ตอนที่ 146 จัดให้ตามนั้น
“หลัก ๆ ก็ประมาณนี้แหละ แต่เรื่องวิธีใช้แบบอื่นกับความคล่องมือคงต้องให้ชินไปก่อนสักพัก” นิทานนำผ้าขึ้นมาเช็ดเหงื่อ เขาพึ่งทดสอบระดับพลังในปัจจุบันไปจนเสร็จ
“เดียวเราติดต่อคุณตาอารากะให้เอง แต่คิดว่าคงไม่ใช่เร็ว ๆ นี้ ต้องหาทางให้ข้อมูลไม่รั่วไหลแน่นอนก่อน” องค์หญิงไพลินหยิบเครื่องดื่มจากกระเป๋าบรรจุวังออกมาให้นิทานและคีตา ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แค่ขนมเท่านั้นที่เธอพกติดตัว
“หาเวลาไปลองใช้พลังบ่อย ๆ ก็ดีนะ แต่สู้จริงอาจจะยากถ้าไม่อยากให้เรื่องหลุดไปว่านายเลื่อนระดับ” ผู้พันลาลันตาแนะนำ
“ผมน่าจะต้องมาขอใช้ห้องซ้อมกลางดึก ๆ แบบนี้นั่นล่ะครับ” นิทานตอบ เขาลองคิด ๆ ดูแล้ว นครรัตนะไม่ได้ติดกับชายแดนป่าที่เขาสามารถออกไปทดลองล่าสัตว์อสูรได้ จะให้ไปลองกับเหล่าอาชญากรในเมืองระหว่างทำงานข่าวก็จะหลุดได้ง่าย ๆ เอา
“แต่ปกติถึงจะมีอะไรบังก็สามารถเห็นแสงจากอักษรได้นะครับ จะปิดอยู่จริงเหรอครับ” นิทานถามขึ้น เขานึกถึงเพชฌฆาตและตาไกร ถึงแม้นิทานจะไม่สามารถเห็นได้ว่าคำแห่งพลังของพวกเขาคืออะไรแต่ก็สามารถเห็นจุดที่ใช้งานได้ จึงเดาได้ไม่ยากว่าพวกเขาเป็นนักสลัก
“แผ่นปิดยันต์มิใช่สิ่งที่ใครจะมีได้ง่าย ๆ ประสิทธิภาพของมันเหนือกว่าสมบัติปกปิดทั่วไปมาก หากไม่ใช้เต็มพลังแสงเหล่านั้นก็จะน้อยลงมาก” อริยะแปลงเพลิงตอบ
นิทานก้มมองแผ่นใสที่เรียบเนียนราวกับผิวหนังของเขาเองบนฝ่ามือ แผ่นเพียงแค่นี้ราคากลับสูงถึง 2แสนไกอา และที่สำคัญยิ่งกว่าคือจะหาซื้อได้หรือไม่ เมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงพอจะตอบข้อสงสัยถึงราคาที่สูงลิ่วของมันได้
“ขอบคุณมากครับ” ได้ยินดังนั้นนิทานก็สบายใจขึ้น เขายังสามารถใช้จางหายทับลงไปเพื่อเพิ่มการปกปิดได้อีกขั้น
อริยะแปลงเพลิงสีหน้าเฉยเมย เพียงพยักหน้ารับน้อย ๆ ราวกับเป็นเรื่องที่เธอสมควรทำอยู่แล้ว
“งั้นเรื่องงานของหน่วยพิทักษ์เมืองนายก็ทำตามปกติไปละกัน แต่อย่าลองใช้พลังให้มันประเจิดประเจ้อนักล่ะ” ผู้พันลาลันตากล่าวพลางเริ่มเก็บข่ายอาคม ในเมื่อเสร็จเรื่องแล้วก็ถึงเวลาที่จะแยกย้ายกันไปพักผ่อนเสียที
“ห้องซ้อมตอนดึกผมขอกุญแจไว้หน่อยได้มั้ยครับ จะได้ไม่ต้องรบกวนผู้พันกลางดึก” หากในทุกครั้งที่เขาต้องการมาลองวิชา เขาจะต้องคอยติดต่อหาผู้พันลาลันตากลางดึกทุกวันคงจะรบกวนเธอมากจนเกินไป
“ไม่ต้อง มาหาฉันที่ห้องทำงานได้เลย ฉันอยู่ดึกทุกคืนแหละ” ผู้พันลาลันตายิ้มบาง ไหน ๆ ช่วงนี้งานของเธอยุ่งจนเธอต้องอยู่ดึกเป็นประจำ หากมีเพื่อนให้พูดคุยเล่นระหว่างนั่งหัวฟูทำงานยามดึกบ้างก็คงดี
นิทานหัวเราะกับคำตอบนั้น เขาเข้าใจได้ไม่ยากเลยว่าคนแก่ขี้เหงาตรงหน้ากำลังร้องขอสิ่งใด
“ขี้เหงาเหมือนกันเป๊ะ” องค์หญิงไพลินหันไปกระซิบเสียงเบากับท่านป้าของเธอ แม้ท่านป้าของเธอจะไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ หากเสียงนั้นก็ไม่มีทางเล็ดลอดพลังอาณาเขตของคีตาและประสาทสัมผัสของอริยะเช่นผู้พันลาลันตาไปได้
“ถึงวัยแล้วก็อย่างงี้ล่ะค่ะ ที่บ้านกระหม่อมก็ค่อนข้างเงียบเหงาด้วย”
ส่วนนิทานนั้นเหนื่อยจะเถียงแล้ว เขาเพียงทำเป็นไม่ได้ยินเท่านั้น ถึงเถียงไปก็สู้ฝีปากเธอไม่ได้อยู่ดี
“งั้นเราขอตัวกลับก่อนนะ เดียวได้เรื่องจากคุณตาอารากะแล้วจะมาบอกอีกที ระหว่างนี้ก็อย่าไปซนอีกล่ะ” องค์หญิงไพลินโบกมือหย็อย ๆ หลังจากช่วยผู้พันลาลันตาและนิทานเก็บของจนเรียบร้อย
“อืม ขอบคุณมากนะ” นิทานโบกมือหย็อย ๆ ตอบ เมื่อองค์หญิงไพลินและอริยะแปลงเพลิงจากไปแล้วเขาจึงขอตัวลากลับบ้าง
แม้จะจากไปเพียงไม่กี่อาทิตย์ แต่เมื่อเขาได้กลับเข้าสู่ห้องเล็กในหอพักของหน่วยพิทักษ์เมืองของเขา ลมหายใจยาวก็ถูกปล่อยออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน
ถึงบ้านสักที รู้สึกเหมือนไม่ได้กลับมาเป็นปีเลย นิทานชำระร่างกายตัวเอง ทิ้งร่างอันอ่อนล้าลงสู่เตียง ร่างใหญ่นุ่มฟูของคีตาที่เป่าขนจนแห้งด้วยเทียนไขวิเศษก็กระโดดขึ้นตามมา
“โฮ่ง!”
ง่วงแล้ว!
มันเดินย่ำรอบ ๆ เล็กน้อย ก่อนจะทิ้งตัวลงเคียงข้างนิทานอย่างสบายใจ เสียงหายใจเป็นจังหวะและเสียงหัวใจเต้นอันแสนอบอุ่นทำให้นิทานรู้สึกเป็นสุข เขาถึงบ้านแล้วจริง ๆ คืนนี้เขานั้นนอนหลับสนิทเป็นที่สุด
————————————————————————————————————————————————
วันเวลาหลังจากนั้นคือการกลับเข้าสู่รูปแบบชีวิตแบบเดิมของนิทาน เขาตื่นเช้ามาทำงาน คุยเล่นกับสมาชิกหน่วย 3 แลกเปลี่ยนเรื่องที่แต่ละคนไปพักผ่อนหรือเที่ยวที่ไหนกันมาบ้าง และออกปราบปรามอาชญากรรมเช่นเคย
แผ่นปิดยันต์ของอริยะแปลงเพลิงดูจะเป็นของคุณภาพสูงที่พิเศษกว่าปกติโดยแท้จริง ร่องรอยพลังของเขาไม่รั่วไหลออกมาแม้แต่น้อยหากเขาไม่ใช้พลังมากจนเกินไป ดังนั้นระหว่างทำงานจึงเป็นการฝึกสมาธิควบคุมพลังไปในตัว
ทุกคนในหน่วยสามยังไม่มีใครรู้ว่าเขาเลื่อนขึ้นเป็นนักสลักเอกแล้ว ที่ค่อนข้างน่าขันคือคำที่เขาใช้เลื่อนขั้นดันเป็นคำที่เขาเจอเป็นคำที่ 3 เสียด้วย ไม่ใช่คำที่เจอเป็นคำแรกอย่าง จางหาย หรือคำที่ 2 อย่าง เชื่อมโยง
ระหว่างการปฏิบัติงานเขามีความคิดเรื่องวิธีใช้งานคำอยู่หากก็ไม่ได้มีโอกาสได้ลองมากนัก ท่าต่าง ๆ มากมายที่เขาลองประยุกต์ใช้ก็ไม่อาจใช้ได้เต็มที่นัก จะอย่างไรห้องฝึกซ้อมก็ไม่อาจทำลายหรือใช้งานได้ดั่งใจ จะให้ทำลายอุปกรณ์ทุกครั้งก็ดูจะเป็นเรื่องไม่ดีนัก
ในเมื่อไม่มีทางเลือก เขาจึงได้แต่ลองใช้พลังและลองพลิกแพลงดูเท่าที่เขาคิดได้ หากท่าหลักอย่างวัชระดาวตกและอริยะ 3 วินาที ยังไม่มีโอกาสได้ลองใช้แม้แต่น้อย
วัชระดาวตกก่อให้เกิดความเสียหายมากเกินไป แถมแกนพลังหลักของท่านี้ก็คือแรงดึงดูดด้วย เขาจึงไม่อาจกะปริมาณให้มั่นใจได้ว่าห้องซ้อมจะไม่เกิดความเสียหาย ส่วนอริยะ 3วินาที เขาอยากเก็บไว้เป็นไพ่ตายของเขา และยังไม่มีใครรู้ถึงพลังนี้ การเก็บไว้เป็นความลับต่อไปจึงเป็นตัวเลือกที่ไม่เลว
คีตาดูจะมีท่าทีร้อนรนเล็กน้อยเมื่อเห็นว่านิทานนำหน้ามันไปก่อนก้าวหนึ่ง ยิ่งก่อนหน้านี้มันแข็งแกร่งกว่านิทานตลอดช่วงที่อยู่นครรัตนะ การที่ถูกนิทานนำหน้าไปจึงทำให้มันไม่สบายใจ แถมมันดูจะค่อนข้างฝังใจเรื่องที่มันอาจปกป้องนิทานไม่ได้หลังจากเห็นคมดาบของเรอุส
ระหว่างการทำงานคีตาจึงดูจะตั้งใจผิดปกติ ส่วนเรื่องการเรียนรู้คำอย่างถ่องแท้นิทานไม่สามารถสอนอะไรให้มันได้ ต้องรับรู้ด้วยตนเองเพียงเท่านั้น
กลางดึกนิทานจึงมักได้เห็นอะไรตลก ๆ อย่างการที่คีตาลองทำอะไรแปลก ๆ ไม่ซ้ำวัน มีครั้งหนึ่งมันลองมุดตัวลงไปนอนใต้เตียงพร้อมกับเปิดพลังอาณาเขตเอาไว้ โดยให้เหตุผลว่าการซุ่มมองอาจเป็นแนวทางได้ แต่ด้วยขนาดตัวและขนที่ฟูมันจึงไม่ได้ดูจะซ่อนตัวเท่าไหร่นัก
ครั้งหนึ่งคีตาได้ขอให้นิทานและมันวิ่งไล่จับกันในห้องซ้อม มันบอกมันต้องการทดลองเรื่องคำแห่งพลัง ไล่ตาม หากระหว่างการซ้อม มันก็เผลอสนุกไปกับการเล่นจนหลงลืมจุดประสงค์ไปหมดสิ้น
แม้ภาพเช่นนั้นจะทำให้นิทานหัวเราะครื้นเครงแต่ก็อดให้กำลังใจมันไม่ได้ หวังว่ามันจะค้นพบหนทางในเร็ววัน
แต่ละคืนนิทานมักไปพบผู้พันลาลันตาเพื่อขอใช้ห้องฝึก และแน่นอนว่าเธอก็ย่อมขนงานที่ทำค้างอยู่มาที่ห้องซ้อมพร้อมพวกเขา นั่งทำงานไปดูเขาซ้อมไป เมื่อเขานั่งพักก็จะมาคุยเล่นกัน วันไหนที่นิทานเห็นว่าเธอดูอ่อนล้าเป็นพิเศษ นิทานก็มักหาเรื่องเล่านู่นนี่นั่นมานั่งคุยกับเธอเสมอ แม้นิทานจะเป็นคนเล่าเรื่องไม่เก่งนักแต่ผู้พันลาลันตาก็มักนั่งฟังด้วยรอยยิ้ม
เป็นช่วงเวลาอบอุ่นที่เขาไม่ได้ประสบมานานมากแล้ว ถึงแม้เขาจะไม่อาจทดลองพลังจริง ๆ จัง ๆ ได้เพราะมีคนดูอยู่ แต่สำหรับเขาแล้วก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไรขนาดนั้น
การทำงานในช่วงหลังของนิทานต้องบอกได้เพียงว่าราบรื่นเป็นอย่างยิ่ง ด้วยพลังที่เสริมขึ้นมา เขาสามารถจัดการเหล่าผู้กระทำผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นมากแม้จะควบคุมพลังอยู่ก็ตาม ที่น่าเป็นห่วงคือมีร่องรอยของวัตถุเสริมอาคมในพวกอาชญากรเยอะขึ้นเป็นพิเศษ
พวกเขาจะยังไม่อาจระบุได้ว่าเป็นคำแห่งพลัง พละกำลัง ของตระกูลคชสาร แต่ด้วยตัวอย่างวัตถุเสริมอาคมที่ยึดมามากขึ้นเรื่อย ๆ หน่วยวิเคราะห์ก็เข้าใกล้ความจริงมากขึ้นเช่นกัน ยิ่งเห็นมากขึ้นความมั่นใจและสงสัยก็ยิ่งพอกพูน
ด้วยการที่อาชญากรนั้นไม่มีข้อมูลใด ๆ รู้เพียงแค่หัวหน้าของมันนำมาแจกจ่าย แต่หัวหน้าผู้นั้นก็รับมาจากคนอื่นอีกที วนไปเรื่อย ๆ เช่นนี้ เมื่อถึงจุดหนึ่งร่องรอยก็หายไปเฉย ๆ ข้อมูลที่เขาได้จึงค่อนข้างเบาบางและไม่สามารถตามรอยต่อได้ สร้างความหงุดหงิดใจให้แก่หัวหน้าเมย์เป็นอันมาก ได้แต่เก็บเศษซากมาศึกษาเท่านั้น
มีครั้งหนึ่งที่กลุ่มโจรนอกเขตเมืองถึงกับพกพาวัตถุสลักคำระดับนักสลักเอกซึ่งไม่สมควรอยู่ในมือกลุ่มโจรดาษดื่นเช่นนี้ และการปรากฏตัวของมันอย่างกะทันหันทำให้นภาเกือบเอาตัวไม่รอด เป็นอีกครั้งที่ทำให้พวกเขาสัมผัสได้ถึงลมพายุที่ใกล้เข้ามา
ไม่เพียงเขาเท่านั้นที่งานยุ่ง ดูเหมือนไพลินก็มีธุระมากมายที่ต้องสะสางเช่นกัน การโจมตีทางด้านการข่าวจากองค์ชายจันทรกานต์เริ่มมีให้เห็นบ้างแล้ว หากเธอก็สามารถจัดการได้ทุกครั้งไป และเพราะเหตุนี้พวกเขาจึงแทบไม่ได้เจอกันเลย
มีเพียงการโบกมือทักทายระหว่างกลับบ้านหรือเจอกันที่ตลาดกลางเมืองเท่านั้น ด้วยความที่คนห้องล้อมเธอตลอดเวลาและนิทานไม่ชอบคนเยอะ ตัวเขาจึงไม่มีความคิดจะแทรกฝ่าฝูงชนเข้าไปหา
สองอาทิตย์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว อีกไม่ถึงเดือนก็จะเป็นวันครบรอบปีตามปฏิทินของเทพแห่งเวลา ซูอา เข้าใกล้วันเกิดของนิทานเต็มทีแล้ว วันเกิดของนิทานค่อนข้างพิเศษ เพราะเขาเกิดในวันข้ามปีอย่างพอดิบพอดี
หากเขาไม่มีเวลาวางแผนการฉลองใด ๆ เพราะหลังจากสองอาทิตย์ที่ต่างคนต่างทำงานของตน ในที่สุดข้อความนัดหมายจากองค์หญิงไพลินก็มาถึง
“พรุ่งนี้ตอนกลางคืนเราจะไปรับที่หน้าหน่วยพิทักษ์เมืองเหมือนเดิม คุณตาอารากะเตรียมการพร้อมแล้ว” เสียงขององค์หญิงไพลินดังขึ้นมาจากศิลาส่งผ่านระหว่างที่นิทานกำลังนอนอ่านหนังสือเล่มใหม่เอี่ยมที่เขาซื้อมา
“รับทราบ ต้องเตรียมตัวอะไรเป็น ‘พิเศษ’ มั้ย” นิทานเน้นย้ำคำ เขารู้ดีว่าการเจรจารอบนี้รวมถึงรางวัลที่เขาจะได้ด้วย เขาจึงอยากรู้ว่าไพลินมีความต้องการพิเศษอะไรหรือไม่
เสียงหัวเราะถูกใจดังออกมาจากศิลาส่งผ่าน พร้อมกับเสียงหวานใสที่ตอบกลับมา
“มีแน่นอน ได้เวลาไปปอกลอกคุณตาอารากะแล้ว”
“ขอหนัก ๆ เลยนะ” นิทานหัวเราะตอบ โอกาสเช่นนี้หากไม่ฉกฉวยก็คงน่าเสียดายแย่
“เตรียมพร้อมต่อสู้ไว้ คุณตาเขาคงอยากทดสอบแน่นอน เอาแค่เบา ๆ ก็พอ ขอจัดการระดับนักสลักโทได้ไม่ยากเกินไป” เสียงของเธอดังขึ้นอีกครั้งจากการคาดเดา หัวหน้าสาขานครรัตนะของกลุ่มการค้าอิสึกะย่อมไม่ประมาทเตรียมแผนการโดยไม่ตรวจสอบให้แน่ชัด
นิทานหัวเราะ คำขอขององค์หญิงไพลินหากเป็นคนอื่นคงได้แต่หน้าซีดพร้อมส่ายหน้าปฏิเสธไปแล้ว ตัวเขาพึ่งขึ้นเป็นนักสลักเอกไม่ถึงเดือนแต่คำขอของเธอคือให้จัดการระดับนักสลักโทโดยให้ดูไม่ลำบากจนเกินไป
พื้นฐานคือสัตว์อสูรในระดับเดียวกันมักแข็งแกร่งกว่ามนุษย์เสมอ หากเธอกลับขอให้เขาจัดการข้ามระดับโดยที่ ‘ไม่ลำบากจนเกินไป’ ไม่ใช่คำขอสำหรับคนปกติแม้แต่น้อย
“จัดให้ตามนั้น” นิทานหัวเราะ