ตอนที่หกสิบ สายเลือดของเทพเจ้า
ตามตำนานจักรพรรดิผู้ปกครองญี่ปุ่นสืบเชื้อสายมาจากเทพพระอาทิตย์ต่างๆตอนทำพิธีรับตำแหน่งจึงต้องมีพิธีกรรมอยู่ร่วมกับเทพเจ้า
Divine Blood สายเลือดวงศ์วานเทพไหลเวียนอยู่ในชนชั้นสูงและเหล่าตระกูลใหญ่
ตระกูลสี่ตระกูลก็มีสัตว์เทพพิทักษ์อะไรเทือกนั้นแต่ผมสงสัยมาตลอดเวลา แบบเดียวกับควีนอลิซาเบธของอิงกั๋ว เอ๊ยอังกฤษรับจ็อบเป็นหัวหน้าโบสถ์อังกฤษแล้วยังมีจ็อบคลาสเป็นดรูอิดของอังกฤษด้วย
จักรพรรดิญี่ปุ่นเองก็มีจ็อบเป็นร่างทรงเทพเจ้าเช่นกัน
ทำไมตอนที่ญี่ปุ่นจะจมลงถึงปล่อยให้เราจัดการคนเดียว พวกสายเลือดเทพทำอะไรอยู่?
ถ้าหากให้ผมเดาตามเนื้อเรื่องทำนองนี้แบบแนวฮาเร็มไฮท์สคูลตระกูลโอโตนาชิ น่าจะเป็นตระกูลอุซึมากิของโลกนี้
ที่สืบเชื้อสายร่างเทพเจ้าหรืออะไรสักอย่างมาที่ทำให้มีพลังเวทย์และร่างกายสูงใหญ่แข็งแกร่งมากกว่าคนธรรมดา
ที่โอตะสูงถึง 187 เซนติเมตรแบบยังไม่ได้รับผลจากการใช้ [TheBeast] ราวกับหลุดมาจากเดอะเมาเท่น ของ มหาสงครามชิงบัลลังก์ Game of Throne
ที่ไม่ใช่ร่างกายของคนที่ตัวเล็กๆอย่าง”นักเรียนม.ปลายธรรมดาของญี่ปุ่น”
หลักฐานก็คือ แม้จะออกแรงมาตลอดผมก็ยังไม่รู้สึกเหนื่อยเลยแม้แต่นิดเดียว
Mana Arrow
แสงสีขาวพุ่งไปที่นกสีดำที่ขยับปีกบินมาทางผมและคานาเอะ“ชิกิงามิ”ภูติอัญเชิญของพวกสายอัญเชิญนั่นเอง
Mana Burst
แสงสีขาวพุ่งดั่งลูกศรไปกระทบกับนกสีดำและเกิดการระเบิดขึ้น
บรึ้ม
ร่างของนกสีดำกลายเป็นกระดาษที่กระจัดกระจายไปตามท้องฟ้า
เทคโนโลยีในการรบการบินบนอากาศของพวกนักเวทย์อัญเชิญนี้ยังสู้ผมที่ศึกษาการบินบนอากาศของเครื่องบินรบมาไม่ได้
มันล้าสมัยไปเกินกว่าที่จะมาหยุดผม
“ชิสึกะจังเก่งที่สุดเลย”คานาเอะกอดและชมผม
ท่าทางเธอจะมีความสุขมากๆที่เห็นผมสู้กับตระกูลไซโจวแฮะ
ผมถอนหายใจ
ตอนนี้ผมยังไม่มั่นใจว่าจะชนะได้ทุกคนแต่ตามแผนการของผมสองสัปดาห์ก็น่าจะเปลี่ยนไปล่ะ
“คานาเอะ สนใจแช่บ่อน้ำร้อนไหม?”
หลังจากที่เร่งความเร็วได้มากขึ้นหลังจากที่Flight วิชาการบินบนอากาศของผมพัฒนามากขึ้น
ผมก็มาถึงเป้าหมายในที่สุดด้วยการทำเวลาได้ดีกว่าเดิม
“อื้มไปสิ”
นี่ก็เป็นการเปลี่ยนแผนของผมนิดหน่อยตอนแรกผมวางแผนนอนกลางดินกินกลางทรายสักพัก
แต่อย่างนั้นอาจจะลำบากคานาเอะได้เหมือนกันผมเลยเปลี่ยนแผนการเก็บค่าสถานะ
ไปเล่นมินิเกมส์ในโรงเตี๊ยมภูตพรายเพื่อเก็บทักษะดีกว่า