คุยกันสักนิด
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
บทที่ 29
เลี่ยงหยวนซีพยักหน้าอย่างเข้าใจ ถึงแม้ว่าพ่อของเธอจะมีอำนาจมากที่สุดในค่ายแห่งนี้ แต่เธอก็รู้ดีว่าในค่ายอื่นหรือค่ายในเมืองหลวง อาจจะมีนายทหารบางคนที่มีอำนาจมากกว่าพ่อของเธออยู่บ้าง นอกจากนี้พ่อของเธอยังพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ตำแหน่งที่สูงกว่านี้ และนอกจากนี้พ่อของเธอยังคาดหวังที่จะได้มีตำแหน่งในกองทัพใหญ่ในเมืองปักกิ่งอีกด้วย
เพราะถ้าหากเป็แบบนั้น ครอบครัวของเธอก็คงจะมีความเป็อยู่ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ก็จะมีหน้ามีตาในสังคมมากอีกด้วยเช่นเดียวกัน ไม่ต้องมาจมปลักอยู่ในต่างเมืองแบบนี้ ถึงแม้ว่าภายในค่ายแห่งนี้เธอจะมีชีวิตที่นี่มากกว่าคนอื่นก็ตาม แต่ถ้าหากเธอได้อยู่ในเมืองปักกิ่ง เธอก็คงสามารถเชิดหน้าชูตาได้มากกว่าเดิม และคงจะไม่มีใครมาคอยนินทาลับหลังเธอได้อีกต่อไป ว่าเธอเป็เพียงคุณหนูจากชนบทเท่านั้น
และเธอไม่คาดคิดเลยว่าใน่เวลาที่เธอกำลังเชิญชวนเสิ่นเจ๋อหยวนเดินทางไปสถานีรถไฟด้วยกัน แต่อีกฝ่ายกับปฏิเสธความ้าของเธอไปอย่างไม่ไยดี นอกจากนี้เมื่อพ่อของเธอคิดที่จะลงโทษเสิ่นเจ๋อหยวน คนที่มาพบเจอก็ดันเป็คนที่มีอำนาจมากกว่าพ่อของเธออีกต่างหาก
ดังนั้นแทนที่เธอจะได้นั่งรถไฟไปกับชายหนุ่มที่เธอหมายปองอย่างสบายใจ แต่ในเวลานี้เธอต้องอยู่ในค่ายแห่งนี้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งวัน เพราะว่าพ่อของเธอจะต้องเขียนรายงานให้กับผู้มีอำนาจคนนั้นเสียก่อน ซึ่งแน่นอนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เลี่ยงหยวนซีรู้สึกโมโหเป็อย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่สามารถทำอะไรได้มาก เพราะว่าคนคนนั้นไม่ใช่คนที่เธอจะยื่นมือเข้าไปจัดการได้อย่างง่ายๆ เหมือนที่ผ่านมา
ไม่อย่างนั้นอำนาจหน้าที่ของพ่อเธอคงจะหมดลงอย่างแน่นอน และเมื่อถึงเวลานั้นก็คงจะมีคนรอซ้ำเติมเธออยู่หลายคนเลยทีเดียว ดังนั้นเลี่ยงหยวนซีไม่มีทางที่จะให้คนเ่าั้ได้สมใจแน่นอน
“หยวนซี พ่อว่าลูกควรจะตัดสินใจเื่ของเสิ่นเจ๋อหยวนใหม่ดีไหม”
เนื่องจากอีกฝ่ายทำให้เขาต้องถูกเขียนรายงานความประพฤติแบบนี้ ดังนั้นเลี่ยงเกาเฉิงจึงไม่อยากได้อีกฝ่ายมาเป็ลูกเขยอีกต่อไป นอกจากนี้เขายังรู้สึกว่ามีใครบางคนที่เหมาะสมกับลูกสาวของเขามากกว่าเสิ่นเจ๋อหยวนอีกด้วย และผู้ชายคนนั้นก็เป็คนมีตำแหน่งในกองทัพเหมือนกันกับเขาเช่นกัน รวมไปถึงอุดมการณ์ต่างๆ ของอีกฝ่ายก็คลับคล้ายคลับคลากับเขาอีกด้วย ดังนั้นเลี่ยงเกาเฉิงจึงอยากให้ลูกสาวของเขาได้ทำความรู้จักกับอีกฝ่าย และคาดหวังว่าลูกสาวของเขาจะชื่นชอบอีกฝ่ายมากกว่าเสิ่นเจ๋อหยวน
และในตอนนี้ชายหนุ่มคนนั้นก็มียศร้อยเอกแล้วด้วย ดังนั้นถ้าหากลูกสาวของเขาได้แต่งงานกับอีกฝ่าย ลูกสาวของเขาก็จะไม่ต้องอยู่อย่างลำบากเหมือนกับการแต่งงานกับเสิ่นเจ๋อหยวน
นอกจากนี้จากที่เขาจับตาดูเสิ่นเจ๋อหยวนมาโดยตลอด อีกฝ่ายดูเหมือนจะเป็คนที่ซื่อตรงต่อหน้าที่การงาน ดังนั้นเื่การรับสินบนหรือว่างานในวงการสีเทาที่เขาทำอยู่ในตอนนี้ ถ้าหากอีกฝ่ายเกิดรับรู้ขึ้นมา อีกฝ่ายอาจจะไม่ย่อมรับการกระทำของเขาเป็แน่ และเมื่อถึงเวลานั้นทั้งเขาและลูกสาวก็อาจจะเกิดการแตกหักขึ้นมาได้ ซึ่งเลี่ยงเกาเฉิงไม่้าให้เป็แบบนั้น
ถึงแม้ว่าครอบครัวอื่นจะไม่ชื่นชอบลูกสาว แต่สำหรับเขาแล้วลูกสาวคือดวงใจของเขาเลยก็ว่าได้ เพราะว่าเธอเป็ลูกสาวของผู้หญิงที่เขารักมากที่สุด และใบหน้าของลูกสาวก็คล้ายกับภรรยาที่รักของเขาอีกด้วย ดังนั้นเลี่ยงเกาเฉิงจึงได้เลี้ยงดูและรักใคร่ลูกสาวคนนี้มาเป็อย่างดี
“แต่หนูชอบพี่เจ่อหยวนนะคะพ่อ”
เลี่ยงหยวนซีชื่นชอบเสิ่นเจ๋อหยวนมาั้แ่ครั้งแรกที่ได้พบเจอกับอีกฝ่ายแล้ว ไม่ว่าจะเป็หน้าตาที่หล่อเหลาของอีกฝ่าย หรือแม้กระทั่งตำแหน่งหน้าที่ของอีกฝ่ายก็เป็ไปอย่างที่เธอ้า ถึงแม้ว่าจะติดว่าครอบครัวของอีกฝ่ายเป็เพียงคนธรรมดาก็ตาม แต่เธอเชื่อว่าเมื่ออีกฝ่ายได้แต่งงานกับเธอแล้ว เธอสามารถทำให้อีกฝ่ายทิ้งครอบครัวชนบทได้อย่างแน่นอน และเมื่อถึงเวลานั้นผู้หญิงคนอื่นๆ ก็จะต้องอิจฉาเธอที่ได้สามีแบบเสิ่นเจ๋อหยวน
“แต่ลูกก็รู้ดีว่าเสิ่นเจ๋อหยวนเป็คนที่ซื่อตรงต่อหน้าที่ขนาดไหน แล้วแบบนี้อีกฝ่ายจะยอมทำตามคำสั่งของพ่อเหรอ ดูอย่างเมื่อครู่นี้ก็ได้ แค่ลูก้าจะให้อีกฝ่ายไปที่สถานีรถไฟด้วย อีกฝ่ายยังปฏิเสธออกมาในทันทีเลย”
“หยวนซี ลูกลองคิดดูอีกครั้งดีกว่านะคะ ถ้าหากเสิ่นเจ๋อหยวนซื่อตรงต่อหน้าที่แบบนั้น รู้ก็น่าจะรู้ดีว่าครอบครัวของเราต่อไปคงจะยากลำบากแล้วละ”
เลี่ยงเกาเฉิงพยายามทำให้ลูกสาวของเขาเปลี่ยนแปลงท่าทีต่อเสิ่นเจ๋อหยวน เพราะถ้าหากลูกสาวของเขาเปลี่ยนใจจากเสิ่นเจ๋อหยวนเมื่อไหร่ เขาจะลงมือจัดการอีกฝ่ายให้ออกไปให้พ้นทางโดยเร็ว เพราะเขารู้ดีว่าอีกฝ่ายจะต้องสามารถพาตัวเองไปยังตำแหน่งที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ได้อย่างแน่นอน
ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่องานในวงการสีเทาของเขา เลี่ยงเกาเฉิงจะต้องจัดการเสิ่นเจ๋อหยวนโดยเร็วที่สุด
“อีกอย่างตอนนี่มีผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่นชอบลูกด้วยนะ ผู้ชายคนนั้นเป็ทนายในกองทัพเหมือนกัน อีกทั้งเขายังมียศตำแหน่งเป็ถึงร้อยโทเลยทีเดียว ด้วยอายุที่ยังน้อยของอีกฝ่าย พ่อเชื่อว่าผู้ชายคนนี้จะต้องไปได้ไกลกว่านี้อย่างแน่นอน”
“รวมไปถึงครอบครัวของเขาก็อยู่ในสังคมของคนมีอำนาจอีกด้วย และที่สำคัญก็คือพวกเขาเป็คนปักกิ่งโดยกำเนิด ด้วยฐานะของเขาในตอนนี้ พ่อเชื่อว่าลูกของพ่อจะต้องอยู่อย่างสบายในเมืองปักกิ่ง”
เมื่อเลี่ยงหยวนซีได้ยินพ่อของเธอพูดออกมาแบบนั้น เธอก็รู้สึกอยากพบเจอกับผู้ชายคนนั้นเสียแล้ว เพราะถึงแม้ว่าเธอจะชื่นชอบเสิ่นเจ๋อหยวน แต่มันคงจะดีมากกว่าถ้าหากเธอสามารถแต่งงานให้กับครอบครัวที่ร่ำรวยและมีหน้ามีตา
นอกจากนี้ครอบครัวของเธอก็ไม่จำเป็ที่จะต้องสูญเสียเงินทองเพื่อที่จะมาหนุนหลังสามีของเธออีกต่างหาก ดังนั้นเลี่ยงหยวนซีจึงรู้สึกสนใจผู้ชายที่พ่อของเธอกำลังพูดถึงอยู่ในตอนนี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยากที่จะตัดใจจากเสิ่นเจ๋อหยวน เพราะว่าอีกฝ่ายดูดีและมีหน้าตาที่หล่อเหลาในแบบที่เธอชื่นชอบอีกต่างหาก
“แต่หนูชอบพี่เจ๋อหยวนนะคะ”
“แต่ว่าผู้ชายที่พ่อจะแนะนำให้ลูกคนนี้ นอกจากจะมีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดีแล้ว รูปร่างหน้าตาของเขาก็ดูดีมากอีกด้วย พ่อเชื่อว่าลูกสาวของพ่อจะสามารถเชิดหน้าชูตาในสังคมได้มากกว่าเสิ่นเจ๋อหยวนแน่นอน เอาละพวกเราไปที่ห้องทำงานของพ่อดีกว่า ดูเหมือนว่ากู้ิจะเคยส่งรูปของตัวเองและครอบครัวมาให้กับพ่ออยู่นะ”
เลี่ยงเกาเฉิงเดินพาลูกสาวตรงไปยังห้องทำงานของตัวเองในทันที ในตอนแรกเธอก็อยากให้ลูกสาวได้แต่งงานกับเสิ่นเจ๋อหยวนเช่นกัน เพราะถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้มีอำนาจมากเท่าไหร่ แต่ก็มีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดีมากเช่นกัน และคาดว่าอีกฝ่ายจะต้องก้าวหน้าได้มากกว่านี้อย่างแน่นอน
แต่เมื่อเขาได้นึกถึงเฉินกู้ิขึ้น เขาก็คิดว่าเสิ่นเจ๋อหยวนไม่คู่ควรกับลูกสาวของเขาเท่ากับเฉินกู้ิสักเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็ด้านฐานะของครอบครัวก็ตาม เพราะเพียงแค่นี้เฉินกู้ิก็สามารถก้าวะโนำหน้าเสิ่นเจ๋อหยวนได้เลยทีเดียว
ดังนั้นถ้าหากให้เขาต้องเลือกระหว่างเสิ่นเจ๋อหยวนและเฉินกู้ิ เลี่ยงเกาเฉิงสามารถตอบได้ในทันทีเลยว่าเขาเลือกเฉินกู้ิอย่างแน่นอน และเขาก็เชื่อว่าถ้าหากลูกสาวของเขาได้เห็นใบหน้าและประวัติของเฉินกู้ิ ลูกสาวของเขาก็จะต้องเปลี่ยนจากเสิ่นเจ๋อหยวนอย่างแน่นอน
“เอาละลูกนั่งอยู่ตรงนี้ก่อน”
เลี่ยงเกาเฉิงบอกกับลูกสาวของเขาให้นั่งลงบนโซฟาเสียก่อน หลังจากนั้นเขาจึงได้เดินไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง และเปิดลิ้นชักของโต๊ะทำงานออกมา หลังจากที่เลี่ยงเกาเฉิงค้นหาสิ่งของที่้าอยู่สักพัก ในที่สุดเขาก็หาซองเอกสารที่้าเจอ
เมื่อพบเจอซองเอกสารเรียบร้อยแล้ว เลี่ยงเกาเฉิงก็เดินตรงมายังโซฟาที่ลูกสาวของเขากำลังนั่งรออยู่
เลี่ยงเกาเฉิงวางซองเอกสารลงบนโต๊ะที่อยู่ตรงหน้า หลังจากที่เขานำเอกสารที่อยู่ด้านในออกมาจนหมดเรียบร้อยแล้ว
“เอกสารฉบับนี้เป็ประวัติของเฉินกู้ิที่พ่อได้ให้คนของพ่อไปตรวจสอบมา หลังจากที่เขาเดินเข้ามาแจ้งกับพ่อว่าเขาชื่นชอบในตัวลูกสาวของพ่อ”
เลี่ยงเกาเฉิงยื่นเอกสารฉบับนั้นให้กับลูกสาวของเขา ซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากลูกสาวของเขาได้อ่านประวัติของอีกฝ่ายแล้วละก็ ลูกสาวของเขาจะต้องตกตะลึงและชื่นชอบในตัวของเฉินกู้ิขึ้นมาอย่างแน่นอน เพราะไม่ว่าจะประวัติการศึกษาหรือประวัติการทำงานของอีกฝ่ายก็ถือได้ว่าน่าประทับใจเลยทีเดียว
รวมไปถึงประวัติของครอบครัวที่มีฐานะที่ร่ำรวยในระดับหนึ่งอีกด้วย นอกจากนี้เฉินกู้ิยังเป็ลูกชายเพียงคนเดียวของครอบครัวอีกต่างหาก ดังนั้นถ้าหากลูกสาวของเขาได้แต่งงานกับอีกฝ่าย ทรัพย์สมบัติของครอบครัวเฉินก็จะต้องตรงมาอยู่ในมือของลูกสาวเขาต่อไป ดังนั้นจึงไม่มีสิ่งใดที่เลี่ยงเกาเฉิงจะปฏิเสธการแต่งงานระหว่างคนทั้งคุ่
แต่ถึงอย่างเขาก็ต้องรอดูความยินยอมของลูกสาวเขาเสียก่อน เพราะไม่ว่าจะทำสิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับลูกสาวของเขาคนนี้ เลี่ยงเกาเฉิงและครอบครัวมักจะสอบถามความคิดเห็นของอีกฝ่ายเสียก่อน และไม่คิดที่จะเข้าไปบังคับหรือกะเกณฑ์การใช้ชีวิตของอีกฝ่ายแต่อย่างใด
เลี่ยงหยวนซียกยิ้มขึ้นมาด้วยความพอใจ เธอไม่คิดเลยว่าจะมีชายหนุ่มที่มีประวัติดีกว่าเสิ่นเจ๋อหยวนเสียอีก นอกจากนี้อีกฝ่ายยังมีฐานะที่ร่ำรวยมากกว่าอีกด้วย รวมไปถึงหน้าที่การงานก็ไม่ได้ต่ำกว่าเสิ่นเจ๋อหยวนสักเท่าไหร่เลย และสิ่งหนึ่งที่อีกฝ่ายมีให้กับเธอมากกว่าเสิ่นเจ๋อหยวนก็คือความรัก เพราะว่าผู้ชายคนนี้ชื่นชอบเธอ แต่สำหรับเสิ่นเจ๋อหยวนแล้วนั้น เป็เพียงแค่เธอคนเดียวเท่านั้นที่ชื่นชอบอีกฝ่าย ดังนั้นเลี่ยงหยวนซีจึงให้คะแนนในส่วนนี้กับเฉินกู้ิมากกว่าเสิ่นเจ๋อหยวน
เมื่อเลี่ยงเกาเฉิงเห็นว่าลูกสาวของเขากำลังให้ความสนใจเฉินกู้ิ เขาก็ไม่รอช้ารีบส่งรูปถ่ายของครอบครัวเฉินไปให้กับลูกสาวในทันที
“ส่วนนี้เป็รูปของครอบครัวเฉิน ผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านหลังก็คือเฉินกู้ิที่ชื่นชอบลูกสาวของพ่อ”
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++