ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่634 หนีตายเข้าไปภายในเผ่าสงคราม

       อี้เฉินที่หนีการไล่ล่า เข้าไปภายในป่าเยือกแข็งอเวจี ด้วยสภาพที่สะบักสะบอม ริมฝีปากเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วง จากพิษร้าย ยังดีที่กายาของเขาต้านทานพิษร้าย ได้บางส่วนทำให้อี้เฉินไม่ถึงกับตายตกในยามนี้

 


       ทว่าสิ่งที่รู้สึกผิด ติดค้างในใจอี้เฉินเกรงว่า คงจะเป็นเรื่องของแม่นางหลินเฟย บัดนี้เขาก็ยังไม่รู้ ข่าวคราวของนาง หวังว่านางจะขึ้นไปเติบโต ยังดินแดนจักรพรรดิ แล้วลืมทุกอย่าง สำหรับตัวเขาลง

 


        เสียงด้านหลังอี้เฉิน ตะโกนคำรามออกมาก้อง ครั้นเห็นสภาพของอี้เฉินบัดนี้ “เจ้ายังคิดจะหนีอีกเช่นนั้นหรือ โดนพิษของข้าแล้วไม่ตายตก ทว่าไม่ช้าเจ้าก็จะไม่มีแรงขยับกายา ฮ่าๆ ถึงคราวนั้นจะเป็นคราวตายของเจ้าจริงๆ”

 


       อี้เฉินยิ่งกัดกรามไว้แน่น จนเกิดเลือดไหลซึม เปรอะเปื้อนมุมปาก ครั้นเมื่อรับรู้ว่า แขนขาของเขา เริ่มค่อยๆ อ่อนแรงลงไปช้าๆ อี้เฉินจึงอาศัยแรงเฮือกสุดท้าย เร่งสืบฝีเท้าไปในทิศทางเผ่าสงครามอย่างไม่คิดชีวิต

 


       การโจมตีไล่หลังที่ส่งออกมา แหวกอากาศดังออกมาหวีดแหลม เริ่มจะทำให้อี้เฉินกระอักเลือดออกมาไม่หยุด แม้แต่ผิวกาย ยังเริ่มมีบาดแผลน้อยใหญ่ทั่วร่าง ก่อนน้ำเสียงชายหนุ่ม ในกลุ่มจะแค่นเสียงขึ้นมาดังก้อง เมื่อพวกเขาเห็นอี้เฉิน ใช้แรงเฮือกสุดท้ายพุ่งปราด ตรงไปยัง เผ่าสงครามอย่างไม่ลังเล “ข้าได้ข้อมูลว่ามันเป็นศัตรู กับเผ่าสงครามไม่ใช่หรือ เหตุใดมันยังบ้า พุ่งปราดเข้าไปทิศทางนั้นอีกเล่า”

 


       พวกเขาต่างก็ห่างคิ้วสั่นกระตุก น้อยๆ ใบหน้าพลันเคร่งขรึม ขึ้นมาหลายเท่า ไม่คิดจักรพรรดิหนุ่ม ที่พวกเขาไล่ล่าฆ่าสังหาร จะใจกล้าห่อฟ้าถึงเพียงนี้ ก่อนชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม จะแค่นเสียงแข็งกร้าวเอ่ยสั่งการออกมาก้อง “พวกเรารีบจัดการมันเร็วเข้า บัดนี้ไม่มีเวลาแล้ว”

 


ครั้นพวกเขาพยักหน้า ให้กันต่างก็รับรู้ดี หากปล่อยอี้เฉินเข้าไปภายในเผ่าสงคราม แม้แต่พวกเขาเอง ก็อาจจะกลายเป็นเรื่องที่ยุ่ง วุ่นวายได้

 


อี้เฉินที่ดวงตาจวนจะปิดสนิทจากพิษร้าย ครั้นในกรอบสายตา เห็นมิติทางเข้าเผ่าสงคราม พร้อมกับเหล่าทหารประจำการ เอ่ยห้ามปรามพวกเขาที่พุ่งปราดเข้ามา

 


“พวกเจ้าถอยออกไปเสีย หากยังไม่อยากตาย” ฉับพลันเหล่าทหารคุ้มกันทางเข้าเผ่าสงคราม พวกเขาปลดปล่อย อายสังหารออกมาอย่างบ้าคลั่ง

 


        ทว่ามันกลับผิดคาดพวกเขาเหล่าผู้คุ้มกันทางเข้าไม่น้อย เมื่อกลุ่มคนพวกนั้น ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดฝีเท้าลงแม้แต่ก้าวเดียว แถมยังเพิ่มความเร็วเข้ามา ส่งให้ชายชราผู้ทำหน้าที่คุ้มกัน ต้องหน้ามืดทะมึน กำศาสตราวุธในมือ ไว้จนแน่น พร้อมกับพุ่งปราดเข้าขัดขวางผู้บุกรุก อย่างไม่มีหวาดเกรง

 


ภาพดาบตัดเตรียมจะ สะบั้นคออี้เฉินลง เกิดขึ้นในเสี้ยววินาที ก่อนแขนอี้เฉิน จะยกขึ้นมาปัดป้องการโจมตี ส่งให้แขนอี้เฉินขาดสะบั้น เลือดอาบนองทันใด

 


       ทว่าอี้เฉินก็ต้องทนกัดฟันไว้แน่น นำพาร่าง พุ่งเข้าไปภายในมิติเผ่าสงคราม สายตาที่อิดโรยจวน จะปิดสนิทของอี้เฉิน อาศัยแรงเฮือกสุดท้าย พลิกตัวกลับ ปาหอกเลือดที่เต็มไปด้วยปราณพลังที่ล้นทะลักทลาย ออกไปในเสี้ยวพริบตา ส่งให้ร่างกลุ่มคนปริศนา สวมชุดคลุมแดงตัดดำ พุ่งเข้าฆ่าสังหารอี้เฉินไม่ทันระวัง ร่างกลายเป็นรูโหว่ใหญ่ ตายตก จากหอกเลือดอี้เฉินในพริบตา มาพร้อมเสียงร้อง อ๊าก!!ของชายผู้นั้นดังออกมาก้อง ด้วยความเจ็บปวด

 


แม้แต่ผู้เฒ่าชราที่ทำหน้าที่คุ้มกันทางเข้า ส่งดาบตัดสะบั้นคออี้เฉิน ยังหอบหายใจขึ้นมาถี่ยิบ เมื่อเห็นหอก สีแดงฉานพุ่งปราด ผ่านหน้าเขาไปในเสี้ยวพริบตา

 


        เสียงที่ปะทะกันดังก้อง พร้อมร่างอี้เฉิน ที่ลอยกระเด็นเข้าไปภายในเผ่าสงคราม ราวสายป่านว่าวที่ขาด ทำให้ชายชราผู้ทำให้ที่คุ้มกัน รู้สึกคุ้นใบหน้าเด็กหนุ่ม ที่จวนจะหมดสติชอบกล

 


        ทว่ากลุ่มคนสวมชุดคลุมปกปิดตัวตน พวกเขาไม่ลดละที่จะฆ่าสังหารอี้เฉินลง ครั้นเห็นสภาพอี้เฉิน ไม่มีแรงที่จะต่อสู้อีกต่อไป แต่ในทันใดพวกเขาก็ต้อง ขาสั่นเทา เมื่อเห็นร่างชายแก่สืบฝีเท้า ออกมาจากยอดเขาสูง ส่งริ้วคลื่นแพร่กระจาย ออกมาทั่วท้องฟ้า “ปัง! ปัง! ปัง!”ดังออกมาก้องพร้อมระลอกคลื่น ที่อัดกระแทกใส่พวกเขา ให้หยุดฝีเท้าลง

 


ส่งให้ร่างเหล่านักฆ่า ต่างก็สั่นเทิ่มไต่ถาม ผู้เป็นหัวหน้าในทันใด “เราจะเอาเช่นไรดีพี่ใหญ่ หรือเราจะถอยกันก่อนดี”

 


บรรพบุรุษชรา ยี่รั่วหยาง แค่นเสียงแข็งกร้าวขึ้นมาก้อง “องค์กรนักฆ่า พวกเจ้าช่างใจกล้าห่อฟ้านัก ถึงกับไล่ฆ่าสังหาร เข้ามาภายในเผ่าของข้าเชียวหรือ”

 


         ชายสวมชุดคลุมปกปิดตัวตน ประสานมือคำนับออกไปหา บรรพบุรุษชรา เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ ยามนี้ไม่ค่อยสู้ดีนัก เมื่อมีผู้คนเริ่มทยอยมาดูชม “เป้าหมายของเราคนหนึ่ง หนีมายังสถานที่แห่งนี้ โปรดท่านบรรพบุรุษชรา ทำเป็นมองไม่เห็นพวกเราได้หรือไม่”

 


         บรรพบุรุษชรา ยี่รั่วหยางแค่นเสียงออกมาดังก้อง “ช่างสามหาวนัก องค์กรนักฆ่าไล่ล่า เข้ามาภายในดินแดนของข้า แสดงว่า ไม่กลัวเกรงพวกเราเลยสินะ” ก่อนรัศมีคลื่นแรงกดทับ จะพุ่งปราดกดทับร่างพวกเขา ส่งให้ร่างกลุ่มคนปริศนา กระอักเลือด เข่าข้างหนึ่งทรุดลงกระแทกอากาศ ในทันที

“ปังงง!!”

 


       ชายหนุ่มสวมชุดคลุม กัดกรามไว้แน่น ด้วยความเจ็บแค้น คนที่พวกเขากำลังจะฆ่าสังหาร อยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้วแท้ๆ ก่อนเขาจะแค่นเสียงขึ้นมา ส่งตรงออกไปหา บรรพบุรุษชรา ยี่รั่วหยาง ราวกับเป็นการข่มขู่

 


“ท่านไม่กลัวจะเป็นศัตรูกับองค์กรนักฆ่าหรือ ทำเช่นนี้กับพวกเรา”

 


บรรพบุรุษชรา ยี่รั่วหยาง ครั้นผ่อนโทสะ ลงได้ เขาเอ่ยสั่งการในทันใด “พวกองค์กรนักฆ่า พวกเจ้า ไปจากเผ่าสงครามของข้าเสีย”

 


        แม้ชายแก่จะไม่ได้หวาดกลัว องค์กรนักฆ่า ทว่าหากเป็นที่หมายตาของคนพวกนี้ เรื่องจะไม่จบง่ายๆ คนภายในเผ่าสงคราม คงถูกลอบสังหารเป็นผักปลาแน่ จากชื่อเสียงที่เลื่องลือ แม้แต่สำนักน้อยใหญ่ ยังไม่กล้ามีเรื่อง กลัวว่าลูกศิษย์ภายในสำนักจะถูกฆ่าล้างบาง

 


        กลุ่มคนปริศนา ภายใต้ผ้าคลุมปกปิดตัวตน บัดนี้ ใบหน้ามืดทะมึนไม่น้อย เมื่อเห็นว่าชายชรา ถอยให้พวกเขาสุดตัวแล้ว เขาหันปรายตาไปมองร่างอี้เฉิน ที่นอนจมกองเลือดอยู่แวบหนึ่ง แล้วจึงจำใจต้องสืบฝีเท้าจากลาออกมา จากเผ่าสงคราม

 


       ทว่าด้านล่างบริเวณป่าหญ้า มีต้นไม้ใหญ่ไม่หนาตา สตรีนามว่าเจียหลิน ที่เห็นชายหนุ่มผมขาว อาภรณ์ขาดลุ่ย นอนหมดสติอยู่ ร่างนอนคว่ำจมกองเลือด ราวกับคนตาย นางยกเท้าเขีย ร่างชายหนุ่มให้หงายในทันใด อยากรู้ไอ้งั่งที่ไหน ถูกหมายหัว โดยองค์กรนักฆ่า

 


      แม้ว่านางจะถูกเหล่าผู้อาวุโส ห้ามปรามไม่ให้เข้ามายุ่งก็ตาม กลัวว่าคุณหนูเจียหลิน จะตกอยู่ในอันตราย แต่เมื่อเห็นสภาพชายหนุ่มหงายหน้า พวกเขาต่างก็หอบหายใจหนักถี่ในทันใด เมื่อจดจำใบหน้าอี้เฉินได้ขึ้นมา มาพร้อมกับอายสังหารผู้คนที่เล็ดลอด ออกมาไม่ขาด

 


      ผู้อาวุโสชราที่รับรู้ถึงความเดือดดาล จากบริเวณด้านล่าง หลายคนต่างกวาดสายตา ออกไปสำรวจในทันใด ทว่าเมื่อพวกเขาเห็นใบหน้าอี้เฉิน ชัดๆ เต็มสองตา ใบหน้าก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นหลากหลายอารมณ์ ไม่เว้นแม้กระทั่ง บรรพบุรุษชรา ยี่รั่วหยาง

 


      “หืม!! ไอ้เด็กเวรนี่เองอย่างนั้นหรือ เป็นจักรพรรดิไม่กี่วัน มันก็จะตายตกแล้วช่างน่าเวทนายิ่งนัก” ยี่หาญเจีย กล่าวพูดพร้อมกับส่ายหัว ทว่าเมื่อเห็นสายตา ยี่ผิงวูบไหว ครั้นได้ยินนามของอี้เฉิน มันก็ทำให้ผู้เป็นบิดา หนังตากระตุกน้อยๆ

 


เมื่อคิดจะปล่อยให้อี้เฉินตายตก เขาก็ต้องหยุดความคิดเหล่านั้นลงไป ก่อนเอ่ยสั่งการให้ พาตัวอี้เฉินไปขังภายในคุกใต้ดิน

 


ผู้คนได้ยินก็คลี่ยิ้มกันออกมากว้าง วันนี้แหละที่พวกเขาจะได้เห็นจักรพรรดิถูกจับขัง เข้าซังเต “ฮ่าๆ ดี..ดีเอาอย่างงี้แหละ”

 


“ใช่ๆ ไอ้เวรอี้เฉินมันคิดว่าเผ่าสงครามของเรา เป็นสวนหลังบ้านของมันหรืออย่างไร คิดจะมาก็มา คิดจะไปก็ไป”

 


         เจียหลิน ที่เห็นยี่ผิงน้องสาวของนาง คัดค้านคำของท่านพ่อเสียงแข็ง นางเองก็ส่งปราณจิต ออกไปบอกกล่าวเช่นกัน “ท่านพ่อเหมือนว่าจักรพรรดิอี้เฉิน เขาจะโดนพิษร้าย หากไม่รักษา เขาอาจจะตายตกได้”

 


ยี่หาญเจีย แววตามีความประหลาดใจอยู่เล็กน้อย ไม่เคยเห็น ลูกสาวคนโตอย่างเจียหลิน แววตาไหววูบเป็นห่วงบุรุษผู้ใดมาก่อน

 


      ชายวัยกลางคน ส่งปราณจิตบอกกล่าวบุตรสาวในกรอบสายตา “ข้าทำแค่ ลดโทสะของผู้คนลงก็เท่านั้น อย่างไรอี้เฉิน ก็ยังถือเป็นจักรพรรดิของดินแดนเทพ ข้าไม่ทำเรื่องสิ้นคิดหรอก เจ้าสบายใจได้”

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน