Chapter 149 ตายเกินสามรอบเจ้าจะรู้เอง
อย่างรวดเร็วสายฝนสามารถหาคำพูดที่จะเอาใว้ใช้สวนกลับได้ เขาเอ่ยด้วยนํ้าเสียงปกติธรรมดา “แม้ว่าฉันจะสติไม่ดีไปบ้างแต่ฉันก็ไม่ได้ถึงขั้นเลวร้าย คุณไม่รู้หรือว่าคนที่คิดแตกต่างจากผู้อื่นนั้นมักจะทำบางอย่างที่คนธรรมดาทำไม่สำเร็จให้สำเร็จได้ ฉันคือหนึ่งในนั้น ในอนาคตฉันต้องก้าวไปอยู่บนจุดสูงสุดอย่างแน่นอน”
“...” ชายชรารู้สึกอยากจะตบหน้าชายหนุ่มผมดำเบื้องหน้าสักทีสองที คำพูดอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความอวดดีและไร้ยางอาย ขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุด กระทั่งตัวมันยังไม่กล้าคิดเช่นนั้น สายฝนคือใคร? เขาเป็นแค่ระดับสามกลับกล้าคิดกล้ากล่าว นี่ไม่เรียกอวดดีเกินไปหรอกหรือ?
“เมื่อไม่นานมานี้ท่านยังเกือบตายอยู่เลย” เด็กสาวฟีซิเลียกล่าว เธอควรจะดูเวลาก่อนพูดด้วยสาวน้อย สายฝนคิด
“นั่นมันเป็นเพราะฉันประมาทเกินไป ตามจริงฉันสามารถชนะพวกนั้นได้ตั้งแต่เริ่มสู้ทว่าฉันไม่อยากทำ การทำแบบนั้นมันไม่สนุก” สายฝนเร่งรีบเอ่ยขึ้น เด็กสาวเริ่มรู้สึกคล้ายชายชราครีเทล ประมาทเกินไป? ไม่ทำเพราะไม่สนุก? ตลอดชีวิตฟีซิเลียไม่เคยได้ยินเหตุผลที่แย่แบบนี้มาก่อนเลย ไม่จำเป็นต้องเธอ เด็กอายุแปดขวบยังรู้ว่าเหตุผลนี้มันแย่แค่ไหน เหตุผลฟังไม่ขึ้นแม้แต่น้อย
เห็นท่าทางเด็กสาว สายฝนก็กล่าวว่า “เธอจะเชื่อหรือไม่นั่นไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน ฉันบอกความจริงไปแล้ว” เขายังคงไม่อายเหมือนเดิม ฟีซิเลียกัดฟันแน่นและออกจากห้องไป เธอไม่อยากทนอยู่กับชายหนุ่มผมดำคนนี้ ฟีซิเลียรู้ดี ไม่ว่าเธอจะเอาอะไรไปสู้เธอก็ไม่มีทางชนะ กล่าวอะไรเขาก็คงไม่สะทกสะท้าน
เมื่อเด็กสาวออกไปแล้ว สายฝนพลันกล่าวถามชายชราครีเทล “คุณรู้รึเปล่าว่าเส้นทางคืออะไร?”
ท่าทางชายแก่เปลี่ยนไป มันถามกลับมา “เจ้าได้ยินคำนี้มาจากในหนังสือหรือ?”
“ใช่ ถ้าฉันไม่ได้เจอในหนังสือฉันจะไปเจอมาจากไหน? ฉันอยากรู้เลยพยายามลองหาหนังสือเกี่ยวกับเส้นทางดูแล้ว น่าเสียดาย มันหาไม่ง่ายเลย ห้องสมุดมันใหญ่เกินไป ฉันไม่มีเวลามากพอค้นหามัน” สายฝนกล่าวอย่างจริงจัง เส้นทางดูเหมือนเป็นอะไรที่ไม่ได้หาง่ายๆตามถนน
ชายชราครีเทลเงียบอยู่หลายวินาทีก่อนเปิดปากกล่าว “ต่อให้เป็นห้องสมุดของข้า หนังสือที่เกี่ยวกับเส้นทางก็มีเพียงไม่กี่เล่มเท่านั้น มันหายากมาก ข้าขอถาม เจ้าคาดเดาว่าเส้นทางคืออะไร?”
“ฉันไม่คาดเดา คุณควรเริ่มบอกได้แล้วว่าเส้นทางมันคืออะไร?” สายฝนกล่าว ไม่ได้ตอบคำถามชายแก่
“เจ้าจะรีบไปไหน?” ชายแก่หงุดหงิดเล็กน้อย ทว่าวินาทีถัดมามันก็ระงับอารมณ์ตนเอง เอ่ยขึ้นว่า “ระดับเร้นลับ มันคือระดับสูงสุดของมนุษย์และเผ่าพันธุ์ชั้นกลางหรือตํ่าลงไป เมื่อถึงระดับเร้นลับความแข็งแกร่งจะลดลงมหาศาล ลดเยอะจนมีความแข็งแกร่งมากกว่าคนธรรมดาเพียงเล็กน้อย”
สายฝนพอคาดเดาบางอย่างได้ เขาถามฝ่ายตรงข้ามว่า “แล้วทำไมถึงลดลงล่ะ?”
ชายชราเริ่มอธิบาย “นั่นก็เพื่อเตรียมพร้อมไประดับถัดไป โชคร้าย เผ่าพันธุ์ชั้นกลางไม่สามารถไประดับต่อไปได้แม้ว่าจะทำตามเงื่อนไขครบแล้วก็ตาม วิธีเดียวที่จะกลายเป็นระดับเหนือกว่าระดับเร้นลับได้คือต้องหาร่างกายใหม่ ไม่ใช่ร่างกายของเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอ อย่างน้อยต้องเป็นเผ่าชั้นสูง สายฝน ในอนาคตถ้าเจ้าต้องการเหนือกว่าระดับเร้นลับ ข้าแนะนำให้เจ้าหาร่างกายเทพ ใช้ทักษะลับบางอย่างย้ายวิญญาณและสายเลือดเจ้าเข้าไปในร่างนั้น”
“ต่อให้ฉันจะมีสายเลือดเทพปีศาจมันก็ช่วยอะไรไม่ได้สินะ?” สายฝนเอ่ยเบาๆกับตนเอง เขาไม่กลัวชายชราจะได้ยิน ด้วยความแข็งแกร่งอีกฝ่ายแล้วชายแก่ต้องรู้เรื่องสายเลือดที่เขามี
“สายเลือดเจ้าเป็นสายเลือดชั้นสูงก็จริง แต่ร่างกายเจ้าเป็นแค่ร่างกายมนุษย์” ชายชราเอ่ย
ชายหนุ่มถอนหายใจ “ชายแก่ คุณรู้จักเหนือระดับเรันลับมั้ย?” สายฝนถามโดยไม่ได้คาดหวัง
ไม่คาดคิด ชายชราครีเทลตอบเขาว่ารู้จัก “และข้ายังรู้อีกว่าเผ่าพันธุ์เมื่อเกิดมาจะอยู่ในระดับเร้นลับ ทำไมถึงชื่อระดับเร้นลับ? ปกติแต่ละระดับจะไม่มีชื่อที่แน่นอนดังนั้นจึงนับเป็นตัวเลข ระดับเร้นลับแตกต่างจากระดับอื่นๆ มันไม่ได้ถูกเรียกเป็นตัวเลขเพราะเมื่อถึงระดับนี้ ทุกสิ่งมีชีวิตจะมีเงื่อนไขยกระดับไประดับถัดไปเหมือนกันหมด คือต้องสร้างทักษะเร้นลับของตัวเองให้ได้ การสร้างทักษะเร้นลับของแต่ละสิ่งมีชีวิตมีวิธีการที่แตกต่างกันไป ข้าไม่อาจบอกเจ้าเรื่องนี้ได้”
“ทักษะเร้นลับมันต่างจากทักษะธรรมดาอย่างไร” ชายหนุ่มผมดำถามต่อ
“ทักษะธรรมดาผู้อื่นสามารถใช้ได้มีได้แต่ทักษะเร้นลับมีเพียงตนเองเท่านั้นที่มีและใช้ได้” ชายชรากล่าว สายฝนครุ่นคิดอยู่หลายวินาทีจากนั้นก็เอ่ยขึ้นว่า “คุณบอกว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์ไม่อาจไปเหนือระดับเร้นลับได้ แล้วพวกชนชั้นสูงสามารถมีพลังเพียงพสังหารเทพเจ้าได้อย่างไร? ฆ่าเทพตอนยังเด็ก? หรือแท้จริงชนชั้นสูงเป็นเผ่าพันธุ์ระดับสูง” เขานึกถึงสิ่งที่หนังสือกล่าวเอาใว้
ชายชราส่ายหัวไปมา “ไม่ ไม่ได้สังหารเทพเจ้าตอนเด็ก ชนชั้นสูงเป็นเผ่าพันธุ์ระดับสูง? นั่นคือสิ่งที่น่าหัวเราะ เผ่าพันธุ์ระดับสูงไม่มีทางเป็นชนชั้นสูงแน่นอน” มองหน้าสงสัยของสายฝน ชายแก่ครีเทลกล่าวต่อ “ตามที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ เผ่าพันธุ์ชั้นสูงสามารถก้าวขึ้นไปเหนือระดับเร้นลับได้ พวกมันไม่จำเป็นต้องเป็นชนชั้นสูง มีเพียงสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอไม่สามารถขึ้นเหนือระดับเร้นลับเท่านั้นที่จำเป็น”
ก่อนที่สายฝนจะได้กล่าวอะไรออกไป ชายชราพลันเอ่ย “กล่าวถึงเผ่าพันธุ์ เจ้ารู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้วข้าไม่ใช่มนุษย์?”
ชายหนุ่มผมดำยังคงเป็นดั่งเดิม ไม่มีท่าทางอาการที่แสดงถึงความตกใจหรือประหลาดใจใดๆ สายฝนตอบด้วยนํ้าเสียงปกติพลางส่ายหัว “ฉันไมรู้ว่าคุณเป็นเผ่าพันธุ์อะไรแต่สิ่งที่ฉันรู้คือคุณไม่ใช่มนุษย์”
ชายแก่ครีเทลแปลกใจ มันไม่คาดคิดว่าสายฝนจะเป็นเช่นนี้ “เจ้ารู้ได้อย่างไร? รู้ตอนไหน?” มันกล่าวถามออกไป
สายฝนตอบตามจริง ไม่คิดจะปิดบัง “รู้ตั้งแต่แรกที่เจอคุณ สาเหตุเป็นเพราะสัญชาตญาณฉันมันเฉียบคมเกินไป” เมื่อสายฝนพบชายชราครีเทลยามแรกสัญชาตญาณก็ทำให้เขารู้ว่าชายแก่แตกต่างจากเขา ไม่ใช่แค่ครีเทล ฟีซิเลียและพ่อของเธอ สาวรับใช้ ยามรักษาความปลอดภัย ทั้งหมดนั้นไม่ใช่มนุษย์ทว่าเป็นเผ่าพันธุ์อื่นซึ่งคล้ายมนุษย์
แม้จะรู้แต่สายฝนก็ไม่ได้ถามใคร การทำแบบนั้นมันโง่มาก บางครั้งการเก็บซ่อนก็ดีกว่าเปิดเผย เวลานี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน ชายชราครีเทลถามและเฉลยตัวตนมันกับเขาเอง เพราะแบบนั้นสายฝนจึงบอกสิ่งที่รู้ออกไปโดยไม่ปิดบัง ฝ่ายตรงข้ามไม่น่าจะทำร้ายเขา
ชายแก่จ้องชายหนุ่มผมดำก่อนเอ่ย “สัญชาตญาณเจ้าเฉียบคมเกินไปจริงๆ ไม่แปลกที่พรสวรรค์เกือบทุกด้านของเจ้าจะตํ่า หากเจ้ามีพรสวรรค์สูง เจ้าคงกลายเป็นสัตว์ประหลาด”
“คุณเลิกพูดเกี่ยวกับพรสวรรค์ของฉันได้มั้ย?” สายฝนรู้สึกอารมณ์เสียขึ้นมาทันที ขณะเดียวกันเขาก็ฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้ เป็นสิ่งที่เขาสงสัยมาโดยตลอด สายฝนตัดสินใจกล่าวถามชายชราครีเทล “ทำไมคุณถึงให้ฉันพาฟีซิเลียออกจากเมืองนี้? มีระดับสูงกว่าฉันมากมายในเมือง อย่าบอกว่าเชื่อใจฉันเพียงเพราะฉันช่วยฟีซิเลีย ชายแก่อายุเกินพันปีอย่างคุณไม่น่าจะใว้ใจคนอื่นง่ายๆ”
ชายชราเงียบ สิบวินาทีผ่านไป ครึ่งนาทีผ่านไป หนึ่งนาทีผ่านไป สุดท้ายมันก็เปิดปากกล่าว “เจ้าตายเกินสามครั้งเจ้าจะรู้เอง”
บัดซบ! ไม่อยากบอกก็ไม่จำเป็นต้องกล่าวเช่นนั้นก็ได้ ไม่อยากก็ไม่ต้องบอก สายฝนอารมณ์เสียอีกครั้ง ให้เขาไปตายเกินสามรอบเพื่อรู้คำตอบ? บ้าหรือเปล่า เขาตายแล้วจะไปรู้คำตอบได้จากที่ไหน?