คุณหมอขากรุณารักให้จบ

    บทที่ 3.1 คุณชายตกยาก

                อัปสรานอนกลิ้งไปมาบนเตียงกว้างอย่างครุ่นคิดการพบกับชยณัฐโดยไม่คาดฝันทำให้เธอรู้สึกผิดพอสมควรที่เคยทำให้เขาลำบากในตอนนั้น มือบางเอื้อมไปยังโต๊ะวางของข้างเตียงนอนหยิบกล่องเก็บสมบัติเล็กๆที่ถูกซุกซ่อนไว้มาเกือบสองปีออกดูภายในมีบัตรพลาสติกแข็งสีน้ำเงินเข้มวางอยู่

            เขาจะลืมไปหรือยังนะว่าครั้งหนึ่งเคยถูกเธอรีดไถอะไรไว้

            ป่านนี้อาจจะลืมไปแล้วผู้ชายอย่างเขาคงไม่ผูกใจเจ็บกับเ๱ื่๵๹เล็กๆ น้อยๆ หรอกกระมัง?

                ลองผูกใจเจ็บแล้วมาเอาคืนเธอดูสิแม่จะลองเอาบัตรใบนี้ไปรูดเงินให้เกลี้ยงบัญชีเลยทีเดียว!

    *****************************

     

                06.00น.เช้าวันศุกร์สิ้นเดือนตุลาคม

                อัปสราตื่นขึ้นมาด้วยอารมณ์เบิกบานแจ่มใส วันนี้เป็๞สุดท้ายของการทำงานแล้วแถมยังเป็๞ศุกร์สิ้นเดือนอีกต่างหากเป็๞เ๹ื่๪๫ดีๆ ที่จะมีได้เดือนละครั้งเพราะอะไรนะเหรอ?

                เงินเดือนจะออกนะสิถามได้!

                จริงอยู่ถึงแม้ว่าเงินเดือนข้าราชการอย่างเธอจะออกล่วงหน้าก่อนสิ้นเดือนสามวันแต่มันก็แทบมีลักษณะเป็๞บัญชีม้าคือบัญชีที่ไม่มีเงินหรือมีเงินเข้าปุ๊บแล้วโอนออกปั๊บนั่นแหละบัญชีของนางสาวอัปสราชัดๆ 

            ที่เธอมีความสุขในวันนี้ก็คือเป็๲วันเงินเดือนจ็อบนอกออกต่างหากล่ะ นอกจากจะรับราชการเป็๲อาชีพหลักแล้วอาชีพเสริมของเธอก็คือการรับเป็๲ติวเตอร์ให้สถาบันกวดวิชาและรับสอนภาษาอังกฤษส่วนตัวตามบ้านหรือออนไลน์แล้วแต่ลูกค้าจะซื้อคอร์สเรียนซึ่งรายได้เสริมที่ได้รับในแต่ละเดือนมากกว่าเงินเดือนที่เธอได้รับอยู่ในปัจจุบันเสียด้วยซ้ำ

                เธอจบปริญญาตรีสาขาวิชาสารสนเทศและจบปริญญาโทในสาขาภาษาอังกฤษจากมหาวิทยาลัยของรัฐย่านอโศกความจริงบิดาและมารดาอยากให้เธอลาออกจากราชการและไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอกแต่เธอปฏิเสธเพราะไม่อยากรับเงินจากทางบ้านอีกแล้ว

                ‘ไปเป็๲อาจารย์มหา’ลัยเอกชนมั้ย’

            พลโทอิทธิ์พยายามเกลี้ยกล่อมลูกสาวให้ลาออกจากราชการเพราะเห็นว่าเงินเดือนน้อยและเขาเองก็พอมีเส้นสายในวงการการศึกษาอยู่พอสมควร

            ‘หรือไปเรียนต่อต่างประเทศแล้วทำงานบริษัทก็ได้’

                ‘แอฟจะรับราชการ’

                ‘เงินเดือนข้าราชการหรือจะพอยาไส้ แค่ค่ากินอยู่ไปวันๆก็ไม่รู้จะพอหรือเปล่า นี่ยังไม่ต้องพูดถึงเ๱ื่๵๹คิดที่จะผ่อนบ้านผ่อนรถ’

                ‘คุณพ่อก็รับราชการเหมือนกันนี่คะ’

                ‘ยัยแอฟ!’

                ที่เธอดึงดันอยู่ในระบบราชการด้วยเงินเดือนเพียงเท่านี้ก็เนื่องจากอยากจะพิสูจน์ให้บิดาเห็นว่าการรับราชการถ้ารู้จักใช้ชีวิตแบบพอเพียงก็สามารถอยู่อย่างมีความสุขได้ไม่จำเป็๞ต้องรวยอู้ฟู่กินอยู่หรูหราอย่างที่ครอบครัวของเธอพยายามดิ้นรนไขว่คว้ามากเสียจนต้องทำผิดกฎหมาย

                ‘ลูกจะพิสูจน์ตัวเองยังไงก็ได้ แต่อย่าทำให้ตัวเองลำบากเดือดร้อนและขอให้เข้าใจว่าหนูเป็๲ผู้หญิงมันมีอันตรายอยู่รอบด้าน’

                เพราะประโยคนี้ของมารดา เธอจึงยอมย้ายมาพักอาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยวติดรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่บิดาซื้อให้เป็๞ของขวัญเมื่อสอบบรรจุข้าราชการได้ซึ่งเป็๞เพียงสิ่งเดียวที่เธอยอมรับเอาไว้เนื่องจากคำนึงถึงความปลอดภัยในทรัพย์สินและร่างกายส่วนรถยนต์ป้ายแดงที่มารดาซื้อให้เธอจอดมันทิ้งไว้ที่บ้านแล้วเลือกที่จะขึ้นรถเมล์หรือรถสาธารณะเพื่อเดินทางไปทำงานแทน

                วันศุกร์...วันสุขมักจะเป็๲วันดีๆ ของเธอเสมอและเช้านี้ก็คงไม่แตกต่างไปจากทุกวัน

                สู้โว้ยอิแอฟ! อีกวันเดียวเอง

                “พี่แอฟพี่แอฟ!”

                ใครเรียกเธอ มีคนรู้จักพักแถวนี้ด้วยเหรออยู่มาตั้งนานไม่เคยมีคนรู้จักขึ้นรถเมล์ที่ป้ายนี้

                อัปสราหันซ้ายมองขวาก็พบว่าทันตแพทย์ชยณัฐเดินแกมวิ่งตามหลังมา

                “นึกว่าจะไม่ทันซะแล้วสวัสดีตอนเช้าครับ”

                เธอยิ้มให้บางๆตรงมุมปากไม่เอ่ยอะไร

                เขามาทำอะไรที่นี่หรือมีบ้านอยู่แถวนี้?

                “พี่กำลังจะไปทำงานใช่มั้ยผมไปด้วย”เขารีบพูดเมื่อเห็นว่าหญิงสาวกำลังจะเดินต่อไปตามทางฟุตบาท

                “หมอไม่ได้ขับรถมา?”หญิงสาวถามด้วยความฉงน เป็๞ไปได้ยังเนี่ยทันตแพทย์ที่ดูหรูเนี๊ยบอย่างเขาไม่ได้ขับรถไปทำงานหรือจะเป็๞เหมือนนายแพทย์ดิษยนันท์หรือหมอดิว แผนกอายุรกรรมที่ใช้ชีวิตอินดี้ติดดินอย่างขั้นสุด

            ‘พี่ขุนเดช’เ๽้าหน้าที่เวรเปลเจอความอินดี้นั้นมาแล้วกับตัว

            ‘พี่ขุนเดชบ้านอยู่แถวไหน’หมอดิวทักทายเ๯้าหน้าที่หนุ่มหุ่นหมี เขาเป็๞หมอที่มีนิสัยเข้ากับคนง่ายแถมยังทักทายเ๯้าหน้าที่ไปทั่วโดยไม่ถือเนื้อถือตัว

            ‘บ้านผมอยู่ปากเกร็ดหมอ’

            ‘ทางเดียวกันกลับกับผมมั้ย’

            ‘ไปสิหมอ’

            แต่แล้วเช้าวันรุ่งขึ้น

            ‘เชี่ย!หมอดิวพากูโหนรถเมล์!”

            เ๹ื่๪๫นี้ถูกนำมาเล่าต่อเป็๞ที่ขบขันจนคนในศูนย์ฟื้นฟูรู้กันว่าถ้าหมอดิวชวนกลับบ้านจงทำใจไว้เลยว่าต้องขึ้นรถเมล์เพราะหมอแกใช้บริการทุกวันจนแทบจะเป็๞เ๯้าของสัมปทานไปแล้ว

                หมอดิวย้ายมารับราชการที่ศูนย์ฟื้นฟูพร้อมๆกับเธอ แถมตอนแนะนำตัวเขายังบอกว่าเป็๲รุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยอีกเลยทำให้ค่อนข้างสนิทสนมกันพอสมควร

                ปัจจุบันหากไม่มีเวรตรวจคนไข้ OPDและไม่เจอที่ห้องพักแพทย์ก็แวะมาหาหมอดิวได้ที่ห้องสมุด เพราะหมอมาใช้บริการที่นี่แทบทุกวันจนจะมีโต๊ะทำงานเป็๞ของตัวเองแล้ว

                 “รถเสียผมจอดไว้ที่ปั๊ม” หมอชยณัฐบอกสาเหตุที่เช้านี้ไม่มีรถขับไปทำงาน

                ถึงว่าหน้าตาแบบนี้เหรอจะโหนรถเมล์

                “ค่ะ”อัปสราพยักหน้ารับทราบแล้วเดินต่อ

                แค่นั้น!ผู้หญิงอะไรไม่มีน้ำใจสักนิดแทนที่จะถามไถ่หรือแสดงความอยากรู้สักหน่อยก็ไม่มี

            “พี่ไปทำงานยังไงน่ะผมไปด้วยนะ” หมอหนุ่มเดินตาม

                “ไปสิป้ายรถเมล์อยู่ตรงโน้น”อัปสราชี้มือไปยังจุดหยุดรถรับส่งผู้โดยสาร

            “หมอจะเรียกแท็กซี่ก็โบกตรงนี้ได้เลยไม่ต้องรอถึงป้ายก็ได้”

            “พี่ไปรถอะไร”

            “รถเมล์”

            “วันนี้นั่งแท็กซี่มั้ย”

            “ไม่ล่ะไม่รีบ”

            หญิงสาวยืนรถรถเมล์ปรับอากาศสาย18 ที่ใช้บริการเป็๞ประจำทุกเช้าเย็นโดยไม่สนใจว่าหมอหนุ่มจะยืนรอด้วยหรือเรียกแท็กซี่ไปแล้ว

                “เปลี่ยนเป็๲นั่งแท็กซี่ได้มั้ย”ทันตแพทย์หนุ่มสะกิดแขนคนที่ยืนปักหลักนิ่งไม่หือไม่อือเหมือนกับไม่เคยเห็นเขาในสายตา

                “หมอไปเลย พี่จะไปรถเมล์”

                อะไรจู่ๆจะมาชวนเปลืองเงิน ถ้านั่งแท็กซี่เธอก็ต้องจ่ายแพงกว่าขึ้นรถเมล์ตั้งหลายบาท

                ชยณัฐยกมือขึ้นเกาท้ายทอยเขินๆไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดีจะบอกว่าเขาไม่มีเงินติดกระเป๋าเลยนะก็กระดากอาย แต่เขาหมดหนทางแล้วจริงๆธนบัตรฉบับละห้าร้อยบาทใบสุดท้ายเพิ่งควักให้เด็กปั๊มเป็๞ค่าจอดรถและฝากกุญแจไว้ให้ช่างมารับรถไปซ่อมเท่านั้นไม่พอยังซวยซ้ำซวยซ้อนต้อนรับวันฮาโลวีนด้วยการที่โทรศัพท์แบตหมดเข้าไปอี๊ก...จะกดเงินผ่านตู้เอทีเอ็มหน้าธนาคารที่เดินผ่านมาตะกี้ก็ไม่ได้

                ตอนนี้เขาไม่ต่างจากหัวหน้าพรรคกระยาจกดีๆ นี่เอง!

                “ผมไม่มีเงินขออาศัยไปกับพี่หน่อยนะ”

                อัปสราถอนใจมิน่าถึงรีบวิ่งมาทักเธอที่แท้ไม่มีเงินค่ารถนี่เอง

                “ยังเช้าอยู่รถไม่แน่นจะนั่งแท็กซี่ทำไมให้เปลืองเงิน”

                “ผมจ่ายเอง”

                “มีเงินก็นั่งไปคนเดียว”อัปสราหันหน้าหนีไม่คุยด้วย

                เงินไม่มีแล้วยังเ๱ื่๵๹มากอีก!

            “ขอยืมก่อนได้มั้ยถึงที่ทำงานแล้วจะโอนคืนให้”

            “ไม่ใช่เ๽้าแม่เงินกู้ถ้าหมออยากจะไปด้วยก็ต้องนั่งรถเมล์ไปด้วยกัน ไม่งั้นไม่จ่ายให้”

            เ๹ื่๪๫เงินเ๹ื่๪๫ใหญ่ใครจะให้ยืมกันง่ายๆ ถึงจะเป็๞หมอที่ทำงานเดียวกันก็เถอะ

            “ครับ”หมอหนุ่มผู้ไม่เคยขึ้นรถเมล์มาก่อนในชีวิตทำเสียงอ่อนระโหย

            ตอนเรียนสามย่านก็ขับรถไปเรียนตลอดไม่เคยเลยที่คุณชายสายเนี๊ยบอย่างเขาจะต้องตกระกำลำบากใช้บริการรถสาธารณะนอกจากนั่งแท็กซี่เวลาเมาซึ่งก็น้อยมากๆ อีกนั่นแหละ

            เปล่า...คนอย่างนายชยณัฐไม่ใช่ว่าเมาน้อยครั้งเอาเป็๞ว่าเขาอ่ะเมาบ่อยๆ แต่มีนายทหารภายใต้สังกัดของบิดาเป็๞สารถีคอยไปเก็บซากตอนเมาตะหากล่ะ