อลินตา... หมอผีข้ามภพ

    บทที่ 100

    กลุ่มควันดำที่แฝงร่างปอบมุกนวลใช้ทีเผลอกระโจนเข้าใส่ร่างของอลินตาอย่างอย่างก่อนที่ลิ้นดำของผีปอบมุกนวลจะเข้าถึงร่างของอลินตาด้วยซ้ำทำให้อลินตาล้มหงายหลังแต่ด้วยทักษะยิมนาสติกลีลาที่ติดตัวมาในระดับหนึ่ง เมื่อหงายล้มลงเกือบถึงพื้นหญิงสาวก็หาได้กลิ้งโค่โล่แบบเป๋ากับหมิงไม่ แต่อลินตากลับม้วนตัวเก็บหัวเก็บเท้ากลิ้งหลุนๆ ไปติดต้นกล้วยซึ่งอยู่ในบริเวณสวนหลังบ้าน จากนั้นก็ยันกายลงนั่งในท่าออกสตาร์ทเพื่อเตรียมพร้อมในทุกสถานการณ์ ดวงตาเปล่งประกายสีน้ำเงินวาบขึ้นอย่างไม่พอใจ

                    เมื่อหลบกลุ่มควันดำได้ก็ต้องเผชิญกับลิ้นของผีปอบมุกนวลที่เลื้อยพุ่งตามเข้ามาแม้เจ้าตัวจะตั้งท่ารออยู่แล้ว แต่ด้วยความรวดเร็วของลิ้นดำปอบมุกนวลที่ไล่ตามควันดำอาคมผู้เป็นนายมาติดๆก็ทำให้ลำคอเรียวระหงของอลินตาโดนลิ้นเน่าเหม็นน่าสะอิดสะเอียนของผีปอบมุกนวลมัดรอบคอเอาไว้แน่นหนา และรัดแน่นขึ้น แน่นขึ้นนั่นทำให้อลินตารู้สึกโกรธเป็นอย่างยิ่ง แต่โกรธอย่างเดียวหาได้ตระหนกตกใจไม่หญิงสาวทรงสติได้อย่างมั่นคง สายตาพร้อมกวาดสแกนมองทุกอย่างด้วยความรอบคอบ

                    ในขณะเดียวกันลิ้นของนางผีปอบมุกนวลก็รัดแน่นเข้าเรื่อยๆราวกับงูเหลือมที่จะเขมือบเหยื่อของมัน อลินตาตั้งสติก่อนจะกลั้นใจยกมือสองข้างขึ้นจับลิ้นที่มีน้ำลายเหนียวหนืดและกลิ่นชวนเหม็นหืน ไม่เพียงแต่ลิ้นที่เข้ามารัดคอเท่านั้น ผีปอบมุกนวลก็เตรียมที่จะพุ่งเป้าเข้าสู่ร่างของอลินตาโดยมีควันดำอาคมคอยแทรกเข้าจู่โจมด้วย 

                    แต่... คิดหรือว่าคนอย่างอลินตาจะยอมเป็นเป้านิ่งด้วยความคล่องตัวที่เร็วกว่าแสง หญิงสาวพึมพำคาถา เทพสถิตอิทธาศัตราวุธซึ่งคาถานี้จะมีบทสวดเพียงสั้นๆ ใช้สำหรับคู่กับมีดหมออาคม หรืออาวุธที่ใช้ในสงครามซึ่งในสมัยโบราณหากทหารจะออกรบกับฝ่ายตรงข้ามส่วนมากก็จะท่องบ่นมนต์คาถานี้ทั้งสิ้นและหมอผีในสมัยโบราณยังใช้คาถานี้เป็นหลักในการปราบและสะกดผีเฮี้ยนเสมอมาจนกระทั่งอาคมนี้ได้จางหายไปเหลือไว้เพียงตำนานเล่าขานมีเพียงอลินตาหนึ่งเดียว ที่ใฝ่เรียนรู้และศึกษาเคล็ดวิชาการใช้มีดอาคมนี้

                    อลินตาพึมพำบทสวดเพียงชั่วอึดใจก็เอื้อมมือคว้ามีดที่โผล่พลันขึ้นมาในอากาศราวกับเสกได้ในเวลารวดเร็ว จากนั้นตวัดตัดฉับเข้าที่ลิ้นดำของผีปอบมุกนวลขาดสะบั้นออกจากกันอันว่าถ้าเป็นมีดธรรมดานั้นมีหรือที่จะตัดลิ้นดำของปอบผู้ขลังวิชาลงไปได้แต่มีดของอลินตานั้นเป็นมีดลงอาคมซึ่งสืบทอดจากหมอผีต่อหมอผีมาหลายยุคหลายสมัย

                    มีดเล่มนี้ไม่ต้องพกพาให้เสียเวลาเพียงแค่ท่องคาถาสถิตอิทธาศัตราวุธ และใช้พลังจิตกำกับซึ่งแน่นอนพลังจิตนั้นจะต้องเป็นพลังจิตที่แข็งแกร่งมากในระดับฌานที่เข้มขลัง และคนที่จะทำได้ดีในระดับนี้ต้องเป็นคนที่ฝึกจิตมาอย่างโชกโชนแล้วเท่านั้นก็จะทำให้มีนี้มาปรากฏตรงหน้าผู้ที่เรียกหาทันที

                   “อ๊ากกกกกกก!!!” เพียงแค่มีดสัมผัสตัดลิ้นของผีปอบมุกนวลมันก็แผดเสียงกึกก้องดังไปสามโลก ลมพัดรุนแรงทำราวกับว่ากำลังจะเกิดพายุใหญ่ฟ้าแลบแปลบปลาบไม่หยุด กลุ่มควันดำที่คอยห่อหุ้มร่างของอลินตาอยู่ก็ถึงกับลอยฟุ้งกระเจิงกันไปคนละทิศละทาง และแว้บหนึ่งที่สายฟ้ากำลังส่องแสงกัมปนาทดวงตาของอลินตาก็วาบสีน้ำเงินเข้ม พร้อมกับที่อลินตาก้าวฉับๆกระโดดขึ้นคร่อมร่างของผีปอบมุกนวลด้วยความอาฆาตมาดร้าย

     

                    ควันดำที่เมื่อกี้กระจายฟุ้งไปในอากาศก็รวมตัวกันเป็นร่างสูงใหญ่ดำทะมึนก่อนจะพุ่งทะยานเข้าหาอลินตาหมายจะเข้าช่วยลูกน้องของตนซึ่งในจังหวะนั้นผีปอบมุกนวลก็ล้มลงไปโดยมีร่างของอลินตาคร่อมอยู่บนร่างของผีปอบมุกนวลเข่าของเธอกดที่ลิ้นปี่ของผีปอบมุกนวลเอาไว้ พลางก็ควงมีดเล็กไปมาอย่างคล่องแคล่วจากนั้นหญิงสาวก็ร่ายมนต์คาถา สะกดวิญญาณ

                    ขณะที่อลินตากำลังจัดการผีปอบมุกนวลอยู่นั้นร่างดำทะมึนก็พุ่งเข้ามาหมายจะโจมตีอลินตา แต่แล้ว ร่างทั้งร่างของอลินตาก็พลันมีแสงสีน้ำเงินพวยพุ่งเป็นเปลวเพลิงออกจากกาย พร้อมด้วยตาข่ายสีเงินอันแสนยานุภาพปรากฏขึ้นครอบร่างของหญิงสาวเอาไว้อลินตาหันขวับจ้องที่ร่างดำทะมึนก่อนจะแสยะยิ้มราวปีศาจร้าย พลางเอ่ยขึ้นช้าๆแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ

                    “จะลอบกัดฉันงั้นเหรอชื่อว่าต่ำช้ามาเช่นไร กมลสันดานก็หาได้สลัดความต่ำช้านั้นทิ้งไปไม่ แต่ก็ดี เลวได้ใจเช่นนี้เวลาที่ฆ่าฉันจะได้ไม่ต้องอาลัยอาวรณ์ให้แก”  สิ้นเสียงอลินตา คริสตัลสีน้ำเงินคมกริบก็ลอยออกจากตาข่ายที่ครอบตัวอลินตาพุ่งเข้าร่างควันดำนั้นอย่างจัง แต่ทว่าควันดำอาคมเหมือนรู้งานมันกลับหายวับไปอย่างรวดเร็วเหลือไว้เพียงความว่างเปล่า ผีปอบมุกนวลเห็นดังนั้นก็เรียกเสียงสั่นเครือ

                    “นายท่าน...อย่าเพิ่งไป ช่วยข้าด้วย...” น้ำเสียงเว้าวอนอลินตาหันกลับมา ดวงตาสีน้ำเงินเข้มจัด ราวกับปีศาจในตำนานก็ไม่ปานสีหน้าแววตาในตอนที่เอาจริงนั้นผีปอบมุกนวลก็เพิ่งได้ประจักษ์ว่าน่าคร้ามเกรงเพียงไร แต่นั่นก็อาจจะเป็นเพียงครั้งสุดท้ายที่ผีปอบมุกนวลได้รับทราบอลินตาพูดน้ำเสียงหนัก ค่อนไปทางดุดันเล็กๆ

                    “นี่ สำหรับที่แกสมรู้ร่วมคิดกับมันฆ่าพ่อแม่ของฉัน!!” ผีปอบมุกนวลเบิกตาโพลงเมื่อได้ยินอลินตาพูดเช่นนี้มันรู้ได้อย่างไร พ่อแม่มันตายเพราะมีนายท่านเป็นต้นเหตุ อลินตาไม่รับรู้ความคิดของใครทั้งสิ้นพูดจบก็กดปลายมีดอาคมจี้เข้าไปตรงหน้าผากของผีปอบมุกนวลแล้วร่ายคาถาถอดวิญญาณพร้อมกับสะกดวิญญาณของผีปอบมุกนวลไปในตัวทางด้านผีปอบมุกนวลนั้นเล่าก็ดิ้นกระแด่วๆ คล้ายกับปลาที่แม่ค้าในตลาดสดทุบหัวมันแล้วมันดิ้นเพื่อต่อสู้กับชีวิตในเฮือกสุดท้าย

                    “กรี๊ดดดดดด!! อย่า..!!กลัว ข้ากลัวแล้ว ปล่อยข้าไปเถอะ ช่วยข้าด้วย... นายท่านนนน..” ไร้เสียงตอบรับ อลินตาท่องคาถาจนถึงท่อนสุดท้าย ร่างของผีปอบมุกนวลก็ค่อยๆเปล่งแสงสีเทาปนดำ ก่อนจะหายวับวูบไป เหลือเพียงความมืดมิดยามราตรีกาลเฉกเช่นเดิมเมื่อผีปอบมุกนวลสิ้นฤทธิ์ อลินตาก็ถอยห่างออกจากร่างที่แสนจะร่อแร่นั้นเต็มทน

                    อลินตามองร่างของปอบมุกนวลด้วยแววตาอันแสนจะสมเพชเวทนาเกิดเป็นคนไม่ว่าจะฐานะใด ต่ำต้อยเพียงไหนก็ไม่ควรเลือกเส้นทางที่ผิดแผกแปลกไปจากความดีงาม อลินตายังคงเชื่อมั่นกับคำที่ว่าทำดีได้ดี ทำชั่วจะต้องได้ชั่ว เสมอมา และวันนี้ก็ได้เห็นแต่ถึงแม้จะไม่ทันเห็นผลในวันนี้ ชาตินี้ชาติหน้าก็ต้องมีผลแสบร้อนจากเหตุแห่งชั่วที่ตนได้ก่อกระทำเอาไว้อย่างแน่นอน ไม่มีใครในวัฏสงสารที่จะรอดพ้นมันไปได้

                    อลินตาร่ายมนต์คาถาสะกดวิญญาณผีปอบมุกนวล ไว้ในตุ๊กตาหุ่นขี้ผึ้งตัวน้อยแต่อลินตาไม่สามารถที่จะสะกดควันดำอาคมนั้นได้เพราะมันสลายหายเข้าไปทางหน้าต่างห้องของปลายนภาเสียก่อน อลินตาเริ่มมั่นใจแล้วว่าน้าแท้ๆ ของเธอขายวิญญาณให้กับปีศาจร้ายไปเสียแล้ว หญิงสาวมองตามควันดำก่อนจะพึมพำเบาๆ

                    “เกลียดแม่ กับฉัน ถึงขนาดขายวิญญาณให้พวกมันมาฆ่าล้างครัวของฉันเลยเหรอไม่น่าจะเกิดมาเป็นสายเลือดเดียวกันเลยจริงๆ แต่ก็ดีทำแบบนี้ก็ไม่ต้องมาอยู่ในบ้านของฉันอีกต่อไป ฉันจะทวงทุกอย่างคืนแทนพ่อกับแม่ของฉันเอง!”อลินตาพูดจบก็หันมามองที่ผีปอบมุกนวล ปล่อยมันไว้แบบนี้แหละยังไงมันก็โดนผีปอบสิงสู่ร่างจนเหมือนว่าจะโดนกินไปเกือบหมดแล้วคงเหมือนคนที่รอวันตายอยู่ได้อีกไม่นานเกินสามวันเป็นแน่

                    ส่วนน้าปลายนภานั้นอลินตาคิดว่าปีศาจควันดำคงจะปักหลักในร่างเรียบร้อยแล้วเพราะดูจากกระแสควันดำมันออกจากร่างของผีปอบมุกนวลแล้วก็ลอยละลิ่วไปหาน้าปลายนภาอย่างรวดเร็วเมื่อคิดได้ดังนั้นอลินตาก็หันไปมองมุกนวลเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองซ้ำเป็นครั้งที่สองอีกให้เสียเวลา...