บทที่ 44 : ข้อมูลคือพลัง
หลิงเซียวยืนนิ่งอยู่กลางจัตุรัสที่พลุกพล่าน ปล่อยให้กระแสของผู้คนไหลผ่านไปรอบกายราวกับเป็นก้อนหินที่ตั้งตระหง่านกลางแม่น้ำ เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะทำสิ่งใด แต่กลับกำลังใช้ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของเขาซึมซับข้อมูลรอบตัว
จิตวิญญาณของ "ภพ" กำลังทำงานอย่างเต็มที่ "กฎข้อแรกของการเข้าสู่ 'แผนที่ใหม่'...จงอย่าทำตัวโดดเด่น และจงรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุด"
แม้เขาจะรู้เรื่องการรับศิษย์ของนิกายกระบี่ครามแล้ว แต่นั่นก็เป็นเพียง "ทางเลือก" หนึ่งเท่านั้น การจะตัดสินใจครั้งสำคัญโดยมีข้อมูลเพียงน้อยนิดนั้นเป็นเรื่องโง่เขลา เขาต้องทำความเข้าใจเมืองระฟ้าแห่งนี้ให้ดีกว่านี้เสียก่อน
เขาไม่ได้มองหาโรงเตี๊ยมที่หรูหราที่สุด แต่กลับมองหาโรงเตี๊ยมที่อึกทึกและเต็มไปด้วยผู้ฝึกยุทธ์ที่มีกลิ่นอายของการต่อสู้ติดตัวมากที่สุด
จากประสบการณ์การอ่านนิยายมานับไม่ถ้วน...สถานที่เช่นนั้นคือแหล่งข่าวสารชั้นเยี่ยม
ในที่สุด สายตาของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่โรงเตี๊ยมขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่มุมจัตุรัส ป้ายไม้เหนือประตูสลักคำว่า "โรงเตี๊ยมกริฟฟอนคำราม" เอาไว้อย่างทรงพลัง เสียงหัวเราะ การโต้เถียง และเสียงกระทบจอกสุราดังเล็ดลอดออกมาไม่ขาดสาย
"ที่นี่แหละ"
หลิงเซียวเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมอย่างสงบ การปรากฏตัวของเขาทำให้เสียงจอแจภายในเงียบลงไปชั่วขณะ ทุกสายตาหันมามองเด็กหนุ่มผมเงินผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับเทพเซียนด้วยความประหลาดใจ แต่ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนจากทั่วสารทิศเช่นนี้ ความแปลกประหลาดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ ไม่นานนักทุกคนก็กลับไปสนใจเรื่องของตนเองต่อ
เขาเลือกโต๊ะว่างที่มุมห้อง สั่งชามาหนึ่งกาและจ่ายเงินด้วยเศษเงินที่แลกมาจากศิลาปราณก้อนหนึ่ง จากนั้นเขาก็เพียงแค่นั่งจิบชา...และเปิดประสาทสัมผัสการได้ยินทั้งหมดเพื่อ "ฟัง"
"อีกไม่ถึงเดือนก็จะถึงวันทดสอบของนิกายกระบี่ครามแล้วสินะ ได้ยินว่าปีนี้เกณฑ์การคัดเลือกเข้มงวดยิ่งกว่าเดิมเสียอีก!"
"ข้าว่าข้าคงหมดหวังแล้วล่ะ ไปหาภารกิจที่ 'หอคอยนักล่า' ทำประทังชีวิตยังจะดีกว่า อย่างน้อยก็ยังได้ฝึกฝีมือและมีศิลาปราณใช้"
"พูดถึงเรื่องนั้นแล้ว เมื่อวานข้าเห็นขบวนของตระกูลเฉินเคลื่อนพลออกจากเมืองไปทางทิศตะวันตก ไม่รู้ว่าไปเจอสมบัติอะไรดีๆ อีก"
"ชู่ว์! เบาหน่อย! อย่าไปพูดถึงสามตระกูลใหญ่ส่งเดช...เจ้าอยากมีเรื่องรึไง?"
หลิงเซียวรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่ได้ยินเข้ามาในหัวและทำการวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว
"นิกายกระบี่คราม...แม้จะเป็นเส้นทางที่มั่นคง แต่ก็เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์และการเมืองภายในที่น่ารำคาญ การเข้าร่วมอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนสันโดษเช่นเรา"
"สามตระกูลใหญ่...เฉิน, หวัง, และหลี่...คือผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นที่ควรหลีกเลี่ยง"
"และ...หอคอยนักล่า..."
ข้อมูลเกี่ยวกับหอคอยนักล่าทำให้ดวงตาของเขาเปล่งประกายขึ้นมา มันคือองค์กรอิสระสำหรับผู้ฝึกยุทธ์สันโดษ เป็นสถานที่ที่สามารถใช้ "ความแข็งแกร่ง" แลกเปลี่ยนเป็น "ทรัพยากร" ได้โดยตรง โดยไม่ต้องผูกมัดกับกฎเกณฑ์ที่น่ารำคาญของตระกูลหรือนิกาย
มันคือเส้นทางที่มอบอิสระ, ผลตอบแทนที่ชัดเจน, และที่สำคัญที่สุดคือ...มอบโอกาสในการต่อสู้จริงอย่างต่อเนื่อง!
"นี่คือเส้นทางที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับข้าในตอนนี้!"
เขาไม่จำเป็นต้องรอคอยการทดสอบที่ยังมาไม่ถึง ไม่จำเป็นต้องไปแย่งชิงโอกาสกับอัจฉริยะนับหมื่นคน เขาเพียงแค่ต้องพิสูจน์ความแข็งแกร่งของตนเองเท่านั้น
เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว หลิงเซียวก็ไม่คิดจะเสียเวลาอีกต่อไป เขาวางเงินค่าชาไว้บนโต๊ะ ลุกขึ้นยืน และเดินออกจากโรงเตี๊ยมไป
เป้าหมายต่อไปของเขาชัดเจนแล้ว...
"หอคอยนักล่า"