จีหลุนที่เพิ่งถีบเซียงเจียสวี่กระเด็นไป พอเห็นว่ากัวเอินถงเข้ามาห้ามก็ทำทีปัดเสื้อปัดผ้า ร่างกายของแม่ทัพหนุ่มกำยำกว่าเซียงเจียสวี่เล็กน้อย ทว่าความแข็งแรงของคนที่ฝึกการต่อสู้อย่างจริงจังอยู่ทุกวันย่อมเหนือกว่าพ่อค้าที่ฝึกยุทธ์อย่างเซียงเจียสวี่อยู่แล้ว
กัวเอินถงมองหน้าที่มีรอยฟกช้ำของเซียงเจียสวี่ด้วยความขุ่นเคืองใจ นางไม่อยู่ในฐานะจะช่วยพี่ชายในวัยเด็กได้ หญิงสาวจึงเผลอหันไปจ้องสามีด้วยความคั่งแค้น
“ท่านพี่! ท่านกลับไปเรือนของตนเองเถอะเ้าค่ะ นี่เป็แขกของข้า เดี๋ยวข้าจะดูและพี่เจียสวี่เอง”
เห็นสายตาห่วงใยที่ภรรยาของตนมีให้บุรุษแล้ว จีหลุนรู้สึกหงุดหงิด
“ได้! แล้วแต่เ้า” จีหลุนผลุนผลันเดินจากไป
ลี่เทียนเป่าอมยิ้มลุกจากโต๊ะม้าหินในศาลาแล้วตามสหายกลับเรือนของท่านชายที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล
“เดี๋ยวสิ เหล่าจี เ้าคิดจะออกมาก็ไม่หันไปชวนข้าเลยสักคำ”
“เ้าเอาแต่จิบน้ำชาสบายใจอยู่ไม่ใช่หรือ? เหตุใดจึงไม่ห้ามนางไว้? ข้ากำลังคิดจะอัดคุณชายเซียงนั้นให้น่วมอยู่เลย”
บ่าวรับใช้หน้าเรือนของท่านชาย รีบเปิดประตู ใบหน้าบึ้งตึงของจีหลุนทำให้ทุกคนไม่กล้าเดินตามเข้าไปข้างในห้อง
“พวกเ้าไปเอากล่องยามาที” ลี่เที่ยนเป่าร้องสั่ง
จิ่งอี้เดินหิ้วกล่องยาเข้ามาแทบจะทันที ลี่เทียนเป่าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่เขาไม่เห็นองครักษ์หนุ่มผู้นี้อยู่ใกล้ๆ
“เ้าไปไหนมาจิ่งอี้?”
“ออกไปทำภารกิจขอรับ”
บุรุษทั้งสองทรุดกายลงนั่งบนพื้นยกระดับที่มุมห้อง
กุนซือหนุ่มกวักมือเรียกให้จิ่งอี้เข้าไปใกล้ “มาๆ เอากล่องยามา ข้าจะทาขี้ผึ้งให้เหล่าจีเอง” ลี่เทียนเป่าเปิดกล่องหาขี้ผึ้งแก้ฟกช้ำ เอามาช่วยทาที่ใบหน้าและแนวคาง “เขาก็ทำเ้าเจ็บไม่น้อยเลย ฝีมือคนผู้นี้ยากจะคาดเดา”
“หึ! ถ้านางไม่เข้ามาห้าม ข้าจะอัดให้มันล้มลงไปกองเลยล่ะ”
“เหล่าจี ข้าว่าภรรยาของเ้าเหมือนจะรู้เลยว่าเขากำลังคิดจะทำสิ่งใด?”
“เ้าหมายถึง?”
“นางดูออกว่าจังหวะหลังๆ เ้าไม่ออมมือแล้ว กำลังจะลงมือทำร้ายคนของนาง นางจึงได้ออกจากศาลาลงมาห้าม”
“คนของนางอย่างหรือ? เจอกันคราวหน้า ข้าจะไม่ปล่อยเซียงเจียสวี่หลุดรอดกำปั้นข้าไปได้”
“ตกลงว่าเ้าแค่อยากทดสอบฝีมือเขาหรือว่าหึงหวงกันแน่?”
“ไม่มีทาง! ข้าไม่หึงนางเด็ดขาด แต่ข้าทนไม่ได้”
ลี่เทียนเป่าหัวเราะลั่น “เ้าทนไม่ได้ที่คุณชายเซียงบอกว่าจะมารับนางกลับด้วยตัวเองอย่างนั้นหรือ?”
พลั่ก!
“โอ๊ย! เ้าทำร้ายกระทั่งคนที่ช่วยทายาให้เลยหรือนี่?” ลี่เทียนเป่าถูกผลักอกแรงจนก้นจ้ำเบ้าต้องใช้สองมือค้ำไปด้านหลัง เขาลุกขึ้นอย่างว่องไวใช้สองมือปัดเสื้อผ้าพอเป็พิธี
“ข้าบอกแล้วว่าไม่ได้หึงหวงนางเลยสักนิด” ใบหน้าของคนพูดดูยังไม่โทสะไม่ลดลงสักเท่าใด
“ได้ๆ เ้าไม่หึง เ้าไม่หวง เ้าแค่ไม่้าให้นางกลับไปกับคนผู้นั้น เ้าแค่้าให้นางอยู่สกุลจีกับเ้าไปจนวันตาย ใช่หรือไม่?”
จีหลุนไม่ยอมมองใบหน้าของลี่เทียนเป่า เขาผุดลุกขึ้น “เ้าพูดมากไปแล้ว” ท่านแม่ทัพหันไปทางจิ่งอี้ “เื่ที่ข้าให้สืบ ว่าอย่างไร?”
“เซียงเจียสวี่เคยเข้ามาติดต่อค้าขายที่แคว้นเราหลายคราวแล้วขอรับ สนิทสนมกับขุนนางทั้งกรมคลังและกรมโยธา เห็นว่าร่วมลงทุนเื่เรือสินค้ากับคหบดีอีกสองคนราวด้วยแต่ยังไม่มีสิ่งใดผิดปกติขอรับ”
“นี่เ้าให้จิ่งอี้สืบหาสิ่งใด?”
“ข้าแค่อยากรู้ว่าคุณชายเซียงผู้นี้ เคยทำเื่ผิดกฎหมายในแคว้นิหรือไม่? ดูจากท่าทีกับขุนนางที่หน้าท้องพระโรงแล้ว ข้าไม่ค่อยวางใจ”
ลี่เทียนเป่าทำตาโต “จิ่งอี้ เขาลงทุนซื้อเรือสินค้าด้วยหรือ?”
“ขอรับ ท่านกุนซือ”
“ถ้าอย่างนั้นคุณชายเซียงคงจะร่ำรวยไม่น้อย หากท่าเรือการค้าแห่งใหม่ที่เพิ่งก่อสร้างเสร็จสิ้นคงทำเงินอีกมหาศาลเลย เซียงเจียสวี่นับว่าเป็ผู้มองการณ์ไกลยิ่ง วันหน้าฮูหยินน้อยของเราไม่มีทางลำบากแน่”
“ลี่เทียนเป่า!”
“หือ? ท่านแม่ทัพ ข้าก็แค่คาดเดา ท่านคงไม่คิดจะฆ่าข้าหรอกนะ” กุนซือผู้มีภาพลักษณ์เคร่งขรึมยามอยู่ในกองทัพ บัดนี้ทำหน้ายียวนจนจีหลุนคิดอยากจะอัดเขาให้กองลงแทบเท้า
“หากเ้ายังไม่หยุดอีก เห็นทีข้าคงจะอดใจไม่ไหว”
เห็นสหายโมโหจริง ลี่เทียนเป่าจึงยกสองมือขึ้นเป็เชิงห้าม “ได้ๆ ข้าเลิกล้อเ้าแล้ว”
จิ่งอี้เห็นว่าคนทั้งสองเลิกคุยเล่นกันแล้วจึงรีบรายงานต่อ “ท่านชาย องครักษ์ที่ติดตามเขาร่วมห้าสิบคนนั้น ล้วนเป็ยอดฝีมือ มีทั้งยอดฝีมือในเผ่าเซียนซาและคนที่ถูกว่าจ้างมา”
“ผู้ติดตามเยอะเช่นนั้น ต้องใช้เงินว่าจ้างไม่น้อย นี่เขาขนสินค้าไปขายหรือขนทองไปขายกันแน่?”
ลี่เทียนเป่าขมวดคิ้ว “เหล่าจี ข้าเคยได้ยินว่าในดินแดนเซี่ยงซาวานมีขุมทองอยู่ ไม่แน่ว่าเซียงเจี่ยสวี่ผู้นี้อาจจะขนทองจริงๆ จิ่งอี้ส่งคนไปติดตามให้ดี”
“ขอรับ” จิ่งอี้รับคำแล้วก็ออกไป
จีหลุนทำหน้าประหลาดใจ “เหล่าลี่ เื่ทองข้าแค่พูดเล่นเองนะ”
“แต่นั่น มีข่าวลือมาก่อน ไม่แน่ว่าที่เผ่าเซียนซาออกเดินทางค้าขาย ความจริงเป็เพียงเื่บังหน้า พวกเขาอาจจะมีเหมืองทองซ่อนอยู่เหมือนกับแคว้นจินก็เป็ได้ ดูจากขบวนคนติดตามและสิ่งที่พวกเขาเอามาค้า ข้าลองคำนวณคร่าวๆ อย่างไรก็ไม่น่าทำกำไรมากถึงขนาดจะเรียกได้ว่าร่ำรวยมหาศาล”
ลี่เทียนเป่าไม่เพียงแต่เก่งทางด้านการคำนวณกลศึกและตำราพิชัยยุทธ หากแต่ยังรอบรู้ถึงเื่การค้าและทำบัญชี
“ข้าเชื่อเ้า ถ้าอย่างนั้นเรียกเอาสิบพยัคฆ์กลับมาที่นี่ก็แล้วกัน”
“ดี เราคงต้องสืบความอีกมากทีเดียว”
กลุ่มสิบพยัคฆ์นำโดยซางอวี่ ทหารฝีมือดีของค่ายพยัคฆ์ไฟจึงถูกเรียกตัวกลับมาอยู่ที่วังจีเพื่อคอยดูแลแม่ทัพหนุ่ม เมื่อพวกเขามาถึง ลี่เทียนเป่าก็สั่งการให้ปลอมตัวออกไปสืบข่าวกันคนละทิศ
“ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าเซี่ยงเจี่ยสวี่คิดจะมาทำสิ่งใดที่เมืองหลวงกันแน่?”
ลี่เทียนเป่าอมยิ้ม “หากเ้าพบว่าเขาก็แค่ตามมาดูแลกัวเอินถงเล่า เ้าคิดจะทำเช่นไร?”
“ลี่เทียนเป่า!” เสียงเรียกชื่อนั้นดังขึ้นพร้อมกับหมัดของจีหลุนพุ่งออกไปตรงหน้าของกุนซือหนุ่ม
คนที่เตรียมตัวอยู่แล้วย่อมหลบได้ว่องไว “ข้าคิดแล้วเชียว หากแตะต้องฮูหยินน้อยอีกครั้งล่ะก็ เ้าคงต้องะเิแน่”
“ปากของเ้า เย็นนี้อย่าคิดจะได้ดื่มสุรากับข้าเลย”
“เอ๋? ท่านแม่ทัพ ข้าเป็แขกของท่านนะ ในเมื่อท่านไม่มีไมตรีจิต ข้าไปหาฮูหยินน้อยดีกว่า” พูดจบลี่เทียนเป่าก็วิ่งออกจากห้องไป
กัวเอินถงให้เหย้าหลีเข็นนางกลับไปที่ห้องโถงในเรือนนอน หยวนจู้รีบหากล่องยาออกมาช่วยทำทาบริเวณฟกช้ำให้กับเซียงเจียสวี่
“คุณชายเจ็บมากหรือไม่เ้าคะ?”
“ข้าไม่เป็ไร ก็แค่ประลองกำลังตามประสาบุรุษ” เขาปรายตาขึ้นมองหญิงสาวบนรถเข็น “เสี่ยวถง สามีของเ้าบ้าเืเหลือเกิน เอะอะก็ชอบใช้กำลัง เ้าอยู่กับเขาก็ระวังตัวด้วยแล้วกัน”
หญิงสาวยิ้มแหยๆ “แม้ท่านพี่จะดูดุไปบ้าง แต่ก็ไม่เคยใช้กำลังกับข้าเลยนะเ้าคะ ก็แค่....”
“ก็แค่อันใดหรือ?”
“ขี้หงุดหงิดนิดหน่อยเ้าค่ะ” กัวเอินถงไม่กล้าพูดความจริงว่าคนผู้นั้นเอาแต่ใจยิ่งนัก ระยะนี้ตอนที่ขึ้นบนเตียงก็จะจับนางถอดเสื้อผ้าจนล่อนจ้อนแล้วนอนกอดทั้งคืน
พอเห็นสีหน้ากัวเอินถง เซียงเจียสวี่ก็อดกังวลมิได้ “เ้าเป็เช่นนี้ มิใช่ว่าแต่งงานแล้วเขาทิ้งขว้างเ้าไว้ที่เรือนนี้ตามลำพังหรอกนะ”
หยวนจู้ได้ยินก็รีบเถียงแทน “มิได้เ้าค่ะ ท่านชายมานอนร่วมเตียงกับ ฮูหยินน้อยเกือบทุกคืน”
****************

