เจียงหยุนชานโกรธจนหน้าแดง เขาพูดขึ้นด้วยเสียงอันดัง “พี่เอ้อยา!”
เจียงเอ้อยาไม่้าที่จะพัวพันกับเจียงหยุนชาน นางจึงหันกลับมาะโไปที่ลานบ้านเล็ก ๆ ด้วยเสียงที่ดังพอสมควร “ท่านปู่ ท่านย่า ท่านพ่อ ท่านแม่ หยุนชานพาเจียงป่าวชิงกลับมาแล้ว!”
ความแตกต่างสามารถเห็นได้จากการเรียกชื่อ นางเรียกเจียงหยุนชานว่า ‘หยุนชาน’ ทว่าตอนที่พูดถึงเจียงป่าวชิงกลับเรียกว่า ‘เจียงป่าวชิง’
เรียกว่ามาทั้งชื่อและนามสกุลเลยทีเดียว
เรียกเช่นนี้มันเหมือน ‘ครอบครัว’ ที่อยู่ด้วยกันมาหลายปีเสียที่ไหนกัน ?
แต่ก็ใช่ จะมีครอบครัวไหนที่เห็นแก่เงินจนขายคนในครอบครัวให้ไปเป็เมียคนง่อยที่ทั้งแก่และน่าเกลียดกันเล่า ?
เจียงป่าวชิงยิ้มเล็กน้อย ในใจของนางมีความสงบอย่างน่าประหลาด เพียงแต่ตรงบริเวณลานบ้านแห่งนี้กลับไม่สงบอีกต่อไป อาจเป็เพราะข่าวที่ว่าเจียงหยุนชานพาเจียงป่าวชิงกลับมานั้นน่าใเกินไป ท่านปู่เจียง หลีโผจื่อ เจียงต้าหนิวพ่อของเจียงเอ้อยา และโจซื่อที่อยู่ในห้องครัว ทั้งหมดต่างพากันออกมาที่ลานบ้านทันที
การแสดงออกบนใบหน้าที่แตกต่างกันเกือบจะเหมือนกันทั้งหมด นั่นก็คือหน้านิ่วคิ้วขมวด
ห้องครัวอยู่ใกล้กับประตูไม้ที่สุด ประกอบกับที่โจซื่อได้ยินการเคลื่อนไหวด้านนอกมาได้สักพักแล้ว นางจึงเป็คนแรกที่ออกมา นางเช็ดมือบนผ้ากันเปื้อนที่คาดอยู่ตรงเอว จากนั้นก็พูดกับเจียงหยุนชานโดยไม่มีรอยยิ้ม “ดูเ้าสิหยุนชาน กว่าจะกลับบ้านมาไม่ใช่เื่ง่ายแล้วยังจะไปหาน้องสาวของเ้าอีก ตอนนี้เ้าก็เจอนางแล้ว น้องสาวของเ้ายังอยู่และสบายดี… หากนางจะกลับบ้านก็ต้องรอให้ครบสามวัน ป่าวชิงเพิ่งแต่งออกไปได้สองวัน เ้าก็ไปรับนางกลับมาแล้ว นี่มันไม่เหมาะสมนะ”
เจียงหยุนชานถูกขัดด้วยคำพูดถางถางของโจซื่อ จึงทำให้ใบหน้าหล่อเหลาแดงระเรื่อยิ่งขึ้น เขากลั้นเอาไว้อยู่สักพักหนึ่ง สุดท้ายก็พูดออกมาอย่างเก็บกด “ท่านอา ป่าวชิงไม่ได้แต่งงานนะ”
โจซื่อหัวเราะแห้ง ๆ ทันที
ท่านปู่เจียงกับหลีโผจื่อก็รีบออกมาจากห้องใหญ่เช่นกัน ทั้งคู่อายุมากแล้ว สายตาจึงไม่ค่อยดีนัก ตอนนั้นพวกเขายังไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ เมื่อเดินเข้าไปใกล้อย่างเร่งรีบ พวกเขาถึงจะเชื่อว่าคนที่กำลังยืนอยู่ข้างเจียงหยุนชาน โดยมีเสื้อคลุมของเจียงหยุนชานพาดไว้บนไหล่นั้น ถ้าไม่ใช่เจียงป่าวชิงที่ถูกพวกเขาขายให้เฉจื่อเจิ้งด้วยเงินจำนวนห้าตำลึงแล้วจะเป็ใครไปได้อีก ?!
ไม่ใช่ว่าบ้านตระกูลหลีอยู่ห่างจากที่นี่ไปอีกสองูเาหรอกหรือ ?
ทำไมถึงปล่อยให้เจียงหยุนชานพานางกลับมาได้ ?
ท่านปู่เจียงสบตากับหลีโผจื่อเล็กน้อย จากนั้นเขาก็กระแอมไอออกมาอย่างไม่พอใจ
หลีโผจื่ออาศัยที่ตนเองมีสถานะเป็ผู้าุโพูดขึ้นอย่างไม่พอใจว่า “ หยุนชาน น้องสาวเ้าก็ไม่ใช่เด็กแล้ว ทำอะไรทำไมไม่คิดสักหน่อย ? น้องสาวเ้าแต่งออกไปแล้ว และตอนนี้นางก็เป็คนในครอบครัวตระกูลเจิ้งแล้วด้วย เ้าไปพาน้องสาวเ้ากลับมาอย่างบุ่มบ่ามเช่นนี้ ต่อไปนางจะเป็ภรรยาที่บ้านตระกูลเจิ้งได้อย่างไร ?” พูดจบนางก็พึมพำต่อเหมือนคนโกรธค้าง “ปัญญาชนมักจะหัวสมองแบบนี้แหละ ยิ่งเรียนยิ่งโง่!”
“พอแล้ว ข้าจะให้ปู่สองของเ้าไปหาซุนเสี่ยวจื่อเพื่อเช่ารถล่อ และส่งน้องสาวเ้ากลับตระกูลเจิ้ง” หลีโผจื่อพูดเสียงดัง นางพุ่งไปหมายจะผลักเจียงป่าวชิง
แต่ทว่าหลีโผจื่อพลาด
เจียงหยุนชานจับมือนางไว้แทน ขณะที่เจียงป่าวชิงตีสีหน้าเ็า นางหลบหลีกมือที่หลีโผจื่อยื่นออกมา
หลีโผจื่อด่าเจียงป่าวชิงว่ากินบนเรือน ขี้บนหลังคา นางจ้องเจียงป่าวชิงราวกับเห็นผี มือที่ยื่นออกไปก็ยังไม่ได้เก็บกลับ สุดท้ายนางก็ชี้ใบหน้าเจียงป่าวชิงด้วยร่างที่สั่นเทา “เ้า…”
เจียงป่าวชิงเหมือนเด็กสาววัยสิบสามขวบทั่วไป นางส่งยิ้มหวานให้หลีโผจื่อและพูดขึ้นว่า “อะไรรึเ้าคะย่าสอง ?”
ทันทีทันใด สายตาที่คนในตระกูลเจียงใช้มองเจียงป่าวชิงนั้นราวกับเห็นผีเลยก็ว่าได้
เจียงเอ้อยากรีดร้องออกมาดังลั่นเสมือนไก่ที่กำลังถูกเชือด “อ๊าก! เจียงป่าวชิง เ้า... เ้าหายจากโรคปัญญาอ่อนแล้วรึ ?!”
ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิมยังคงมีภาพตอนที่เจียงเอ้อยากลั่นแกล้งเ้าของร่างเดิมอยู่มากมาย เจียงป่าวชิงมองเจียงเอ้อยาอยู่นิ่ง ๆ สักพัก จนกระทั่งมองเห็นว่าบนใบหน้าและตัวนางมีเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดออกมา จากนั้นนางจึงค่อยพูดขึ้นยิ้ม ๆ “ใช่ ข้าต้องขอบคุณทุกคนมาก ข้าตกลงไปในแม่น้ำคราด แต่มันเป็ความโชคดีในความโชคร้าย แม่น้ำคราดทำให้สมองของข้าปลอดโปร่งขึ้นเยอะ”
ชั่วขณะหนึ่ง ภายในและนอกลานบ้านเล็ก ๆ คนในตระกูลเจียงก็ได้พากันกลั้นหายใจโดยมิได้นัดหมาย แน่นอนว่าพวกเขานึกถึงตำนานของแม่น้ำคราดขึ้นมาในหัว
สีหน้าของเจียงเอ้อยาดูไม่ได้เลย ถึงขนาดที่ไม่กล้าสบสายตาของเจียงป่าวชิงเลยทีเดียว นางหลบสายตาของเจียงป่าวชิง แต่ปากกลับยังคงพูดพึมพำไม่หยุด “ปัญญาอ่อนมาตั้งหลายปี อยู่ ๆ มาบอกว่าหายแล้ว ใครจะไปเชื่อเ้ากัน…”
ไม่มีใครตอบคำถามของนาง
ใคร ๆ ก็รู้ดีว่าไม่ว่าสถานการณ์จะเป็อย่างไร ผลลัพธ์ของเื่นี้ก็คือเจียงป่าวชิงหายขาดจากโรคปัญญาอ่อนอย่างกะทันหันแล้ว
สีหน้าของโจซื่อไม่สู้ดีนัก ทว่านางยังคงฝืนยิ้มและแสร้งแสดงสีหน้าเมตตา “ไอ้หยา! นี่มันเื่ดีมาก ๆ เลยป่าวชิง” นางคิดจะจับมือเจียงป่าวชิงเพื่อแสดงความรักใคร่ แต่เจียงป่าวชิงกลับหลบหลีก
ความเก้อเขินบนใบหน้าของโจซื่อแทบจะล้นออกมาอยู่แล้ว แต่นางจะกำเริบตอนนี้ไม่ได้
เวลานี้เจียงป่าวชิงไม่ใช่คนปัญญาอ่อนที่ยอมให้นางตบตีและก่นด่าเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพียงแต่เจียงป่าวชิงจะเป็คนปัญญาอ่อนหรือไม่นั้น ไม่เกี่ยวกับนางแม้แต่น้อย ยังมีเื่ที่สำคัญกว่านั้นอีกในตอนนี้
โจซื่อกำลังวางแผนอยู่ในใจ แต่บนใบหน้านางยังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่ จากนั้นนางก็ถามขึ้นอย่างลองเชิง “ป่าวชิง เ้ากลับมากับพี่ชายเ้าเช่นนี้ แล้วสามีของเ้า เขาให้เ้ากลับมารึ ?”
ในที่สุดก็พูดถึงเื่สำคัญสักที
ดูเหมือนเจียงหยุนชานจะทนไม่ไหวอีกต่อไป เขากำลังจะอ้าปากพูด แต่เจียงป่าวชิงกลับเอื้อมมือไปดึงแขนเสื้อของเขาเพื่อเป็การบอกใบ้ให้เขาไม่ต้องพูดอะไรออกมาก่อน
เจียงหยุนชานงุนงงและไม่รู้ว่าน้องสาวของตนกำลังจะทำอะไร แต่เขาทั้งรักทั้งสงสารเจียงป่าวชิง ถึงแม้ว่านี่จะเป็เื่เล็ก แต่เขาก็ยังเชื่อฟังและทำตามนาง เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาจึงปิดปากไม่พูดอะไร
เจียงป่าวชิงยิ้มและหันไปพูดกับโจซื่อ “ท่านอาพูดอะไรรึเ้าคะ ปีนี้ข้าเพิ่งจะอายุสิบสามขวบปี จะไปมีสามีที่ไหนกันล่ะเ้าคะ ?”
สีหน้าของโจซื่อเปลี่ยนไปทันที ที่นางเป็ห่วงก็คือคู่ต่อสู้แบบนี้อย่างไรเล่า!
เจียงป่าวชิงเ้าเด็กปัญญาอ่อนฟื้นคืนสติอย่างกะทันหัน เมื่อเห็นว่าสามีของตนเป็ชายเฒ่าง่อย ๆ มีดวงตาบิดเบี้ยว แล้วเป็เช่นนี้ นางจะยังยอมอยู่ได้อย่างไร ?
รอยยิ้มบนใบหน้าของโจซื่อนั้นค่อนข้างที่จะคุมไม่อยู่แล้ว อยู่ ๆ หลีโผจื่อก็พูดขึ้นอย่างรำคาญใจ “ เ้าพูดเื่นี้กับนางทำไม ?”
แม้ว่าเื่ที่เจียงป่าวชิงไม่ได้เป็คนปัญญาอ่อนแล้วจะทำให้คนในบ้านตระกูลเจียงใมากเพียงใด แต่การดูิ่ดูแคลนที่พวกนางกระทำต่อเจียงป่าวชิงกลับไม่สามารถปกปิดได้มิด
ท่านปู่เจียงกับเจียงอีหนิวไม่อยากเข้าไปแทรกเื่ระหว่างผู้หญิงด้วยกัน แต่ทั้งสองคนมีสิ่งที่คล้ายกันในใจคือเจียงป่าวชิงไม่เคยอยู่ในสายตาของพวกเขาเลย
เจียงหยุนชานยังพอที่จะคู่ควรให้พวกเขาสนใจอยู่บ้าง แต่เจียงป่าวชิงนั้นเป็ใครกันเล่า ? ทำไมพวกเขาต้องสนใจด้วย ?
หลีโผจื่อผลักเจียงหยุนชานไปด้านข้าง จากนั้นนางก็แทรกตัวมาตรงหน้าเจียงป่าวชิง ทว่าเจียงหยุนชานไม่ได้เตรียมตัวจึงถูกหลีโผจื่อผลักจนเซ และตอนที่เขากำลังจะต่อต้าน ก็ดันถูกโจซื่อจับตัวไว้เสียก่อน
บนใบหน้าของโจซื่อยังคงมีรอยยิ้ม ผู้หญิงที่ทำไร่ทำนาจนชินแล้วมักจะมีมือที่แข็งแรงมาก และมีความหมายที่เผด็จการแฝงอยู่ในคำพูดของนาง “หยุนชาน เ้าฟังอา เราเป็ครอบครัวเดียวกัน แน่นอนว่าเราจะไม่ทำร้ายพวกเ้า”
เจียงหยุนชานในอดีตถูกหลอกด้วยประโยคนี้นับครั้งไม่ถ้วน แต่ครั้งนี้เขาอยากถามกลับอย่างขมขื่นว่า ‘ที่ส่งป่าวชิงไปแต่งงานกับชายง่อยวัยสี่สิบปีที่มีดวงตาบิดเบี้ยวนั้น ยังไม่เรียกว่าทำร้ายพวกเขาอีกหรือ ?’
หลีโผจื่อขมวดคิ้วจนหางคิ้วยกสูง นางใช้นิ้วจิ้มลงไปบนไหล่ของเจียงป่าวชิง “เด็กอย่างเ้า ทำไมถึงไม่รู้เื่เช่นนี้ ? หรือยังคิดว่าตัวเองเป็ลูกสาวคนโตที่บริสุทธิ์ของบ้าน ? ข้าจะบอกอะไรให้เ้าฟัง เ้าเข้าไปในบ้านของเฉจื่อเจิ้งแล้ว ตอนนี้ก็แสดงว่าเ้าเป็เมียของเขาแล้ว เป็ถึงเมียของเฉจื่อเจิ้งแล้วยังมาทำนิสัยเช่นนี้ คิดอยากจะกลับบ้านก็กลับ ถึงตอนนั้นเ้าอยากให้คนของชีหลี่โวทั้งหมดประณามตระกูลเจียงของเราลับหลังงั้นหรือ ?” พูดจบสีหน้าของหลีโผจื่อก็บึ้งตึงมาก นางอยากใช้นิ้วจิ้มลงไปบนไหล่ของเจียงป่าวชิงจนทำให้เกิดรูให้รู้แล้วรู้รอด!
เจียงป่าวชิงหัวเราะอย่างเ็าในใจ แต่บนหน้าของนางกลับยังคงมีความอ่อนโยน นางถามหลีโผจื่อกลับไป “ท่านย่าสองเ้าคะ แล้วเื่ที่ท่านย่าสองขายเด็กสาวกำพร้าที่อาศัยอยู่ในบ้านของท่านในราคาห้าตำลึงให้กับคนแก่วัยสี่สิบ ท่านไม่กลัวว่าคนในหมู่บ้านจะประณามท่านลับหลังเพราะเื่นี้หรือเ้าคะ ?”
เมื่อคนตระกูลเจียงได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของพวกเขาพลันเปลี่ยนไปอีกครั้ง
ท่านปู่เจียงเห็นหลีโผจื่อโมโหจนพูดไม่ออก เขาจึงจำเป็ต้องกระแอมไอขึ้นมาเพื่อขัดจังหวะ “เ้าเด็กบ้า เ้าพูดเหลวไหลอะไร ?! เงินห้าตำลึงนั้นเป็เงินค่าสินสอดที่เฉจื่อเจิ้งให้เ้าต่างหากเล่า…”
เจียงหยุนชานทนฟังไม่ไหวอีกต่อไปจึงพูดขึ้นเสียงดัง “ท่านปู่สอง ข้านั้นถามมาแล้ว เฉจื่อเจิ้งคนนั้นยังไม่ได้แตะต้องป่าวชิงแม้แต่น้อย ท่านคืนเงินห้าตำลึงให้เขาไปเถอะ ป่าวชิงจะไม่แต่งงานกับคนง่อยเด็ดขาด”
เจียงหยุนชานมุ่งมั่นมาก นอกจากอยากจัดการปัญหานี้ให้แล้วเสร็จ เขาคิดว่าเขายังต้องสอบให้ได้ผลงานดี ๆ เพื่อทำให้น้องสาวของเขาได้เลือกคนดี ๆ ที่นางถูกใจ
หากบอกว่าคำพูดเมื่อสักครู่ของเจียงป่าวชิงทำให้คนในบ้านตระกูลเจียงมีสีหน้าที่ไม่สู้ดี เช่นนั้นคำพูดของเจียงหยุนชานที่บอกว่าคืนเงินให้เฉจื่อเจิ้ง ก็ทำให้คนในบ้านตระกูลเจียงเกิดความลุกลี้ลุกลนขึ้นมาได้เช่นกัน
.
.
.