ปาฏิหาริย์ที่บ้านสวน

    ตอนที่ 127 หนทางกลับสู่โลก

            ร่างกายแสงของชาวมารีย์ที่เป็นผู้พิทักษ์ทั้ง17 ร่างนั้น กลับมาปรากฏอีกครั้ง หลังจากกระจายตัวออกไปก่อนหน้า
    พวกเขาได้รับคำสั่งของจักรพรรดินีฟีโอน่าให้ออกไปตรวจสอบและค้นหาบางสิ่งบางอย่าง

            ฟีโอน่าได้บอกกล่าวต่อเรนิตา: “คุณเรนิตาคะ ก่อนหน้าฉันได้ให้ผู้พิทักษ์ทั้ง 17ออกไปตรวจสอบร่องรอยของกลุ่มพลังงานทอวิเลียส
    และค้นหาผลึกที่เก็บพลังงานแสงจากดวงอาทิตย์สีน้ำเงิน”

            เรนิตาจำได้ว่าเทวินเคยบอกเล่าให้เธอฟังถึงสิ่งนี้และฟีโอน่าก็ได้เล่าต่อพร้อมกับภาพที่เห็นได้จากผลึกแสง
    ในนั้นแสดงถึงเหตุการณ์ที่
    ฟีโอน่าและผู้พิทักษ์กลุ่มนี้เสีสละตนเอง ใช้ส่วนพลังงานจากซูเปอร์โนวาขนาดเล็กสร้างมิติแห่งนี้
    พร้อมกับกักพลังงานทอวิเลียสไว้

            หนึ่งใน 17ร่างแสงของผู้พิทักษ์ได้กล่าวกับฟีโอน่า ยังมีอีกร่างได้นำกลุ่มพลังงานหนึ่งแสดงขึ้น มันไม่มีรูป
    หากเป็นเหมือนดวงแก้วขนาดประมาณเท่าไข่ไก่ที่ส่องแสงสว่างสีน้ำเงินออกมา

            ฟีโอน่าพูดกล่าวกับทั้ง17 ร่าง เรนิตาแม้ไม่เข้าใจในภาษาที่พวกเขาใช้สื่อสาร แต่เห็นพวกเขามีท่าทีเคร่งเครียดและปรึกษาหารือบางเรื่องร่วมกันสักพักก่อนจะได้ข้อสรุป หลังจากนั้นฟีโอน่าจึงหันมากล่าวกับเธอพร้อมกับชี้ให้เห็นดวงสว่างที่ตอนนี้ลอยอยู่เบื้องหน้า

            “ที่คุณเห็นเหมือนดวงแก้วสีน้ำเงินที่ส่องสว่างอยู่นี้คือพลังงานส่วนหนึ่งจากผลึกเก็บพลังงานของยานลำเลียงด้วยแสงของพวกเรามันระเบิดพลังงานในตอนนั้น แต่ยังคงเหลือเศษก้อนที่อยู่บริเวณห้วงอวกาศที่เราสร้างรูปมิตินี้”

            “ในตอนนี้เกิดรอยรั่วมิติและห้วงอวกาศหากมีแสงพลังงานจากดวงอาทิตย์สีน้ำเงินมากพอร่างแสงของพวกเรา
    จะสามารถกลับไปยังแมริอ้อนเพื่อการเกิดใหม่หรือไม่ก็เป็นไปตามวาระของแต่ละร่างแสง”

            “พวกเราได้ปรึกษาร่วมกันแล้วว่าจะใช้พลังงานของร่างกายแสงจากทุกคนรวมกัน เพื่อชักนำเศษก้อนผลึกที่กระจายอยู่มาหลอมรวมแล้วจะใช้พลังงานทั้งหมดชักนำทางระหว่างห้วงมิติ โดยอาศัยบริเวณที่เป็นรอยรั่ว เพื่อส่งร่างวิญญาณของคุณกลับสู่โลก”

            เรนิตาทั้งรู้สึกขอบคุณและกังวลในเวลาเดียวกันเธอกล่าวออกมา

            “โอ้!ต้องขอบคุณมากค่ะ แต่พลังงานทอวิเลียสที่จะไปยังโลกจะทำอย่างไรดีคะ? ฉันไม่อยากให้มันไปสู่โลก”

            ฟีโอน่าได้ทบทวนบางเรื่องเธอพบว่าเรนิตานั้นเป็นที่พึ่งให้อีกหลายชีวิตบนโลกไม่ว่าจะเป็นบรรดาเด็กกำพร้าที่เธออุปการะ
    ยังมีผู้คนที่อยู่ภายใต้การทำงานให้กับกลุ่มบริษัทที่เธอเป็นเจ้าของและโครงการสมุนไพรเพื่อการรักษาที่เธอกำลังจะทำจึงได้กล่าวออกมา

            “คุณเรนิตาคะ มันเกิดขึ้นด้วยเป็นอุบัติเหตุถึงแม้ว่าจะไม่มีคุณที่กลายเป็นสื่อ พลังงานกลุ่มนี้ก็ต้องไปตามรอยรั่วของห้วงอวกาศที่เกิดขึ้น ช้าเร็วก็ต้องไปถึงโลกในที่สุด คุณควรที่จะต้องกลับไปเพื่อช่วยเหลือชีวิตอื่นๆพวกเราจะช่วยให้คุณกลับไป”

            “ฉัน...ฉันขอบคุณมากค่ะ” เธอกล่าวกับฟีโอน่าและทุกร่างในดวงตาคล้ายจะมีน้ำตา ทั้งรู้สึกขอบคุณและเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

            จักรพรรดินีฟีโอน่าและทั้ง17 ร่างกายแสงเหล่านั้นดูเหมือนเข้าใจและรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นจากใจจริงของเรนิตาบางร่างยังยิ้มและพยักหน้ารับ

            “ยังมีอีกเรื่องหนึ่งคือฉันได้ตัดสินใจแล้วว่าจะใช้พลังงานจากร่างกายแสงของฉัน กระตุ้นพลังงานส่วนหนึ่งจากผลึก
    เข้าสู่ร่างวิญญาณของคุณเพื่อกระบวนการวิวัฒนาการที่เต็มรูปแบบได้เร็วยิ่งขึ้น”

            เรนิตานึกไปถึงสิ่งที่เทวินได้เล่าให้ฟังถึงชารูร์ที่ใช้ร่างแสงของตนเองกระตุ้นพลังงานจากผลึก เข้าใจว่าจะสูญเสียพลังงานไปมาก
    จึงต้องไปเข้าสู่ภาวการณ์จำศีลลึกใต้ก้นอ่าวท้องทะเลต่อเรื่องนี้ เธอเกิดความเป็นกังวลใจจึงได้เอ่ยออกมา

            “แล้วร่างแสงของคุณ!?...ฉันได้ยินเรื่องที่ชารูร์ช่วยร่างกายแสงของคุณเทวินคะ คือฉันไม่ต้องการให้คุณสูญเสียพลังงาน
    ไปมาก 
    คุณฟีโอน่า คุณสำคัญมากกว่าตัวฉัน ทุกคนจำเป็นต้องพึงคุณนะคะ”

            ฟีโอน่ายิ้มออกมาไม่ได้กล่าวอะไรออกมา หันมองไปยังกลุ่มร่างแสงของผู้พิทักษ์และกล่าวบางอย่าง เธอทั้งดูสง่างามและอ่อนโยน
    เป็นอย่างมาก เมื่อมองดูเธอน้ำตาของเรนิตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
    สิ่งที่รับรู้ได้ในจิตใจ คือ การเสียสละ

            ฟีโอน่าหันมากล่าวกับเธอ: “มันจำเป็นคะ ธาตุหยดเลือดของฉันที่ตอนนี้อยู่ในร่างกายของคุณบนโลกได้เกิดปฏิกิริยาต่อร่างกายของคุณ
    และพลังงานทอวิเลียสกลุ่มนี้แล้วคุณก็คือวิวัฒนาการของร่างกายแสง
    ที่จะช่วยเหลือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ต่อไป”

            “คุณไม่ต้องเป็นห่วงฉันคะธาตุหยดเลือดของฉันและร่างกายแสงของฉันที่ได้กลับมาหลอมรวม จะยังอยู่บนดาวเคราะห์โลก
    เพียงแต่จะกลับไปจำศีลลึกอยู่ในสถานที่ใดสักแห่งที่เหมาะต่อร่างกายแสงของฉัน”

            “หยดเลือดมรกตจะไม่กลับไปอยู่ในหินอุกกาบาตหรือคะ?” เรนิตาเอ่ยถาม เธอยังนึกไปถึงเทวินและดอกเตอร์มาติเนส
    ที่ได้ตามหาหยดเลือดมรกตของฟีโอน่าพวกเขาจำเป็นต้องใช้สิ่งนี้

            “ให้คุณเก็บรักษาหินพิเศษนั้นไว้มันเป็นสิ่งสำคัญที่อาจจะต้องใช้ในภายภาคหน้า ส่วนหยดเลือดมรกตนั้น
    หลังจากร่างคุณเกิดวิวัฒนาการเต็มที่แล้วสามารถใช้แทนของฉันได้ และหากจะต้องใช้ 
    ก็สามารถใช้หยดเลือดมรกตของไรอาร์ได้เช่นกัน”
    ฟีโอน่ามองที่เธอพร้อมกับให้กำลังใจและให้ความเชื่อมั่น

            “ก่อนจะถึงอีก 5ปีที่พลังงานทอวิเลียสจะไปถึงโลก ฉันมีความเชื่อมั่นว่าพวกคุณจะหาวิธีกักมันไว้ได้หรืออาจจะทำให้กลุ่มพลังงานของมันหักเหกลับสู่ห้วงอวกาศได้ เพื่อให้มันสิ้นอายุขัยไปในห้วงอวกาศ”

            “เออ..ฉัน ..”เรนิตารู้สึกไม่มั่นใจต่อเรื่องนี้ แต่ก่อนหน้าก็มีความคิดต้องการช่วยเหลือเทวินโดยเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถเป็นได้และด้วยจิตใจที่ต้องการช่วยเหลือชีวิตอื่นของเธอ จึงได้รวบรวมความกล้าแล้วกล่าวออกไป

            “พวกเราจะทำให้ดีที่สุดค่ะเพื่อทุกๆ ชีวิตที่อาศัยอยู่บนโลก”

            “พวกคุณจะต้องทำได้ค่ะฉันเชื่อมั่นในพวกคุณ” ฟีโอน่ากล่าวไปพร้อมด้วยความรู้สึกที่ชื่นชมเรนิตาดูมีความกล้าหาญ
    จากเดิมที่เสียสละเพื่อผู้อื่นอยู่แล้ว ในตอนนี้เธอดูมีความพร้อมที่จะทำหน้าที่นี้