
เครดิตภาพจาก https://unsplash.com
สองคู่ประลองยืนนิ่งอยู่หลายอึดใจแม้สีหน้าของพวกเขาจะดูผ่อนคลาย แต่อารมณ์ภายในน่าจะต่างกันคนละขั้ว ไม่นานก็เป็นฝ่ายมารร้ายที่แหกปากหัวเราะก่อน
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า…..”
มาวินสะดุ้งเฮือกเพราะไม่รู้ว่ามารร้ายจะมาไม้ไหน แต่ก็พยายามเก็บอาการเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขากำลังเสียขวัญ ทว่าอมนุษย์ก็ชิงกล่าว
“ คงสงสัยล่ะสิว่าข้าหัวเราะทำไม ”
มาวินยอมรับว่าคิดแบบนั้นจริงๆแต่ปากกลับโป้ปด แถมด้วยการบลัฟตอบ
“ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรชั้นเองก็พอรู้ว่าหัวเราะทำไม แต่แน่ใจแล้วหรือว่าสิ่งที่แกคิดจะเป็นความจริง ”
“ หึ หึ หึ ถึงตอนนี้ ยังคิดวางอุบายอีกหรืองั้นก็ขอบอกตรงๆเลยแล้วกัน สาเหตุที่ข้าหัวเราะก็คือ….เจ้าหมดมุกแล้ว ”มารร้ายหัวเราะเบาๆ ก่อนตอกกลับรุนแรง
ความเย็นเฉียบวิ่งแล่นเข้าสู่หัวใจของมาวินเพราะทุกสิ่งที่มารร้ายพูดมา ตรงกับความในใจถึง 90 เปอร์เซ็นต์แต่เด็กหนุ่มก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
“ก็ยอมรับว่าแกฉลาดและคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำ แต่แน่ใจแล้วเหรอว่าชั้นไม่มีอะไรซ่อนอยู่ไม่เคยได้ยินรึไง ความประมาทคือหนทางแห่งความตาย ”
คราวนี้ มารร้ายถึงกับนิ่งอึ้งมันจ้องมาวินนิ่งๆ เด็กหนุ่มหัวเขียวเลยรีบเบือนความคิดไปที่เรื่องอื่นเพราะถ้าถูกจับได้ว่าเล่นทริคอีก เขาคงไม่มีไม้เด็ดใดมาถ่วงเวลา
“ จะให้มันรู้ว่าเราลักไก่ไม่ได้ ”
ซึ่งก็ได้ผลแม้มารร้ายจะพยายามอ่านใจ ก็เห็นแค่ภาพสเก็ตบอร์ดรุ่นต่างๆที่มาวินหมายปองมันจึงเริ่มระแวง
“ เอ๊ะ! ไอ้เด็กนี่หรือมันจะมีทีเด็ดซ่อนอยู่ แต่ถ้ามันแค่ลักไก่ล่ะ สรุปแล้วเราจะบุกต่อหรือพอแค่นี้ เอาไงดีนะ ” มารร้ายขบคิดอยู่สองสามอึดใจ จึงได้มติ
“อืม….งั้นเปลี่ยนมาใช้วิธีนี้ก็แล้วกัน ”
ทันทีที่มารร้ายตกลงใจได้มันก็ยิ้มมุมปากให้มาวินหนึ่งที ก่อนจะเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“ เฮ้ย! มันหายไปแล้ว ” มาวินตกใจแต่ไม่ทันได้กะพริบตา มารร้ายก็โผล่มาทางซ้าย พร้อมหมัดขวาที่หนักหน่วง
“ เปรี้ยง….” มาวินเซถลาจนเกือบล้มเพราะโดนกำปั้นทรงพลังเข้าอย่างจังจนเกิดรอยแดงช้ำที่แก้มแต่เขาก็พยายามยันกายหยัดยืน จึงโดนโจมตีดอกที่สอง
“ ปึก….”คราวนี้เป็นหมัดซ้ายที่เหวี่ยงใส่ขมับ ทำให้ดวงตาเรียวเล็กเริ่มมองเห็นดาวเพราะมึนงง แต่ไม่ทันไร เขาก็โดนดอกที่สาม นั่นก็คือบาทาที่พุ่งใส่ยอดอก
“ ตูม….” มาวินลอยไปข้างหลังด้วยแรงถีบช้างสารก่อนจะกลิ้งไปตามพื้นอีกหลายตลบ
“ บัดซบ จับทางไม่ได้เลยมันมาจากทางไหนกันนะ ” มาวินค่อยๆลุกขึ้นมา เขาบอบช้ำไม่ใช่น้อยเพราะแต่ละหมัดเท้าที่ประสบ ล้วนหนักหน่วงจนแทบสลบ แต่เหมือนมารร้ายจะเห็นใจมันจึงปรากฏกาย พร้อมเฉลยให้สิ้นสงสัย
“ เป็นยังไงบ้างล่ะโดนข้าย้อนรอยด้วยวิธีเดียวกัน ”
มาวินสะอึกเล็กน้อยเพราะเขาไม่คิดว่ามารร้ายจะใช้วิธีนี้ได้ จึงร้องถามเสียงดัง
“ นี่แกสามารถหลอมรวมเข้ากับโลกแห่งจิตใจจนอำพรางตัวได้ด้วยหรือ”
“ ก็ใช่น่ะสิ ไม่เห็นจะยากเลยเพราะในโลกแห่งจิตใจ เราสามารถสร้างอะไรก็ได้ ดังนั้น การเสกให้กายหายไปมันก็ง่ายนิดเดียว ” มารร้ายพูดจบ ก็บังคับให้มือขวาหายไปซึ่งก็เป็นไปตามนั้นจริงๆ
“ จะบ้าเหรอการจินตนาการให้เป็นอะไรก็ได้ มันทำได้แค่คนที่เป็นเจ้าของโลกแห่งจิตใจเท่านั้นแล้ววิญญาณกาฝากอย่างแกจะทำแบบนั้นได้ยังไง ” มาวินยังคงสงสัยไม่เลิกแต่อมนุษย์ก็ไม่ยอมลดละ
“ ถึงแม้จะเป็นเพียงวิญญาณที่แฝงร่างแต่ก็อยู่มานานตั้งแต่เจ้าเกิด มิหนำซ้ำคนที่มอบร่างนี้ให้ก็คือตัวเจ้าเองไม่ใช่หรือ ดังนั้นการที่ข้าจะบังคับทุกสิ่งในโลกแห่งจิตใจประดุจเป็นเจ้าของซะเองก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ”
ถึงตรงนี้มาวินนึกถึงช่วงเวลาที่ถูกมารร้ายล่อลวงให้อยากได้พลังจนถูกยึดครองร่างไปชั่วขณะเขายอมรับว่าพลาดไปจริงๆ และสัญญาว่าต่อไป จะคิดหน้าคิดหลังให้มากกว่านี้ แต่…….
“ จะมีครั้งหน้ามั้ยนะ บางที ในครั้งนี้เราอาจจะเรือหายกันหมดก็เป็นได้ ” (เอาคำว่าเรือไปแปลงเป็นภาษาอังกฤษจะได้คำสบถที่แท้จริง)
มารร้ายทิ้งช่วงให้มาวินได้สำนึกบาประยะหนึ่งจากนั้น มันก็เตรียมปิดฉาก
“ เอาล่ะ ข้าให้เวลาเจ้าทำใจมาพอสมควรทีนี้ก็รู้แล้วนะว่าควรจะไปเกิดเป็นอะไรในชาติหน้า ” มารร้ายพูดจบมันก็ยกมือขวาขึ้นสูง เพื่อทำการสังหาร มาวินเลยรีบร้องห้าม
“ ดะ…เดี๋ยวก่อน ”
“ อะไรอีกล่ะ ” เสียงของอมนุษย์ฟังดูห้วนๆสีหน้าแสดงออกว่าไม่พอใจ แต่เด็กหนุ่มหัวเขียวกลับยิ้มร่าเริง
“ นายสนใจจะรับลูกน้องเพิ่มมั้ย ไม่สิคุณท่านจะกรุณาให้ผมไปรับใช้มั้ย ” มาวินไม่อ้อนเปล่า แต่เขากลับคุกเข่าแล้วก้มหัวจนแทบติดพื้น
การกระทำที่คาดไม่ถึงของมาวินทำให้มารร้ายถึงกับทรุด เพราะไม่คิดจะเจอเหตุการณ์นี้ แต่ไม่นาน มันก็เกิดความคิด….ไหนๆก็ไหนๆลองเจรจากับเจ้าจอมกะล่อนซักที ดูซิว่ามันจะปลิ้นปล้อนได้แค่ไหน
“ อืม…จะว่าไป เจ้าเองก็น่าสนใจด้านพลังก็สูงไม่เลว ส่วนฝีมือ ถ้าได้ขัดเกลานิดหน่อย ก็พอไหว อีกทั้งยังมีไหวพริบที่ดีและเรียนรู้ได้เร็ว”
“ นั่นน่ะสิครับเกล้ากระผมมีดีขนาดนี้ ก็ควรรับเข้าทำงาน ขอสัญญาว่า…ต่อให้บุกน้ำ ลุยไฟก็ไม่หวั่น จะมุ่งหวังสร้างสรรค์ความบรรลัยให้ท่านชื่นชม ”น้ำคำของมาวินออกไปแนวลิเก เพราะเจ้าตัวคิดว่าสไตค์นี้น่าจะกินใจของอมนุษย์ทว่ามารร้ายกลับโต้ตอบ
“ แล้วเจ้าจะมารับใช้ข้าได้ยังไงในเมื่อวิญญาณของพวกเราอยู่ในร่างเดียวกัน ”
มาวินสะอึกแรง เพราะอับจนต่อคำพูดของมารร้ายแต่ไม่นาน เขาก็กลิ้งกลอกได้อีก
“ เรื่องนั้นไม่ยากเลยครับพวกเราก็แค่สลับร่างกันใช้เท่านั้น เพราะสุดท้ายเจ้านายควรมีมนุษย์ซักคนเดินเรื่องให้ ด้วยท่านยังไม่คุ้นเคยกับธรรมเนียมของโลกนี้”
มารร้ายแย้มยิ้มอีกครั้ง มันยอมรับว่าพอใจมากที่มนุษย์น้อยตรงหน้าหาทางออกได้แต่สุดท้าย ก็ยังไม่เลิกทดสอบ
“แล้วข้าจะต้องไปสนธรรมเนียมของพวกเจ้าทำไม ในเมื่อความประสงค์ก็คือ….ทำลายมันให้สิ้นซาก”
ทว่ามาวินกลับชะงักไปแค่ชั่วอึดใจก่อนจะพลิกแพลงด้วยการชักแม่น้ำทั้งห้าอีกคำรบ
“ ถึงกระนั้น โลกนี้ก็กว้างใหญ่มีศัตรูที่เก่งฉกาจระดับตาเฒ่าแกนดัฟท์และยัยกระต่ายคลั่งรออีกเป็นกะตั้กการจะทำลายล้างเพียงลำพัง จึงเป็นเรื่องยากท่านควรมีกุนซือที่ฉลาดและรอบรู้อย่างข้าคอยแนะนำ บางที เกล้ากระผมอาจเกลี้ยกล่อมคนดีมีฝีมือให้มารับใช้ท่านจะได้บรรลุวัตถุประสงค์เร็วขึ้น ”
มารร้ายไม่ได้พูดคำใดออกมามันเอาแต่ยิ้มดุจเดิม ในใจแอบขบคิด
“ แม้ฝีมือไม้ลายมือของไอ้เด็กนี่จะยังไม่ดีนักแต่สิ่งที่น่ากลัวจริงๆกลับเป็นความคิดที่พลิกแพลงและกลิ้งกลอกจนสุดหยั่งแถมยังเจ้าเล่ห์แสนกลเป็นที่สุด มันดูคล้ายเราในตอนเยาว์วัย ”มารร้ายยอมรับว่าเห็นเงาร่างตัวเองตอนเด็กซ้อนทับร่างของมาวินพวกเขามีอะไรที่เหมือนกัน ราวกับเป็นพี่น้องในอุทร แต่ถึงกระนั้นอมนุษย์ก็ยังแหย่ต่อ
“เจ้าพูดอย่างกับตัวเองคือผู้เชี่ยวชาญที่รู้ทุกซอกทุกมุมของโลกใบนี้ แต่ความจริงพวกเรามาเยือนที่นี่ได้ไม่กี่เดือนเท่านั้นเอง ”
“ ฮะ ฮะ ฮะก็จริงที่ข้าน้อยเป็นคนใหม่ของโลกนี้ แต่ถ้ารู้จักใช้สมองให้ดีก็อาจพลิกแพลงได้ตามใจจนประสบการณ์กลายเป็นเรื่องรอง ” มาวินหัวเราะแห้งๆแต่ยังแถไม่เลิก
“ หึ หึ หึ สรุปว่าถึงอย่างไร เจ้าก็จะยัดเยียดตัวเองมาเป็นลูกน้องของข้าให้ได้เอาล่ะ ตกลง ยินดีรับเงื่อนไข ” มารร้ายยิ้มพราย นัยน์ตาเป็นประกายเพราะอยากรู้ว่าไอ้จอมกะล่อนจะทำยังไงต่อ
“ ขอบพระคุณอย่างสูงขอรับ มาสเตอร์ ”มาวินก้มหัวลงต่ำกว่าเดิมอีก ราวกับกำลังคารวะฮ่องเต้ ทำให้ท่าทางและคำพูดดูขัดแย้งกันเพราะไม่รู้จะเคารพแบบฝรั่งดีหรือจีนยุคโบราณดี
หลังมารร้ายรับมาวินเข้าพวกสิ่งแรกที่อมนุษย์อยากให้ทำก็คือ…..
“ เอาล่ะ เจ้าหนูลุกขึ้นมาได้และช่วยกันคิดว่าจะทำยังไงกับพวกลูกกระจ๊อกที่อยู่ข้างนอก ฆ่าให้เหี้ยนแล้วเผามันให้วอดวายเลยดีมั้ย ”
“ อืม….ไม่น่าจะดีควรเลี่ยงไปใช้วิธีอื่นดีกว่า ” มาวินแสร้งคิดอยู่อึดใจ ก่อนกล่าวขัด
“ ทำไมล่ะ ทิ้งไว้ก็รังแต่เป็นหอกข้างแคร่ไม่ใช่เหรอ ” มารร้ายแกล้งถาม เพื่อดูกึ๋น
“ ก็จริงอยู่ แต่ผู้ที่จะเป็นหอกข้างแคร่มีเพียงไม่กี่คนนั่นก็คือยัยกระต่ายน้อย(อากิเนะ)และลุงแกนดัฟ์ท(เทพศาสตรา)ส่วนพี่ชายหน้าหล่อ(โอคุยาสุ) ต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะไล่ตามท่านทันพวกที่เหลือก็แค่ปลาซิวปลาสร้อย ไม่มีความสำคัญ ดังนั้น ขู่บังคับ แล้วขึ้นปกครองดีกว่าบางที ท่านอาจได้ของดีในดินแดนลี้ลับมาใช้ เพราะมันคือสถานที่ระดับตำนานต้องเต็มไปด้วยอาวุธวิเศษที่ทรงพลังอย่างแน่นอน ” มาวินอธิบายยาวเหยียดดวงตาแฝงแววเจ้าเล่ห์ แน่นอนว่าสิ่งที่เขากล่าวมานั้นเต็มไปด้วยเหตุผลและเย้ายวนใจ
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter
