รู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress

    พี่หญิง?

            เซี่ยซูเหยาคือตัวตนเช่นใด?

             

            สูงส่งเป็นอิสระ และเอาแต่ใจอย่างยิ่ง!

             

            นั่นคือสามคำที่สามารถบรรยายความเป็นตัวนางออกมาได้ดีที่สุด

             

            หวงจื่อหานในยามที่พบเจอไป่ฟานเซียนครั้งแรกก็มีความรู้สึกว่านางค่อนข้างจะคล้ายคลึงกับเซี่ยซูเหยาอยู่บางส่วนพวกนางไม่ชอบการถูกบังคับ ทั้งยังขี้รำคาญและชอบทำตามใจตัวเอง

             

            แต่ท่านปรมาจารย์ไป่ออกจะใจเย็นและสงบมากกว่า

             

            ชื่อของเซี่ยซูเหยาและ“นางพญาแม่ม่ายแดง” นั้นกลายเป็นมีชื่อเสียงขึ้นมาเมื่อราวๆสิบปีก่อน  เมื่อเธอที่พึ่งออกจากการฝึกตนไปถูกนายน้อยตระกูลหนึ่งในภาคเหนือมาทำตัวรุ่มร่ามใส่ในคืนนั้น ตระกูลของนายน้อยคนนั้นล้วนถูกพิษที่ไม่สามารถรักษาได้กันทั้งตระกูลทั้งปวดกล้ามเนื้อ วิงเวียน ทั้งยังอาเจียนออกมาไม่หยุดถึงสองวันสองคืนจนต้องรีบไปขอขมาเธอถึงหน้าประตู

             

            แม้แต่ปรมาจารย์คนหนึ่งของกองทัพยังต้องออกหน้าไปคุยกับเธอด้วยตัวเอง

             

            และนั่นทำให้พวกเขาได้ค้นพบความจริงว่าเซี่ยซูเหยาก็เป็นปรมาจารย์คนหนึ่งเช่นเดียวกัน!

             

            วันนั้นผู้คนได้เป็นสักขีพยานการเปิดตัวของปรมาจารย์คนใหม่

             

            นั่นทำให้ตระกูลเซี่ยแห่งภาคเหนือกลายเป็นที่รู้จักขึ้นมาทันที แต่เซี่ยซูเหยานั้นวางตัวเป็นอิสระและไม่มีทายาทเธอยกตำแหน่งหัวหน้าตระกูลเซี่ยให้น้องชายคอยรับมือกับผู้ฝึกตนที่ต้องการเข้าร่วมกับตระกูลเซี่ยแทนส่วนตัวของเธอเองนั้นออกเดินทางท่องเที่ยวและก่อวีรกรรมไปทั่วทั้งประเทศ

             

            แต่ว่าแม้แต่ลุงหวงเองก็ยังไม่คิดว่าเซี่ยซูเหยาจะมาปรากฏตัวขึ้นที่หมู่บ้านใต้เมฆาในเวลาแบบนี้!

             

            เพราะตามปกติแล้วตัวของนางไม่ค่อยจะถูกกับสมาคมนักปรุงโอสถเสียเท่าไร

             

            ยาพิษและยารักษาย่อมเป็นของคู่กัน  แม้ว่าจะไม่ถึงขนาดเกลียดชังจนต้องฆ่าแกงแต่ความรู้สึกที่เป็นปรปักษ์กันทำให้ทั้งสองฝ่ายไม่ค่อยสบายใจที่จะมาอยู่ใกล้ๆ

             

            “คุณคือ รอยยิ้มของเทพธิดาใช่ไหมคะ?”

             

            เซี่ยซูเหยาหรี่ตาลงขณะที่จับจ้องใบหน้าของไป่ฟานเซียนทั้งใบหน้าและรูปร่างรวมถึงกิริยาภายนอกของผู้หญิงตรงหน้านั้นจัดได้ว่าสมบูรณ์แบบ

             

            สมบูรณ์แบบจนเสี้ยวความคิดครู่หนึ่งของเธอยังยอมรับว่าตัวเองสู้ไม่ได้!

             

             

             

            “...”

             

            “...ไม่ใช่”

             

            ไป่ฟานเซียนเอียงคออย่างสงสัยนางแค่กำลังสนใจเจ้าตู้กดน้ำอัตโนมัตินี่จนไปรีดไถเอาเหรียญจำนวนหนึ่งจากถังเทียนจี๋มาลองกดดูเท่านั้นไม่คิดว่าพอเงยหน้าขึ้นมาจะมีผู้หญิงคนหนึ่งมายืนจ้องหน้านางอย่างเอาเป็นเอาตาย

             

            นอกจากนี้นางเองก็ไม่รู้จัก “รอยยิ้มของเทพธิดา” จริงๆ

             

            “ไม่หรอก! นี่คือคุณแน่ๆ!” เซี่ยซูเหยาขมวดคิ้วมุ่น เธอหยิบเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดแล้วยื่นออกมาด้านหน้า

             

            ในนั้นคือรูปใบหน้าของไป่ฟานเซียนที่มีรอยยิ้มงามประดับที่ริมฝีปาก เป็นรูปที่ถูกถ่ายไว้เมื่อตอนบ่ายที่เธอพึ่งจะมาถึงหมู่บ้านนั่นเอง

             

            “อืม...นั่นก็­ข้าจริงๆนั่นแหละ”

             

            เซี่ยซูเหยารู้สึกเหมือนผู้หญิงตรงหน้ากำลังกวนประสาทเธออยู่อย่างไรอย่างนั้นแต่ลุงหวงกลับแปลกใจเพราะนางพญาแม่ม่ายแดงที่น่ากลัวอย่างยิ่งนั้นกลับดูไม่ได้น่ากลัวอย่างตามข่าวลือ

             

            เมื่อมีคนมามุงดูมากขึ้นเรื่อยๆแน่นอนว่าย่อมมีคนจดจำเธอได้ ชื่อของนางพญาแม่ม่ายแดงนั้นโด่งดังเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะในช่วงสี่ปีนี้ที่มีคนนำใบหน้าของเธอไปจัดอันดับในการจัดอันดับเทพธิดาของยุทธ์ภพ

             

            พอมีคนมากเรื่องก็มากตาม บางคนก็แค่กระซิบกระซาบ แต่ก็มีบางคนที่ปากไวไปเสียหน่อยเมื่อเห็นใบหน้าของไป่ฟานเซียน

             

            “...นั่นมัน รอยยิ้มของเทพธิดาใช่ไหม?”

             

            “ใช่ ดูรูปนี่สิไม่ผิดหรอก ตัวจริงแน่ๆ”

             

            “แล้วเธอมาทำอะไรที่นี่ล่ะ?”

             

            “ฉันว่านางพญาแม่ม่ายแดงต้องอิจฉาความสวยของเธอแน่ๆเลย”

             

            ไม่รู้ว่าใครเป็นคนพูดแต่เซี่ยซูเหยาที่ได้ยินถึงกับขมวดคิ้วมุ่น

             

            พลังปราณของเธอระเบิดออกมาจากร่างแทบจะในทันทีที่อารมณ์ของเธอแปรปรวนผู้คนที่มามุงดูสามารถรู้สึกถึงแรงกดดันที่ทำให้ใบหน้าซีดเผือด  สำหรับผู้ที่อ่อนแอนั้นถึงกับล้มลงน้ำลายฟูมปากทั้งบนตัวยังปรากฏรอยจ้ำสีม่วงขึ้นมาเป็นจุดๆ

             

            พวกเขาถูกพิษเข้าไปเต็มๆ!

             

            เซี่ยซูเหยาเองก็เหมือนจะรู้ตัวเธอรีบสงบสติอารมณ์ลงมาเล็กน้อยทำให้พลังปราณที่แปรปรวนนั้นกลับมาในร่างแววตาของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดเล็กๆ

             

            แต่ไป่ฟานเซียนกลับมองท่าทางของเซี่ยซูเหยาอย่างแปลกใจ

             

            หญิงสาวคนนี้เหมือนจะไม่ได้ต้องการทำร้ายคนที่ไม่เกี่ยวข้อง?

             

            สัมผัสสวรรค์ของไป่ฟานเซียนแล่นปราดเดียวก็ครอบคลุมไปทั้งร่างของเซี่ยซูเหยาโดยที่เธอไม่รู้ตัว  แล้วเธอก็เข้าใจถึงสาเหตุของปัญหาในทันที

             

            ร่างกายและวิชาของผู้หญิงคนนี้ค่อนข้างจะพิเศษ

             

            เธอเกิดมาพร้อมกับ“กายารวมพิษ”

             

            กายารวมพิษคือชื่อร่างกายที่มีความสามารถในการดูดกลืนพิษร้ายเข้ามาในร่างได้นอกจากพวกมันจะไม่ทำร้ายร่างกายแล้วมันยังส่งเสริมให้ร่างกายทุกด้านเกิดการพัฒนาอีกต่างหากเมื่อผสานกับวิชาปราณพิษที่เธอฝึกฝนทำให้ร่างกายของเซี่ยซูเหยาถูกหล่อเลี้ยงด้วยพิษร้ายอยู่ตลอดเวลา

             

            นั่นยังส่งผลให้ร่างกายของเธอไม่แก่ชราแม้จะมีอายุมากกว่าครึ่งศตวรรษแล้วก็ตาม

             

            แต่มันก็ยังมีผลเสียร่างกายของเธอจะถูกกระตุ้นด้วยอารมณ์และความรู้สึกได้ง่ายมากแค่ตัวเธอรู้สึกโกรธหรือไม่พอใจพลังปราณที่เต็มไปด้วยพิษจากร่างกายของเธอก็จะแพร่กระจายออกมารอบตัวในทันที

             

            เซี่ยซูเหยาสูดลมหายใจลึก

             

            ที่เธอออกเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วส่วนหนึ่งก็เพราะสาเหตุนี้

             

            เพราะอาการของมันยังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆตามเวลา จนช่วงไม่กี่ปีมานี้เธอแทบจะเป็นบ้าเพราะมัน

             

            นั่นทำให้ผู้คนมักจะหวาดกลัวและไม่กล้าเข้าใกล้เธออยู่เสมอเธอถูกเข้าใจผิดว่าเป็นตัวตนอันตรายโดยไม่ได้ตั้งใจ อย่างเมื่อครู่แค่เธอรู้สึกไม่พอใจพลังปราณในร่างก็พุ่งพล่านออกมาจากร่างกายเสียแล้ว

             

            ในความเป็นจริงเซี่ยซูเหยาไม่ได้น่ากลัวและเอาแต่ใจอย่างที่คนอื่นคิดเธอแค่ออกจะเป็นคนอารมณ์ร้อนไปเสียหน่อย แต่ด้วยพลังของเธอที่ไม่สามารถควบคุมได้ส่งผลให้เธอมักจะเผลอไปทำร้ายคนอื่นโดยไม่รู้ตัว

             

            และที่เธอพบกับรอยยิ้มของเทพธิดาในวันนี้ก็เป็นเพียงความบังเอิญเธอเดินทางมายังหมู่บ้านแห่งนี้เพื่อรอวันที่หมอเทวดาออกมาจากการฝึกตนเหมือนคนอื่นเท่านั้น

            เธออยากให้เขาช่วยรักษาเธอคิดว่าร่างกายของตัวเองมีความผิดปกติอย่างแน่นอน

             

            และที่เธอจับจ้องไปยังใบหน้าของไป่ฟานเซียนและถามเพื่อยืนยันตัวตนนั้นเป็นเพราะแค่ดีใจที่ได้เห็นคนที่อาจจะมาอยู่ในทำเนียบเทพธิดาในปีนี้เหมือนกันเท่านั้นเอง

             

            แต่ผู้คนมักจะเข้าใจตัวเธอผิดอยู่ตลอด!

             

            บางครั้งเซี่ยซูเหยาก็อยากจะร้องไห้ออกมาให้รู้แล้วรู้รอดเพราะข่าวลือที่ไม่เป็นความจริงพวกนั้นทำให้เธอไม่เคยมีเพื่อนที่สามารถพูดคุยกันได้อย่างสนิทใจเลยสักคนเดียว

             

            เซี่ยซูเหยากัดริมฝีปากเธอคิดว่าวันนี้คงต้องไปพักที่อื่นเสียแล้ว หญิงสาวสะบัดหน้าและเตรียมจะเดินจากไปผู้ชมที่เฝ้ามองอยู่ถึงกับขยับเปิดเป็นทางให้เธอเดินได้สะดวก

             

            “...เดี๋ยวสิ”

             

            แต่ในวินาทีนั้น  ไป่ฟานเซียนกลับส่งเสียงเรียกขึ้นมาเสียก่อนมันเป็นเสียงที่แฝงไว้ด้วยพลังปราณและส่งมาถึงเซี่ยซูเหยาโดยตรงมีเพียงเธอที่ได้ยินและสัมผัสได้เท่านั้น

             

            นางพญาแม่ม่ายแดงถึงกับหันมามองอย่างงุนงง

             

            “พลังของเจ้าเหมือนจะระเบิดอยู่แล้วใช่หรือไม่?”

             

            คำพูดต่อมาของไป่ฟานเซียนทำเอาเซี่ยซูเหยาเบิกตากว้างความตกใจเพียงครู่เดียวของเธอทำให้พลังปราณในร่างปะทุออกมาจนฝูงชนที่มามุงแตกกระจายออกเป็นวง

             

            หญิงสาวรีบเรียกสติและควบคุมพลังของตนเองอีกครั้งเธอมองไปยังไป่ฟานเซียนด้วยความไม่เชื่อสายตาเสียงของเธอส่งผ่านพลังปราณไปยังไป่ฟานเซียนเช่นเดียวกัน

             

            “คุณรู้ได้ยังไง?”

             

            “ข้าจะรู้หรือไม่มันไม่สำคัญ...”  ไป่ฟานเซียนเว้นช่วง

             

            “...แต่ร่างกายของเจ้าน่าจะทนได้อีกไม่เกินสามวัน  กายารวมพิษของเจ้าน่าจะมาถึงขีดจำกัดแล้วมันรับปราณพิษที่เพิ่มขึ้นทุกวันของเจ้าไม่ไหว”

             

            “กายา...รวมพิษ?”เซี่ยซูเหยาพึมพำชื่อที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อนอย่างประหลาดใจเธอเองก็พอจะรู้ตัวว่าร่างกายของตัวเองแปลกประหลาดกว่าชาวบ้านเพราะวิชาของเธอไม่ได้มีผลในการช่วยชะลอความชราแต่ตัวเธอกลับยังดูสาวเหมือนอายุยี่สิบต้นๆไม่ว่าจะผ่านไปแล้วกี่สิบปีก็ตาม

             

            “ถ้ามันระเบิด...หุบเขาแห่งนี้กลายเป็นนรกบนดินแน่นอนสิ่งมีชีวิตคงจะไม่สามารถอาศัยอยู่แถวนี้ได้เป็นร้อยปีเลยล่ะ”ไป่ฟานเซียนพูดเรื่องร้ายแรงออกมาด้วยสีหน้าสงบ

             

            เซี่ยซูเหยาตะลึงเธอไม่อยากให้มันเกิดเรื่องอะไรแบบนั้น  ถึงเธอจะชอบทำอะไรตามใจตัวเองแต่ความจริงจำนวนคนที่เธอสังหารไปตลอดชีวิตนี้มันน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย ทั้งยังเป็นคนที่สมควรตายทั้งสิ้น

             

            พิษของเธอส่วนมากจะทำให้ปวดกล้ามเนื้อคลื่นไส้ วิงเวียน แต่ไม่ถึงกับเสียชีวิต

             

            พอคิดว่าหากมันระเบิดจริงๆผู้คนมากกว่าหมื่นคนที่นี่จะตายเพราะเธอก็อดทำให้ร่างกายของเธอรู้สึกหนาวสั่นขึ้นมาไม่ได้

             

            “...คุณรู้วิธีแก้ใช่ไหมคะ?”

             

            เซี่ยซูเหยาถามด้วยความหวาดระแวง  ตัวเธอกับผู้หญิงตรงหน้าไม่เคยเจอกันมาก่อนแต่ความที่นางสามารถพูดอาการของเธออกมาได้ถูกต้องก็เป็นเรื่องยืนยันว่าอย่างน้อยนางก็ต้องมีความรู้ระดับหนึ่งแน่นอน

             

            “ไม่ใช่แค่รู้...ข้าสามารถแก้ปัญหาให้เจ้าได้ด้วย”

             

            ไป่ฟานเซียนมองเซี่ยซูเหยาอย่างพิจารณาแม้จะฝึกวิชาด้วยพิษร้าย แต่ปราณสังหารของเธอคนนี้กลับไม่ได้รุนแรงนั่นแปลว่าเธอคนนี้ไม่ใช่คนไม่ดี

             

            นอกจากนี้“กายารวมพิษ” ยังเป็นกายาที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่งเมื่อยุคสมัยหนึ่งหมื่นปีก่อน

             

            ปัญหานี้นางเคยแก้ไขมาแล้วครั้งหนึ่งทั้งครั้งนั้นมันยังรุนแรงกว่าครั้งนี้ไปหลายเท่าตัว เพราะในยามนั้นกว่าที่นางจะรู้ตัว มันก็เกือบจะ “ระเบิด” ขึ้นมาต่อหน้านางแล้ว

             

            “ถ้างั้นได้โปรด...คุณช่วยรักษาฉันได้ไหมคะ?”  เซี่ยซูเหยาขอร้องไป่ฟานเซียนด้วยความหวังเธอหมดสิ้นหนทางแล้วจริงๆ ในตอนแรกเธอคิดจะหวังพึ่งหมอเทวดาแต่เธอกลัวว่าจะรอจนถึงตอนนั้นไม่ไหว

             

            “...ปลดปล่อยพลังของเจ้าเสีย”

             

            ไป่ฟานเซียนกลับพยักหน้ารับอย่างง่ายดาย  เซี่ยซูเหยาได้ยินกลับลังเลใจเธอมองไปยังผู้คนรอบตัวที่ต้องโดนลูกหลงแน่นอนหากพลังปราณของเธอระเบิดออกมา

             

            “เชื่อใจข้าสิ”

             

            ไป่ฟานเซียนพูดจบ เซี่ยซูเหยาก็รู้สึกเหมือนว่าระหว่างตัวเธอกับผู้คนภายนอกมีบางสิ่งบางอย่างที่ทรงพลังขวางกั้นไว้อยู่เธอหันไปมองไป่ฟานเซียนอย่างหวั่นเกรง

             

            “...ค่ะ”

             

            ตูม!

             

            เพียงพริบตาพลังปราณอันมหาศาลก็ปะทุออกมาจากร่างของเซ่ยซูเหยาราวกับน้ำหลากผู้ชมที่อยู่ใกล้เคียงต่างตกใจจนรีบถอยออกไปห่างๆเพราะกลัวลูกหลงพอรู้สึกว่าปลอดภัยก็ถอนหายใจอกมาอย่างโล่งอก

            โดยไม่มีใครฉุกคิดเลยว่าพลังปราณที่รุนแรงถึงเพียงนั้นกลับไม่ทำอันตรายพวกเขาแม้แต่น้อย

             

            แต่ถึงมันจะไม่ทำอันตรายแต่แรงกดดันอันสูงส่งของตัวตนระดับปรมาจารย์ก็ยังสามารถทำให้พวกเขาหวาดหวั่นแม้ว่าจะมีบางส่วนที่เป็นตัวตนระดับจอมยุทธ์ก็ยังมองพลังที่ตัวเองทำได้แค่ฝันนั้นอย่างหวั่นเกรง

             

            เมื่อพวกเขารู้ตัวก็พบว่ามีเพียงหญิงสาวที่ถูกเรียกว่า รอยยิ้มเทพธิดา คนนั้นเท่านั้นที่อยู่ตรงข้ามกับเซี่ยซูเหยา

             

            ราวกับพวกนางกำลังจะปะทะกันซึ่งหน้า!

             

            ข่าวลือจึงแพร่กระจายออกไปราวกับลมกรดแค่ไม่กี่นาทีผู้คนในเมืองเมฆาครามก็รับรู้ถึงข่าวที่นางพญาแม่ม่ายแดงกำลังจะปะทะกับรอยยิ้มเทพธิดาแล้ว!

             

            ไม่มีใครรู้ถึงสาเหตุที่แท้จริง! เพราะพวกนางพูดคุยกันผ่านลมปราณข่าวที่แพร่ออกไปก็คือเซี่ยซูเหยาไม่พอใจในความงดงามที่มากกว่านางซึ่งถ้าเธอได้ยินก็คงอยากจะร้องไห้อีกครั้งแน่ๆ

             

            เพราะมันไม่ใช่เลย!

             

            คุณรอยยิ้มเทพธิดาเป็นคนบอกให้ฉันทำต่างหากเล่า!

            ตอนที่  46

             

            หญิงสาวทั้งสองย้ายสถานที่ออกมาด้านหน้าโรงแรมแทนพลังของตัวตนระดับปรมาจารย์แค่ระเบิดออกมาหากไม่ระมัดระวังก็คงจะทำให้สภาพแวดล้อมเสียหายได้ง่ายๆ

             

            ไป่ฟานเซียนสังเกตลมปราณที่ปะทุออกมาจากร่างของเซี่ยซูเหยา แม้ว่าเธอจะไม่ได้ตั้งใจ แต่พิษที่สะสมอยู่ในร่างกายกลับอัดแน่นอยู่ในลมปราณของเธอจนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

             

            พลังปราณของเซี่ยซูเหยามีสีดำสนิททั้งยังดูขมุกขมัว แค่เพียงปลดปล่อยมันออกมาพื้นดินโดยรอบร่างกายของเธอก็ละลายเป็นบ่อตื้นๆขึ้นมาแล้ว

             

            “โจมตีข้า...”

             

            ไป่ฟานเซียนพูดเสียงเรียบแตกต่างจากเหล่าผู้ชมที่กำลังเฝ้ามองดูอย่างหน้าตาตื่น

             

            “จะดีจริงๆเหรอคะ...”เซี่ยซูเหยาทำสีหน้าลำบากใจแม้ว่าเธอจะค่อนข้างรู้สึกว่าคุณรอยยิ้มของเทพธิดานี้น่าเชื่อถือแต่เพราะเธอไม่สามารถสัมผัสถึงพลังปราณในร่างของไป่ฟานเซียนได้เลยแม้แต่นิดเดียวเธอจึงยังไม่กล้าที่จะลงมือ

             

            แต่ในพริบตานั้นแรงกดดันที่หนักหน่วงไม่แพ้กันของไป่ฟานเซียนก็ระเบิดออกมาผู้คนโดยรอบถึงกับตัวสั่นสะท้านเมื่อได้สัมผัสถึงพลังปราณที่รุนแรงอย่างไม่น่าเชื่อของหญิงสาวคนนี้!

             

            พลังปราณระดับปรมาจารย์!

             

            รอยยิ้มของเทพธิดาก็เป็นตัวตนระดับปรมาจารย์เช่นกัน!

             

            “นี่มันอะไรกันเนี่ย!”

             

            “เดี๋ยวนี้ปรมาจารย์มันเป็นกันง่ายขนาดนี้แล้วเหรอ?”

             

            ผู้คนที่มุงดูอยู่ร้องกันออกมาเสียงหลงยิ่งยามที่พลังปราณทั้งสองเริ่มปะทะและกดดันซึ่งกันและกันโดยไม่มีฝ่ายใดเพลี่ยงพล้ำก็ยิ่งทำให้พวกเขาตื่นตะลึงขึ้นไปอีก

             

            เมื่อเห็นว่าคุณรอยยิ้มของเทพธิดาก็เป็นปรมาจารย์เช่นกันเซี่ยซูเหยาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกอย่างน้อยเธอก็สามารถมั่นใจได้ส่วนหนึ่งว่าพลังของตัวเองคงจะทำร้ายอีกฝ่ายไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น

             

            แต่อีกใจหนึ่งเธอก็แปลกใจอย่างยิ่งเพราะดูแล้วผู้หญิงคนนี้ก็มีอายุเพียงยี่สิบกว่าๆเท่านั้นแต่กลับสามารถบรรลุเป็นตัวตนระดับปรมาจารย์ได้หรือไม่บางทีนางอาจจะมีร่างกายเช่นเดียวกันกับเธอนะ?

             

            ยิ่งคิดเซี่ยซูเหยาก็ยิ่งรู้สึกเหมือนได้เจอเพื่อนความคล้ายคลึงกันนี้ราวกับเป็นเส้นใยบางๆที่ทำให้เธอสามารถเชื่อใจและรู้สึกสนใจผู้หญิงคนนี้ตั้งแต่ที่เจอครั้งแรก

             

            “ระวังนะคะ...”

             

            หญิงสาวสูดลมหายใจและเอ่ยเตือนด้วยความหวังดีเธอสะบัดมือไปด้านข้าง พลังปราณของเธอก็ควบรวมเป็นก้อนพุ่งใส่ไปทางไป่ฟานเซียน

            กลุ่มก้อนพลังนี้แฝงไปด้วยพิษร้ายที่สามารถกัดกร่อนสิ่งที่มันสัมผัสได้เซี่ยซูเหยากลัวว่าจะทำให้ไป่ฟานเซียนบาดเจ็บจึงค่อนข้างจะยั้งมือเอาไว้อยู่หลายส่วนแต่ผู้ชมที่ไม่รู้กลับคิดว่ามันเป็นการโจมตีถึงตายเพราะความต่างของระดับพลังจึงสูดปากมองไป่ฟานเซียนที่ยกมือเปล่าขึ้นมารับอย่างเสียวซ่าน!

             

            ไป่ฟานเซียนสัมผัสถึงพลังปราณของเซี่ยซูเหยาที่อยู่ในมือด้วยสีหน้าเรียบเฉยพิษที่แฝงมากับปราณพยายามจะกัดกร่อนผิวของนางอย่างตะกละตะกรามแต่พวกมันไม่สามารถแม้แต่จะสัมผัสผิวหนังจริงๆของนางได้เสียด้วยซ้ำ

             

            เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้วร่างกายของไป่ฟานเซียนไม่รู้ว่าหล่อหลอมมาด้วยโอสถกี่พันกี่หมื่นชนิดการนำร่างกายตัวเองมาทดลองโอสถที่หลอมขึ้นมาจนมันพัฒนากลายเป็นสิ่งที่อยู่เหนือสามัญสำนึกทำให้นางไม่เคยหวาดหวั่นต่อพิษหรือสิ่งแปลกปลอมใดๆอีก

             

            “ไม่ต้องยั้งมือ...”

             

            ไป่ฟานเซียนเพียงสะบัดมือเบาๆกลุ่มก้อนพลังปราณนั้นก็หายไปนางหันหน้ามาสบตากับเซี่ยซูเหยาที่สั่นสะท้านทันทีที่สบตากัน

             

            คุณคนนี้สามารถสัมผัสพลังปราณของนางได้โดยไม่บาดเจ็บ?

             

            เรื่องนี้ทั้งประหลาดใจและดีใจในเวลาเดียวกันตั้งแต่ที่เธอบรรลุระดับปรมาจารย์ก็ไม่มีใครสามารถสัมผัสกับร่างกายของนางได้อีก  ไม่ต้องนับถึงลมปราณอย่างไป่ฟานเซียนเลย!

             

            “ค่ะ!”

             

            เซี่ยซูเหยาตอบรับขณะที่จับจ้องไปยังไป่ฟานเซียนด้วยสายตาเป็นประกายเธอปลดปล่อยพลังที่ไหลเวียนอยู่ในร่างออกมาจนพุ่งทะลวงสู่ฟากฟ้าตอนนี้พึ่งจะช่วงหัวค่ำ หมู่บ้านใต้เมฆาจึงยังคงคึกคักแสงสีและหลอดไฟในหมู่บ้านที่ประดับประดาจนคล้ายกับงานเทศกาลทำให้มันไม่มืดเลยสักนิด

             

            พอพลังปราณของเซี่ยซูเหยาปรากฏขึ้นกะทันหันก็ทำให้มันกลายเป็นจุดสนใจอย่างแน่นอน ผู้คนที่อยู่ไกลๆสามารถมองเห็นคล้ายมีแมงมุมตัวใหญ่ขมุกขมัวทับซ้อนอยู่กับกระแสลมปราณบนฟากฟ้าราวกับภาพลวงตา

             

            ฝูงชนเริ่มถอยห่างออกมามากขึ้นแค่จ้องมองพวกเขายังสามารถรับรู้ได้ถึงความอันตรายสำหรับผู้ฝึกตนตัวน้อยเช่นพวกเขาแล้วไม่มีใครกล้าเอาชีวิตมาเสี่ยง!

             

            แรงกดดันที่รุนแรงนี้แน่นอนว่าย่อมต้องเรียกตัวตนที่ยิ่งใหญ่ให้ปรากฏตัวได้หานจุนโป๋ที่เก็บตัวอยู่ก็อดไม่ได้ที่จะออกมารับชมด้วยตัวเองอาการบาดเจ็บของเขายังไม่หายดี สีหน้ายังซีดขาวอยู่นิดหน่อยแต่การเดินเหินไปไหนมาไหนยังสามารถทำได้สบายอยู่

             

            แน่นอนว่าการปรากฏตัวของตัวตนระดับปรมาจารย์อีกคนย่อมเป็นที่สังเกตอย่างรวดเร็วไม่นานข่าวที่หานจุนโป๋อยู่ที่นี่เองเช่นกันก็กระจายออกไป

             

            “เซี่ยซูเหยาแข็งแกร่งขึ้นขนาดนี้?”ชายชรากัดฟันด้วยความไม่พอใจเขามองพลังปราณที่พุ่งพล่านของหญิงสาวด้วยความอิจฉา  ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยอยู่ระดับเดียวกันแต่ไม่ได้เห็นเพียงไม่กี่ปีเซี่ยซูเหยากลับล้ำหน้าเขาไปหลายขั้นเสียแล้ว

             

            “ส่วนอีกคนที่สู้อยู่นั่นมัน...ไป่ฟานเซียน!?”

             

            หานจุนโป๋ตะลึงจนหลงลืมอาการบาดเจ็บเขาเผลอตัวโพล่งชื่อของหญิงสาวออกมาด้วยความตกใจ เมื่อรู้ตัวชายชราจึงกระแอมเบาๆกลบเกลื่อนเขาหันหลังแล้วเดินจากไปเงียบๆแต่หางตาก็ยังจับจ้องไปที่การประลองนั้นอยู่

             

            แต่มันจะไม่มีคนได้ยินได้อย่างไรเพราะตัวตนระดับปรมาจารย์แค่ปรากฏตัวก็เป็นจุดสนใจดังนั้นแค่ประโยคที่เขาเผลอหลุดออกมาย่อมถูกฝูงชนรอบๆแอบฟังและได้ยินเต็มสองหู!

             

            “...ไป่ฟานเซียน?”

             

            “ชื่อนี้คุ้นๆอยู่นะ”

             

            “นั่นมันชื่อของปรมาจารย์คนใหม่ที่อยู่ทางภาคตะวันออกไม่ใช่เหรอ?”

             

            “ใช่แล้ว! เมื่อไม่กี่วันก่อนมีข่าวของเธออยู่!”

             

            “แปลว่ารอยยิ้มเทพธิดาคือไป่ฟานเซียน?เรื่องมันจะบังเอิญเกินไปแล้ว!”

             

            ฝูงชนพูดคุยกันอย่างเซ็งแซ่ทันทีที่ประเด็นนี้ถูกเปิดเผยเพราะโลกของผู้ฝึกตนในประเทศมันก็ไม่ได้กว้างขนาดนั้นข่าวที่มีปรมาจารย์คนใหม่ที่ชื่อไป่ฟานเซียนเคยแพร่สะพัดอยู่ช่วงหนึ่งก่อนหน้านี้แต่ไม่มีใครมีรูปมายืนยันมันจึงถูกคิดว่าเป็นเพียงข่าวลือและหลงลืมไปในเวลาไม่นาน

             

            ใครจะไปคิดว่าทั้งสองคนคือคนเดียวกัน!

             

            ผู้กำกับหวังที่แอบอยู่ในฝูงชนเองก็กำลังตื่นเต้น หากรอยยิ้มของเทพธิดาคือคนเดียวกับไป่ฟานเซียนนั่นหมายความว่าเขาสามารถจัดอันดับนางให้สูงกว่าเซี่ยซูเหยาได้โดยไม่ต้องหวาดกลัวแล้ว!

             

            เพราะทั้งสองคนล้วนเป็นปรมาจารย์เหมือนกัน!

             

            ยิ่งคิดก็ยิ่งดีใจเขาสั่งให้ผู้ช่วยเก็บภาพบรรยากาศรวมถึงการต่อสู้ของทั้งสองคนไว้ให้ดีไม่ให้พลาดไปแม้แต่จุดเดียว!

             

             

            ทางฝั่งหญิงสาวทั้งสองเมื่อเซี่ยซูเหยาปลดปล่อยพลังออกมาจนหมดสิ้นก็เหมือนจะได้ระบายออกมานิดหน่อยแต่มันก็เพียงส่วนเดียวจริงๆ เพราะเธอยังรู้สึกถึงความอึดอัดที่อยู่ในร่างกายที่พร้อมจะระเบิดออกมาตลอดเวลา

             

            “โจมตีเข้ามาไม่ต้องยั้งมือ...”

             

            ไป่ฟานเซียนพูดเสียงเรียบ  เซี่ยซูเหยากัดริมฝีปากแล้วตัดสินใจลงมือร่างของเธอหลอมรวมกับพลังปราณรอบตัวจนเกิดเป็นชั้นสีดำเพียงการขยับตัวครั้งเดียวเธอก็พุ่งเข้ามาอยู่ต่อหน้าไป่ฟานเซียนแล้ว!

             

            ตูม!

             

            แรงปะทะที่ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนกระจายออกเป็นวงกว้างอาคารบ้านเรือนโดยรอบสั่นเบาๆเป็นหลักฐานว่ามันรุนแรงเพียงไหน!

             

            เมื่อควันจางลงฝูงชนก็เห็นร่างของหญิงสาวสองคนยืนอยู่ประชิดกันเสื้อผ้าของทั้งสองกำลังโบกสะบัดจนเกิดเป็นภาพงดงาม ฝ่ามือของนางพญาแม่ม่ายแดงถูกไป่ฟานเซียนคว้าเอาไว้จนขยับไม่ได้

             

            เซี่ยซูเหยามองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความรู้สึกตกใจเธอมองนิ้วมืองดงามซึ่งกำข้อมือของเธอไว้ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดวินาทีแรกเธอคิดจะสะบัดมันทิ้งเพราะความหลังฝังใจกลัวว่าจะทำให้คนที่มาสัมผัสตัวเธอต้องบาดเจ็บ

             

            แต่เมื่อสบตาเข้ากับไป่ฟานเซียนหญิงสาวกลับรู้สึกว่าภาพในหัวระเบิดกลายเป็นสีขาวโพลนยิ่งยามที่อยู่ใกล้กันถึงเพียงนี้เหมือนกับเธอสามารถได้กลิ่นหอมที่เต็มไปด้วยเสน่ห์สูงส่งแผ่ออกมาจากร่างของฝ่ายตรงข้าม

             

            ขณะที่เซี่ยซูเหยากำลังเพ้อฝันไป่ฟานเซียนกลับไม่ได้เกรงใจนางใช้แขนเพียงข้างเดียวสะบัดเหวี่ยงจนร่างของเธอกระเด็นไปไกลลิบ!

             

             

            “เช่นนี้อาจจะง่ายกว่า...”

             

            ไป่ฟานเซียนกระโดดตามไปเมื่อเห็นการเคลื่อนไหวกลางอากาศที่เลื่องลือ สายตาของฝูงชนย่อมเปล่งประกายนั่นเป็นเหมือนเป้าหมายการฝึกตนของพวกเขาทั้งยังเป็นการยืนยันว่าไป่ฟานเซียนเป็นปรมาจารย์จริงๆ!

             

            นางคว้าร่างของเซี่ยซูเหยากลางอากาศออกแรงเหวี่ยงอีกทีร่างบอบบางของหญิงสาวก็พุ่งตกลงมากระแทกกับพื้นถนนจนเกิดเป็นหลุมบ่อเล็กๆ

             

            แต่แน่นอนว่าแค่นี้ไม่สามารถทำให้ตัวตนระดับปรมาจารย์บาดเจ็บได้เซี่ยซูเหยาเพียงกำลังงุนงงและรู้สึกแปลกประหลาดแต่ไป่ฟานเซียนก็ไม่ให้เธอได้ตั้งตัวการโจมตีระรอกต่อไปพุ่งตกมาจากฟากฟ้าจนเซี่ยซูเหยาต้องพลิกตัวหลบส่วนที่หลบไม่ได้ก็ต้องใช้พลังปราณต่อต้านเอาไว้!

             

            ภาพที่ไป่ฟานเซียนยืนอยู่กลางฟากฟ้า เส้นผมและชายเสื้อกำลังโบกสะบัดไปกับสายลมยามค่ำคืนเกิดเป็นความงดงามอันยากจะต้านทานช่างภาพมือดีรีบรัวเก็บภาพจากหลายมุม ในขณะที่เซี่ยซูเหยากลับรู้สึกว่าหัวใจของตนเองกำลังเต้นผิดจังหวะโดยไม่สามารถควบคุม

             

            มันเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเธอมาก่อนในชีวิต

             

            หญิงสาวสะบัดหัวไล่ความคิดแปลกๆนั้นออกไป

             

            แต่ไป่ฟานเซียนก็ไม่ปล่อยให้ได้พักนาน การโจมตีระรอกต่อไปก็พุ่งเข้าใส่ทั้งยังแม่นยำจนเซี่ยซูเหยาไม่สามารถหลบได้อีก  ต้องเกร็งลมปราณในร่างเพื่อตั้งรับเพียงอย่างเดียว!

             

            การต่อสู้ของตัวตนที่ยิ่งใหญ่ทั้งสองลุกลามไปทั่วทั้งหมู่บ้านร่างของเซี่ยซูเหยาบ้างกระเด็นบ้างหลบหลีกไปตามทาง   ไม่ว่าจะเป็นใครและอยู่มุมไหนล้วนได้พบเห็นการต่อสู้สะเทือนฟ้านี่อย่างน้อยก็พริบตาหนึ่ง แต่กลับไม่มีสิ่งก่อสร้างใดเสียหายหรือใครได้รับบาดเจ็บจากลูกหลงเลยสักคนไป่ฟานเซียนสามารถควบคุมทุกอย่างได้อย่างหมดจดงดงาม

             

            ความชุลมุนดำเนินไปราวครึ่งชั่วโมง  ตอนนี้ไม่ว่าใครก็ล้วนให้ความสนใจการปะทะกันในครั้งนี้อย่างยิ่งแต่ภาพที่ไป่ฟานเซียนเป็นฝ่ายรุกไล่อย่างเดียวจนเซี่ยซูเหยาได้แต่ป้องกันนี้กลับทำให้พวกเขาต้องสูดลมหายใจและประเมินไป่ฟานเซียนกันเสียใหม่

             

             

            ตูม!

             

             

            เสียงปะทะรุนแรงดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายที่ถนนซึ่งอยู่กลางหมู่บ้านปรากฏหลุมขึ้นมาอีกหลุมหนึ่ง เซี่ยซูเหยาตอนนี้กำลังนอนอย่างหมดแรงอยู่ในก้นหลุมนั้นทั้งพลังปราณและพลังกายในร่างถูกรีดเร้นออกไปจนหมดไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว  เสื้อผ้าของเธอปรากฏร่องรอยขาดและหลุดลุ่ยออกมาบางส่วน  เมื่อรวมกับใบหน้าแดงระเรื่อและลมหายใจที่กระชั้นรุนแรงของหญิงสาวสามารถทำให้ฝูงชนใจเต้นตูมตามได้ไม่ยาก

             

             

            ฟุบ!

             

             

            ไป่ฟานเซียนปรากฏตัวขึ้นมาด้านข้างของเซี่ยซูเหยาสัมผัสสวรรค์แล่นปราดเข้าตรวจสอบร่างกายของเธออีกครั้ง ขณะที่นางโยนเสื้อคลุมตัวนอกของตัวเองลงบนร่างของเซี่ยซูเหยาอย่างแผ่วเบา

             

            เซี่ยซูเหยาสัมผัสได้ถึงมือที่อบอุ่นกำลังสัมผัสอยู่ที่ศีรษะของตัวเองขณะที่จมูกก็ได้กลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของไป่ฟานเซียนจากเสื้อคลุมของนางเธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่หญิงสาวรู้สึกราวกับว่าจะไม่สามารถควบคุมตัวเองขึ้นมาได้เสียอย่างนั้น

             

            ยิ่งไป่ฟานเซียนขยับเข้ามาใกล้หัวใจของเธอก็ยิ่งเต้นโครมครามเธอกลัวว่าถ้าคุณรอยยิ้มของเทพธิดาขยับเข้ามาใกล้อีกสักนิดจะต้องได้ยินเสียงหัวใจของเธอแน่ๆ!

             

            เธอจึงได้แต่ก้มหน้างุดไม่กล้าสบตาแต่หางตาก็ยังพยายามจะแอบมองเสี้ยวหน้าของผู้ที่ช่วยเหลือเธออยู่เนืองๆ

             

            “เจ้าปลดปล่อยพิษในร่างออกมาจนหมดสิ้นนอกจากนี้ร่างกายของเจ้ายังพัฒนาขึ้นส่วนหนึ่งไม่ต้องกังวลว่าต่อไปมันจะระเบิดอีก”

             

            ไป่ฟานเซียนถอนมือออกจากศีรษะของเซี่ยซูเหยาหญิงสาวมองมือเรียวบางนั้นด้วยความเสียดายเธอไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงอยากจะให้มือที่เต็มไปด้วยความสูงส่งนั้นลูบหัวตัวเองต่อไปอีกนานๆ

             

            และเมื่อสัมผัสถึงพลังในร่างกายตัวเองเซี่ยซูเหยาก็รู้สึกถึงความสงบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พิษที่เคยทำท่าจะปะทุกลับถูกเธอควบคุมได้อย่างง่ายดาย

             

            ถึงไป่ฟานเซียนจะพูดง่ายๆว่าแค่ปลดปล่อยพิษในร่างออกมาจนหมดสิ้นก็สามารถแก้ปัญหานี้ได้แต่ในความเป็นจริงมันกลับไม่ง่ายดายขนาดนั้น

             

            เพราะพิษของเซี่ยซูเหยานั้นรุนแรงอย่างแท้จริงถ้าเธอปลดปล่อยพลังในระดับเดียวกันนี้ออกมามั่วๆใส่เมืองแห่งนี้ทั้งเมืองได้กลายเป็นนรกแห่งพิษแน่ๆ

             

            ไป่ฟานเซียนบีบให้เธอใช้ปราณในการป้องกันตัวเองไปเรื่อยๆพิษที่อยู่ในปราณเหล่านั้นถูกปราณบริสุทธิ์ของไป่ฟานเซียนดูดกลืนยามที่ปะทะกันจนหมดสิ้นวิธีการนี้นอกจากต้องคำนวณระดับพลังอย่างระมัดระวังแล้วยังต้องสามารถรับรู้อย่างละเอียดได้ด้วยว่าอีกฝ่ายเหลือพลังอยู่เพียงไหน

             

            ทั้งยังต้องรีดเค้นจนไปถึงที่สุดการยืนเฉยๆไม่มีทางจะทำแบบนี้ได้พลังของมนุษย์จะถูกดึงออกมายามที่ตัวเองตกอยู่ในอันตรายไป่ฟานเซียนแค่ควบคุมให้พลังของตนเองเป็นอันตรายต่อเซี่ยซูเหยาทุกครั้งที่โจมตีแต่ก็อยู่ในจุดที่เซี่ยซูเหยาจะสามารถป้องกันได้อย่างพอดีเช่นเดียวกันเท่านั้นเอง

             

            นอกจากนี้ยังแฝงปราณบริสุทธิ์ของตัวเองเข้าไปค่อยๆปรับสภาพร่างกายของเซี่ยซูเหยาอย่างชำนาญเพราะอย่างที่เคยบอกไว้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไป่ฟานเซียนเคยทำแบบนี้!

             

            เธอจึงทำได้อย่างชำนาญอย่างยิ่ง

             

            และเรียกได้ว่ามีเพียงไป่ฟานเซียนคนเดียวเท่านั้นที่ทำแบบนี้ได้!

             

            เมื่อเรื่องราวคลี่คลายไป่ฟานเซียนก็ลุกขึ้นทำท่าจะเดินกลับไปยังโรงแรมเสียดื้อๆ เล่นเอาหญิงสาวที่นอนอยู่ที่พื้นต้องรีบกัดฟันลุกตามขึ้นมาด้วยพละกำลังทั้งหมด

             

            ชายเสื้อของไป่ฟานเซียนถูกดึงไว้อีกครั้ง นางรู้สึกว่าช่วงนี้คนของนางชื่นชอบการดึงชายเสื้อเอาไว้แบบนี้กันเหลือเกิน

             

            แต่เพราะทั้งสองคนนั้นยังเป็นเด็กน้อยนางจึงไม่ค่อยจะใส่ใจ

             

            เซี่ยซูเหยารู้ตัวว่ากำลังเสียมารยาทจึงรีบปล่อยมือด้วยท่าทางเลิ่กลั่กใบหน้าของหญิงสาวแดงฉ่าจนคล้ายกับเด็กสาว เธอไม่กล้าสบตาไป่ฟานเซียนที่หันมามองได้แต่กำเสื้อคลุมที่คลุมไหล่ตัวเองเอาไว้อยู่จนแน่น

             

            “เอ่อ...คุณรอยยิ้มเทพธิดา”

             

            หญิงสาวไม่รู้ว่าตนเองควรจะพูดอะไรต่อท่าทางที่ทำอะไรไม่ถูกนั้นดูคล้ายกับเด็กตัวเล็กๆ ที่กำลังเขินอายอย่างยิ่ง

             

            “คะ...คือว่า”

             

             

             

             

            “ขะ...ขอฉันเรียกคุณว่าพี่หญิง ได้ไหมคะ?”

             

             

             

            เซี่ยซูเหยาพูดด้วยน้ำเสียงเบาหวิวแต่ก็เป็นประโยคที่เธอรู้สึกว่ารวบรวมความกล้าทั้งหมดในชีวิตเพื่อพูดออกมา!

             

             

    คล้ายกับเรื่องรู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress ที่คุณอ่าน

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 812
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199