋องน้อยยิ้มออกมา
“ไม่เลยน้องชายคนนี้ตาถึงต่างหาก” นินข้ามจ้าวเซียนอิ่งไปเขาไม่อยากคุยกับเด็กหรอกนะ
นินเชิญทุกคนไปลองชิงอาหารที่ทำจากวุ้นเส้นพวกเขาลองชิมก็ดวงตาเป็นประกายเพราะมันแปลกใหม่และอร่อยมาก
นิน” พวกท่านไม่รู้สินะแม่ยายของข้านั้นทำอาหารเก่งกาจมากที่สำคัญพวกท่านต้องลองกินไอศกรีมให้ได้น่าเสียดายที่วันนี้ร้านขนมของแม่ยายข้าไม่เปิดไม่งั้นบอกเลยว่าพวกท่านคงไม่อยากกลับไปจีนหรอก” ทุกคนหัวเราะโดยไม่รู้ตัวพวกเขาเจอความเป็นกันเองของนินทำให้พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของไทยไปชั่วคราวแล้ว
จ้าวเซียนอิ่ง “นี่ทำมาจากอะไรหรือ” นินกล่าวออกมา
นิน “นี่สาวน้อยความลับทางการค้าจะบอกง่ายๆ ได้อย่างไร” จ้าวเซียนอิ่งขมวดคิ้ว
” เจ้าเรียกใครแม่สาวน้อย “นินหัวเราะ
นิน” ก็ได้ๆ ท่านหญิงน้อย” นางถึงกับหน้ากระตุกทุกคนหัวเราะออกมา
นิน “เจ้ากินนี่ดูพัดไทยอร่อยนะ” นางชิมดุก็พบว่าอร่อยจริงหมื่นเทพกล่าวออกมา
อีกสองวันจะมีการแข่งขันการรบเจ้าไม่ลองเข้าร่วมดูเล่า “นินส่ายหน้า
นิน” ไม่เอาหรอกข้ายุ่งน่ะ “จ้าวเซียนอิ่งกล่าว
” หรือว่าเจ้ากลัวแพ้กัน “นินหัวเราะออกมา
นิน” ข้าอาจจะขี่ม้าไม่เก่งแต่อย่างอื่นยากนักที่เจ้าจะชนะข้านะ “นางถึงกับอยากต่อยปากเขาสักที
“เจ้า” หลี่หมู่ยิ้มออกมา
หลี่มู่” หรือว่าน้องชายต่อสู้เป็น “นินรีบโบกมือ
นิน” ต่อหน้าแม่ทัพอย่างท่านข้าหรือจะกล้าพูดว่าสู้เป็น “หลี่มู่ยิ้มออกมา
หลี่มู่ “เจ้าพูดซะข้าจะลอยแล้ว” นินยิ้ม
นิน “ไว้มีโอกาสข้าจะเชิญท่านไปดื่มสุรากันเสียหน่อย” หลี่มู่พยักหน้า
หลี่มู่ “ย่อมได้” หลังจากคุยกันพักหนึ่งคณะทูตก็จากไปหมื่นเทพหันมามองนินครู่หนึ่งก่อนจะจากไป
แก้ว “พี่นินคุยอะไรหรือผมว่าผู้หญิงคนนั้นดูไม่ค่อยพอใจพี่นะ” นินกอดคอแก้ว
นิน “ไม่พอใจก็ช่างสิคิดว่าพี่จะสนใจหรือไง” ลินกระเซ้า
ลิน “ก็พี่นินมีคู่หมั้นสวยป่านนั้นจะสนใจสตรีอื่นได้ยังไง” นินกลอกตา
นิน “ไม่เกี่ยวหรอกน่า” ที่จริงเขาไม่สนในเรื่องสตรีในตอนนี้สักนิดคิดไปคิดมาพอดีเลยมีคู่หมั้นก็สามารถใช้เป็นเกราะได้อีกชั้นหนึ่งวาสเอ่ยขึ้น
วาส” น่าแปลกตรงที่ท่านขุนเนี่ยหล่อขึ้นขนาดนี้แต่สตรีมักไม่ชอบหน้าหรือไม่ก็ไม่ชอบในเชิงนั้น “นินหน้ากระตุก
นิน” เพราะพวกนางตาไม่ถึงต่างหาก “ทุกคนหัวเราะ เมื่อตกตอนบ่ายก็ไม่มีใครมาขอซื้อข้าวแล้วคนไหนนิไม่รอบคอบจำหน้าได้ก็ไม่ขายให้ จันทร์วาดให้บ่าวมาต่อแถวนินไม่ได้ว่าอะไรแต่พอมากเกินไปนินเริ่มมองหน้านางทำให้นางยิ้มเจื่อนๆ แล้วไม่ส่งคนมาอีก ไม่นานข้าวก็เกือบจะหมดนินมืองที่เหลือให้คนที่มาช่วยงานเขาคนละกระสอบพวกเขาดีใจมากยี่หนิงเองแม้บ้านจะรวยแต่ข้าวก็หาซื้อไม่ได้จริงๆ นางจึงรับไว้
ยี่หนิง “ท่านขุนหล่อแล้วยังใจดีแบบนี้ข้าว่าพี่สะใภ้ต้องลำบากใจแย่” นินกลอกตา
นิน “ข้าวตั้งกระสอบยังอุดปากเธอไม่ได้อีกหรือไง” ทุกคนหัวเราะ
โมโมเอะ “ข้าวที่เหลือจะเอาอย่างไรดีเจ้าคะ” นินยิ้มออกมา
นิน “ที่เหลือรึ” นินสีคางไปมาโทโมเอะออกความเห็น
โทโมเอะ “ข่าวนี้คงแพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวงแล้วข้าว่าท่านส่งเข้าวังหลวงบ้างเถอะ” นินดวงตาเป็นประกาย
นิน “เจ้านี่มีความคิดรอบคอบดีได้เลย” จากนั้นทุกคนก็เก็บของแล้วกลับไปบ้าน จันทร์วาดมาติดต่อนิน
จันทร์วาด” วุ้นเส้นน่ะข้าขอรับแบบประจำได้หรือไม่ “นินยิ้มออกมา
นิน” ได้สิเอาเท่าไรล่ะ “นางติดสักพัก
“ข้าขอก่อนสิบห่อใหญ่ถ้าขายดีอาจจะสั่งอีก” นินพยักหน้า
นิน “ได้สิสูตรอาหารเนี่ยจำได้แล้วใช่ไหม” นางกลอกตา
จันทร์วาด “ดูถูกใครกัน “นินเบ้ปาก
นิน” ภูมิใจอะไรแค่จำสูตรคนอื่นน่ะ “นางถึงกับหน้ากระตุก
” เจ้าเนี่ยไม่ควรหน้าตาดีขึ้นนะควรที่จะปากไม่เสียจะดีกว่าข้าถึงว่าทำไมมีแต่คนหาเรื่องเจ้า “นินยักไหล่
นิน” คนที่หาเรื่องข้าโดยมากเป็นพวกไม่มีสมอง “จันทร์วาดไม่พูดอะไรต่อเดินหนีไปเลย
” แม่นายท่านขุนหลอกด่าแม่นายน่ะ “จันทร์วาดถลึงตาใส่บ่าวคนสนิท
จันทร์วาด “ไม่พูดเจ้าจะตายไหม “บ่าวรีบถาม
” ข้าพูดผิดหรือเข้าค่ะ “จันทร์วาดไม่อยากต่อปากต่อคำกับนางอีก ส่วนมยุรีโกรธจัดแล้วตบโต๊ะ ปังงง
” พวกเจ้างามหน้านักข้าส่งข้าวไปแล้วพวกเจ้าทำหายต้องชดใช้ข้ามา “เถ้าแก่ร้านข้าวทำหน้าเจื่อน
” ท่านหญิงเมตตาด้วย” พวกเขาคุกเข่าลงขอความเมตตา
มยุรี “บัดซบไอ้ขุนนินสักวันข้าต้องเอาคืนให้ได้ “นางไม่อาจแตกหักกับพ่อค้าพวกนี้ได้ในอนาคตยังต้องร่วมงานกับพวกเขาอีกแต่ว่าความผิดนี้ของพวกมันเต็มๆ เพราะนางส่งมอบข้าวให้พวกเขาแล้วพวกมันทำหายเองนั่นก็ต้องรับผิดชอบไม่ใช่หรือ
มยุรี” ได้…แต่ว่ายังไงข้าก็ต้องได้ทุนกลับคืนมาพวกเจ้าเอาข้าวข้าไปแล้วแถมข้าส่งถึงที่นั่นเรื่องจริงพวกเจ้าไม่รอบคอบปล่อยให้ข้าวหายเอง “ทั้งสี่คนต่อริงจึงเหลือราคาเพียง 7 ส่วนทำให้นางโกรธนินมาก
มยุรี “พวกเจ้าไปได้แล้ว” พวกเขารีบออกไป
” ขอรับ “นางโกรธของจริงไม่เคยเสียท่าใครขนาดนี้มาก่อนจริงๆ ส่วนนินกลับมาถึงบ้านก็แบ่งเงินให้ทุกคนเป็ดหน้าบ้านทันที
นิน “ดีใจขนาดนี้จะเอาเงินไปแต่งเมียหรือไง” เป็ดกลอกตา
เป็ด “สตรีทำให้ข้าชักกระบี่ช้าลงข้ายังไม่สนใจหรอก” นินหัวเราะ
นิน “ก็จริง” นินถามภา
นิน” ในเมืองหลวงมีมยุรีกี่คนกันพี่จำได้ว่าเพื่อนแม่ป่านก็ชื่อมยุรีไม่ใช่หรือ “ภายิ้ม
ภา” บังเอิญเจ้าค่ะเพื่อนที่ป่านเดิมชื่อ มยุรา เจ้าค่ะทว่าเกือบตายครั้งหนึ่งเพราะตกม้าพอเอาดวงไปดูจึงรู้ว่าเพราะชื่อไม่ดีพระท่านจึงตั้งให้แกดวงของนางไม่ใช่นั้นนางอาจตายไปแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เมื่อหลายปีก่อนเพราะพี่มยุรีไม่ยอมให้มีคนชื่อเหมือนนางถึงขั้นตบกันตีกันจนเป็นเรื่องใหญ่เลยเจ้าค่ะจึงทำให้เพื่อนพี่ป่านต้องเรียกตัวเองว่า ยุ แทนทั้งๆ ที่ชื่อมยุรีเจ้าค่ะ” นินทำหน้าแปลกๆ ออกมา
นิน “แบบนี้นี่เองมันก็แปลกนั่นแหละที่มีคนชื่อเหมือนกันแต่ก็ไม่ควรถึงขึ้นตบกันใช่ไหมล่ะ “ภายิ้ม
ภา” พี่มยุรีเป็นคนอารมณ์ร้ายเจ้าค่ะ “นินกลอกตา
นิน “อารมณ์ร้ายหรือชั่วร้ายกันแน่ถึงได้ปล่อยข่าวว่าพี่เป็นคนขายชาติ” ภายิ้มเจื่อนๆ
ภา “ก็จริงเจ้าค่ะนั่นสามารถฆ่าคนได้เลยเจ้าค่ะ” นินบิดขี้เกียจ
นิน “ช่างเถอะวันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้วพวกเราดื่มกันหน่อยเถอะ” ทุกคนพยักหน้าจากนั้นก็ตั้งโต๊ะดื่มสุรากันเป็นเรื่องเป็นราวท่านเจ้าคุณกลับมาถึงก็ถามหานินเมื่อรู้ว่าเขาดื่มอยู่ที่บ้านจีนของเขาท่านเจ้าคุณถึงกับหน้ากระตุก
“ไอ้เวรนี่สร้างเรื่องไว้ตั้งเยอะยังจะมาดื่มอีก “…
,