หนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์

    ทวด-เหลน ไม่มีใครยอมใคร

    เหตุการณ์กลับมาเป็นปกติ ในเวลานี้ลั่วอู่หลินถูกจับตัวมาไว้ในห้องๆหนึ่งในคฤหาสน์ ด้านข้างเตียงหลินเยว่เฟยกำลังต่อว่าสามีของนางที่ลงมือกับชายหนุ่มหนักเกินไป หากไม่ใช่เพราะมีหลินฉีและหลินชิงหลวนคอยห้ามปรามเอาไว้ มีหวังหลินเทียนได้โดนภรรยาทุบตีไปแล้ว

     

    'เห้อ แล้วทำไมพวกท่านไม่ไปทะเลาะกันไกลๆละเนี้ย ข้าจะต้องแสร้งสลบเช่นนี้ไม่ถึงเมื่อไรกัน'ลั่วอู่หลินรู้สึกอย่างจะร้องไห้เหลือเกิน เขาพยายามแกล้งสลบเพื่อหลีกหนีคำถามต่างๆของคนเหล่านี้ แต่ทว่าอีกฝ่ายกับคุมตัวเขาไม่ห่าง อีกทั้งยังมาทะเลาะกันใกล้ๆอีก นี่เขาคิดผิดหรือเปล่าที่แกล้งสลบไปเช่นนี้

     

    "ท่านพี่ออกไปเลยนะเจ้าคะ เดี๋ยวข้าจะดูแลเขาเอง"หลินเยว่เฟยกล่าว หลินเทียนที่ไม่สามารถขัดภรรยาได้ก็เดินคอตกออกไปในทันที พร้อมกับหลินฉีผู้เป็นบุตรชาย ในเวลานี้จึงเหลือแค่หลินเยว่เฟยและหลินชิงหลวนเท่านั้นที่นั่งอยู่ข้างๆลั่วอู่หลิน

     

    "หึ วิธีนี้ท่านยายของเจ้าก็ใช้บ่อยตอนหนีความผิด เจ้าตัวแสบถึงเวลาตื่นได้แล้วกระมัง"หลินเยว่เฟยกอดอกพร้อมกล่าว ลั่วอู่หลินที่แสร้งทำเป็นสลบลืมตาขึ้นมามองหนึ่งข้างพร้อมกำลังมุ้ยอย่างช่วยไม่ได้

     

    "ท่านรู้ตั้งแต่เมื่อไร??"

     

    "หึ ก่อนสลบไปเจ้ายิ้มเล็กน้อย แค่นี้ทำไมจะดูไม่ออก ท่านทวดคนนี้ของเจ้าไม่ได้ซื้อบื้อเสียหน่อย"นางกล่าวตอบพร้อมใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มของผู้ที่เหนือกว่า ประดุจกำลังจะบอกว่าการแสดงของเจ้ายังอ่อนหัดเกินไปออย่างไรอย่างนั้น

     

    ชายหนุ่มเมื่อเห็นก็พลันคิ้วกระตุกโดยพลัน เมื่อเผชิญหน้ากับผู้หญิงคนนี้มันก็ราวกับเขาต้องเผชิญหน้ากับท่านยายของตนเองถึงสิบคนด้วยกัน

     

    ต้องบอกก่อนว่าเวลาอยู่กับท่านยายของเขานั้นแม้จะถูกจับได้แต่ก็ไม่ได้ง่ายดายเช่นนี้ อีกทั้งหลินอี้เฟยและหลินเยว่เฟยก็แตกต่างกันตรงที่หลินอี้เฟยเมื่อจับได้ก็จะทำโทษอย่างตรงไปตรงมา ทว่าหลินเยว่เฟยนั้นนางจะเล่นไปตามเกมของอีกฝ่าย สร้างแผนการและกับดักขึ้นมาเพื่อที่จะให้ฝ่ายตรงข้ามจนตรอกและยอมสารภาพออกมาเอง คนเช่นนี้ลั่วอู่หลินไม่สามารถเดาความคิดความอ่านได้

     

    "หืม รู้แล้วอย่างไร หากจะมาถามเรื่องท่านยาย เสียใจด้วย ข้าไม่มีทางบอกหรอกนะ"ลั่วอู่หลินเบือนหน้าหนี

     

    หลินเยว่เฟยส่ายหน้าเบาๆ "ไม่บอกตอนนี้ก็ไม่เป็นไร อีกเดี๋ยวท่านทวดเจ้าก็จะประกาศว่าจับตัวเจ้าได้ แล้วเดี๋ยวอี้เฟยก็มาหาเอง เมื่อถึงตอนนั้นทั้งเจ้าทั้งท่านยายเจ้ารวมไปถึงเด็กแสบคนนั้นก็จะต้องโดนทำโทษร่วมกันทั้งหมด"

     

    "เด็กแสบ?? ใครอีกละ ข้าไม่เห็นจะรู้จัก แล้วเหตุใดต้องโดนทำโทษร่วมกัน"ชายหนุ่มถึงกับงุนงงไปในทันที

     

    "หุหุ เด็กแสบที่ท่านย่ากล่าวถึงก็ พี่ใหญ่ลั่วไห่เฟิงไง เขาไม่ได้บอกหรือว่าก่อนที่จะหนีตามกันไปเขาเป็นศิษย์ของท่านอาหญิงอี้เฟยน่ะ"

     

    "อะไรนะ!!"

     

    ลั่วอู่หลินอ้าปากค้าง หน้าตาของชายหนุ่มตอนนี้ดูไม่ได้อย่างยิ่ง ท่านตากับท่านยายไม่เห็นบอกเขาเลยว่าเมื่อก่อนพวกเขามีความสัมพันธ์กันเช่นนี้ นี่เป็นเรื่องที่เขารู้สึกตกใจมากที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้

     

    "ทะ ท่านอย่ามาล้อข้าเล่น ตอนที่ข้าออกมาท่านตากับท่านยายมีตบะระดับจักรพรรดิขั้นเก้าเท่านั้น แล้วจะเป็นศิษย์ของที่นี่ได้อย่างไร"

     

    "ฮ่าๆๆเด็กหนอเด็ก ขนาดเจ้ายังปิดผนึกพลังเอาไว้ได้ แล้วพวกเขาจะปิดผนึกพลังไม่ได้เชียวหรือ แต่ถึงอย่างไรก็ตามเมื่อพลังเพิ่มพูนมากเกินไปเดี๋ยวผนึกที่พวกเขาสร้างเอาไว้ก็ถูกทำลายเองนั่นแหละ หากจะให้คาดเดาตบะของสองคนนั้น ตอนนี้เด็กแสบนั่นก็น่าจะจอมปราชญ์ห้าดาว ส่วนอี้เฟยก็น่าจะจอมปราชญ์เก้าดาวกระมัง อย่างว่าคนหนึ่งมีกายเทพเหินเวหา ส่วนอีกคนมีเส้นลมปราณสุริยันเก้าบรรจบ จะให้พรสวรรค์ธรรมดาได้อย่างไร"หลินเยว่่เฟยกล่าวราวกับเป็นเรื่องขบขัน ทว่าลั่วอู่หลินรู้สึกตื่นตระหนกกับเรื่องที่ได้ยินอย่างยิ่ง

     

    "ด้วยฐานะศิษย์อาจารย์นี้ทำให้ตระกูลหลินไม่ยอมรับท่านตาอย่างนั้นหรือ??"

     

    "มีส่วนแต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เรื่องนี้ต้องโทษท่านทวดของเจ้าที่ไปรับปากสหายจากแดนเซียนเอาไว้ว่าจะยกลูกสาวให้แต่งงานกับลูกชายของอีกฝ่าย แต่เมื่ออี้เฟยหนีไปความสัมพันธ์ของทั้งสองจึงขาดสบั้นลงไปเช่นเดียวกัน"หลินเยว่เฟยกล่าวตอบไปเช่นนั้น เรื่องนี้ทำให้หลินเทียนโกรธมากเลยทีเดียวในเวลานั้น ทว่าไม่อาจจะทำอะไรได้เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าทั้งสองหนีไปที่ไหน

     

    "นั่นไง สุดท้ายสาเหตุก็มาจากตาแก่นั่นจริงๆ เรื่องนี้ท่านตากับท่านยายของข้าไม่ผิดเสียหน่อย ให้ตาแก่นั่นลงโทษตัวเองก่อนเถอะ"ลั่วอู่หลินกล่าว ทั้งหลินเยว่เฟยและหลินชิงหลวนอดขำไม่ได้ เด็กคนนี้ช่างหัวแข็งซะจริงๆ ทำให้พวกนางนึกถึงหลินอี้เฟยสมัยก่อนเอาเสียมากๆ

     

    หลังจากที่พูดคุยกันพักใหญ่ หลินเทียนก็เดินเข้ามาพร้อมกับใบหน้าที่มืดครึ้ม เห็นได้ชัดเลยว่าเขาได้ยินที่ชายหนุ่มกล่าวเมื่อครู่อย่างแน่นอน ส่วนด้านหลังเองก็มีหลินฉีเดินตามมา

     

    "ตื่นแล้วหรือรู้สึกอย่างไรบ้างละ"หลินเทียนกล่าวถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยยิ่ง

     

    "โดนผนึกปราณเอาไว้คงจะสบายดีกระมัง ตาแก่! ท่านอยู่ระดับเซียนแท้ๆยังรังแกรุ่นเยาว์อย่างข้าได้ แน่จริงลองผนึกปราณให้อยู่ขั้นวีรชนเท่ากันแล้วมาเจอกันอีกสักตั้งหรือไม่ละ"ลั่วอู่หลินกล่าวอย่างโกรธเคือง

     

    หลินเทียนพลันยกยิ้มออกมา "ข้ายอมรับว่าหากอยู่ระดับเดียวกันไม่อาจจะสู้เจ้าได้ อีกอย่างเหตุใดข้าจะต้องทำอย่างที่เจ้าว่ามาด้วยทั้งๆที่ข้าจับเจ้าได้แล้ว"

     

    "เอาละ ไม่ต้องเถียงกันแล้ว ท่านพี่ น้องบอกให้รอด้านนอกไงเจ้าคะ จะเข้ามาทำไมอีกละเนี้ย"หลินเยว่เฟยกล่าว

     

    "ก็เข้ามาฟังว่าเจ้าเด็กนี่จะต่อว่าข้าอย่างไรอีกไงละ"

     

    "หึ ใครต่อว่าท่านกัน ข้าไม่อยากพูดถึงตาแก่หัวแข็งเช่นท่านด้วยซ้ำ"ลั่วอู่หลินกล่าว ทำให้หลินเทียนถึงกับคิ้วกระตุกหน้าบูดบึ้งในทันที ตาแก่หัวแข็งงั้นหรือ คำนี้นอกจากลูกสาวเช่นหลินอี้เฟยแล้วไม่มีใครกล้าเรียกเขาเช่นนี้มาก่อน อีกทั้งคนรอบข้างเมื่อได้ยินก็อดขำไม่ได้

     

    "ท่านพ่อแล้วท่านจะให้เขาอยู่ที่นี่หรือที่นิกายขอรับ"หลินฉีกล่าวขึ้น หลินเทียนที่ทำหน้าบูดบึ้งเมื่อครู่ก็หันไปแล้วกล่าวกับลูกชาย

     

    "เจ้ารับมือเจ้าตัวปัญหานี่ไม่ไหวหรอกเช่นเดียวกับที่เจ้ารับมือน้องสาวเจ้าไม่ได้นั่นแหละ ให้เขาอยู่ที่นี่ ข้าอยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะก่อเรื่องอะไรให้ข้าได้บ้าง"หลินเฉินและสายตาหรี่มองลั่วอู่หลินที่นั่งหน้ามุ้ยอยู่บนเตียงก่อจจะเดินจากไป

     

    'อยากรู้ว่าข้าจะก่อปัญหาอะไรได้งั้นหรือ อย่ามาโทษข้าทีหลังก็แล้วกัน'ชายหนุ่มกล่าวในใจ

     

    หลังจากนั้นเป็นต้นมาลั่วอู่หลินก็อยู่ในการดูแลของหลินชิงหลวนและหลินเยว่เฟยเป็นอย่างดี ส่วนหลินเทียนจะมาหาบ้างบางครั้งบางคราวแต่ก็มีปากเสียงกันตลอด จนทำให้หญิงสาวทั้งสองถึงกับปวดหัวกันเลยทีเดียวเมื่อสองทวดเหลนได้ปะทะคารมกัน เพราะทั้งสองฝ่ายนั้นล้วนไม่มีใครยอมใครจนบางครั้งพวกนางต้องจับแยกกันก็มี

     

    ช่วงเวลาสองสัปดาห์ผ่านไปลั่วอู่หลินแสร้งทำเป็นคนอ่อนแอที่ถูกผนึกพลังปราณมาโดยตลอดทำให้ชายหนุ่มสามารถเดินเข้าที่ไหนก็ได้ในตระกูล เนื่องจากหลินเทียนและหลินเยว่เฟยได้ประกาศออกไปแล้วว่าชายหนุ่มเป็นเหลนชายที่หายไปและกำลังถูกทำโทษโดยการผนึกปราณ ตอนแรกก็เกิดความฮือฮาขึ้นในตระกูลอยู่บ้างแต่หลังจากผ่านสัปดาห์แรกเรื่องราวก็พลันเงียบไป

     

    ในตอนนี้ชายหนุ่มกำลังนั่งครุ่นคิดว่าจะปั่นป่วนตระกูลนี้อย่างไรดี ในเมื่อตาแก่หลินเทียนท้าทายเขาขนาดนี้ เขาจะไม่จัดให้ได้อย่างไร

     

    "อ๊า คิดออกแล้ว ในเมื่อข้าเป็นรุ่นเยาว์ก็ไปก่อเรื่องกับรุ่นเยว์ก็แล้วกันสมเหตุสมผลดี"กล่าวจบลั่วอู่หลินก็กระโดดลงจากหน้าต่างห้องและวิ่งไปที่สนามฝึกซ้อมของรุ่นเยาว์

     

    ต้องบอกก่อนว่าเขาไม่ได้จะไปชวนทะเลาะอะไรแต่ที่สนามฝึกซ้อมนั้นมีสนามประลองเดิมพันอยู่ซึ่งมันไม่ต่างจากสนามประลองของนิกายเท่าไรนัก

     

    แน่นอนหากในสถานการณ์ปกติคงไม่มีใครคิดจะต่อกรกับเขา แต่ต้องไม่ลืมว่าลั่วอู่หลินโดนผนึกปราณอีกทั้งสิ่งที่เขาจะใช้เดิมพันก็สามารถกระตุ้นความโลภของคนเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี เพราะมันคือสมุนไพรห้าพันปีสามต้นที่เขาได้มาเป็นรางวัลนั่นเอง

    คล้ายกับเรื่องหนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน