ผู้พิทักษ์จากแสงสว่าง : ราชินีแห่งดวงจันทร์

    บทที่ 64 นัดตัดสิน

    บทที่ 64นัดตัดสิน

    “ถ้าเกิดวันหนึ่งเรากลายเป็นคนแปลกหน้าของกันและกันก็คงจะดีนะเธอจะได้ไม่ต้องมาเจ็บปวดเพราะฉันอีก”

     

            

            ชินเหลียวมองรอบตัวพื้นดินเวิ้งว้างและแตกระแหงไม่ใช้ภาพคุ้นตาสำหรับคนที่มาจากเอิร์ธวินดี้อย่างเขาความว่างเปล่าไม่ใช่สิ่งที่เขาชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าข้างกายไม่มีใคร

            

            เด็กหนุ่มถอนหายใจเขาไม่คิดโทษมินาโยะหรอกที่ทำให้ทุกคนกระจัดกระจายกันไปไม่ใช่เพราะเธอยังควบคุมพลังของตัวเองไม่ได้แต่เขาคิดว่าน่าจะเป็นเพราะคนที่มีพลังมากกว่าเธอเข้าควบคุมจุดหมายปลายทางของพวกเขาไว้แล้วมากกว่า

            

            ก็สมกับเป็นศึกตัดสินล่ะนะ

            

            ชินคิดในใจเงยหน้าขึ้นมองตัวปราสาทสีหม่นตรงหน้า ท้องฟ้ารอบตัวเขาเป็นสีม่วงเข้มออกดำทำให้บรรยากาศรอบข้างดูวังเวงยิ่งไปกว่าเก่า เด็กหนุ่มสาวเท้าก้าวไปตามพื้นดินแตกระแหงตัวปราสาทของเอิร์ธมูนส่องแสงสีม่วงอ่อนจางอย่างเชื้อเชิญ เขาไม่รู้หรอกว่าจะมีใครรอเขาอยู่ที่นั่นแต่เขาคิดว่าถ้าขืนอยู่ตรงนี้ต่อไปคงไม่มีใครหาเขาเจอแน่

            

            เด็กหนุ่มออกเดินนัยน์ตาสีส้มทองยังคงจ้องมองเป้าหมายอย่างไม่ละสายตาเหนือความคาดหมายมากทีเดียวสำหรับเขาอันที่จริงแล้วเขาก็ไม่ได้คิดหรอกว่าที่นี่จะยังคงสภาพสมบูรณ์ดีเหมือนอย่างก่อนที่จะเกิดสงครามแต่เขาก็ไม่ได้คิดมาก่อนเช่นกันว่ามันจะย่ำแย่ขนาดนี้เอิร์ธมูนหลังสงครามไม่เหลือเค้าโครงของความงดงามจากอารยธรรมโบราณให้เห็นอยู่เลยแม้แต่น้อยซากปรักหักพักของตัวปราสาทที่เห็นอยู่ได้ไกลๆไม่มีส่วนใหญ่เลยที่บอกเขาว่าครั้งหนึ่งมันเคยเป็นปราสาทที่โอ่โถงและสวยงามมาก่อนถ้าเป็นปราสาทร้างในนิทานปรัมปราของโลกล่ะก็ใช่และนั่นอาจเป็นคำอธิบายเดียวที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเป้าหมายของเขาในตอนนี้

            

            เด็กหนุ่มเดินไปได้ไกลแล้วก่อนที่จะรู้สึกว่าผืนดินใต้ฝ่าเท้าสั่นไหวมีอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่เบื้องล่าง ชินหยุดเดินเงี่ยหูฟังเสียงของการเคลื่อนไหวพื้นดินรอบตัวเด็กหนุ่มแตกเป็นทางยาวราวกับธรณีแยกรอยแยกพุ่งผ่านเขาไปก่อนจะหยุดลงตรงหน้าเขาแล้วต้นอ่อนของต้นไม้ต้นหนึ่งก็แทงยอดขึ้นมาบนพื้นดินรกร้างเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ในเวลาเพียงแค่เสี้ยวอึดใจ

            

            ผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธวินดี้ถอนหายใจดูท่าการเดินทางไปสู่เป้าหมายจะไม่ราบรื่นเสียแล้ว

             

             

            


            กรีนไม่เคยปรากฏตัวด้วยวิธีอื่นหรือที่เขารู้หมอนั่นไม่เคยโผล่ออกมายืนอยู่ตรงหน้าด้วยท่วงท่าเหมือนคนปกติทั่วไปเลย การปรากฏตัวของกรีนต้องเริ่มจากการที่พื้นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นนั่นหมายถึงหมอนั่นกำลังดำดินมาหาแล้วไม่กี่นาทีต่อมาพอเลือกสถานที่ที่จะมาปรากฏตัวได้หน่ออ่อนของต้นไม้ก็จะผุดขึ้นมาบนพื้นเจริญเติบโตอย่างโตวันโตคืนเหมือนดูสารคดีสัตว์โลกที่ถูกเร่งเวลาให้ไหลเร็วขึ้นแล้วต้นไม้ใหญ่ที่มีลำต้นหนาสีน้ำตาลเข้มแผ่กิ่งก้านสาขาไปไกลก็ตั้งตระหง่านอยู่เหนือพื้นดินตรงหน้าต้นไม้ส่องแสงสีเขียวสว่างวาบ เปลือกไม้หยาบแยกตัวออกแล้วร่างของกรีนในชุดขาวก็เดินออกมาจากต้นไม้นัยน์ตาสีเขียวแก่ซ่อนไว้หลังกรอบแว่นสีดำอันใหญ่

            

            “บอกตามตรงนะฉันชักจะเบื่อกับการปรากฏตัวของนายแล้วล่ะ”

            

            ชินพูดอย่างเอือมระอาเมื่อกรีนจัดการให้ต้นไม้ด้านหลังหายวับไป

            

            นักรบอเวจีหนุ่มปราดตามองเขาด้วยแววตาคมดุ

            

            “แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะทิ้งตัวดิ่งลงมาจากท้องฟ้าอย่างนั้นเหรอ ผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธวินดี้?”

            

            กรีนถามกลับสีหน้าราบเรียบไร้ความรู้สึก

            

            ชินยักไหล่ไม่ตอบคำถาม ไพล่หนีไปอีกเรื่อง

            

            “ฉันดวงซวยมาเจอนายหรือนายเลือกฉันไว้กันแน่”

            

            “ลองคิดดูสิ”

                 

            คนตรงหน้าตอบด้วยระดับน้ำเสียงเท่าเดิม

            

            “มินาโยะอยู่ที่ไหน?”

            

            เด็กหนุ่มถามต่อไม่ได้คาดหวังคำตอบอะไรมากนัก แต่ไม่คาดคิดเช่นกันว่าคนตรงหน้าจะบอกเขาตรงๆ

            

            “ในปราสาทนายจะไปหาเธอก็ได้นะ”

            

            “นายจะปล่อยฉันไป?”

            

            “ให้โง่น่ะสิ!”

            

            รอยยิ้มเย็นปรากฏขึ้นมาบนใบหน้านักรบอเวจีหนุ่ม

             

             

            


             ตู้ม!

            

            เสียงระเบิดดังขึ้นมาจากลานกว้างข้างตัวก่อนที่เถาวัลย์เส้นยักษ์จะผุดขึ้นมาจากพื้นดินที่แตกระแหงชินกระโดดหลบ โบกมือฟาดกระแสอากาศเข้าใส่เถาวัลย์ตรงหน้า

            

            ร่างของกรีนกระโดดสูงขึ้นฟ้ามีเถาวัลย์เส้นใหญ่คอยช่วยพยุงตัวเขาก่อนที่ร่างในชุดขาวจะหายตัวเข้าไปในเถาวัลย์ไม่นานต่อจากนั้นพื้นดินรอบตัวก็เต็มไปด้วยสีเขียวสดของต้นมอสตามมาด้วยพืชจำพวกหญ้า และปิดท้ายด้วยไม้ใหญ่ที่ขึ้นเต็มลานดินกว้าง

            

            พื้นดินแตกระแหงเวิ้งว้างกลายสภาพเป็นป่าใหญ่พื้นที่ทั้งหมดตกอยู่ภายใต้ข่ายเวทของกรีน

            

            “ชิ! ช้าไปรึเนี่ย”

            

            ชินสบถพยายามจะลอยตัวขึ้นเหนือป่าที่กรีนสร้าง แต่ขาของเขากลับไม่ขยับออกจากพื้นดินชุ่มชื้นด้านล่าง

                    

            เขาลอยตัวไม่ได้!

            

            นี่มันเกิดอะไรขึ้น!?

            

            ความสามารถพิเศษเมื่ออยู่ในร่างผู้พิทักษ์อย่างการลอยตัวกลับไม่ทำงานเมื่อมาอยู่ที่เอิร์ธมูนจะว่าเพราะเขาตกอยู่ภายใต้ข่ายเวทของกรีนก็ไม่ใช่เพราะดูเหมือนหมอนั่นเองก็ใช้พลังอย่างว่าไม่ได้เหมือนกันถ้าอย่างนั้นคงจะเป็นอิทธิพลของที่นี่ แล้วทำไมต้องมาเป็นในเวลาแบบนี้ด้วยนะถ้าลอยตัวให้สูงเหนือป่าพวกนี้ไม่ได้เขาก็ไม่รู้น่ะสิว่ากรีนมันซ่อนตัวอยู่ตรงไหนของป่าแถมถ้ายังยืนนิ่งอยู่อย่างนี้ล่ะก็ มีหวังกลายเป็นเป้านิ่งของหมอนั่นแน่

            

            ไวเท่าความคิดเด็กหนุ่มกระโดดขึ้นไปตามกิ่งก้านสาขาของต้นไม้ที่ผุดขึ้นเต็มรอบตัวโชคดีที่อย่างน้อยก็ยังพอรู้วิชานินจามาบ้าง แต่มันจะช่วยเขาได้มากขนาดไหนกัน

            

            ร่างสูงของชินกระโดดขึ้นไปยังยอดไม้ก่อนจะสปริงตัวให้ค้างอยู่กลางอากาศข่ายเวทของกรีน... ป่าสีเขียวครึ้มที่แผ่กว้างออกไปไกลสุดลูกหูลูกตาแต่กลับทอดตัวยาวเข้าใกล้ตัวปราสาทได้ไม่เท่าไหร่เหมือนมีอะไรมาผลักดันไว้คงจะเป็นข่ายเวทของใครสักคนในหมู่นักรบอเวจี

            

            แย่ล่ะสิ! มีนักรบอเวจีอยู่ที่ปราสาทด้วยเหรอเนี่ย!?

            

            ใครกัน!

            

            พรึบ...

            

            ตู้ม! ตู้ม!ตู้ม!

            

            ร่างของชินเซถลาก่อนจะเบี่ยงตัวหลบลูกวอลนัตที่พุ่งเข้าใส่เขาราวกับห่ากระสุนมันเฉียดตัวเขาไปแค่เส้นยาแดงฝ่าแปดก่อนจะหล่นใส่ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ด้านล่างเสียงระเบิดดังลั่นสนั่นไปทั่วป่าและคาดว่าคงจะดังไปถึงตัวปราสาทด้วย

            

            ชินกระโดดลงบนยอดต้นปาล์มสูงใหญ่ก่อนจะหันกลับไปมองดูป่าที่ถูกระเบิดราบเป็นหน้ากลองเพราะลูกระเบิดวอลนัตมหาประลัยของกรีนที่ไม่รู้ว่าเจ้าตัวไปซ่อนอยู่ตรงส่วนไหนของผืนป่าแต่ไม่นานลานดินที่ถูกระเบิดนั่นก็ฟื้นตัวกลับมาเป็นป่าอีกครั้งต่างจากเดิมก็แค่พันธุ์ไม้โดยรอบบริเวณที่โดนระเบิดนั้นมีน้อยลง แล้วต้นไม้ก็ต้นเล็กลงจนดูเหมือนหลุมท่ามกลางดงไม้สูงใหญ่ที่กระจายตัวอยู่โดยรอบ

            

            “พลังเหลือเฟือนะแก”

            

            ชินบ่นแต่ไม่มีเวลาให้เขาชื่นชมความสามารถของศัตรูมากนักเพราะกระสุนลูกโอ้กที่พลังการทำลายล้างรุนแรงซะยิ่งกว่ากระสุนวอลนัตกำลังพุ่งเข้าใส่ต้นปาล์มที่เขายืนอยู่

            

            แล้วเสียงระเบิดก็ดังก้องไปทั่วป่าอีกครั้งร่างของผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธวินดี้ทิ้งตัวดิ่งลงสู่พื้นเบื้องล่างเพราะแรงอัดจากแรงระเบิดไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่ได้กิ่งไม้รอบๆลดแรงกระแทกก่อนถึงพื้นไปได้แต่ก็เล่นเอากระดูกซี่โครงเขาหักไปหลายซี่

            

            ขืนสู้บนที่สูงก็คงโดนกระสุนผลไม้พวกนั้นคราวก่อนที่เขาสู้กับกรีนตอนสงครามวันสิ้นโลกก็เจอทั้งวอลนัต ลูกโอ้ก ลูกแป๊ะก๊วยผลปาล์ม ระดับความรุนแรงไล่จากหลังไปหน้าไม่อยากบอกเลยว่าเขาตายเพราะไอ้ลูกแป๊ะก๊วยที่พุ่งเข้าใส่แบบหาที่หลบไม่เจอนี่แหละ

            

            แต่ลงมาสู้ภาคพื้นดินเสียเปรียบซะยิ่งกว่า กรีนก็ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหนแถมไอ้ป่านี่ก็ดูท่าจะไม่เป็นมิตรกับเขาเลยสักนิด

            

            สงสัยว่าคงต้องถล่มป่านี่ให้ราบเป็นหน้ากลองซะแล้วล่ะมัง...

             

             

            


            ตู้ม! ตู้ม!ตู้ม!

            

            เสียงระเบิดดังลั่นไปทั่วป่าไม่ใช่เพราะพลังของบรรดาระเบิดผลไม้มหาประลัยของกรีน แต่เป็นแรงปะทะระหว่างพายุงวงช้างของผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธวินดี้กับป่าไม้ภายใต้เขตแดนของนักรบอเวจีหนุ่มร่างของชินอยู่ตรงใจกลางพายุ กระแสลมพัดอยู่รอบตัวเขา แหลมคม รวดเร็ว และรุนแรงมันตัดสิ่งกีดขวางทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเขาขาดออกเป็นท่อนๆ ต้นโอ้กใหญ่ใจกลางป่าต้นปาล์มที่ตั้งตระหง่านสูงเสียดฟ้า หรือแม้แต่ยอดหญ้าติดผืนดิน

            

            “ขอคืนเถอะนะ”

            

            ชินพึมพำร่างในชุดผู้พิทักษ์สีดำค่อยๆร่อนลงสู่พื้นแรงอัดจากลมพายุที่พัดรอบตัวเขากระทบพื้นดินแตกออกเป็นวงกว้าง

            

            เด็กหนุ่มหลับตาต้นไม้ที่ถูกเขาทำลายไปเมื่อครู่กำลังฟื้นตัวกลับขึ้นมาอีกครั้ง แต่ไม่อาจเข้าใกล้เขาในรัศมีสิบห้าเมตรได้เพราะลมพายุที่พัดอยู่รอบตัวเป็นเกราะป้องกันชั้นยอด

            

            ลูกปาล์มพุ่งเข้าใส่เด็กหนุ่มราวห่ากระสุนชินยังคงยืนนิ่งอยู่ใจกลางลานกว้าง กระสุนปาล์มพุ่งเข้าหาเขาอย่างรวดเร็วและแม่นยำเสียงระเบิดจากการปะทะดังขึ้นอีกครั้ง ฝุ่นควันสีน้ำตาลหม่นลอยฟุ้งไปทั่วลานกว้างก่อนที่ร่างของผู้พิทักษ์ที่ชุดสีดำสนิทถูกย้อมไปด้วยสีฝุ่นจะปรากฏขึ้น

            

            “อยู่นั่นสินะ!”

            

            ชินตะโกนยิ้มอย่างยินดี ทั้งกระสุนวอลนัต กระสุนลูกโอ้ก และกระสุนปาล์มที่พุ่งเข้าใส่เขาต่างมาจากทิศทางเดียวกันที่ที่กรีนอยู่ในตอนนี้นั้นคือต้นเรดวู้ดต้นใหญ่ใจกลางป่าไม่ผิดแน่

            

            ร่างของผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธวินดี้กระโดดไปตามกิ่งไม้ใหญ่อย่างคล่องแคล่วกะระยะการโจมตีด้วยกระแสลมแบบที่ไม่ต้องให้ตัวเองถูกลูกหลงแล้ว... ตรงต้นยูคาลิปตัสนี้คงจะดีที่สุด

            

            “โผล่หัวออกมาซะ!”

            

            ฝ่ามือของเด็กหนุ่มยกสูงขึ้นเหนือหัวกระแสลมหมุนวนรอบตัวเขาก่อนจะอัดตัวเป็นลูกบอลกลมอยู่บนฝ่ามือทั้งสองข้าง มันรวมตัวกันเป็นลูกบอลลมลูกใหญ่เด็กหนุ่มรวบรวมสมาธิจ้องมองเป้าหมายที่อยู่ตรงหน้าตาเขม็งก่อนจะเงื้อมือออกไป

            

            ปัง!

            

            เสียงปืนดังลั่นไปทั่วป่าพร้อมๆกับร่างของผู้พิทักษ์ที่เซถลาหล่นจากต้นยูคาลิปตัสกระสุนเงินเฉียดขั้วหัวใจเขาไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ถ้าไม่ได้กระแสลมที่พัดอยู่รอบตัวเบี่ยงกระสุนให้มันเปลี่ยนทิศทางเขาคงเป็นผู้พิทักษ์คนแรกที่จากเอิร์ธมูนไปแน่

            

            ร่างของกรีนปรากฎตัวขึ้นอยู่เหนือยอดต้นปรงทางด้านหลังชินตรงข้ามกับต้นเรดวู้ดที่เป็นเป้าหมายของเด็กหนุ่ม นัยน์ตาสีเขียวของกรีนจ้องมองร่างของชินที่นั่งคุดคู้อยู่บนกิ่งต้นโอ้กด้านล่างเลือดไหลซึมออกมาจากบาดแผลที่ถูกยิง ปืนเงินหมุนควงอยู่ในมือของนักรบอเวจีหนุ่มเตือนให้ผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธวินดี้นึกถึงเรื่องที่อยากจะลืมไปให้ได้มากที่สุดในชีวิต

            

            “กระสุนนี่ก็แบบเดียวกับที่นายฆ่าริช่า”กรีนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบลึก ไม่ใช่แค่ในฐานะของนักรบอเวจีเท่านั้นที่ทำให้เขาเคียดแค้นคนตรงหน้าแต่ในฐานะพี่ชาย เขาไม่มีวันให้อภัยเด็ดขาด “ฉันจะทำให้นายได้เห็นนรกอีกครั้ง ผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธวินดี้”

     

     



    -เอิร์ธวินดี้, สงครามใหญ่-

            

            ‘อย่าฆ่าเขา ได้โปรดเถอะ...ฉันขอร้อง จะเอาชีวิตฉันไปก็ได้... แต่อย่าฆ่าพี่ชายของฉัน’

            

            ‘ถอยออกไปนะ ริช่า!  ฉันบอกว่าอย่ามาขวางทางฉัน!’

            

            ‘ไม่...’

            

            ร่างบางพุ่งเข้ามาขวางหน้าเขา กรีนขบกรามแน่นไวโอเลตบอกว่าจะดูแลเธอให้ แล้วทำไมเธอถึงได้มาอยู่ที่เอิร์ธวินดี้ได้เล่า!

            

            ‘ริช่า พี่บอกให้ถอย!’

            

            กรีนร้อง แต่หญิงสาวที่เขาตะโกนบอกยังคงไม่ขยับแผ่นหลังบางๆของเธอสั่นสะท้านอยู่ตรงหน้าเขานัยน์ตาสีส้มแข็งกร้าวจ้องมองดูคนตรงหน้าด้วยแววตามุ่งมั่น 

            

            เขาได้ยิน... เสียงหัวใจของเธอที่แตกสลาย

            

            ริช่ากระซิบเสียงสะอึกสะอื้นให้กับคนตรงหน้าที่เธอรักมากที่สุดในชีวิตด้วยน้ำตา

            

            ‘ฉันไม่ยอมให้คุณทำร้ายพี่ชายของฉันหรอก’

            

            นัยน์ตาสีส้มทองของผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธวินดี้แข็งกร้าวไม่มีประกายตา ไม่มีความรู้สึกใดๆแสดงอยู่บนใบหน้านั่น  ทั้งความเศร้าเสียใจ ความเห็นใจหรือแม้แต่ความโกรธแค้น

            

            น้ำตาหยดหนึ่งไหลซึมออกมาจากนัยน์ตาของผู้พิทักษ์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าก่อนที่มือขวาของเด็กหนุ่มจะยกปืนพกขึ้น  ลำกล้องเล็งอยู่ที่หัวใจของหญิงสาวก่อนที่ปลายนิ้วจะเหนี่ยวไกอย่างไม่ลังเล

            

            ปัง!

            

            ร่างบางทรุดลงกับพื้น เลือดสีแดงสดไหลอาบร่างนัยน์ตาสีเขียวเข้มของกรีนเบิกกว้าง

            

            ‘ริช่า…!!’

            

            ไม่รู้ว่าต่อจากนั้นมันเกิดอะไรขึ้นบ้างเพราะทันทีที่ร่างของเธอสิ้นลมหายใจ สติของเขาก็ขาดผึงมีเพียงความเคียดแค้นและความโกรธเข้าครอบงำจนไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีกต่อไป

             

            ริช่า... เมมิ...

    คล้ายกับเรื่องผู้พิทักษ์จากแสงสว่าง : ราชินีแห่งดวงจันทร์ ที่คุณอ่าน