หลิวอี้ร่ายลำกระเสร็จสิ้นเขาก็ได้ออกไปจากเรือน เขาต้องการที่จะไปยังโรงประมูล แต่เขาตามหารอบเมืองหลวงเขาก็ไม่พบเจอสถานที่ เขาจึงเเวะไปที่หอแสงจันทร์เพื่อที่จะไปถามหาโรงประมูล เขาเดินไปที่เรือนของหลี่จือเหยา
หลี่จือเหยารู้ว่าหลิวอี้กำลังเดินมาแต่วันนี้นางไม่ได้ออกไปรอต้อนรับเขาเพราะว่าตอนนี้นางกำลังพูดคุยกับแขกคนสำคัญอยู่ภายในเรือน
หลิวอี้เดินมาถึงสะพานก็พบเห็นชายหนุ่มสองคนกำลังยืนอยู่ที่ด้านหน้าของสะพาน พวกเขาทั้งสองคนแต่งตัวเหมือนกัน และยังมีสัญลักษณ์อยู่บนเสื้อผ้าที่พวกเขาสวมใส่ หลิวอี้คิดว่าพวกเขาน่าจะมาจากสำนักไหนสักแห่ง เขากำลังจะเดินข้ามสะพานไปก็ถูกชายหนุ่มทั้งสองคนขวางทางเอาไว้
“เจ้ารีบใสหัวไปซะ แถวนี้ไม่ใช่สถานที่เดินเล่น”
ชายทั้งสองพยายามที่จะหยุดเขาแต่ไม่สามารถทำได้ ตอนนี้พวกเขานอนสลบไปแล้ว หลิวอี้เขาไม่สนใจเขาเดินผ่านชายทั้งสองเข้าไปภายในเรือน จากนั้นเขาก็พบเห็นสองหญิงงามกำลังนั่งพูดคุยกันที่ศาลากลางน้ำ เขาเดินเข้าไปหาพวกนางทั้งสองคน
หลี่จือเหยานั่งหันหน้ามาทางหลิวอี้ แต่หญิงสาวอีกคนนั่งหันหลังให้กับเขา เขาเดินมาหยุดที่ด้านหลังของหญิงงามที่เขาไม่รู้จักจากนั้นเขาก็พูดขึ้นมา
“จือเหยา เจ้ารู้หรือไม่ว่าโรงประมูลอยู่ที่ไหน”
ตอนแรกจือเหยานางไม่คิดว่าหลิวอี้จะกล้าเดินเข้ามาหานาง เพราะตอนนี้นางกำลังนั่งพูดคุยกับเเขกคนสำคัญ แม้แต่นางตอนนี้ก็รู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก และสิ่งที่นางไม่คาดคิดก็คือเขามาถามหาโรงประมูลกับนาง ทั้งๆที่เขาสามารถถามกับคนอื่นก็ได้
หลิวอี้เห็นนางไม่ยอมตอบเขาจึงถามนางอีกครั้ง
“โรงประมูลอยู่ที่ไหน”
หญิงงามที่นั่งหันหลังให้กับหลิวอี้นางพยักหน้าให้กับจือเหยา
“โรงประมูลอยู่ภายในหอหงอี้และหอหงอี้ก็คือโรงประมูล”
หลิวอี้ได้ยินคำตอบของนางเขาจึงได้รู้ว่าทำไมเขาถึงหาโรงประมูลไม่พบ เขาได้คำตอบจากนั้นก็เดินจากไป เขาหันหลังกลับและพึ่งจะเดินออกไปเพียงแค่สิบก้าวก็มีพลังฝ่ามือหนึ่งสายพุ่งมาจากทางด้านหลังของเขา
หญิงงามที่นั่งหันหลังให้กับหลิวอี้นางซัดฝ่ามือกลับหลัง พลังปราณจากฝ่ามือพุ่งไปยังทิศทางที่หลิวอี้กำลังจะเดินกลับออกไป พลังฝ่ามือกำลังจะพุ่งเข้าไปที่กลางหลังของหลิวอี้ก็มีกระบี่สองเล่มเข้ามาปะทะกับพลังฝ่ามือ พลังทั้งสองสายต่างก็สลายหายไป
หลิวอี้เดินออกจากเรือนของจือเหยาไป เขาไม่ได้ติดใจเอาความกับนางเพราะว่าตอนนี้นางก็น่าจะได้รับบาดเจ็บพอสมควร
หญิงงามที่นั่งหันหลังให้หลิวอี้นางกระกระอักเลือดออกมา นางนำเม็ดยาออกมาจากแหวนมิตินางรีบกลืนเม็ดยาเข้าไปจากนั่งนางหลับตาลงใช้พลังปราณของนางเร่งย่อยสลายเม็ดยา อาการของนางดีขึ้นนางจึงลืมตาขึ้นมา
“ลี่เซียน เจ้าเป็นยังไงบ้าง”
“เขาเป็นใคร”
“เขาคือคนที่ช่วยให้ข้ากระดับของพลังสายเลือด”จือเหยานางตอบไปตามความจริง
“เจ้ารีบเล่าเรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเขาให้ข้าฟังทั้งหมด”ลี่เซียนพูดขึ้นมา
จือเหยานางได้แต่พูดความจริงในทุกๆเรื่องให้กับลี่เซียนฟังแต่นางไม่ได้เล่าว่านางยอมเป็นหญิงรับใช้ของหลิวอี้ 10 ปี ลี่เซียนได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับหลิวอี้ยิ่งทำให้นางตกตลึง
“นี่เจ้าถึงขั้นยอมขึ้นเตียงกับเขาเพื่อยอมรักษาชีวิตขนาดนี้เชียว ชายคนรักของเจ้าเขารู้หรือไม่”
“เขาไม่รู้ หากข้าไม่ทำเช่นนี้ข้ามีแต่จะต้องตาย ว่าแต่เจ้าอยากจะลองขึ้นเตียงกับเขาหรือไม่ สายเลือดเทพของเจ้าอาจจะเลื่อนระดับก็ได้”
“ข้าไม่เหมือนกันกับเจ้า ข้าจะมุ่งเน้นไปที่การฝึกฝน เรื่องอื่นๆข้าจะไม่ยุ่งเกี่ยวเด็จขาด”
ลี่เซียนนางคือศิษย์พี่ของจือเหยาทั้งสองรู้จักกันตั้งแต่เข้าร่วมสำนักด้วยกัน จนตอนนี้พวกนางกลายเป็นผู้อาวุโสของสำนักแต่จือเหยายังนับถือนางเป็นศิษย์พี่ของนางเหมือนเดิม ทั้งสองคนจะมีนิสัยที่ไม่ค่อยจะเหมือนกัน ลี่เซียนนางจะชอบการฝึกฝน ส่วนจือเหยานางจะชอบการออกไปท่องเที่ยว จือเหยายังเเปลกใจที่ลี่เซียนมาหานางเพราะลี่เซียนแทบจะไม่ออกจากสำนัก
“แล้วเจ้ายังไม่รู้จักชื่อของเขา ที่อยู่หรือว่าสำนัก ตระกูลของเขาเจ้าก็ยังไม่รู้จัก แต่ยอมขึ้นเตียงกับเขา”
“ท่านไม่เป็นข้าท่านไม่รู้หรอก”
ลี่เซียนนางถึงขั้นปวดหัวขึ้นมา นางไม่รู้ว่าอะไรทำให้จือเหยาเปลี่ยนไปขนาดนี้
“ท่านมาหาข้ามีเรื่องอะไร”
“ข้าได้ยินข่าวว่าจะมีการประมูลโอสถที่ช่วยในการฝึกฝนระดับเวหาขั้นกลาง ข้าจึงมาดูด้วยตัวเอง”
จือเหยาได้ยินนางก็ตกตลึงเช่นกันเพราะโอสถประเภทนี้หายากเป็นอย่างมากคนที่มีระดับพลังต่ำกว่าจักรพรรดิต่างก็ต้องการโอสถประเภทนี้ เรื่องนี้ถือว่าเป็นข่าวใหญ่ยิ่งนัก