คุณนายสาวยอมรับว่าตกใจสุดขีด เพราะจู่ๆจิตรกรโรคจิตก็ดันหันมองเธอหลัง แถมก่อนจะส่งสายตา เขายังก้มลงไปสำรวจเจ้าโลกของตัวเองหนึ่งครั้ง
“ เอ๊ะ! หมอนี่คิดจะทำอะไร ทำไมถึงมองเราสลับไอ้นั่น… หรือว่ามันจะ……”
ไม่ทันได้พบคำตอบ โต้งก็ตรงเข้ามาเคาะกระจก พร้อมพยักหน้าเบาๆ และฉีกยิ้ม ประมาณจะบอกให้คุณนายสาวเปิดกระจกมาคุยกัน
ศรีสมรรู้สึกลังเล ใจนึงอยากออกรถ เพื่อเผ่นหนีจากที่นี่ ด้วยไม่อยากเผชิญหน้ากับจิตรกรโรคจิต แต่จิตลึกๆกลับฉุดรั้งให้เปิดกระจก แต่พอสาวเจ้าขบคิดอยู่ชั่วครู่ เธอก็ทนประกายตาเว้าวอนของบุรุษร่างผอมสูงไม่ไหว
“ เอาน่า ลองคุยกับเขาซักทีก็แล้วกัน จะได้ดูรู้ว่าต้องการอะไร เพราะถึงอย่างไร นายคนนี้ก็เป็นผัวของเพื่อนสนิทเรา ”
“ วื้ด……” กระจกอัตโนมัติลดตัวช้าๆ เพราะคุณนายสาวกำลังกดปุ่มเปิด และพอมันเลื่อนลงจนสุด เจ้าหล่อนก็ร้องถามสั้นๆว่า…..
“ เอ่อ…..มะ…มีอะไรให้ช่วยมั้ยคะ ”
แม้โต้งจะมีไอคิวที่ไม่สูงนัก แต่ก็รู้ว่าศรีสมรน่าจะนึกรังเกียจ และอยากตีจาก เพราะสีหน้าของเจ้าหล่อนฟ้องว่าอย่างงั้น แต่จิตรกรหนุ่มไม่สนใจ แถมยังยื่นมือมาเท้าขอบกระจกรถ เพื่อร้องขอสิ่งที่ต้องการ
“ ผมอยากได้ทิชชู่ซักหน่อย ไม่ทราบว่าคุณหมอนพอจะมีให้ยืมมั้ยครับ ”
ศรีสมรแอบโล่งอก เพราะการขอเพียงแค่นี้ เป็นสิ่งที่พอรับได้ เลยหันไปเปิดลิ้นชักหน้าคอนโซล เพื่อค้นหากระดาษชำระให้จิตรกรหนุ่ม
“ ฟู่……ค่อยยังชั่ว นึกว่ามันจะขอให้เราปลุกเร้าอารมณ์ด้วยการรูดท่อนลำซะอีก ”
และในระหว่างที่ศรีสมรกำลังยุ่งอยู่นั้นเอง โต้งก็ได้เพ่งมองคุณนายสาว ทำให้ประจักษ์กับเรือนร่างอวบอัดที่ชวนขยี้ ในใจจึงรู้สึกคึกคักขึ้นมาทันที
“ โอ้ว…..แต่จะว่าไป เรือนร่างของคุณหมอนก็ไม่เบาเลยทีเดียว ดูสิ ช่วงบนแทบจะล้นทะลักเกราะอกที่สวมใส่ ส่วนท่อนขาที่โผล่พ้นชายกระโปรงสั้นรัดรูปก็ทั้งขาวทั้งแน่น น่าฟัดชะมัด ” พออารมณ์หื่นเริ่มก่อตัว เจ้าโลกก็กลับมาแข็งเกร็ง เขาจึงเลื่อนมือลงไปลูบคลำสลับบดบี้เบาๆ เพื่อปลุกเร้ามันให้พร้อมทำศึก ส่วนดวงตาก็จ้องมองคุณนายสาวอยู่ตลอด
ด้วยความที่มนุษย์ล้วนมีเซ็นท์ที่สามารถสัมผัสได้ ถ้ามีใครลอบมอง ครั้งนี้ก็เหมือนกัน ศรีสมรรับรู้ถึงรังสีหฤหื่นที่พุ่งเข้ามา ราวกับมีใครบางคนอยากขย้ำเธอเสียเต็มประดา และคุณนายสาวมั่นใจว่าตนคิดไม่ผิด เพราะที่ผ่านมา เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วหลายครั้ง
“ เอ๊ะ! มีความรู้สึกเหมือนถูกใครจ้องอยู่ สถานการณ์คล้ายกับตอนที่เราเข้าไปตรวจงานในโรงสีที่มีพวกกรรมกรกลัดมันแบกกระสอบอยู่เลย หรือว่า……” แม้ศรีสมรจะมั่นใจในสัญชาตญาณ แต่เธอก็ไม่หันไปมองในทันที พร้อมทำทีควานหากระดาษชำระต่อ หางตาเหลือบไปยังกระจกรถฝั่งตรงข้าม เพื่อชมเหตุการณ์ผ่านเงาสะท้อน
และเมื่อสาวเจ้าได้พินิจอยู่ชั่วครู่ ก็พบกับนายโต้งที่แทบยื่นหน้าเข้ามาในรถ แขนขวากับกายช่วงบนสั่นดึ้กๆอย่างน่าอัศจรรย์
“ ว้าย! ตายแล้ว ทำไมนายโต้งถึงทำท่าประหลาดแบบนั้น ไม่สิ บางทีเขาอาจลุ้นให้เราหาทิชชู่เจอเร็วๆ และที่กระตุกแปลกๆ น่าจะเป็นเพราะกำลังหนาวสั่น ” แม้ศรีสมรจะตื่นตระหนก แต่คุณนายสาวก็พยายามโลกสวย มือไม้ที่ปาดป่ายในลิ้นชักก็แลสั่นเทาเหลือประมาณ หัวใจเต้นตูมตามจนหยุดไม่อยู่
เหมือนคุณนายสาวจะมีโชคอยู่บ้าง เลยเลื่อนสายตาไปเห็นห่อทิชชู่เล็กๆที่ส่วนลึกสุดของลิ้นชัก เจ้าหล่อนเลยหยิบมันออกมา พร้อมยื่นให้นายโต้งโดยเร็ว
“ เอ้า….นี่จ้ะ โต้ง เอาไปเลยนะ ไม่ต้องคืน ชั้นจะรีบไปแล้ว ”
โต้งรับมาเงียบๆ แต่จิตรกรรหนุ่มดูไม่สนใจว่าอีกฝ่ายคิดตีจาก มือซ้ายยังคงเท้าขอบกระจกรถ สองตาเพ่งมองคุณนายสาวแน่วนิ่ง แถมกายช่วงบนกับมือขวายังสั่นยึกๆอย่างต่อเนื่อง ทว่าศรีสมรไม่เห็นว่าเขากำลังทำอะไร เพราะมีประตูรถบดบัง
“ เอ่อ…..โต้งได้ทิชชู่แล้วนี่นา เราไปได้หรือยัง ” พอเห็นจิตรกรหนุ่มยืนแบบนั้นอยู่นานสองนาน คุณนายสาวก็ร้องเตือน พร้อมเหล่มองนายโต้งที่ยืนเท้าขอบกระจกรถ ประมาณว่าอยากให้ปล่อยมือจากจุดนี้ซักที
“ เอ๊ะ! เออ….ใช่สิ เราได้ทิชชู่แล้วนี่หว่า แต่คุณหมอนไม่อยากรู้เหรอว่าผมเอามันไปใช้ทำอะไร ” โต้งแสร้งสะดุ้งนิดนึง ก่อนจะหยอดคำถามแบบมีนัยยะ
ศรีสมรยอมรับว่าไม่อยากรู้ เพราะมันชัดว่านายโต้งน่าจะเอาไปเช็ดเจ้าโลกที่กำลังเปรอะเปื้อน แต่ส่วนลึกของจิตใจก็แอบว้าวุ่นอยู่เหมือนกัน ด้วยเกมกามที่จิตรกรหนุ่มมอบให้เมื่อวาน เป็นอะไรที่ลุ้นระทึกจนลืมไม่ลง
แต่ไม่ทันจะได้คำตอบ จิตรกรหนุ่มก็เอื้อมมือซ้ายมากดปุ่มเปิดประตู พร้อมแง้มมันออกมา เพื่อเฉลยว่าตนกำลังทำอะไร และเมื่อคุณนายสาวได้เห็น เธอก็กรีดร้องเสียงดัง
“ ว้าย……..โต้งทำอะไรน่ะ ”
เหตุที่ทำให้คุณนายสาวตกใจถึงเพียงนี้ เป็นเพราะโต้งได้ใช้ทิชชู่เช็ดอาวุธร้ายที่มันแผล็บ
“ ยี้….อยากจะกรี๊ดเป็นภาษาอังกฤษ ตานี่เล่นโชว์ของลับให้เราดูอีกแล้ว แถมท่วงท่าทำความสะอาดก็แปลกประหลาด ” ศรีสมรอึ้งไปในบัดดล สองมือยกขึ้นปิดปาก
ถึงศรีสมรจะแสดงอาการรังเกียจอย่างชัดเจน แต่โต้งไม่สนใจ แถมยังสอดส่ายสายตาหื่นๆไปทั่วเรือนกายอวบอัด ไม่ว่าจะเป็นทรวงอกคัพ D ที่ซ่อนอยู่ในเกาะอก โคนขาอ่อนขาวอวบ สะโพกผายที่ถูกกระโปรงทรงเอบดบัง ล้วนตกอยู่ในโฟกัสของจิตรกรหนุ่ม
“ เหอ เหอ เหอ…..”
ศรีสมรเองก็รู้ชัดว่าตนตกเป็นเป้าสายตา แต่ไม่รู้ทำไม กายอวบอัดจึงไม่ยอมขยับหนี แถมยังเพ่งมองมือขวาของจิตรกรหนุ่มที่กำลังทำร้ายตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตาย หัวใจเต้นรัวเป็นกลองเพล
“ โอ้……ไอ้โรคจิตนี่คลั่งอีกแล้ว จะทำยังไงดีนะ ”
ก่อนที่ศรีสมรจะได้คำตอบ โต้งก็ตรงเข้ามาประชิด เธอเลยเอียงหน้าหลบ ปากก็ออกคำสั่งเสียงแผ่ว
“ โต้ง…..เธอจะทำอะไรน่ะ ถอยออกไปเดี๋ยวนี้นะ ”
“ เหอ เหอ เหอ ไม่มีอะไรมาก ผมแค่อยากให้คุณหมอนช่วยทำความสะอาดให้ก็เท่านั้น ” กระนั้นโต้งก็ไม่ยอมถอย แถมยังส่ายเอวไปมาในระยะประชิด
“ ก็แล้วทำไม แกไม่ทำเองล่ะ ว้าย….ตายแล้ว ” ศรีสมรเริ่มขุ่นนิดๆ เพราะถูกบุรุษร่างสูงยียวน แต่พอจะตวาด โต้งก็ยื่นมือมาแตะริมฝีปากอวบอิ่ม เธอเลยกรีดร้อง พร้อมสะบัดหน้าหนีด้วยความขยะแขยง
“ ก็ผมเมื่อยมือแล้วน่ะสิ และถ้าคุณหมอนไม่ทำให้ ผมคงต้องเอามาถูใบหน้าสวยๆและริมฝีปากของคุณจนกว่ามันจะสะอาดเอื่ยม ” โต้งยื่นข้อเสนอใหม่ อันเป็นการบีบบังคับกันอยู่กลายๆ
ศรีสมรอยากตอบกลับไปว่า….แล้วชั้นไปเกี่ยวอะไรด้วย แกถึงเอาใบหน้าของชั้นมาใช้แทนกระดาษชำระ แต่พอตึกตรองอยู่อึดใจ ก็ได้คิดว่า…การโต้เถียงกับคนโรคจิต น่าจะไร้ประโยชน์ เพราะสิ่งมีชีวิตกลุ่มนี้ไม่รับฟังความคิดเห็นของผู้ใดแน่ จึงตัดสินใจเล่นตามน้ำ
“ โอเค…..แค่ชั้นเช็ดทำความสะอาดให้นาย ก็พอแล้ว ใช่มั้ย ” พอพูดจบ ศรีสมรก็หยิบทิชชู่ผืนใหม่มาห่ออุ้งมือ แล้วขยับไปทำตามความต้องการ ทุกสิ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนโต้งตั้งตัวไม่ทัน เลยร้องครวญเบาๆเสียหนึ่งที
" อู้ว…..ใช่แล้ว อย่างงั้นล่ะ เช็ดช้าๆก่อนนะ คุณหมอน ”
แม้เมื่อวานศรีสมรจะเพิ่งมีอะไรกับโต้งมาหมาดๆ แต่เจ้าหล่อนก็ยอมรับว่าจิตตกหน่อยๆ เพราะยังไงชายผู้นี้ก็เป็นเพียงคนแปลกหน้า แต่เพื่อให้เรื่องจบ คุณนายสาวจึงกัดฟันทน พร้อมใช้กระดาษทิชชู่ที่อยู่ในอุ้งมือเช็ดคราบไคล
ศรีสมรรู้สึกร้อนผ่าว โดยเฉพาะใบหน้าที่แดงก่ำดูจะเป็นจุดที่ระอุขั้นสุด เหตุเพราะเลือดสาวกำลังวิ่งพล่านไปทั่วร่าง มือบางลากทิชชู่ไล่ทำความสะอาดไปเรื่อยๆ และการกระทำดังกล่าวได้เรียกเสียงครางของจิตรกรหนุ่ม
“ อู้ว…..”
คุณนายสาวใช้ทิชชู่ผืนบางเช็ดไปทั่วดุ้นท่อนโตอยู่สองนาที แต่ไม่รู้สึกว่ามันจะสะอาดขึ้นเลยซักนิด ตรงกันข้าม กลับดูเปียกแฉะยิ่งกว่าเดิม
“ เอ….ทำไมยิ่งทำ เหมือนรู้สึกว่ามันยิ่งเละเทะ แถมขนาดของมันยังทำท่าจะใหญ่ขึ้นไปอีก แล้วเมื่อวานเราทนรับของแบบนี้ได้ยังไง ”
ในขณะที่คุณนายสาวกำลังวนเวียนอยู่ในความสงสัย โต้งก็ฉวยโอกาสที่อีกฝ่ายเหม่อ เอื้อมมือไปลูบไล้เรือนกายช่วงบน
“ อู้ย…….” ศรีสมรสะดุ้งโหยง แต่กายอวบอัดกลับไม่ขยับหนี แถมยังแอ่นอกขึ้นเล็กน้อย เพื่อรับรสสัมผัสของบุรุษ ใบหน้าสวยคมแลเหยเกด้วยความเจ็บเสียว
พอเห็นว่าสาวสวยวัยสะคราญไม่ตำหนิคำใด โต้งก็เริ่มได้ใจ เลยเล่นงานต่อด้วยสองมือ พอสัมผัสผิวกายภายนอกจนหนำใจ เขาก็ล้วงเข้าไปในเกาะอกสีดำ และหมากเกมนี้ก็ส่งผลให้กายอวบอัดของศรีสมรกระตุกแรงด้วยอารมณ์สยิว
“ อ้า……”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
