ตอนที่3 น้องพลอยถามถึงพ่อ
่เย็น เขมิกากลับบ้านไปตามปกติบ้านของเธอเป็บ้านเช่าหลังเล็กๆที่อยู่ท้ายซอย เธอลงจากรถเมล์ได้เดินเท้าเข้าไปอีกหน่อยก็ถึงบ้านเช่าหลังที่เธออยู่แล้ว
“แม่ขา...แม่กลับมาแล้ว”เสียงเล็กๆของน้องพลอยเอ่ยเรียกแม่ดังมาแต่ไกล ในทุกๆวันเธอก็ได้น้องพลอยลูกสาววัยสามขวบนี่แหละ คอยเป็กำลังใจให้เธอทำงานและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมาตลอด
วันที่น้องพลอยลืมตาดูโลกวันนั้นเป็วันที่เธอรู้ว่าเธอต้องมีชีวิตอยู่เพื่อใครในความโชคร้ายของเธอในวันนั้น เธอยังมีความโชคดีอยู่บ้างนั่นคือเธอมีแม่ที่คอยเป็กำลังใจให้เธอเสมอมาท่านไม่เคยต่อว่าในความผิดพลาดของเธอเลยสักครั้ง
“คิดถึงน้องพลอยจังเลยค่ะ”รอยยิ้มน้อยๆคือกำลังใจสำคัญของคนเป็แม่อย่างเธอ
“พลอยก็คิดถึงแม่ค่ะ”เท้าเล็กๆวิ่งเข้ามากอดเธอเอาไว้แน่นด้วยความคิดถึงเธอนั่งลงกอดลูกสาวแล้วลูบศีรษะของแกเบาๆอย่างรักใคร่ซึ่งตอนนี้น้องพลอยก็ยังอยู่ในชุดนักเรียนอยู่เลย
“น้องพลอยทานข้าวเย็นหรือยังคะ”
“พลอยรอแม่กลับมาทานพร้อมกันค่ะ”ในทุกๆวันก็เป็แบบนี้ น้องพลอยมักจะรอแม่ของแกกลับมาทานข้าวพร้อมกันอาบน้ำและสอนการบ้านเพราะเหตุนี้จึงทำให้เธอรีบกลับบ้านเพราะรู้ว่ามีดวงใจตัวน้อยของเธอกำลังตั้งหน้าตั้งตารอเธอกลับมา
“วันนี้ยายทำอะไรให้น้องพลอยกินนะ”
“ไข่เจียวค่ะ หอมไปถึงหน้าปากซอยเลย”เสียงเล็กๆพูดจ๋อยๆเหมือนกับว่าแกจะหิวแล้ว แต่อยากรอแม่กลับมาทานข้าวเย็นพร้อมกัน
“แม่ซื้อต้มจืดหมูสับมาด้วยไม่รู้ว่าจะอร่อยสู้ไข่เจียวของยายได้หรือเปล่าน้า...”
“ต้องลองชิมดูก่อนค่ะ” ไข่เจียวฝีมือคุณยายคือของโปรดกินเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ แต่ต้มจืดหมูสับที่แม่ซื้อมาก็น่ากิน
“ไปค่ะ ทานข้าวกัน”สองคนแม่ลูกจับมือพากันเดินเข้าบ้าน
“กลับมาแล้วเหรอลูก”เสียงคุณแม่เอ่ยทักทายลูกสาว ท่านเป็คนเลี้ยงน้องพลอยให้เวลาที่เขมิกาต้องไปทำงาน ชีวิตนี้มีกันอยู่แค่สามคน
“ค่ะแม่ ทำอะไรอยู่คะ” หน้าพ่อเขมิกาไม่เคยเห็นพ่อกับแม่ของเธอเลิกกันั้แ่เธอยังจำความไม่ได้ เธอจำได้ว่าโตมาก็มีแค่แม่ซึ่งแม่ของเธอก็ไม่ยอมมีสามีใหม่ เธอคิดว่าแม่น่าจะยังรักพ่ออยู่
“แม่เพิ่งล้างจานเสร็จพอดีน้องพลอยรอลูกกินข้าวน่ะ”
“ค่ะ แม่มากินพร้อมกันสิคะ”
“กินสิ หิวพอดีเลย”
“มาค่ะเขมตักข้าวให้ แม่นั่งเถอะ”
“พลอยช่วยค่ะ” น้อยพลอยอาสาช่วยด้วย
“ไปค่ะคนเก่ง มือเล็กแค่นี้ ถือแค่จานเปล่าก็พอแล้วมั้ง”เขมิกาหาข้าวมานั่งทานกันพร้อมหน้าพร้อมตาสามคนน้องพลอยตักข้าวเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ
“ต้มจืดอร่อยมั้ยคะ น้องพลอย”
“อร่อยค่ะ แต่สู้ไข่เจียวของยายไม่ได้”
“ช่างพูดจังนะลูก อร่อยก็กินเยอะๆจะได้โตเร็วๆ”คุณยายได้ยินแบบนี้ถึงกลับยิ้มแก้มหุบแทบไม่ลงทั้งๆที่ไข่เจียวที่ท่านทำมันก็แค่เมนูธรรมดาๆเท่านั้น
ในขณะที่นั่งทานข้าวด้วยกันเขมิกาก็ชวนลูกสาวคุยไปด้วย ถามเื่โน้นเื่นี้ส่วนน้องพลอยก็ตั้งหน้าตั้งตากินไปคุยไป เสียงเล็กๆพูดไม่ได้หยุด ทำให้แม่กับยายมีความสุขตามไปด้วย
“วันนี้ไปโรงเรียน คุณครูสอนอะไรบ้างคะไหนลองเล่าให้แม่ฟังบ้างซิ”
“คุณครูให้ระบายสีเ้าหญิงแสนสวยด้วยค่ะ”ทุกครั้งที่ชวนน้องพลอยคุยถึงเื่ที่โรงเรียนใบหน้าของน้องพลอยก็มักจะมีแต่รอยยิ้ม แกชอบไปโรงเรียนแกบอกว่าที่โรงเรียนมีเพื่อน มีของเล่น คุณครูใจดี
“น้องพลอยชอบเ้าหญิงมั้ยคะ”
“ชอบค่ะ พลอยอยากเป็เ้าหญิง”
“พลอยก็เป็เ้าหญิงของแม่ไงคะ”
“พลอยอยากใส่กระโปรงสวยๆ เหมือนเ้าหญิงด้วยค่ะ”
“ได้สิคะ ถ้าแม่เจอชุดเ้าหญิงแม่จะซื้อมาฝากนะคะ” อะไรที่ลูกอยากได้ คนเป็แม่ก็มักจะสรรหามาให้ขอแค่ได้เห็นรอยยิ้มน้อยๆนี้ เธอยอมแลกทุกอย่าง
“เ้าหญิงต้องมีรองเท้าแก้วด้วยนะคะคุณครูบอก...” คุณยายนั่งทานข้าวเงียบๆฟังสองคนแม่ลูกคุยกัน
“ค่ะ แล้วเ้าหญิงต้องมีอะไรเพิ่มอีกมั้ยคะ”
“เ้าหญิงต้องสวยค่ะ”
“เ้าหญิงของแม่คนนี้ก็สวยค่ะ"
"พลอยสวยเหมือนแม่ไงคะ"ประโยคนี้ของลูกสาวทำให้เธอต้องหุบยิ้มลงทันที เพราะใบหน้าของน้องพลอยไม่ได้เธอมาเลยแม้แต่น้อยแกเหมือนพ่อของแกอย่างกับพิมพ์กันมา
“วันนี้คุณครูให้การบ้านมาด้วยใช่มั้ยคะ”ในทุกๆวันคุณครูประจำชั้นจะแจ้งเื่การบ้านและเื่อื่นๆในไลน์กลุ่มผู้ปกครองเป็ประจำทำให้ผู้ปกครองได้รับข่าวสารครบถ้วน
“ใช่ค่ะ แม่รู้ได้ยังไงคะ”
“คุณครูบอกแม่ไงคะ”
“เคี้ยวๆเข้าไปอิ่มแล้วจะได้ไปอาบน้ำทำการบ้านกันต่อ” เป็เสียงคุณยายพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าหลานสาวตัวเล็กของท่านเอาแต่พูด
“แม่คะ หลังจากวันพรุ่งนี้ไปเขมอาจจะกลับบ้านเย็นหน่อยนะคะ”สาเหตุก็คงหนีไม่พ้นตำแหน่งใหม่ที่เธอไม่อยากได้นั่นเอง
“มีอะไรหรือเปล่าลูก”
“เขมได้ตำแหน่งใหม่ค่ะต้องเรียนรู้งานตรงส่วนนั้นเพิ่มเติมอีกเยอะถ้างานไม่เสร็จอาจจะต้องอยู่ทำให้เสร็จค่ะ”
“ตำแหน่งอะไร ทำไมจะต้องกลับเย็นด้วย”ทางเข้าซอยค่อนข้างลึกท่านเป็ห่วง อีกอย่างบ้านของเราก็มีแต่ผู้หญิงอะไรระวังได้ก็ควรจะระวัง
“เลขาค่ะเ้านายเพิ่มเงินเดือนให้เขมสามเท่า"
"สามเท่าเลยเหรอลูก..."
"ค่ะสามเท่าเขมคิดว่าเขมต้องทำงานให้คุ้มกับเงินที่เขาจ่ายให้เราค่ะ”คนเป็แม่คิดว่าลูกสาวคงมีความสามารถ จึงไม่ได้ถามอะไรมาก
“ดีแล้วลูก แต่อย่ากลับให้มันดึกมากนักนะดูสิน้องพลอยรอทานข้าวทุกวัน ไหนจะรอทำการบ้านอีก” สงสารก็แต่หลาน ชะเง้อคอยาวรอแม่กลับบ้านทุกวัน
“ค่ะ”
“อิ่มแล้วพาลูกไปอาบน้ำทำการบ้านเถอะเดี๋ยวแม่เก็บเอง”
“ป่ะ น้องพลอยเราไปอาบน้ำแปรงฟันกันดีกว่า”สองคนแม่ลูกพากันลุกเดินออกจากตรงที่นั่งทานข้าวไปยังห้องนอน
“แม่ขา...ต่อไปนี้แม่จะกลับบ้านเย็นมากๆเหรอคะ”เมื่อสักครู่น้องพลอยได้ยินแม่กับยายคุยกัน
“ไม่ทุกวันหรอกลูกถ้างานเสร็จเร็วแม่จะรีบกลับมาหาน้องพลอยเลยดีมั้ยคะ”
“ดีค่ะ”
เขมิกาอาบน้ำให้กับลูกสาวของเธอก่อนจากนั้นเธอจึงเข้าไปอาบน้ำบ้างเธออาบน้ำเสร็จก็เดินออกมาเห็นลูกสาวของเธอกำลังนั่งเล่นตุ๊กตาตัวโปรดอยู่บนที่นอน
“ไหนแม่ขอดูการบ้านหน่อยค่ะ วันนี้คุณครูบอกแม่ว่าให้การบ้านระบายสีมารูปอะไรนะ” น้องพลอยรีบวางตุ๊กตาตัวที่เล่นอยู่ แล้วลุกขึ้นเดินไปหยิบกระเป๋านักเรียนหยิบการบ้านที่คุณครูให้มา เอาขึ้นมาให้แม่ดู
“รูปนี้ค่ะ คุณครูบอกว่าเป็รูปครอบครัวค่ะ”ในรูปที่น้องพลอยกำลังถืออยู่มีพ่อแม่และลูก นั่งเล่นกันอยู่สามคน
“น้องพลอย...”สิ่งที่เขมิกาเห็นทำให้เธอรู้สึกสงสารลูกของเธอจับใจเมื่อใบหน้าของน้องพลอยดูเศร้าๆลงไป
“แม่ขา คุณครูบอกว่าเด็กๆทุกคนต้องมีพ่อมีแม่แต่ทำไมพลอยไม่มีพ่อล่ะคะ” และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่น้องพลอยถามคำถามนี้กับเธอซึ่งเมื่อก่อนเธอก็เคยถามคำถามนี้กับแม่ของเธอเหมือนกัน
“น้องพลอยมีพ่อค่ะไม่มีพ่อน้องพลอยจะเกิดมาได้ยังไง” เธอไม่รู้ว่าจะต้องตอบคำถามยังไงให้เด็กสามขวบอย่างน้องพลอยเข้าใจดี
“พลอยมีพ่อเหรอคะ”ใบหน้าของน้องพลอยเริ่มมีรอยยิ้ม
“มีสิคะ”
“แล้วทำไมพ่อถึงไม่อยู่กับพวกเราคะ”คำถามของลูกสาวทำเอาคนเป็แม่น้ำตาแทบร่วงถ้าเธอเลือกได้เธอก็อยากให้ลูกของเธอมีพ่อ เหมือนตอนที่เธอเป็เด็กๆเธอก็อยากมีพ่อเหมือนกัน
“พ่อของน้องพลอยไปทำงานค่ะ"
“อ๋อ พ่อไปทำงานนี่เองพ่อของพลอยหน้าตาเป็ยังไงคะ”
“หน้าเหมือนน้องพลอยเลยค่ะ” เหมือนมาก ไม่รู้ว่าทำไมจะต้องเหมือนกันมากขนาดนี้...
"แล้วเมื่อไหร่พ่อถึงจะกลับมาอยู่กับพวกเราคะ"
"แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันเอาเป็ว่าเรามาระบายสีทำการบ้านส่งคุณครูกันดีกว่านะคะ เสร็จแล้วจะได้นอนกัน"
"พ่อของพลอยใจดีพลอยจะให้พ่อใส่กางเกงสีชมพู"
"ให้พ่อใส่กางเกงสีชมพู จะไม่ตะมุตะมิไปหน่อยหรือลูก"คำพูดของลูกสาวทำให้เธอนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาของเขาขึ้นมา...ใส่กางเกงสีชมพูแล้วเสื้อล่ะน้องพลอยจะระบายสีเสื้อให้พ่อของแกเป็สีอะไรน้า...เขมิกานึกในใจขึ้นมาอย่างขบขัน