ตอนที่ 63 เปลี่ยนแผน
แต่เมื่อเขาได้ฆ่าซอมบี้ไปสักพัก ก็มีเสียงวิทยุเข้ามา
ตู้ด
ตู้ดดด
ริวจิรีบจับวิทยุแล้วพูดขึ้นด้วยเสียงเร่งรีบอีกครั้ง
" ใคร มีอะไร "
" ตอนนี้ซอมบี้กำลังเข้าใกล้เขตค่ายเข้าไปทุกทีแล้วนายจะให้ฉันทำยังไง"
" งั้นให้เธอสั่งอพยพคนให้ไปพักที่ตึกแถวๆ นั่นแหละอย่าให้พวกเขาอยู่รวมกันมากจนเกินไป และอย่าให้ทำให้เกิดเสียงดังล่ะ และไม่จำเป็นต้องอพยพผู้คนทั้งหมด "
เหตุผลที่ริวจิที่ให้แยกคนในแต่ละตึกนั่นก็เพราะว่า ซอมบี้จะเคลื่อนที่หาคนหมู่มากจากที่เขาคาดเดาเอาไว้ และจะเคลื่อนที่เข้าหาแหล่งเกิดเสียงนั่นเอง และเขาก็ยังเป็นห่วงความปลอดภัยของอายูอีกด้วย
" ฉันเข้าใจแล้ว "
" ดูแลตัวเองด้วยล่ะ "
จากนั้นสายก็ตัดไป
ตอนนี้พวกเขาสู้กับซอมบี้มาเป็นเวลาเกือบ 6 ชั่วโมงแล้วและอีกไม่ถึง 30 นาทีก็จะเป็นเวลาเที่ยงคืน ที่ Red Tower ประกาศผลและให้รางวัลของสัปดาห์นี้
" พวกซอมบี้มันไม่หมดไม่สิ้นสักทีน่ะ ดูเหมือนว่าพวกซอมบี้ G4 จะต่อสู้กันอีกนานสิน่ะ งั้นโอกาสนี้ล่ะ "
[ พายุคลื่นดาบทมิฬ ]
เมื่อสกิลได้เปิดใช้งาน พายุคลื่นดาบสีดำก็ก่อตัวขึ้นเป็นรัศมี 100 เมตร และริวจิก็พุ่งผ่านฝูงซอมบี้ขนาดใหญ่ และพวกมันก็ตายลงอย่างง่ายดาย เหมือนกับว่าการใช้ไม้ถูเพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่อยู่บนพื้นยังไงยังงั้น
" ฉันมีเวลา 5 นาทีให้การเก็บค่า Exp ก้อนโต "
เนื่องจากพวกมันอยู่กันเป็นฝูงใหญ่และสกิลของริวจิก็เป็นวงกว้างและพุ่งเข้าสู้ฝูงซอมบี้ G2 และ G3เขาต้องการเก็บค่า Exp ให้ได้มากที่สุดเพื่อเตรียมพร้อมกับการต่อสู้กับซอมบี้ G4 ทั้ง 6 ตัวนั่นเอง
ฟิ้วววววววว
ฉิ๊ง
ฉิ๊ง
Level up
Level up
Level up
.
.
เมื่อ 5 นาทีผ่านไปริวจิเขาสามารถ Level up มาถึง 4 เลเวลซึ่งมันมากกว่าปกติที่เขาสามารถทำได้ในแต่ล่ะวันที่เขาออกไปล่ากับอายูและมิโกะ เพราะฝูงซอมบี้มีขนาดใหญ่กว่า และพวกมันก็อยู่ติดกันและการฆ่าพวกมันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร ริวจิก็แค่วิ่งผ่านพวกมันไป ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช้งาน Berserk Mode ก็ตาม
ถ้าริวจิไม่สนใจคนอื่น ๆ แล้วละก็เขาก็จะหนีและรอให้สกิลคูลดาวน์ และใช้สกิลอีกครั้งจนกว่าพวกมันจะตายกันจนหมด แต่เขาทำอย่างงั้นไม่ได้เพราะเขายังมีน้องของเขาให้ปกป้องอยู่นั่นเอง
" เอาล่ะถือว่าไม่แย่นัก "
ริวจิรีบอัพค่าสถานะทั้งหมดไปที่ค่า ความแข็งแกร่งและความเร็วทันที
[ ติ๊ง ! +ความแข็งแกร่ง 200, +ความคล่องแคล่ว 200]
[สถานะ]
ชื่อ : ริวจิ
อายุ : 18 ปี
Lv.137: 0.31ล้าน/4.7ล้าน
ขั้น 3 : 9,600,101/100,000,000
ธาตุ :????
ความแข็งแกร่ง : เมื่อสวมดาบทมิฬ 4341/4791เมื่อสวมดาบเพลิงสีชาด
ความคล่องแคล่ว : เมื่อสวมรองเท้าโซนิค 1956/1986 เมื่อสวมรองเท้าโซนิค
ความอดทน : 1050
Skills : เพลงดาบนภา , ,Red Zone , สกิลลบตัวตน,พายุคลื่นดาบทมิฬ,Critical, Berserk Mode
ค่าสถานะเหลือ : 0
หมายเหตุ : สามารถป้องกันการติดเชื้อจากซอมบี้ G3 ได้
" โว้ว !!! ตั้งแต่เริ่มจนถึงตอนนี้ ฉันฆ่าซอมบี้ไปเป็น 3.1 ล้านตัวแล้วอย่างงั้นหรอ "
ริวจิแปลกใจเล็กน้อย ที่เขาฆ่าซอมบี้ไปมากถึงขนาดนี้แล้ว แต่ที่เขาสามารถฆ่าได้มากขนาดนี้ก็เพราะส่วนมากมันก็เป็นซอมบี้ G1 ทั้งนั้นและมันก็ไม่ได้ให้ Exp มากมายอะไร
เนื่องจากสถานณ์การตอนนี้มันย่ำแย่มาก ริวจิรู้แล้วว่าเขาไม่สามารถป้องกันค่ายไม่ให้โดนโจมตีและเขาก็สั่งให้อายูไปอพยพคนออกมาแล้ว ตอนนี้ริวจิไม่จำเป็นต้องรีบฆ่าพวกซอมบี้ให้หมดแล้ว จากนั่นเขาก็ต่อสายถึงน้องสาวของเขา
ตู้ดดด
" มิโกะ "
" มีอะไรรึเปล่าค่ะพี่ ทำไมพี่ถึงติดต่อมา "
" บอกให้เหล่า Hunter ถอยขึ้นมาบนตึกสูงทุกคน เราจะหยุดโจมตีซอมบี้ก่อน "
" ทำไมละคะพี่ "
" ตอนนี้ค่ายของเราโดนซอมบี้ที่มาจากทางทิศใต้เข้าโจมตีแล้ว อายูกำลังอพยพคนอยู่ "
เมื่อได้ฟังสิ่งที่ริวจิพูดมิโกะเธอก็ช็อกในสิ่งที่ได้ยินแต่เธอก็ยังกัดฟันและถามกลับไป
" แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะค่ะ "
" เอาแบบนี้ ให้ทุกคนขึ้นไปพักผ่อนบนดาดฟ้าของตึกโดยจะแยกกันไปเว้นระยะห่างอย่างน้อย 3 ตึกแบ่งเวรยาม 3 กะตลอดทั้งวันเพื่อคอยระวัง แล้วหลังจากที่เราฟื้นตัวเสร็จ เราก็จะลงไปฆ่าพวกมัน เราจะทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าพวกมันจะตายหมด "
" เข้าใจแล้วค่ะ "
มิโกะเธอไม่ปฏิเสธ เมื่อได้ฟังสถานณ์การคร่าวๆ ที่ริวจิเล่าให้ฟังเธอก็พอเข้าใจ และคิดว่าสิ่งที่ริวจิคิดนั่นดีที่สุดแล้ว จากนั้นสายก็ตัดไป และบอกให้เหล่า Hunter ทั้งหลายขึ้นไปบนยอดของตึก และปล่อยให้ฝูงซอมบี้ได้เคลื่อนที่ไปตามถนนต่อไป
และแล้ว ..
[ติ๊ง!!! การทดสอบ Red Tower ครั้งที่ 6ได้สิ้นสุดลง]
[ผู้เล่นที่ติด 1 ใน 1000 ได้รับรางวัลเป็นค่าสถานะเหลือ +1]
[ผู้เล่นที่ติด 1 ใน 100 ได้รับรางวัลเป็นค่าสถานะเหลือ +3]
[ผู้เล่นที่ติด 1 ใน 10 ได้รับรางวัลเป็นค่าสถานะเหลือ +10และอาวุธขั้นที่เกรด C 1ชิ้น]
[ผู้เล่นที่ติด 1 ใน 3 ได้รับรางวัลเป็นค่าสถานะเหลือ +20และอาวุธขั้นที่เกรด B 1ชิ้น]
[ผู้เล่นที่ได้รับอันดับ 1 ได้รับรางวัลเป็นค่าสถานะเหลือ +50 และอาวุธขั้นที่เกรด A 1ชิ้น]
[หมายเหตุ : ถ้าอยากอยู่รอดก็จงแข็งแกร่งขึ้นสะ]
หลังจากเสียงแจ้งเตือนได้ดังขึ้น เหมือนกับบอกเวลาให้กับพวกเขาว่าตอนนี้เวลาเที่ยงคืน และกำลังจะเข้าสู่วันถัดไปนั่นเอง เมื่อริวจิได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบ เขาก็ได้วิทยุไปหาน้องสาวของเขาและเรียกรวมตัวหัวหน้าทุกคนมารวมตัวกันที่ตึกสูงแห่งหนึ่ง
ต่อมา
ทั้ง 4 คนก็ได้ยืนอยู่ต่อหน้าริวจิ สภาพของแต่ล่ะคนนั้นมีกลิ่นคาวเลือดฟุ่งออกมาตัวของแต่ล่ะคนชโลมไปด้วยเลือดของซอมบี้แต่พวกเขาก็ไม่ได้รู้สึกเหม็นรู้อะไร เหมือนกับว่าพวกเขาชินกับกลิ่นของพวกมันไปแล้ว
" เอาล่ะฉันรู้ว่าพวกนายรู้จากน้องสาวของฉันแล้วนะ ว่าตอนนี้ค่ายโดนโจมตีและเราก็ได้อพยพผู้คนออกมา แต่ฉันไม่รู้ว่าจะอพยพได้มากเท่าไหร่ เมื่อสถานณ์การเป็นแบบนี้ เราก็เลยต้องเปลี่ยนแผน ก็ตามที่ฉันบอกไปพวกนายคงได้ฟังจากที่น้องสาวฉันแล้วใช่มั้ย ไม่มีใครคัดค้านน่ะ "
" ฉันไม่คัดค้านค่ะ แต่ว่าเสบียงอาหารของพวกเราจะเพียงพอสำหรับการสู้รบนาน ๆ อย่างงั้นหรอคะ ในเมื่อค่ายของพวกเราก็โดนทำลายเพราะแบบนั้นอาหารก็แทบไม่เหลือแล้วนะคะ " สิ่งที่ริเอะที่เธอพูดมานั่นก็มีเหตุผล เพราะการที่ดูแลคนกว่าร้อยคน และการต่อสู้ก็ไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อไหร่ ถ้ามีอาหารไม่มากพอล่ะก็ ถ้าพวกเขาไม่โดนซอมบี้ฆ่าตายก็พวกเขาก็คงจะหิวตายไปในที่สุด
" อ่อ เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง " จากนั่นริวจิก็เอาอาหารออกมาจากแหวนมิติของเขา จำนวนอาหารที่มากมายมหาศาล ทำให้ทั้ง 3 คนอึ้งไปตามๆ กัน
" คุณมีอาหารมากมายขนาดนี้ได้ยังไงกันคะ ไม่สิ คุณพกพาพวกมันได้ยังไงกัน " ริเอะกล่าวถามอย่างสงสัย
" ฉันไม่จำเป็นต้องอธิบายตอนนี้ เอาเป็นว่าเรามีอาหารเพียงพอแค่นั้นก็โอเคแล้ว แต่มีข้อแม้อยู่ 1 อย่างในแผนการนี้ "
เมื่อได้ยินประโยคหลังของริวจิทำให้พวกเขาสะดุ้งเฮือกขึ้นมา และสายตาจดจ่อไปที่คำพูดต่อไปของชายหนุ่ม
" ห้ามทุกคนเข้าใกล้ ซอมบี้ G4 ในระยะ 3กิโลเมตร พวกเราจะถอยเข้าไปในเมืองให้ไกลกว่าตรงจุดนี้ "
พวกเขาทุกคนต่างพยักหน้า ถึงริวจิไม่บอกพวกเขาก็ไม่คิดจะเข้าใกล้มันอยู่แล้ว แค่แรงกดดันจากตัวของมันก็ทำให้พวกเขาเข่าอ่อนได้แล้ว มันไม่จำเป็นต้องไปเข้าใกล้ตัวแบบนั้น
" งั้น แยกย้ายไปพักผ่อนได้ "
จากนั่นพวกเขาก็แยกย้ายไปตามตึกของตัวเองเพื่อพักผ่อนร่างกายที่กรำศึกหนักต่อสู้มาตลอดทั้งวันเพื่อให้ร่างกายเตรียมพร้อมกับกายต่อสู้ในวันพรุ่งนี้ แต่ก็มีคนบางส่วนโชคดีได้ตึกที่มีโรงแรมที่มีห้องน้ำ ทำให้พวกเขาสามารถทำความสะอาดกลิ่นเหม็นเน่าออกไปได้
เมื่อริวจิกำลังจะเอาน้ำที่อยู่ในแหวนมิติของเขา เพื่อนำมาใช้ชำระกลิ่นคาวเลือดของซอมบี้
ตู๊ดด
เสียงวิทยุก็ดังขึ้นอีกครั้งริวจิก็สะดุ้งจับขึ้นมารับทันที
" ตอนนี้ฉันอยู่ทางทิศเหนือแล้ว แต่ฉันไม่สังเกตเห็น Hunter เลยสักคนมีอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า "
จากนั้นริวจิก็อธิบายสถานณ์การให้กับอายูฟังและบอกจุดที่เขาอยู่ และจากนั้นไม่นานอายูก็ได้มาถึงจุดที่ริวจิกำลังพักอยู่
" สภาพดูดีน่ะ "
" ก็ไม่แย่เท่าไหร่ ฉันอพยพคนให้ได้มากที่สุดแล้ว แต่ยังมีหลายคนที่ไม่รอด " ตาของเธอก็ซึมเล็กน้อยหลังจากพูดจบ
เมื่อเห็นแบบนั้นริวจิก็รู้ และเข้าใจว่าตอนนี้อายูรู้สึกยังไง ถึงแม้เธอจะเย็นชาและดูไม่สนโลกเหมือนกันเขา แต่นั่นก็ไม่ใช่นิสัยที่แท้จริงของเธอ เพราะเธอพยายามปกปิดตัวตนเพื่อไม่ให้คนอื่นมองมาเธอดูอ่อนแอ มีแค่ริวจิและพ่อของเธอเท่านั้นที่รู้จักนิสัยจริง ๆของอายู และการที่เธอทิ้งให้คนบริสุทธิ์ตายนั่น มันก็เป็นความรู้สึกที่ยากที่จะอธิบายได้
" มันไม่ใช่ความผิดของเธอหรอก เธอทำได้ดีแล้ว "
จากนั่นริวจิก็เดินเข้าไปหาอายูและโอบกอดเธอเข้ามาในอ้อมอดของเขา และเมื่อตอนนี้พวกเขาอยู่ด้วยกันเพียงสองคน น้ำตาของอายูก็ไหลรินออกมาจากดวงตาของหญิงสาวที่หลายคนมองว่าเป็นน้ำแข็งที่เย็นยะเยือก
เช้าวันต่อมา
หลังจากริวจิได้แจกจ่ายอาหารให้กับเหล่า Hunter ทั้ง 100 คนและพวกเขาก็แยกย้ายกันกินอาหารเช้า แต่ส่วนทางด้านริวจิ เขาเรียก สุซาคุ , ริเอะ , อากิ มาร่วมกินอาหารด้วยในวันนี้
" เอาล่ะ ฉันจะสรุปให้พวกนายฟังอีกครั้งหนึ่งน่ะ วันนี้เราจะแบ่งกลุ่มเป็น 5 กลุ่ม ให้พวกนายเป็นหัวหน้ากลุ่มของแต่ล่ะกลุ่ม โดยเราจะฆ่าซอมบี้ ในตอนเช้าเป็นระยะเวลา 3 ชั่วโมง พอถึงตอนเที่ยงก็ให้ทุกคนมารับอาหารจากฉัน ตกบ่ายก็ล่าซอมบี้อีก 3 ชั่วโมง และจากนั่นพวกเราก็จะยกเลิกการล่าพวกมันทันที หลังจากตกดึกเราจะงดการใช้เสียง มีใครไม่เห็นด้วยมั้ย"
ไม่มีใครคัดค้านเพราะว่าการล่าซอมบี้ในตอนกลางคืนนั้นอันตรายอย่างมาก เพราะเนื่องจากวิสัยทัศน์ในการมองเห็นในที่มืดนั่นมันค่อนข้างลำบาก นอกเสียจากพวกเขาจะมีแว่นอินฟาเรด
" เอาล่ะในเมื่อไม่มีใครคัดค้านก็เอาตามนี้ ส่วนซอมบี้ G4 นั่นให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง "
หลังจากกินข้าวเสร็จ พวกเขาก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนเอง
ฝากกดติดตามกดหัวใจเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ