ดวงดาราตะวันลับ(ดวงดาราระดับล่างสุด)
ผ่านไป 9 ปี หลังจากนิกายเนตร์ส่งคนออกค้นหา
ณ หมู่บ้านตระกูลจ้าวเทือกเขาเมฆาม่วง เป็หมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองเป็อย่างมาก มีบ้านเรือนอาศัยราว200ครัวเรือน นับรวมผู้คนได้ราว 700คน
คนในหมู่บ้านล้วนอาศัยหาสมุนไพรใบยาแลกเปลี่ยนสิ่งของเครื่องใช้เพื่อยังชีพ ใช้แรงงานขุดเหมืองแร่ให้กับราชวงศ์ตะวันลับเพื่อแลกเปลี่ยนเป็โอสถพลังปราณระดับต่างๆ
คนหนุ่มสาวที่แสวงหาความสุขสบาย ต่างดิ้นรนขวนขวายทุกวิถีทาง ออกเดินทางไปเพื่อเข้าร่วมขุมพลังอำนาจต่างๆ
คนบางคนได้ดิบได้ดีก็มีบ้างแต่ที่พลาดหวังทุกทนกลับมาก็มีเช่นเดียวกัน
หมู่บ้านตระกูลจ้าวนับเป็ 1 ใน หลาย 10ตระกูลที่มีความเป็อยู่แร้นแค้น ยากลำบาก พลังปราณของหัวหน้าหมู่บ้านอยู่ที่ปราณมนุษย์ขั้นสูงระดับ 7 มีอายุราว 5000 ปี
สำหรับรองหัวหน้าหมู่บ้านและผู้าุโคนอื่นๆมีพลังปราณลดหลั่นกันลงไปตามลำดับ
จะมีก็แต่เพียงผู้าุโสูงสุด ที่มีพลังปราณขั้นเหนืุ์ ระดับ10 จัดว่าเป็ยอดฝีมือสูงสุดในตระกูล แต่ก็มีอายุเปรียบดั่งไม้ใกล้ฝั่ง
สำหรับผู้นำหมู่บ้านมีนามว่า จ้าวจือตง รับสืบทอดตระกูลต่อจากบรรพบุรุษดิ้นรนพยายามยกระดับตระกูลให้ยิ่งใหญ่เสมอมา แต่ก็เชื่องช้าอย่างมากแต่ถดถอยกลับรวดเร็วกว่า นับวันยิ่งตกต่ำลงไปเรื่อยๆ
ผู้คนที่มีฐานะในหมู่บ้านเข้าใจเื่ราวเป็อย่างดีพยายามผลักดันบุตรหลานของตนเองออกจากหมู่บ้าน เพื่อไปสมัครเข้าเป็ลูกศิษย์สำนักต่างๆทำให้กำลังรบที่เป็คนหนุ่มสาวของหมู่บ้าน นับวันยิ่งลดน้อยลง เหลือเพียงผู้สูงอายุคนเก่าแก่ หากยังเป็เช่นนี้ต่อไป การล่มสลายของตระกูล ก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น
จ้าวจือตงผู้นำหมู่บ้าน ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมผาที่ทอดยาวไปไกล บนเทือกเขาตะวันลับในห้วงความคิดของมัน เต็มไปด้วยเื่ราวมากมาย ปัญหาต่างๆ รุมเร้า
ความอยู่รอดของหมู่บ้านล้วนแบกอยู่บนบ่าทั้ง 2 ข้างของมัน มีปัญหาไม่อาจแก้ไขด้วยกำลังของตนต้องพึ่งพาผู้อื่นหายใจ ไม่มีสิทธิมีเสียงใด จะไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้
เมื่อคิดถึงตรงนี้ มันได้แต่ทอดถอนใจด้วยความเหนื่อยล้า
เมื่อมันนึกย้อนไปในอดีตของตระกูลจ้าวในยุคแห่งความรุ่งโรจน์ ดวงตามันมักเปล่งประกายกล้า เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
ถ้าหากนับย้อนไปราว 100000ปีก่อน ตระกูลจ้าวถือเป็ 1 ใน 3 ตระกูลใหญ่ ที่รุ่งเรือง ทรงอำนาจแผ่ไพศาลมั่งคั่งด้วยเงินทองทรัพย์สิน มีธุรกิจในมากมายมหาศาล มีอนาเขตธุรกิจกว้างขวางกว่า1 ใน 3 ส่วนของดวงดาราตะวันลับ มีประชากรในตระกูลราว 1000000คนปกครองดวงดาราตะวันลับร่วมกับอีก 2 ตระกูลใหญ่ที่ทรงอำนาจเท่าเทียมกันซึ่งก็คือตระกูลเถียน และตระกูลซวง
เมื่อเวลาผ่านไปตระกูลจ้าวยิ่งมั่นคงแข็งแกร่ง ผู้นำตระกูลมีพลังปราณครึ่งก้าวธรณี ระดับ 10 ทั้งที่อยู่บนดวงดาราระดับล่างสุดแต่กลับทะลวงผ่านพลังขั้นเหนืุ์ได้ ซึ่งเป็พื้นฐานของดวงดาราระดับต่ำได้ด้วยตนเองจึงนับว่าไม่ธรรมดาเป็อย่างมาก
จนกระทั่ง 8000ปีก่อนการล่มสลายของทั้งตระกูล หรือจะเรียกว่าทั้งดวงดาราตะวันลับเลยว่าก็ได้
ประชากรทั้งดวงดาราล้มตายลงมากมายหลายพันล้านคนในคราวเดียวทั้ง 3 ตระกูลใหญ่จมดิ่งสู่ห้วงเหวแห่งความสิ้นหวัง ไม่สามารถกอบกู้หายนะ
ประชากรทั้งดวงดาราเหลือไม่ถึง200,000,000คน เวลานั้น จ้าวจือหลงยังไม่ถือกำเนิดเลยด้วยซ้ำ อาศัยเื่ราวจากศิลาบันทึกภาพที่ตกทอดเฉพาะผู้นำตระกูลส่งต่อกันมาเท่านั้นมันจึงได้เห็นถึงความรุ่งโรจน์และการล่มสลายของตระกูลในเวลาเดียวกัน
ยามนั้น จ้าวจือตงถอนสายตาจากขอบฟ้าไกล กลับสู่ความเป็จริง มันมองลงไปยังหุบเหวเบื้องล่างที่เป็เหมืองแร่พลังงานที่เรียกว่าแร่พลังปราณ ที่ผลผลิตในปีนี้ลดน้อยลงมากเป็เพราะจำนวนแร่พลังปราณที่เหลือน้อยลงนั่นเอง
ยิ่งขุดก็ยิ่งลงลึกไปใต้ดินเรื่อยๆถ้ามองดูจะเห็นถ้ำ โพรงต่างๆ มากมายซับซ้อนดั่งเขาวงกต
แร่พลังปราณเป็แร่ที่ใช้ดูดซับเพื่อฝึกพลังปราณได้ ในดวงดาราตะวันลับ ถือเป็แร่คุณภาพต่ำทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับของดวงดาราเช่นกันเพราะดวงดาราตะวันลับเป็ดวงดาราระดับล่างสุดจะมีแร่คุณภาพสูง ย่อมเป็ไปไม่ได้
แต่จะมีบ้างเป็บางครั้งคราวที่จะก่อเกิดแร่ที่มีคุณภาพสูงจำนวนหนึ่ง แต่มักจะมีการแย่งชิงเอามาด้วยกำลังที่มากกว่าอยู่เสมอ
เดิมทีเหมืองแร่พลังปราณเป็ของตระกูลจ้าวอยู่แล้วแต่หลังจากเกิดหายนะขึ้นเมื่อ 8000ปีก่อน ขุมพลังต่างๆ ที่เหลือรอดต่างแย่งชิงทรัพยากรที่ยังหลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิด
โดยมีกลุ่มคนที่รวมตัวกันจนมีขนาดใหญ่ขึ้น ก่อตั้งเป็ราชวงค์ตะวันลับ สามารถรวบรวม และจัดระเบียบออกกฏต่างๆ เพื่อควบคุมผู้คน จึงทำให้ดวงดาราตะวันลับอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้
จึงต้องมีการจัดสรรทรัพยากรใหม่ตอนนี้ตระกูลจ้าวถือครองเหมืองแร่เพียงครึ่งเดียว และยังต้องขุดแร่พลังปราณส่งอีกครึ่งไปให้กับทางราชวงค์อีกด้วย
คนตระกูลจ้าวต้องกล้ำกลืนฝืนทน เพื่อความอยู่รอดต่อไป
โดยมีคนของราชวงค์เข้ามาตรวจสอบและคัดเลือกตลอดเวลายังดีที่ราชวงค์ตะวันลับ ไม่ยึดเป็ของตนเองทั้งหมด เพราะยังเห็นแก่อดีตที่ตระกูลจ้าวแผ่พระคุณให้กับผู้คนเอาไว้มากมาย
แต่ทว่าจิตใจคนแปรเปลี่ยนฉันใดพระคุณก็มีวันหมดฉันนั้น และผลผลิตใน่ 2-3 ปีนี้เนื่องจากเก็บเกี่ยวได้น้อยลง
จึงถูกบีบบังคับจากราชวงค์ตะวันลับต้องส่งแร่พลังปราณเพิ่มเป็ 7 ใน 10 ส่วน แต่เดิมก็ลำบากมากอยู่แล้ว มาตอนนี้สถานการกลับเลวร้ายหนักข้อยิ่งกว่าเดิมอีก
ขณะที่ จ้าวจือตงกำลังคิดหาหนทางออกอยู่นั้น ก็มีกลุ่มคนเดินเข้ามาหาคนที่เดินนำหน้าเป็ชายสูงอายุ แต่งกายภูมิฐาน ผู้ติดตามด้านหลังล้วนเป็ชายหนุ่มหญิงสาวอายุเยาว์ อายุราว 16-18 ปี
เมื่อเดินมาถึงชายสูงอายุจึงกล่าว
“ท่านผู้นำตระกูลจ้าวไม่ทราบว่าท่านตัดสินใจอย่างไร วันนี้ข้าผู้แซ่จู จะต้องส่งรายงานให้กับราชวงค์ตะวันลับไม่อาจจะถ่วงเวลาให้เนิ่นช้ากว่านี้อีก”
ชายสูงอายุเหลือบมอง จ้าวจือตง เห็นดวงตาเหม่อลอย ไม่ไหวติง เนิ่นนานไม่อาจตัดสินใจ จึงส่ายหน้าทอดถอนใจขึ้นบ้าง
“เฮ้อ...ท่านผู้นำตระกูลจ้าว ข้าเข้าใจในความยากลำบากของท่านในอดีตข้าเคยได้รับการแผ่พระคุณจากบิดาของท่านข้าจึงพยายามถ่วงเวลาให้กับท่านเสมอมาแต่มาบัดนี้ตระกูลจ้าวเป็ตระกูลสุดท้ายที่ต้องเข้าร่วมเพราะตระกูลอื่นได้เข้าร่วมหมดแล้ว ข้าจึงไม่อาจจะช่วยท่านได้อีก”
จ้าวจือตงหันหน้ามองดู ชายสูงอายุ มันเข้าใจคำว่า “การเข้าร่วม” เป็อย่างดี นั่นหมายถึงการส่งผู้เยาว์ในตระกูลไปเป็แนวหน้าบุกเบิกเส้นทางอันตราย ใน โลกมิติที่เปิดขึ้นมาเมื่อ 10ปีก่อน ที่ค้นพบโดยคนของตระกูลเถียน และราชวงค์ตะวันลับถืออำนาจเข้ามายึดครองไปทันที
คนตระกูลเถียนได้แต่ส่ายหน้าหมดหนทางยังไม่ทันได้สำรวจด้วยช้ำ นั่นหมายความว่าทุกตระกูลต่างมีสายลับและถูกควบคุมโดยราชวงค์ตะวันลับ ให้อยู่ในกำมือจะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด
โดย 3 ครั้งแรกราชวงค์ตะวันลับส่งคนเข้าไปสำรวจด้วยตัวเอง คิดหวังยึดครองแหล่งทรัพยากรทั้งหมดแต่พบกับความสูญเสียใหญ่หลวง คนที่ส่งเข้าไปเป็ยอดฝีมือกำลังสำคัญต่างเสียชีวิตลงทั้งหมดเหลือรอดเพียงผู้เดียว แต่ก็ร่อแร่ใกล้ตาย
จากข้อมูลที่ได้มาทั้ง3 ครั้ง ทำให้ราชวงค์ตะวันลับ คาดหวังเก็บเกี่ยวแหล่งทรัพยากรที่มีมากมายนับไม่ถ้วนในโลกมิติ ด้วยพลังอำนาจที่เหนือกว่า จึงบีบบังคับเหล่าตระกูลต่างๆ
ราชวงค์ตะวันลับ เปลี่ยนวิธีการมายื่นข้อเสนอให้กับตระกูลที่ไม่สามารถส่งของบรรณาการได้ครบถ้วนให้เข้าไปสำรวจแทน แต่จะต่างอันใดกับการส่งผู้คนเข้าไปตายแทน เพราะทรัพยากรที่ได้กลับมายังต้องส่งให้ราชวงค์ตะวันลับ ทั้งหมด
เสียชีวิตก็แล้วกันไปแต่พอมีผลประโยชน์กลับ้า
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีตระกูลที่ล่มสลายไปหลายตระกูลไม่อาจจะพลิกพื้นกลับขึ้นมาได้อีกเลย
“ท่านผู้าุโข้าจะลดจำนวนคนที่ส่งเข้าร่วมได้หรือไม่”
จ้าวจือตงกล่าวด้วยเสียงแ่เบา เลื่อนลอย
มันสำนึกได้ว่าสถาณการย่ำแย่แสนสาหัสถึงขั้นตระกูลอาจจะล่มสลาย แต่มันกลับไม่มีวิธีการอันใด ได้แต่ยืดถ่วงเวลาไปเรื่อยๆเท่านั้น
ชายสูงอายุได้แต่ส่ายหน้า ไม่กล่าวสิ่งใด จ้าวจือตง เบือนหน้ากลับไป
“ตระกูลอื่นเข้าร่วมคราวละ10 คน แต่ตระกูลข้ากลับต้องเข้าร่วมคราวละ 15 คน ความยุติธรรมอยู่ที่ใดกัน”
มันได้แต่ตัดพ้อต่อว่าแต่ไม่อาจขัดขืน ต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรม ในที่สุด
“ตระกูลจ้าว ของเ้ามีผู้คนมากมายให้ใช้สอย และมียอดฝีมืออยู่ไม่น้อยมีอันใดตัดใจไม่ได้กัน”
ชายสูงอายุ มีจิตใจอำมหิตเืเย็นอดไม่ได้ที่กล่าวหยัน
จ้าวจือตงพลันยืดอกสูดลมหายใจเข้าอย่างแรง ตัดสินใจเด็ดเดี่ยว
“เอาเถอะ...เมื่อฟ้าพิฆาตฆ่า ข้าผู้แซ่จ้าวหรือจะต้านทานภายในเวลา 2 วัน ข้าจะส่งมอบรุ่นเยาว์ให้ครบตามจำนวน”
พอกล่าวจบมันก็ก้าวเดินจากไปด้วยฝีเท้าหนักอึ้งหายเข้าไปในหุบเหวเบื้องหน้า
ชายสูงอายุ มองตามเงาหลัง จ้าวจือตง จนสุดสายตา มีสีหน้าเห็นอกเห็นใจแต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความสับสนซับซ้อน
ในอดีตมันเคยติดตามรับใช้บิดาของจ้าวจือตง มันมีนามว่า จูจง มีอายุ 10000ปี มีพลังปราณมนุษย์ขั้นกลาง ระดับ 2 และเคยเป็คนตระกูลจ้าวอีกด้วย
เมื่อยามเกิดหายนะได้หายสาบสูญไปอย่างกระทันหันและกลับมาอีกครั้งในฐานะผู้าุโของราชวงค์ตะวันลับ และเป็ผู้ตรวจสอบคัดเลือกแร่พลังปราณให้กับราชวงค์ตะวันลับนั่นเอง
ย้อนกลับเข้าไปในหมู่บ้านตระกูลจ้าวเวลานี้ไม่มีผู้ใดระแคะระคายกับเหตุการณ์ใหญ่หลวงที่กำลังจะเกิดขึ้นยังคงดำเนินชีวิตเช่นเดิม จะว่าไปคงไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าชีวิตที่น่าเวทนาอยู่แล้วกลับจะมีที่น่าเวทนามากกว่าเดิมเพิ่มขึ้นมาอีก