หนังสือเปลี่ยนชะตา

    บทที่ 103

    มื้อเที่ยงแสนอร่อยได้เข้ามาถึงเวลาเปิดขาย แน่นอนว่ามีคนมาใช้บริการกันอย่างหนาตา มิร่าที่ช่วยสินในการทำไอศกรีมนั้นในตอนแรกสินต้องการจะจ่ายเป็นค่าจ้าง แต่เธอกลับขอเป็นไอศกรีมเบิ้ลหลายๆถ้วยแทนในตอนมื้ออาหาร แน่นอนว่าเวทมนตร์ของเธอสำหรับการแช่แข็งไอศกรีมก็ได้ถูกสินนั้นก๊อปปี้ไปแล้ว ตอนนี้สินจะทำไอศกรีมเองก็ไม่ต้องร้องขอให้เธอมาช่วยอีกต่อไป มิร่าที่ตอนแรกก็ดูจะสงสัยไม่น้อยว่าทำไมท่านปีเตอร์ของเธอถึงสามารถใช้เวทย์น้ำแข็งที่หาตัวคนมีพลังเวทย์ชนิดยากได้อย่างง่ายดาย แต่เธอก็เลือกที่จะไม่สงสัยต่อ เปลี่ยนมาเป็นชื่นชมแทน ‘นี่คือสามีในอนาคต’ ต้องเก่งอย่างนี้ถึงจะเหมาะสมกับเธอแล้ว “ราคา 1 เหรียญเงินเองอย่างนั้นรึ.. นับว่าถูกมากกับรสชาติอย่างนี้ แต่ข้าคงจะมาทานบ่อยๆไม่ไหวแน่ๆ เบี้ยเงินเดือนทหารก็แค่เดือนละ 1 เหรียญทอง ไหนจะค่าบ้านค่าเช่าภาษีก็อีก อย่างเก่งก็คงมาได้วันเว้นวัน..” ชายคนหนึ่งที่สวมชุดทหารกล่าวออกมากับเพื่อนทหารของเขา แน่นอนว่าทุกคนก็เห็นด้วยกับคำพูดของเพื่อนทหารคนนี้ สินที่ได้ยินอย่างนั้น ก็รีบเอ่ยเสนอตัวขึ้นมาในทันที“พวกท่านคงจะเป็นทหารประจำเมืองอย่างนั้นซินะขอรับ.. ข้าเป็นเจ้าของร้านมีนามว่าปีเตอร์.. ข้าได้ยินที่พวกท่านได้พูดคุยกัน ข้าเองก็เพิ่งจะเข้าเมืองมาใหม่ๆไม่กี่วัน รู้จักคนก็น้อยนิด.. เอาอย่างนี้เป็นอย่างไร หากข้าลดราคาค่าอาหารให้กับทหารทุกท่านที่ประจำการภายในเมืองแห่งนี้ ทุกๆ 100 เหรียญทองแดง ข้าจะเก็บท่านเพียง 80 เหรียญทองแดงเท่านั้น ถือว่าข้าอยากจะช่วยคนที่ทำงานเป็นรั้วของเมือง.”สินกล่าวออกมาอย่างนั้น พวกทหารที่ได้อย่างนั้นก็ต่างดีใจ มันไม่ใช่เพียงแค่มื้ออาหารกลางวันเท่านั้น แต่พวกเขาสามารถซื้อได้ในทุกๆมื้อในราคาที่ลดลง สินเองก็ฝากประกาศไปถึงทหารทุกคนที่ประจำการอยู่ เพียงแค่แสดงบัตรประจำตัวก็จะได้รับส่วนลดตามที่คุยกันเอาไว้ พวกทหารต่างไม่รอช้ารีบเร่งกระจายข่าวนี้ในทันที สินที่เห็นอย่างนั้นก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ “ท่านปีเตอร์ ทำไมท่านต้องลดราคาให้พวกทหารด้วยล่ะเจ้าคะ.. อีกอย่างข้าสามารถบอกให้ท่านพ่อย้ายงบอาหารกลางวันของค่ายทหารมาเป็นที่ร้านของท่านตรงๆเลยก็ได้เจ้าค่ะ..” มิร่าคิดว่ามันไม่เห็นจำเป็นเลยที่จะต้องทำอย่างนั้น เงินก็ได้ลดลง ทั้งๆที่ใช้แผนของเธอน่าจะได้เงินมากกว่าแท้ๆ ซึ่งเธอไม่เชื่อว่าท่านปีเตอร์จะคิดไม่ได้“ข้าก็แค่พ่อครัวที่เปิดร้านอาหารใหม่เท่านั้น เส้นสายก็ไม่มี ข้าไม่รู้จักใครนอกจากเจ้า ถ้าสมมติว่าวันหนึ่ง เจ้าไม่อยู่ในเมือง แล้วร้านของข้ามีปัญหาขึ้นมาล่ะ ก็คงจะมีแต่พวกทหารนี่แหละที่จะสามารถช่วยเหลือข้าได้ ข้าเองก็ไม่ได้อยากจะพึ่งเจ้าบ่อยๆหรอกนะขอรับ.. การสร้างบุญคุณแก่พวกเขานับว่าคุ้มค่าแล้ว...” สินกล่าวพร้อมกับหันหลังไปทำครัวของตัวเองต่อไป มิร่าที่ได้ยินก็ยิ้มออกมา เหมือนว่าเธอจะได้เรียนรู้อะไรใหม่จากว่าที่สามีของเธอตลอดเลย มันยิ่งทำให้เธอหลงเข้าไปกันใหญ่ มื้อกลางวันที่แสนวุ่นวายของร้านเชฟสินก็ได้จบลงไป สาวๆทั้งสามคนที่เป็นทาสของเขาก็ต่างกินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยเช่นเคย และเป็นที่แน่นอนว่าพวกเธอชื่นชอบไอศกรีมเป็นอย่างมาก ก็อย่างว่าล่ะนะ ของหวานๆเย็นๆกับผู้หญิง “พักกันสัก 1 ชั่วโมงนะ เสร็จแล้วค่อยกลับมาทำงาน..” สินกล่าวในขณะที่พวกเธอก็กล่าวรับทราบไป ส่วนสินนั้นกลับมาให้ความสนใจกับข้าวถุง เมนูที่เขาจะทำขายมีอยู่ 5 อย่างหนึ่งคือชุดปลาทูน้ำพริกกะปิ ไข่เจียวทอดในราคาชุดละ 30 เหรียญทองแดงสองคือแกงข่าไก่กะทิ ราคาถุงละ 15 เหรียญทองแดงสามคือหมูหวาน ราคา 15 เหรียญทองแดงเช่นกันสี่คือ แกงเขียวหวานไก่ที่สินค่อนข้างถนัดในการทำมัน ราคาถึงละ 15 เหรียญทองแดงสุดท้ายคือ กะเพราไก่ที่เผ็ดพอดี ราคา 20 เหรียญทองแดง แน่นอนว่ามันเป็นเมนูที่เขาอยากให้ทุกคนได้ลองทานมัน วัฒนธรรมของคนในโลกนี้นิยมไม่ทานอะไรที่เผ็ดโดด แต่เขาเชื่อว่าถ้าพวกเขาได้ลองกะเพราไก่นี้ อาจจะทำให้มันเป็นเมนูที่ขายดีก็ได้ แน่นอนว่าสิ่งที่ขาดไม่ได้คือข้าวสวยร้อนๆอีกอย่างหนึ่ง ถุงละ 10 เหรียญทองแดงเท่านั้น สินเริ่มงานของตัวเองในทันที เหล่าทาสเหมือนเห็นว่าเจ้านายของตัวทำงานต่อ พวกเธอก็เข้าไปช่วยด้วยให้เหตุผลว่าพวกเธอพักมาพอแล้ว ถึงแม้เจ้านายจะใจดีให้พวกเธอได้พักผ่อน แต่ถ้าหากเทียบกับทาสที่อื่นแล้วล่ะก็ พวกเธอสบายกว่าหลายเท่าตัว เมื่อได้เจ้านายที่ทั้งใจดีมีน้ำใจอย่างนี้ พวกเธอจะยอมเห็นเขาเหนื่อยได้อย่างไรกัน สินก็ไม่ได้ว่าอะไรก็สอนงานให้พวกเธออย่างปกติสุข จนเวลาราวๆ 4โมงครึ่ง สินก็ยกหม้อใหญ่หลายใบออกมาที่หน้าร้าน เตรียมที่จะขายกับข้าวถุงของเขา แน่นอนว่าร้านยังไม่ทันได้เปิดดีเลยก็มีผู้คนมาต่อแถวรอที่จะซื้อสินค้าของเขาแล้ว เมื่อถึงเวลาขายมันก็หมดไปอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมงดีเลย คนที่ไม่ทันได้ซื้อก็เสียดายไปตามๆกัน บางคนถ้ามีมือถือคงถ่ายอวดลงโซเชียลกันไปแล้ว “วันนี้เหนื่อยหน่อยนะ.. งานของเราต่อวันก็จะประมาณนี้แหละ ถ้าไม่มีแขกจองแบบวีไอพีเหมือนวันนี้..” สินเอ่ยกับทาสทั้งสามคนของเขา แน่นอนว่าพวกเธอตอบกลับอย่างสบายๆ งานก็ไม่ได้หนักมากมายขนาดนั้น แถมยังมีที่นอนดีๆอาหารอร่อยให้ได้ทานกันอีก ไม่มีที่ไหนสุขใจไปมากกว่านี้แล้ว พวกเขาทั้งสี่คนต่างก็ช่วยกันเตรียมอาหารให้กับแขกวีไอพีสองชุด รวมทั้งหมด 8 คน กลุ่มนักผจญภัยกับกลุ่มของท่านดยุดพร้อมครอบครัว อีกทางด้านหนึ่งที่ตอนนี้พวกเขาต่างนั่งตบยุงกันเป็นว่าเล่น เพราะภายในร้านไม่มีลูกค้าอยู่เลยสักคนเดียว ร้านอาหารอันดับหนึ่งของเมืองตอนนี้มันกลับว่างเปล่าซะอย่างนั้น จู่ๆลูกน้องคนเดิมของมาตินก็วิ่งเข้ามาภายในร้านอาหาร พร้อมกับในมือที่ถืออาหารถุงอยู่“เจ้านายขอรับ.. ข้าไปสืบมาแล้ว พวกเขาขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แย่งลูกค้าเราไปหมดแล้วขอรับ.. ครั้งนี้ข้าไม่พลาด ข้านำเงินเก็บข้าทั้งหมดซื้อกับข้าวที่เรียกว่า ‘ต้มข่าไก่กะทิ’ กับข้าวสวยร้อนๆมาให้ท่านลองชิมด้วยขอรับ..” ลูกน้องเอ่ยพร้อมกับยื่นมันมาให้กับเจ้านายของเขา“ไหนๆ.. มันจะอร่อยสักแค่ไหนกันเชียว ไปเอาจานชามถ้วยช้อนมาเร็วเข้า ข้าจะลองชิมมันเสียหน่อย...” มาตินเอ่ยสั่ง ไม่นานลูกน้องก็นำสิ่งที่เจ้านายสั่งมาให้ตามรับสั่ง ก่อนจะแกะถุงกับข้าว และเทมันลงไป เขาพิจารณาสี และหน้าตาของอาหารก่อนเป็นอย่างแรก“น้ำซุปสีขาวอย่างนั้นหรือ.. หือ..นี่มันข่าจริงๆด้วย มันกล้าใส่เจ้าข่านี่เข้าไปได้อย่างไร ใครจะกินมันกันล่ะ.. ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ..” มาตินวิจารณ์อาหารของสิน ก่อนที่เขาจะตักน้ำซุปขึ้นมาซด..“ก็ไม่เห็นอร่อยเท่าไรเลยนี่.. ลองอีกสักคำก็แล้วกัน.. ก็เหมือนเดิมนี่นา..” มาตินเอ่ยพร้อมกับชิมมันไปเรื่อยๆ ลูกน้องที่เห็นอย่างนั้นก็ได้แต่เอือมเจ้านายของมัน เพราะเล่นชิมยังไง ตอนนี้จะหมดถ้วยอยู่แล้ว แถมนั่นมันยังเป็นเงินของเขาอีกด้วย“เห้อ.. เหลือให้ข้าบ้างซิขอรับ..” ลูกน้องกล่าวอย่างหนักใจ...error loadedตบท้ายด้วยไอศกรีมกะทิ

    คล้ายกับเรื่องหนังสือเปลี่ยนชะตา ที่คุณอ่าน