ตอนที่สิบสอง Small council สภาที่ปรึกษา
“องค์ราชามอเดอไค” ชื่อนี้ก็ฟังเพราะเสนาหูอยู่แต่สู้
“ผู้อาวุโสม่อเต๋อข่าย แห่งเต๋าแห่งความมืด” ไม่ค่อยจะได้เท่าไร
หากถามความเห็นของผมล่ะก็นะ
แต่คนเราอยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน
ผมแค่ต้องทำสิ่งที่มีมาเป็นสิ่งที่ผมฝันเท่านั้นเอง
ผมหวังว่าการเข้าถึงห้องสมุดของราชวงศ์ที่เก็บหนังสือไว้มากที่สุดมันน่าจะดีต่อการค้นคว้าเรื่องเวทมนตร์ของผมมากกว่าที่ต้องผ่านงบประมาณผ่านทางแคซี่
แต่พอมาเป็นราชามีสถานะที่สามารถเข้าถึงห้องสมุดราชวงศ์ได้แล้ว
ผมกลับต้องมาทำงานและหน้าที่ของราชา
ทำไมราชวงศ์ไม่มีพวกที่อยากยึดอำนาจของราชาตามที่ผมคิดกันนะ
พวกเอ็งคิดจะให้เด็กอายุที่ไม่ถึงเจ็ดขวบมีสิทธิมีเสียงในการปกครองประเทศจริงๆเหรอเฮ้ย?
สังคมศักดินานี่นับถือจิตใจพวกนี้จริงๆฟ่ะ
ซึ่งน้องสาวของผมก็ได้ไปเล่นในงานน้ำชา ทานขนมเค้กอะไรของเธอ
ส่วนผมต้องมาที่ห้องประชุม small council สภาเล็กเพื่อบริหารบ้านเมือง
Great Council สภาใหญ่คือสภาที่รวบรวมขุนนางเจ้าครองดินแดนต่างๆมารวมตัวกันเพื่อตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆอย่างการทำสงครามระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน small council คือสภาเล็กทำหน้าที่บริหารประจำวัน
สภาใหญ่อาจจะมีการเปิดขึ้นมาได้ด้วยเรื่องใหญ่อื่นๆเช่น การเลือกทายาทหรือราชาปกครองต่อในกรณีที่ไม่มีการสืบสันตติวงศ์ แต่ท่าทางพวกเขาแต่ละคนเอาผมนั่งบัลลังก์เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะมีมากขึ้นหากเปิดสภาใหญ่สินะ?
ความมั่นคงสำคัญกว่า เพราจะมากจะน้อย อาจจะมีลอรืดขุนนางต่างๆที่อยากได้อำนาจและต้องการยึดครองดินแดน แต่ไม่มีใครต้องการเคลื่อนไหวในตอนที่ผิดแผนการของคนทั้งหมดล่ะมั้ง
รักษาสถานะเดิมไว้ก็เป็นอะไรที่ค่อนข้างยั่วยวนใจอยู่สำหรับคนหลายๆคน
คนเราอาจจะตีความเรื่องคนโลภต้องการอำนาจ แต่กล่าวถึงที่สุด น้อยคนนักที่จะต้องการทำลายสถานภาพที่มีอยู่เดิม
เป้าหมายของผมควรจะเป็นการรักาษความมั่นคงมากกว่าการสร้างอะไรใหม่ๆขึ้นมาแบบพระเอกอิเซไคล่ะนะ
ผมคุ้นๆว่าจะลองปรับปรุงทำคณะเน่ยเก๋อแบบเดียวกับราชสำนักจีนดีไหม?
แต่ก็เบรกตนเองไว้ก่อนว่าช่วงนี้ราชาองค์เก่าพึ่งตายไป ต้องทำให้บ้านเมืองกลับมาสงบตามเดิมก่อนที่จะทำอะไรที่ rocking the boat ทำให้ประชาชนไม่พอใจ
จากการคำนวณของผม ผมต้องทำให้ฝ่ายทหารมาอยู่ฝ่ายผมให้ได้ ผสานกับพ่อค้าและการคลัง
เท่านี้ต่อให้พวกกบฏอยากจะกบฏก็คงทำไม่สำเร็จ
หากขาดแคลนทรัพยากร
เม่ยกั๋ว เอ๊ยอเมริกา
หากไม่ได้รับเงินทุนจากฝรั่งเศสและการฝึกซ้อมต่างๆ คงไม่สามารถประกาศอิสรภาพได้สำเร็จ
ไม่มีใครหาว่าพวกเขาขายชาติอเมริกาเลยสักคำ
หรือมินอ่องหลาย กราบผู้อาวุโสของประเทศเพื่อนบ้านเป็นบุตรบุญธรรม ก็ไม่มีใครหาว่าเขาขายชาติแต่ประการใด
“ขายชาติ” มันก็แค่คำโกหก ที่กล่าวหากันเท่านั้นล่ะ ทุกอย่างคือการเมืองผลประโยชน์ลงตัวก็คุยกันได้
น่าเสียดาย ที่เหล่าขุนนางในยุคศักดินาก็คงอาจจะ”มีใจเป็นอื่น”ได้เช่นกันหากผมไม่สามารถควบคุมพวกเขาได้
ผมอ่านรายงานต่างๆอย่างเงียบๆและจดบันทึกข้างๆจากการประชุม
แต่ท่านนายกรัฐมนตรี การคลังและขุนพลทหารกลับเงียบกริบเมื่อเห็นผมจดโน้ตต่างๆ
ไม่กล้าพุดขัดผมที่กำลังจดโน้ตคำนวณรายลับรายจ่าย
ผมต้องยอมรับว่า สมองของมอเดอไค นี่ดีกว่าผมในโลกเดิมจริงๆด้วย
ผมคิดว่าเป็นคนฉลาดในโลกเก่าแล้ว มาเจอสมองของมอเดอไคที่ผสานกับความรู้ในโลกเก่าของผม บวกกับพรสวรรค์เฉพาะตัวทำให้ผมพัฒนาไปอีกขั้น
สามารถอ่านเอกสารต่างๆไ/ด้ด้วยความรวดเร็วและจดจำเรื่องราวต่างๆได้อย่างแม่นยำ
สมกับเป็นคนธาตุแห่งความมืด ที่นิสัยจะจดจำไม่ลืมความแค้นแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน
“โปรดกล่าววาจากันต่อเถอะ ท่านสมาชิกสภาเล็ก”
ผมยื่นกระดาษที่ผมคำนวณใหม่ไปให้ทางการคลัง
“ไปตรวจสอบตัวเลขพวกนี้ให้ถูกต้องด้วย จำนวนตัวเลขของการเงินและอาวุธไม่ตรงกัน รวมถึงจำนวนม้าไม่ตรงกับที่ทางผู้ดูแลปราสาทบันทึกเอาไว้ ตรวจสอบมาใหม่ด้วย”
บรรยากาศในห้องเงียบอีกครั้ง
นายพลบัลซาร์ก ที่ปรึกษาฝ่ายทหารของอาณาจักร
“เอ..องค์ราชา ฝ่ายทหารต้องการงบประมาณเพิ่มมากขึ้นในการรักษาความปลอดภัยของอาณาจักร เพื่อรับมือกับความวุ่นวายที่อาจจะเกิดขึ้นจากประเทศเพื่อนบ้านของเรา มันเอง.ไม่น่าจะมีสงครามแต่เตรียมพร้อมเอาไว้ก็จะได้”
นายพลบัลซาร์กเงียบไปเมื่อเห็นดวงตาสีดำลึกล้ำของมอเดอไคจ้องมองมาที่ตนเอง
แม้แต่สายลมที่อยู่รอบตัวเขาก็ราวกับหยุดนิ่งเมื่อดวงตาสีดำของมอเดอไคจ้องมา
“เท่าไร?”
“เท่าไร?หรือครับองค์ชาย..เอ่อองค์ราชา”
บัลซาร์กแค่ไม่เคยชินไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่นองค์ราชาคนใหม่แต่อย่างใด
เขาเป็นทหารที่ผ่านการรบมา เขารู้สึกได้ว่าองค์ราชาคนใหม่นี้แม้ยังเด็กแต่ก็มีสัมผัสอันตรายบางอย่าง
“เราต้องการงบประมาณเท่าไรจึงจะสามารถเอาชนะประเทศเพื่อนบ้านของพวกเราได้ทั้งหมดต่อให้พวกเขาบุกเข้ามาพร้อมกัน?”
มอเดอไคคิดว่าเราต้องคิดจากสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดก่อนและค่อยๆตอบโจทย์ปัญหาไปทีละอย่าง