บทที่ 12
เส้นทางใหม่และศัตรูเก่า
เสียงระฆังบอกเวลาเรียนในเช้าวันจันทร์ดังขึ้น ฉันเดินเข้าห้องเรียนแพทย์ด้วยหัวใจที่เต้นแรง ความฝันที่ฉันใฝ่หามาในสองชาติสุดท้าย เริ่มเป็รูปเป็ร่างขึ้นแล้ว ฉันรู้ตัวดีว่าการเรียนที่นี่ไม่ง่ายเลย วิชาการแพทย์เต็มไปด้วยตำราเล่มหนา เนื้อหาซับซ้อน ทั้งกายวิภาค สรีรวิทยา ไปจนถึงเภสัชศาสตร์ แต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนได้หายใจเต็มปอดทุกครั้งที่เปิดหนังสือ เพราะนี่คือเส้นทางที่ฉันเลือกด้วยตัวเอง ไม่ใช่เพราะใครมาบังคับหรือชี้นำเหมือนชาติก่อน
เพื่อนร่วมชั้นหลายคนมองฉันด้วยสายตาทึ่ง ฉันเข้าใจว่าพวกเขาคงสงสัยว่าทำไมเด็กสาวจากเมืองเล็ก ๆ อย่างฉันถึงสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังอันดับหนึ่งของปักกิ่ง แถมยังสอบได้คะแนนเป็อันดับหนึ่งของรุ่นอีกด้วย แต่สิ่งที่ฉันรู้แต่พวกเขาไม่รู้คือ…ฉันมีความทรงจำของชาติที่แล้วเป็อาวุธลับ
เวลาที่อาจารย์อธิบายเนื้อหาซับซ้อน ฉันสามารถเชื่อมโยงกับความรู้ที่เคยได้ยินมาในอนาคต ทำให้จับประเด็นได้เร็วกว่าใคร และเวลาฝึกภาคปฏิบัติ ฉันก็ควบคุมมือให้มั่นคง ไม่หวั่นไหวกับเืหรือาแเหมือนนักศึกษาหลายคน ทุกอย่างทำให้ชื่อของ “ซ่งหว่านอิง” ค่อย ๆ ถูกพูดถึงในมหาวิทยาลัยว่าเป็ดาวรุ่งที่น่าจับตามอง
แต่ฉันรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้ายังเต็มไปด้วยอุปสรรค…
บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยแรงกดดันของการเรียนในคณะแพทย์ แต่สำหรับซ่งหว่านอิง มันไม่ใช่เพียงแค่การเรียนเพื่ออนาคตคือการต่อสู้ เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีที่เธอเคยสูญเสียไปในชาติที่แล้ว
ระหว่างที่ฉันกำลังจดเลคเชอร์อยู่เงียบ ๆ เพื่อนคนหนึ่งกระซิบมาข้างหู “หว่านอิง เธอรู้หรือยัง? ได้ข่าวว่ามีเด็กใหม่จากต่างเมืองเพิ่งย้ายเข้ามา…ชื่อซ่งหว่านหลินนามสกุลเหมือนของเธอด้วยนะ”
ฉันชะงัก ดวงตาเบิกกว้างทันทีเมื่อได้ยินชื่อที่ตามมา ซ่งหว่านหลิน เธออยู่บ้านเกิดที่ชนบทไม่หรือทำไมถึงย้ายมาเรียนที่นี่ได้ฉันคิดด้วยความสับสน
หัวใจฉันกระตุกแรง ความทรงจำจากชาติที่แล้วผุดขึ้นมาทันทีเหมือนเงาที่ตามหลอกหลอน หญิงสาวผู้ที่เคยแย่งทุกสิ่งไปจากฉัน ทั้งความรัก ศักดิ์ศรี และอนาคต แต่ครั้งนี้ฉันจะไม่ยอมให้ซ่งหว่านหลินได้สิ่งใดอีกต่อไปเด็ดขาด
นักศึกษาหญิงคนใหม่ย้ายเข้ามากลางเทอมด้วยใบหน้าและนามสกุลที่คุ้นตาอย่างประหลาด ซ่งหว่านหลิน
ทันทีที่ชื่อของเธอถูกประกาศในรายชื่อนักศึกษาใหม่ ความใของซ่งหว่านอิงแทบจะไม่สามารถปกปิดได้ เธอจำได้ดีว่าซ่งหว่านหลินไม่เคยมีความฝันอยากเป็หมอ ไม่ชอบอ่านหนังสือหนัก ไม่เคยสนใจการเรียนการแพทย์แม้แต่น้อย แต่ตอนนี้กลับย้ายเข้ามาเรียนในคณะเดียวกัน แถมยังกลางเทอมอีกด้วย ซึ่งตามกฎของมหาวิทยาลัยนั้นแทบจะเป็ไปไม่ได้เลย
วันแรกที่ซ่งหว่านหลินมาถึงมหาวิทยาลัย เธอสวมชุดนักศึกษาใหม่เอี่ยม ผมถูกรวบเรียบร้อย ใบหน้าแต่งแต้มรอยยิ้มอ่อนหวาน ดูราวกับหญิงสาวที่ไร้พิษภัย แต่สายตาที่มองมาทางซ่งหว่านอิงกลับแฝงแววเยาะหยันอย่างแเี
“พี่หว่านอิง~ ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเรียนด้วยกันอีกนะ”
เสียงเรียกนั้นหวานละมุนแต่เต็มไปด้วยการเสแสร้ง
“ฉันก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน” ซ่งหว่านอิงตอบเสียงเรียบ “เธอนี่...โชคดีจริง ๆ ที่ย้ายกลางเทอมได้ ทั้งที่มหาวิทยาลัยนี้คัดเข้ายากขนาดนั้น”
ซ่งหว่านหลินหัวเราะเบา ๆ
“ก็...ฉันตั้งใจจริง ๆ นี่คะ อีกอย่าง...ก็มีคนช่วยแนะนำให้ด้วย”
เพียงประโยคเดียวก็เพียงพอให้ซ่งหว่านอิงเข้าใจทุกอย่างคนช่วยนั้นคือ หลี่ข่ายหลุน
ไม่เพียงแค่หลอกใช้เส้นสายของญาติฝ่ายหลี่เท่านั้น แต่ซ่งหว่านหลินยังตั้งใจจะเข้ามาอยู่ในโลกของเธออีกครั้ง ในที่ที่ซ่งหว่านอิงตั้งใจจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยตัวเอง
หลังเลิกเรียนวันหนึ่ง ซ่งหว่านอิงแอบเห็นซ่งหว่านหลินนั่งอยู่ในโทรศัพท์สาธารณะของหอพักหญิง น้ำเสียงอ่อนหวานที่ลอดออกมาเบา ๆ แต่ชัดเจนพอให้ได้ยิน
“พี่หลี่... ขอบคุณนะคะ ถ้าไม่ได้ญาติของพี่ช่วย ฉันคงเข้าเรียนไม่ได้จริง ๆ ... ตอนนี้ฉันอยู่กับพี่อิงทุกวันเลยค่ะ... ใช่ค่ะ ฉันจะไม่ให้เธอได้สบายแน่นอน...”
ซ่งหว่านอิงยืนนิ่งอยู่นอกหน้าต่าง เสียงหัวเราะของอีกฝ่ายแล่นเข้าหูอย่างเยียบเย็น
ในชาติก่อน เธอเคยให้โอกาสซ่งหว่านหลินนับครั้งไม่ถ้วนแต่ในชาตินี้ ไม่มีอีกแล้ว
เธอกลับขึ้นห้อง อ่านหนังสือแพทย์ในมือด้วยสายตาแน่วแน่
“จะใช้เส้นสายอะไรก็ใช้ไปเถอะ...” เธอพึมพำเบา ๆ “แต่ที่นี่ ฉันจะไม่ให้เธอเหยียบหัวฉันได้อีก
การปรากฏตัวของเธอเหมือนการจุดไฟให้ฉันต้องระวังตัวมากกว่าเดิม ซ่งหว่านหลินไม่ใช่เพียงแค่ศัตรูส่วนตัว แต่ครั้งนี้เธอยังเลือกทางเดียวกับฉัน การเรียนแพทย์ เพื่อก้าวเข้าสู่โลกที่ฉันกำลังสร้างขึ้นใหม่
วันสอบภาคปฏิบัติเล็ก ๆ มาถึง อาจารย์มอบหมายให้นักศึกษาแต่ละคนตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยจำลอง ฉันจับมีดผ่าตัดขึ้นมาอย่างมั่นใจ หูได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองชัดเจน ทุกสายตาจับจ้องมา แต่ฉันกลับไม่หวั่นไหว ฉันจดจ่ออยู่กับการผ่าตัดเล็ก ๆ นั้นทุกขั้นตอน ขณะที่เพื่อนหลายคนยังมือสั่น
เมื่อเสร็จสิ้น อาจารย์พยักหน้า “ดีมาก ซ่งหว่านอิง เธอทำได้เหนือความคาดหมายจริง ๆ”
เสียงปรบมือดังขึ้นรอบห้อง แต่ฉันััได้ถึงสายตาอีกคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยความอิจฉาและเกลียดชัง — ซ่งหว่านหลิน
หลังสอบเสร็จ เธอเดินเข้ามาใกล้ ๆ พูดเสียงเบา “พี่สาวเก่งจริง ๆ เลยนะคะ แต่เรามาดูกันเถอะ ว่าสุดท้ายแล้วใครจะยืนอยู่บนยอดสูงสุดได้จริง ๆ”
ฉันมองสบตาเธออย่างมั่นคง “ถ้าเธอกล้าขวางทาง ฉันก็จะไม่มีวันออมมือให้เหมือนชาติที่แล้วอีก”
ในเงามืดของสนามมหาวิทยาลัย ฉันรู้สึกได้ว่าการต่อสู้ครั้งใหม่เริ่มขึ้นแล้ว ไม่ใช่เพียงกับตำราเรียนหรือการสอบ
แต่เป็าเงียบระหว่างสองพี่น้อง ที่ครั้งนี้ฉันสาบานว่าจะไม่ยอมแพ้อีกเด็ดขาด