ผ่านไปหลายวันหลังจากที่พวกทหารจากไป ภายในหมู่บ้านฮารุเต็มไปด้วยซากศพอยู่ทั่ว หลายศพเริ่มกระบวนการย่อยสลายตามธรรมชาติ บางร่างมีหนอนชอนไชออกมาจากภายในร่างกาย กลิ่นซากศพเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณ ชวนให้อาเจียนออกมาหากใครได้รับกลิ่นเข้าไป
มีเื่แปลกประหลาดเื่หนึ่งเกิดขึ้น ในบรรดาซากศพเ่าั้ ยังมีศพหนึ่งที่นอนจมกองเืแห้งกรังอยู่ท่ามกลางศพอื่นๆที่เริ่มเน่าเปื่อย ร่างนั้นยังคงสภาพไม่เน่าเปื่อย ราวกับว่าศพนั้นพึ่งตายได้ไม่นานนัก
ติ้ง!! “กำลังรีเซ็ทระบบร่างกาย เสร็จสิ้นกระบวนการคืนสภาพ”
เสียงปริศนาดังขึ้น ไม่นานนักร่างนั้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลง ร่างที่นอนนิ่งมานานหลายวันก็เริ่มขยับตัว แขนทั้งสองข้างค่อยๆดันตัวขึ้นมาในท่านั่งด้วยความยากลำบาก
ร่างที่พึ่งฟื้นจากความตายยังคงสับสน สติค่อยๆกลับมาพร้อมกับภาพเหตุการณ์ก่อนหน้า ปรากฏขึ้นภายในจิตสำนึกอีกครั้ง
“อ๊าก” เสียงกรีดร้องดังลั่นทั่วบริเวณ
ผ่านไปครู่ใหญ่เสียงกรีดร้องจึงสงบลง ร่างที่เต็มไปด้วยเืแห้งกรังนั่งก้มหน้ามองพื้น พร้อมกับกำลังเรียบเรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า
“นี่เรายังไม่ตาย?”
ร่างนั้นอุทานออกมาด้วยความฉงน เขาเงยหน้าขึ้นมามองไปรอบๆ ภาพที่น่าสังเวชปรากฏในสายตา รอบๆตัวของเขาเต็มไปด้วยซากศพมากมาย ศพเ่าั้คือคนที่เขารู้จักเป็อย่างดี เขาสำรวจตรวจสอบร่างกายของตนอีกครั้ง าแฉกรรจ์ได้หายไปทั้งหมด สภาพร่างกายกลับมาอยู่ใน่ที่ดีที่สุด
เด็กหนุ่มยังคงนั่งมองรอบๆอยู่สักพัก หลังจากตั้งสติได้แล้ว เขาก็ลุกขึ้นกำลังจะเดินไปนั่งพักบริเวณบ้านหลังหนึ่ง
เหตุการณ์สังหารหมู่ที่เกิดขึ้นทำให้ลูคัสตระหนักถึงความอ่อนแอของตนอีกครั้ง ในตอนนี้ตัวเขาเข้าใจความจริงอย่างแจ่มแจ้ง หากไม่อยากเป็ผู้ที่ถูกรังแก จะต้องมีความแข็งแกร่งจนไม่มีใครสามารถทำอะไรตนได้
เมื่อความเข้าใจโลกมากขึ้น ลูคัสได้เปลี่ยนแปลงแผนการเดินทาง ในการเดินทางของเขาภายภาคหน้า เขาจะต้องพบเจออันตรายมากมายอีกแน่นอน
ฉะนั้นเขาจึงตัดสินใจพักการตามหาตัวน้องชายไว้ก่อน สิ่งที่เขาควรกระทำในตอนนี้ คือเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้
เมื่อเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด ลูคัสมีแผนจะเดินทางไปยังหุบเขาร้อยอสูร เขามีแผนในใจสำหรับเส้นทางความแข็งแกร่งของเขา
ด้วยพลังการรักษาขั้นสูง หากเขาถูกโจมตีต่อให้เขาตายหากหัวใจยังอยู่ก็ยังฟื้นกลับมาได้ แต่ก่อนที่จะออกเดินทาง ลูคัสได้ทำการขุดหลุมฝังร่างของคนในหมู่บ้านทั้งหมด เพื่อเป็การไว้อาลัยให้กับเหล่าดวงิญญาทั้งหลายที่เสียชีวิตในครั้งนี้
“ข้าให้สัญญา ข้าจะตามหาและล้างแค้นพวกมันทั้งหมดเพื่อเป็การสังเวยให้กับดวงิญญาพวกท่าน ขอให้ทุกท่านหลับอย่างสบาย” ลูคัสสาบานล้างแค้นต่อหน้าหลุมศพจำนวนนับสิบ
ทุกวินาทีล้วนสำคัญต่อชีวิต ลูคัสเดินทางออกจากหมู่บ้านทันที เขาเดินตามเส้นทางที่ลิซเคยบอกไว้
ใช้เวลาเดินทางหลายวัน จนในวันที่5ลูคัสก็มาถึงบริเวณตีนหุบเขา บริเวณรอบนอกไม่ปรากฏสิ่งมีชีวิตให้เห็นแม้แต่ตัวเดียว บรยากาศเงียบเชียบราวกับไม่มีสิ่งใดอยู่
เสียงเท้ากระทบกับพื้นดินเป็จังหวะอย่างต่อเนื่อง ลูคัสเดินเข้าไปในส่วนลึกของหุบเขามากขึ้นเรื่อยๆ
หุบเขาร้อยอสูรครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ รอบนอกประกอบด้วยต้นไม้น้อยใหญ่มากมายรวมกันเป็ป่ารกทึบ ด้านในสุดมีูเาใหญ่สูงตระหง่านตั้งอยู่
ตามที่เลคเคยบอกกล่าว ตำนานที่เล่าสืบต่อกันมา ตรงูเาสูงด้านในสุดเป็ที่พำนักของั ผู้ที่เป็าาแห่งหุบเขาร้อยอสูร
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าัมันมีอยู่จริงหรือไม่ก็ตาม ตัวลูคัสเองก็ไม่อยากเสี่ยงเข้าใปยังด้านใน เขา้าไปยังบริเวณส่วนกลางของหุบเขาเท่านั้น
เนื่องจากหุบเขามีขนาดที่กว้างมาก ลูคัสที่เดินทางมาตลอดก็แสดงความอ่อนเพลียออกมา
เดินทางมาอีกไม่นานก็เจอจุดเหมาะสมที่จะหยุดพัก บริเวณนี้เป็แม่น้ำทอดยาว มีต้นน้ำมาจากยอดของหุบเขาสูง
ลูคัสตัดสินใจหยุดพักการเดินทางเพื่อพักเอาแรง เขารีบวางสัมภาระอันนัอยนิดของเขาลง มือทั้งสองรีบเร่งถอดเสื้อผ้าออก ส่งตัวะโลงแม่น้ำทันที
ลูคัสใช้เวลาครู่ใหญ่ทำความสะอาดสิ่งสกปรกบนร่างกายออกจนหมด เขาขึ้นฝั่งมาแต่งตัวสวมเสื้อผ้าให้เหมือนเดิม ก่อนที่จะไปก่อกองไฟข้างแม่น้ำขึ้น
ราตรีมาเยือนอีกครั้ง รอบๆไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดนอกจากความมืดใจกลางป่ามีแสงของกองไฟกองหนึ่งสว่างไสวอยู่ แสงจากกองไฟพาดผ่านสิ่งหนึ่งปรากฏเป็เงาของคน เ้าของเงานั้นกำลังนั่งผิงไฟเพื่อคลายความหนาวด้วยสีหน้าอันนิ่งเฉย
ค่ำคืนผ่านไปอย่างราบรื่น ไม่มีสิ่งใดที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ลูคัสได้หลับพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม เขาตื่นตอนรับเช้าวันใหม่ด้วยความกระฉับกระเฉง
มื้อเช้ายังเป็ผลไม้ที่ได้จากความสามารถของตน เขาจัดการผลไม้เ่าั้จนหมด เนื่องจากยังไม่พบสัตว์อสูรแม้แต่ตัวเดียว ลูคัสจึงตัดสินใจเดินเข้าไปในป่าที่ลึกขึ้น
หลังจากออกเดินทางได้เพียงครึ่งวัน ลูคัสก็ได้พบสัตว์อสูรตัวหนึ่งเข้า มันมีลักษณะคล้ายกระต่ายป่า แต่ขนาดตัวมันไม่เหมือนกับกระต่ายป่าซักนิด ขนาดของมันใหญ่เทียบเท่ากระทิงโตเต็มวัย บนหัวของมันยังมีเขาแหลมงอกออกมา
ลูคัสค่อยๆย่องเข้าไปใกล้เ้ากระต่ายั์ ในมือกำดาบแสงด้วยความกระฉับกระเฉง ตำแหน่งระหว่างเขากับสัตว์อสูรกระต่ายค่อยๆลดลงๆ
เมื่อเข้าใกล้ได้ระยะโจมตีแล้ว ดาบแสงในมือยกขึ้นเล็งไปยังเ้ากระต่ายั์ แต่ก่อนที่เขาจะทำการโจมตี ตนเองก็ถูกโจมตีด้วยกลิ่นสาปของสัตว์อสูรกระต่ายเข้าเสียก่อน
ลูคัสเสียสามาธิทันทีเมื่อได้รับกลิ่นไม่พึงประสงค์ เ้ากระต่ายเองก็รู้สึกถึงอันตราย มันหันกลับมามองที่ลูคัส สายตาทั้งสองประสานจ้องกันครู่หนึ่ง
กระต่ายั์เป็ฝ่ายโจมตีเข้ามาก่อน มันะโหมุนตัวพุ่งเข้าหาลูคัส ลูกเตะของเ้ากระต่ายเข้าด้านข้างเอวของลูคัสอย่างจัง ร่างเด็กหนุ่มกระเด็นลอยไปชนกับต้นไม้ใหญ่อย่างแรง
เ้ากระต่ายไม่พลาดโอกาส เมื่อร่างมันลงสู่พื้นมันพุ่งตัวไปหาลูคัสเพื่อทำการโจมตีอีกครั้ง ด้านลูคัสเองก็ไม่ยอมเป็ฝ่ายถูกโจมตีอยู่ข้างเดียว เขาฟาดฟันดาบแสงไปยังด้านหน้า
ลูกเตะปะทะเข้ากับดาบแสงอย่างรุนแรง แต่ผลหลังการปะทะกันทำเอาทั้งลูคัสและเ้ากระต่ายต้องประหลาดใจ ดาบแสงได้เคลื่อนผ่านเนื้อของเ้ากระต่ายอย่างง่ายดาย อุ้งเท้าและขาของกระต่ายั์แยกออกจากกัน
เป็ฝั่งลูคัสที่ตั้งสติได้ก่อน เขาไม่รอให้เ้ากระต่ายได้ทันตั้งตัว ในมือกำชับด้ามดาบหมุนตัวตวัดปลายดาบไปยังเป้าหมายอีกครั้ง เ้ากระต่ายไม่สามารถหลบการโจมตีได้ทัน คมดาบพุ่งไปยังลำคอตัดผ่านเส้นเืบริเวณนั้นอย่างง่ายดาย
เืสีฟ้าพุ่งกระฉูดออกจากปากแผลที่เหวอะหวะราวกับเป็น้ำพุ ร่างขนาดใหญ่ล้มลงนอนจมกองเืในทันที ลูคัสยังไม่เดินไปดูผลงาน เขาล้มตัวลงนั่งพักใกล้ๆศพของเ้ากระต่ายพร้อมกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“ฟู่…เกือบไปแล้ว ประมาทเกินไป ต่อไปเราต้องทดสอบพลังใหม่เสมอเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก”
ลูคัสนั่งพักพร้อมกับทอดสายตาไปยังศพของเ้ากระต่ายั์ เขามองมันไม่นานก็ชำเลืองมองมายังดาบแสงที่อยู่ในมือ
“ดาบแสงนี่อันตรายเป็บ้า ต่อไปต้องตั้งใจฝึกควบคุมทักษะนี้ให้ดี”
เขานั่งพักต่ออีกครู่ใหญ่แต่ก็ยังไม่ลดการป้องกัน สายตายังสอดส่องบริเวณรอบๆเสมอ บรรยากาศใจกลางป่ารกทึบเต็มไปด้วยความเงียบ ความคิดของเด็กหนุ่มล่องลอยไปกับจิตใต้สำนึก
“พวกบิลลี่กับลิซจะเป็ยังไงกันบ้างนะ” เด็กหนุ่มพูดกับตัวเองแสดงถึงความเป็ห่วงพวกสหาย
เมื่อพักจนความเหนื่อยจางหายไปแล้ว ลูคัสก็ลุกขึ้นเดินไปยังร่างที่ไร้ิญญาของเ้ากระต่าย เขามองดูมันอีกครั้งด้วยสีหน้าเรียบเฉย มือข้างหนึ่งเอื้อมไปยังปากแผลบริเวณลำคอ
เขาใช้นิ้วชี้จุ่มลงเข้าไปด้านในแผลเพื่อัักับโลหิต นิ้วของเขาเต็มไปด้วยเืสีฟ้าตลอดจนถึงบริเวณมือ นิ้วที่เต็มไปด้วยเืค่อยๆเคลื่อนที่มายังปากของเด็กหนุ่ม เมื่อปลายลิ้นได้ัักับโลหิตสีฟ้าไม่นานนัก สิ่งที่ลูคัสคาดหวังก็เกิดขึ้น
ร่างของเด็กหนุ่มสั่นเทา ในตาปรากฏน้ำใสใสไหลออกมา ความแข็งแกร่งที่เขาโหยหามันเพึ่งเกิดขึ้นตรงหน้า อาการสั่นที่เกิดจากความปิติและน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความยินดี เขาเงยหน้าขึ้นพร้อมกับเช็ดน้ำตาออกไป
สายตาที่เคยอ่อนแอได้หายไป บัดนี้สายตาที่เปี่ยมไปด้วยความแค้นเข้ามาแทนที่ เขาไม่มีความกลัวหลงเหลืออีกต่อไป ตัวเขาสามารถพัฒนาไปได้เรื่อยๆ จะไปอยู่จุดสูงสุดเมื่อใดก็ขึ้นอยู่กับเวลาเพียงเท่านั้น
เมื่อได้สิ่งที่้าเรียบร้อยแล้ว ลูคัสเตรียมที่จะเดินทางต่อเพื่อไปยังส่วนกลางของหุบเขา ก่อนจะไปเขาไม่ลืมที่จะนำเนื้อของเ้ากระต่ายไปด้วย เขาใช้ดาบแสงชำแหละตัดแบ่งเป็ชิ้นเล็กๆ
มือข้างหนึ่งตัดแบ่งอีกมือก็จับแยกส่วนออกจากกัน ด้วยความคมของดาบแสง ใช้เวลาไม่นานการชำแหละก็เสร็จสิ้น สายตาจ้องมองไปยังจุดหนึ่งในร่างขนาดใหญ่ ลูกแก้วที่อยู่ในร่างของสัตว์อสูรก็ปรากฏให้เห็น
“นี่มันคืออะไรละเนี่ย?”
ลูคัสเดินไปเก็บลูกแก้วขึ้นมาไว้ในมือ บนใบหน้ายังแสดงออกถึงความสงสัยอยู่
“เก็บเอาไว้ก่อนละกัน”
เขาเก็บลูกแก้วลงในถุงสัมภาระอันเก่าและเริ่มเดินทางต่อไปอีกครั้ง ใช้เวลาไม่นานลูคัสก็พบกับสัตว์อสูรอีกตัว สัตว์อสูรตนนี้มีขนาดเล็กเทียบเท่าขนาดของไก่เพียงเท่านั้น
ลักษณะของมันคล้ายกับแมวป่า มันยังคงนอนหลับอย่างสบายใจใต้ร่มไม้ใหญ่ ครั้งนี้ลูคัสเตรียมตัวอย่างดี ลมหายใจค่อยๆเบาลง ในมือกำชับส่วนด้ามดาบ เขาค่อยๆเข้าใกล้เป้าหมายอย่างช้าๆ ระยะห่างตอนนี้เหลือเพียงแค่1ก้าว
ลูคัสไม่พลาดโอกาสพุ่งทำการสังหารสัตว์อสูรแมวโดยที่มันยังคงนอนหลับ หลังจากนั้นเขาทำเช่นเดียวกับเ้ากระต่าย 1นาทีผ่านไป 5นาทีผ่านไป 15นาทีผ่านไป
“ทำไมล่ะ??”
ลูคัสอุทานออกมาด้วยความไม่เข้าใจ ไม่มีปฏิกิริยาใดใดเกิดขึ้นกับเขา เพื่อความแน่ใจเขาสำรวจร่างกายอีกครั้ง
“ไม่มีความสามารถใหม่เพิ่ม? หรือเ้าแมวนี่ไม่มีกัน?”
“ไม่น่าจะเป็ไปได้ที่จะไม่มีความสามารถ เราพลาดอะไรบางอย่างไปหรือเปล่า?”
“ครั้งต่อไปค่อยลองทดสอบดูอีกทีละกัน เ้าเหมียวไม่เห็นมีลูกแก้วเลยแหะ”
“หรือว่ามันจะมีแค่บางตัว? ช่างมันก่อนละกัน”
เขาจัดการตัวเองไม่นานก็ออกเดินทาง ยามค่ำใกล้มาเยือนอีกครั้ง ลูคัสมองหาทำเลเหมาะๆเพื่อหาที่พักในคืนนี้ เขาเดินต่อไม่นานนักก็พบบริเวณที่เหมาะจะพัก จึงทำการก่อกองไฟขึ้น
ไฟกำลังแรงได้ที่ ลูคัสรีบนำเอาเนื้อกระต่ายออกมาย่างไฟทันที 30นาทีผ่านไป เนื้อที่แดงสดก็ได้เปลี่ยนเป็สีน้ำตาลเข้มแกมดำ กลิ่นหอมลอยมาเตะจมูกชวนให้รับประทานยิ่งนัก
ด้วยความหิวโหย ลูคัสรีบนำเนื้อก้อนใหญ่เข้าปากอย่างหิวกระหาย เมื่อเนื้อก้อนใหญ่ถูกกัดเข้า น้ำในเนื้อก็กระเซ็นออกมาแสดงให้เห็นถึงความชุ่มฉ่ำของเนื้อก้อนนั้น
ลูคัสใช้เวลาไม่นานกับการกินอาหารมื้อนี้ เขากินเนื้อเข้าไปจำนวนเยอะมาก ใช้เวลานั่งย่อยครู่ใหญ่ถึงจะรู้สึกโล่ง เมื่อหนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อน เขาจัดแจงที่สำหรับที่นอนอย่างลวกๆ พร้อมกับล้มตัวลงนอนหลับไป