ตอนที่ 197 เมืองฮั่นตง
ตอนที่ 197 เมืองฮั่นตง ณ เมืองฮั่นตง เมืองฮั่นตงนั้นเป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเมืองใจกลางแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ และที่ได้ชื่อแบบนี้มาก็เป็นเรื่องที่เหมาะสมมาก เพราะเมืองแห่งนี้เป็นเมืองขนาดใหญ่ที่มีประชากรกว่า 100 ล้านคน แถมยังอยู่ตรงกลางของห้านิกายใหญ่อีก เพราะแบบนี้ เมืองฮั่นตงจึงได้ชื่อว่าเป็นเมืองศูนย์กลางทั้งการค้าและการต่อสู้ รวมถึงการประชุมด้วยเช่นกันในตอนนี้รอบเมืองฮั่นตงก็เต็มไปด้วยค่ายนักสูงของนิกายทั้งสี่ล้อมรอบเอาไว้อยู่ เหนือ ใต้ ตะวันออกและตะวันตก รอบเมืองเต็มไปด้วยเต็นท์สีขาวของนิกายใหญ่ทั้งสี่ตั้งเอาไว้ สาเหตุที่เป็นแบบนั้นก็เพราะภายในเมืองฮั่นตงตอนนี้ได้มีการจัดประชุมขึ้น ซึ่งมันก็เกี่ยวกับการล่าทาสที่ประตูมิติจะเปิดออกอีกไม่ถึงสองเดือนข้างหน้า ทำให้พวกนิกายใหญ่ต้องมาบางเขตกันเพื่อล่าจะได้ไม่เกิดปัญหาแต่ทว่าการประชุมเพื่อล่าทาสในครั้งนี้มันเป็นเพียงเรื่องบังหน้าเท่านั้น เพราะที่ประชุมจริงๆ ของสี่นิกายใหญ่ที่เหลือตอนนี้คือเรื่องของเมืองจินและนิกายโลหิตทองคำต่างหาก ณ ห้องสักห้องในตำหนักเจ้าเมืองฮั่นตง ภายในห้องเป็นห้องขนาดใหญ่ที่ประดับไปด้วยของมีค่ามากมาย ทั้งรูปปั้นทองคำ กรอบรูปทองคำ และของมีค่ามากมายที่ดูแลสบายตาเป็นอย่างมาก ที่ใจกลางห้องเองก็มีชุดโต๊ะที่เป็นโต๊ะวงกลมขนาดใหญ่และพวกคนทั้งสี่คนกำลังนั่งล้อมโต๊ะกันอยู่ส่วนทั้งสี่คนที่นั่งกันอยู่ก็เป็นชายแก่ผมยาวสีขาว นวดเคายาว สวมชุดตามสีของสำนักตัวเองมีทั้งสีแดง สีน้ำตาล สีเขียวและสีฟ้า ซึ่งทั้งสี่คนที่นั่งประชุมอยู่ตอนนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่คือประมุขของนิกายใหญ่ทั้งสี่ ที่มาคุยกับเรื่องการล่าทาสและเรื่องของเมืองจินคนที่ 1 สวมชุดสีแดง ชื่อว่าฮาน เป็นประมุขนิกายเพลิงโลกาคนที่ 2 สวมชุดสีน้ำตาล ชื่อว่าราซวง เป็นประมุขนิกายหยินหยางคนที่ 3 สวมชุดสีเขียว ชื่อว่าตงฟู เป็นประมุขนิกายพืชศักดิ์สิทธิ์คนที่ 4 สวมชุดสีฟ้า ชื่อว่าอ่าวเฮียง เป็นประมุขนิกายน้ำแข็งนิรันดิ์ทั้งสี่คนต่างก็มีพลังอยู่ระดับตำนานระดับต้น และตำนานระดับกลาง ซึ่งพลังของทั้งสี่คนไม่ต่างอะไรกันมากนักมันก็เลยทำให้ยังรักษาสมดุลเอาไว้ได้อยู่ ตามจริงแล้วการประชุมแบบนี้ต้องมีห้านิกายมาประชุมกัน เพราะเรื่องที่ทั้ง 5 นิกายใหญ่มาเจอกันมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อีกอย่าง ถึงเวลานี้จะดูเหมือนสงบสุขแต่ทว่ามันไม่ได้เป็นแบบที่เห็นเลยสักนิด ส่วนเหตุผลก็เพราะถึงจะเป็นนิกายใหญ่แต่ก็มีปัญหากันอย่างไม่ขาดสาย คนเยอะปัญหาก็เยอะตาม อย่างเช่นเมื่อไม่นานพึงมีการปะทะระหว่างลูกศิษย์ของนิกาย เพลิงโลกาและพืชศักดิ์สิทธิ์ เพื่อแย่งชิงเมืองในปกครองกันเพื่อขยายอาณาเขต และไม่ได้มีเพียงเรื่องนี้เดียวเพราะอย่างที่บอกไปตอนนี้แต่ละนิกายต่างก็ปะทะกันเป็นครั้งคราว แต่ถึงแบบนั้น ผู้นำนิกายก็เลือกที่จะเก็บอารมณ์แล้วมานั่งประชุมกันแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะพวกเขาทั้งหมดรู้ดีว่าอะไรควรหรือไม่ควร“เอายังไงดี”ฮานประมุขนิกายเพลิงโลกาเอ่ยขึ้นในบรรยากาศที่เงียบสงบ หลังพูดออกมาเขาก็มองซ้ายทีขวาทีเพื่อสบตากับประมุขนิกายคนอื่นไปด้วย แต่คำถามของฮานที่กล่าวออกมานั้นไม่มีใครกล้าตอบ เพราะมันเป็นคำถามที่กว้างมากเลยยังไม่มีใครเอ่ยตอบออกมา“ถ้าไม่มีใครตอบเชิญพวกท่านบอกสิ่งที่ต้องการมาได้เลย”“ท่านฮาน ท่านกำลังถามเรื่องอะไร?”ราชวงประมุขนิกายหยินหยางเอ่ยถามด้วยสีหน้าจริงจัง“ข้ากำลังถามว่าจะเอายังไงกับเมืองจินและนิกายโลหิตทองคำ พวกท่านที่เดินทางมานี่ต่างก็คงเข้าใจว่ามันเป็นยังไง แต่การที่พวกเราจะเข้าไปช่วยเหลือนิกายทองคำกำจัดเมืองจินในความคิดข้ามันก็ไม่สมควร เพราะแบบนั้นข้าเลยต้องการความเห็นจากพวกท่านก่อน”“ข้าก็คิดแบบนั้น” ราชวงกล่าวพร้อมพยักหน้าขึ้นลง“ข้าก็คิดแบบนั้น” ตงฟูกล่าวเสียงเห็นด้วย“ทางนิกายน้ำแข็งนิรันดิ์ก็คิดเช่นนั้น ตอนนี้เรื่องระหว่างเมืองจินกับนิกายใหญ่อย่างโลหิตทองคำลือกันไปไกล ถ้าพวกเรายื้นมือเข้าไปช่วยมันมีแต่จะสร้างชื่อเสียงเสียหายให้เพิ่มขึ้น ที่ห้านิกายใหญ่รุมทำลายเมืองเล็กๆ เพียงเมืองเดียวแบบนั้น”ความคิดของทั้งสี่คนเป็นไปในทางเดียวกันหมดหลังจากที่ฮานประมุขแห่งนิกายเพลิงโลกาเอ่ยถาม สิ่งที่ทั้งสี่คนเห็นด้วยนั้นแท้จริงแล้วมันไม่ใช่แบบที่อ่าวเฮียงพูดออกมา แต่ว่า มันเป็นเพราะประมุขแต่ละคนเห็นแก่ผลประโยชน์ของตัวเอง เลยพูดออกมาเช่นนี้ และแต่ละคนก็กำลังพยามแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับนิกายโลหิตทองคำซึ่งสิ่งที่ทั้งสี่คนตัดสินใจก็ไม่ผิดอะไร เพราะถ้านิกายโลหิตทองคำทำลายเมืองจินได้ทางสี่นิกายใหญ่ที่เหลือก็แทบไม่ได้ผลประโยชน์อะไรกันเลย อย่างที่รู้กัน เวลานี้เมืองจินแทบไม่เหลืออะไรแล้ว คน เงิน สมุนไพรและนักสู้ ตั้งแต่ที่เมืองจินโดนประกาศตัวเป็นศัตรู พวกผู้คนและพ่อค้าก็เดินทางออกจากเมืองจินกันเกือบหมด เพราะแบบนี้จึงไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่ทั้งสี่นิกายใหญ่จะเคลื่อนไหว และช่วยนิกายโลหิตทองคำทำลายเมืองจิน การเข้าไปช่วยตอนนี้ก็ไม่ต่างจากเอากำลังรบของตัวเองไปเสียเล่นๆอีกอย่างเวลานี้พวกนิกายใหญ่ทั้งสี่ก็ยังไม่รู้ข่าวล่าสุดเกี่ยวกับเมืองจิน ที่เมืองจินตอนนี้ถูกปกป้องไปด้วยเขตอาคมระดับศักดิ์สิทธิ์ เลยยังพากันคิดว่ายังไงเมืองจินก็ต้องโดนนิกายโลหิตทองคำทำลายแน่นอน“ถ้าท่านประมุขทั้งสามเห็นด้วยข้าก็มีข้อเสนอนิดหน่อย!”ฮานเอ่ยขึ้นอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มอ่อนๆ อย่างเย็นช้าประมุขทั้งสามที่เห็นใบหน้าของฮานต่างก็พยักหน้าพร้อมกันและรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ ส่วนทางฮานเมื่อรู้ว่าทุกคนแสดงออกตามที่คิดไว้ก็ยกนิ้วที่สวมแหวนมิติออกมา แล้วเอากระดาษออกมาสามม้วนจากแหวนมิติของเขาจากนั้นก็โยนมันถไหลไปกับโต๊ะไปยังด้านหน้าของประมุขทั้งสามคน“เชิญพวกท่านเปิดอ่าน หลังอ่านแล้วจะตัดสินใจเอาด้วยหรือไม่เอาด้วยข้าก็ไม่บังคับ แต่ว่า ถ้าคิดถึงผลที่ตามมาข้าว่าพวกท่านคงคิดได้เองว่ามันคุ้ม หรือไม่คุ้ม!”